เสียงเกลียวคลื่นสาดกระทบลำเรือดังเป็จังหวะ ราวกับเสียงดนตรีอันไพเราะจากฝืนทะเลสีฟ้าคราม สายลมเย็นพัดโหมใส่ใบเรือ จนพาเรือแล่นไปตามเส้นทาง
บนเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ บรรจุผู้โดยสารเกือบร้อยชีวิต มีสินค้ามากมายจากดินแดนตะวันตกบรรทุกเต็มลำ นี่คือเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดของอาณาจักรต้าลู่
อาณาจักรต้าลู่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล เพราะราชวงศ์รุ่นก่อนมีฝีมือการรบทัพจับศึก สามารถล่าอาณานิคมรวมสามดินแดนมาไว้เป็อาณาจักรเดียวได้สำเร็จ สามดินแดนที่ว่าคือแคว้นต้าลู่ แคว้นวะ และหมู่เกาะในปกครองอีกสามแห่ง ทั้งแคว้นและเกาะต่าง ๆ มีสรรพยากรมากมายหลากหลาย ทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับอาณาจักรอื่นคึกคักอย่างยิ่ง มีเรือโดยสาร และเรือขนส่งพาณิชย์ให้เห็นมากมายตามท่าเรือต่าง ๆ ทั่วอาณาจักร
ชายหนุ่มผิวสีแทนนั่งรับลมอยู่ ณ หัวเสือด้านหน้าเรือ ใบหน้าอ่อนเยาว์ถูกแดดเผาจนไหม้เกรียม แต่มิอาจบดบังความหล่อที่ฉายประกายสู้แสงนี้ได้ ผ้าฝ้ายสีดำปักลายกิเลนปลิวไหวตามแรงลม
ลู่ฮ่าวอู๋เงยหน้ามองท้องฟ้าที มองน้ำทะเลที ทั่วทุกทิศทางมีสิ่งให้มองเพียงเท่านี้ แม้จะดูน่าเบื่อ แต่ลู่ฮ่าวอู๋กลับชอบมันมาก เขารักการเดินเรือ มันคือชีวิตจิตใจของลูกผู้ชาย
เขาคือบุตรชายคนที่ห้าของชินอ๋อง หากอยู่แคว้นต้าลู่เขาจะถูกเรียกว่า ‘องค์ชายห้า’ บิดาของเขามีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน การเกิดในฐานะบุตรภรรยาเอกทำให้ลู่ฮ่าวอู๋ได้อภิสิทธิ์กว่าพี่น้องที่เกิดจากอนุทั้งหลาย ไม่ต้องแย่งชิงก็ได้มา ลู่ฮ่าวอู๋มีพี่ชายร่วมมารดาหนึ่งคน และมีพี่ชายที่เกิดจากพระชายาคนก่อนของบิดาอีกหนึ่งคน แต่เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้ห่างไกลจากตำแหน่งผู้สืบทอดจวนอ๋อง เขากลับดีใจที่มิต้องแบกภาระอันใหญ่หลวงไว้บนบ่า แล้วมุ่งหน้าออกทะเล ั้แ่อายุได้เพียง 12 หนาว
“นายน้อย ลงมานั่งในร่มดีกว่านะขอรับ กลับไปครั้งนี้อาจถูกนายท่านบ่นเอาได้ว่าไม่ดูแลตัวเอง ตากแดดตากลมมิต่างจากพวกจับกัง[1]” บ่าวคนหนึ่งนามว่าเสี่ยวหวังลังเลหลายครั้ง ไม่กล้าเข้ามาเตือน กลัวถูกดุจากทั้งท่านอ๋องทั้งนายน้อย แต่กลัวชินอ๋องมากกว่าจึงเลือกเสี่ยงชีวิตเตือนนายน้อย ไม่ให้ตากแดดตากลมตามใจชอบอีก ผิวที่คล้ำขึ้นเป็หลักฐานอย่างดีว่านายน้อยคนเล็กของบ้าน แอบมาล่องเรือเล่นอีกแล้ว
“หนวกหู ไปให้พ้น” ลู่ฮ่าวอู๋ไม่แม้แต่จะหันไปมองคนพูด สายตาคมเข้มจดจ่ออยู่กับเส้นขอบฟ้าและเส้นทะเลที่ตัดกันเป็ภาพงดงาม
เสี่ยวหวังรีบหุบปาก แล้วไสหัวไปไกล ๆ ตามคำสั่ง อาณาจักรนี้นายบ่าวมีความห่างชั้นกันไกลมาก นายสามารถทำทุกอย่างกับบ่าวที่ซื้อมาตามใจชอบ โชคดีที่นายน้อยลู่เป็คนปากร้ายใจดี บ่อยครั้งเสี่ยวหวังตัวกลมมักเอาแต่ใจ เพื่อเรียกร้องความสนใจ
ด้านหน้าเรือกลับมาเงียบสงบดังเดิมอีกครั้ง
ดวงตาคมละจากภาพทะเลตรงหน้า หันมามองจื่อหนานเจิน หรือเข็มทิศที่อยู่ในมือ ตอนนี้เขานั่งเรือพาณิชย์ของกลุ่มเรือหนึ่ง ไม่ใช่เรือส่วนตัวของตนเอง เพราะมีสินค้าจำนวนมากเกินไป เขาจึงต้องใช้เรือจากกลุ่มเรืออื่น เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งสินค้า
เ้าของสินค้าเช่นเขาไม่วางใจเื่ความปลอดภัย การปล้นชิงทรัพย์กลางทะเลนั้น มีให้เห็นจนชินตา เขาจึงต้องนั่งมากับเรือ เผื่อเกิดเหตุการณ์มิคาดฝันขึ้น น่านน้ำทุกแห่งล้วนแต่มีโจรสลัดเ้าถิ่นดักซุ่มโจมตีเรือสินค้า
ลู่ฮ่าวอู๋เห็นเรือเดินทางถูกทิศทางแล้วก็เลิกมองเข็มทิศ ทันใดนั้นเสียงเอะอะจากด้านหลังดึงความสนใจจากเขาไป
“อ๊าย! นายท่าน ปล่อยบ่าวไปเถิดเ้าค่ะ บ่าวดื่มไม่ไหวแล้วจริง ๆ” เสียงสตรีนางหนึ่งร้องขอ น้ำเสียงของนางดูยานยืด ราวกับสติอยู่ไม่ครบ
“ข้าบอกให้เ้ากิน กินมันเข้าไป! นางบ่าวชั้นต่ำ!” เสียงกระโชกโฮกฮากนี้เป็ของคุณชายน้อยท่านหนึ่ง เครื่องแต่งกายของเขาหรูหรา ต้องเป็บุตรหลานตระกูลขุนนางอย่างแน่นอน
คนบนเรือเริ่มวิ่งออกมามองดูความคึกคัก เมื่อเห็นหน้าตาตัวการของเื่ บรรดาผู้ชมต่างขนหัวลุก รีบแยกกันไปคนละทิศ “บุรุษผู้นั้นเป็บุตรชายคนโตของเ้าเมืองแคว้นวะ พวกเราอย่าเข้าไปยุ่งเลยจะดีกว่า ข้าได้ยินมาว่าเขาเผาบ่าวในจวนให้ตายทั้งเป็ เป็ว่าเล่น! โทษฐานที่ไม่ยอมกินน้ำดอกฝิ่น”
ผู้ชมที่เดินหนีออกมาซุบซิบนินทากันตามประสา “จริงรึ! น้ำดอกฝิ่นนั่น คนไม่เคยกินคงทั้งเมามายและทรมาน แต่ใครใช้พวกมันเกิดมาเป็บ่าวเล่า บ่าวหนึ่งคนมีค่าน้อยกว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก จะฆ่าหรือทรมานอย่างไรก็ได้!”
“ใช่! ถ้าบ่าวมีชีวิตสุขสบาย คงมีคนขายลูกหลานเข้าจวนคนมีเงินกันหมดแคว้นแล้ว!”
ไม่มีใครสนใจเสียงร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือด้วยความทุกข์ทรมานของบ่าวสตรีนางนั้นอีก
นางเป็บ่าวท้ายจวนเ้าเมืองที่มีหน้าตางดงาม เตะตาบุตรชายของเ้าเมืองหลายคน ต้องเป็ทาสบำเรอกามให้คุณชายหลายคนในเรือน จนสุดท้ายมาเป็บ่าวในเรือนของคุณชายใหญ่ ผู้มีนามว่าไป๋เสวียน
ไป๋เสวียนชอบความรุนแรง การเห็นสีหน้าทุกข์ทรมานด้วยความเ็ปคือความสุขของเขา บ่าวในเรือนถูกบังคับให้ดื่มน้ำดอกฝิ่นเป็ประจำ บ่อยครั้งมีรถลากซากศพไหม้เกรียมออกมาจากในจวน เื่พวกนี้คนทั้งเมืองต่างรู้ แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะคนตายเป็เพียงบ่าวรับใช้ไร้สกุล
น้ำดอกฝิ่นนิยมดื่มกันในแคว้นวะ ฤทธิ์ของมันมอมเมาต่างจากสุรา
ลู่ฮ่าวอู๋หันกลับไปมอง ตอนนี้ร่างของบ่าวหญิงเต็มไปด้วยน้ำมันตะเกียง ไป๋เสวียนเดินเซไปเซมา กลิ่นเหล้าจากตัวเขาฟุ้งไปทั่ว
ลู่ฮ่าวอู๋ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเป็วีรบุรุษช่วยสาวงาม แต่ชายหนุ่มทนเห็นคนถูกรังแกต่อหน้าไม่ได้จริง ๆ
“ไปเอาไฟมา! ข้าจะเผานางให้ไหม้เกรียม นางบ่าวต่ำทราม ต้องถูกเผาตายทั้งเป็ ผิวที่ขาวเนียนของมันต้องเปลี่ยนเป็สีดำทมิฬ เร็ว! ประเดี๋ยวจะได้เห็นคนถูกย่างสด ฮ่า ๆ” ไป๋เสวียนหัวเราะจนสำลักเหล้า บ่าวคนนี้ถูกใช้จนไม่เหลือความเป็คน ได้เวลาเปลี่ยนเป็สตรีสาวสวยสดใหม่แล้ว
“ได้โปรด! นายท่านปล่อยบ่าวไปเถิดนะเ้าคะ บ่าวจะไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกต่อไป!” บ่าวหญิงโขกศีรษะกระแทกพื้นหลายสิบที แม้จะรู้ว่าคำขอของบ่าวเป็เพียงเสียงนกเสียงแมลง ขอให้ตายอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
“ไม่มาให้เห็นหน้าอีกต่อไป? เดี๋ยวเ้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่มีโอกาสมาเสนอหน้าให้ข้าเห็นแน่นอน! เฮ้ย! ข้าสั่งให้ไปเอาไฟมา ข้าจะเผานางบ่าวเลวนี่!” ไป๋เสวียนะโโหวกเหวกเรียกบ่าวชายของตนเองให้ไปหาไฟมา
ทันใดนั้น ไป๋เสวียนรู้สึกตัวชาวูบ ก่อนจะล้มหมดสติไป
“นะ นายท่าน!” บ่าวหญิงเงยหน้าขึ้น เห็นร่างใหญ่ของไป๋เสวียนล้มหน้าทิ่มพื้นอย่างจัง ใบหน้าที่มีแต่รอยฟกช้ำของนางไร้ซึ่งความยินดี การที่นายท่านได้รับาเ็เพราะนาง มันเป็การเพิ่มโทษให้ร้ายแรงกว่าการเผาทั้งเป็! “นายท่านเป็อะไรไปเ้าคะ!? นายท่าน!”
“เ้านี่มันไม่เป็อะไรหรอก แค่หมดสติ เ้าควรห่วงตัวเอง รีบหนีไปซะ” เมื่อครู่ลู่ฮ่าวอู๋ใช้ฝ่ามือทุบที่ท้ายทอยของไป๋เสวียนจนอีกฝ่ายหมดสติไป
ลู่ฮ่าวอู๋เกิดในตระกูลมหาอำนาจ เื่การทรมานบ่าวในจวนอย่างทารุณเป็สิ่งที่เห็นมาั้แ่จำความได้ แม้ตัวเขาจะรับไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอันใดได้เช่นกัน
บ่าวหญิงหัวเราะทั้งน้ำตา นางมองผู้มีพระคุณตรงหน้า ความหล่อของเขาแทงตานางอย่างจัง นางมองที่ผ้าคาดเอวของเขา มีสิ่งที่เรียกว่าปืนเหน็บอยู่ “นายท่าน ข้าจะหนีไปที่ใดได้เ้าคะ? นี่คือบนเรือ รอบด้านมีแต่น้ำสีฟ้าเต็มไปหมด ข้าว่ายน้ำไม่เป็ เพิ่งเคยออกเรือเป็ครั้งแรก ไม่มีหนทางหนีแล้วเ้าค่ะ!”
“เมื่อครู่เ้ายังร้องขอชีวิตจากเ้านี่อยู่เลย หากเ้าปรารถนาจะถูกเผาตาย ข้าก็ขออภัยที่สอดมือเข้ามายุ่ง” ลู่ฮ่าวอู๋เดินจากไปด้วยใบหน้าเ็า
“นายท่าน! ข้าน้อยขอบคุณมากเ้าค่ะ! ข้าขอความกรุณาอีกสักครั้ง ครั้งสุดท้าย! ฮึก! ได้โปรดมอบความตายที่ไร้ความทรมานให้ข้าด้วย!” นางโขกศีรษะกับพื้นอีกหลายที ชีวิตบ่าวราวกับตายทั้งเป็ ั้แ่เล็กจนโตนางหาความแตกต่างจากชีวิตของสัตว์ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ การตายแบบไม่ทุกข์ทรมานคงเป็ทางออกที่ดีที่สุด!
“อยากตาย ก็อย่าได้เดือดร้อนผู้อื่น เลือกทางตายด้วยตัวเอง” ลู่ฮ่าวอู๋หันหลังเดินจากไป ยังไม่ทันพ้น เสียงร้อนรนจากด้านหลังดังตามมา
บ่าวชายกลับมาพร้อมคบเพลิงในมือ เมื่อเห็นนายท่านของตนเองนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น บ่าวชายรู้ทันทีว่าตนเองชะตาขาดเสียแล้ว “นายท่าน! ท่านเป็อะไรขอรับ เจินจู! เ้าทำอะไรนายท่าน! นี่เ้าทำร้ายนายท่านรึ!? ตั้งใจจะลากข้าไปตายกับเ้าด้วยใช่หรือไม่!”
“ไม่นะเ้าคะ ข้าเห็นนายท่านเมามาก แล้วก็ล้มลงไปเอง ข้ามิได้เข้าใกล้นายท่านเลยนะเ้าคะ!” บ่าวหญิงใจนอาการเมาฝิ่นหายเป็ปลิดทิ้ง นางไม่อยากเสียเวลาคิดหรือร้องขอชีวิตจากใครอีกต่อไปแล้ว การที่นายท่านหมดสติตรงหน้านางเช่นนี้ มิรู้ถึงฝั่งแล้วจะโดนอะไรบ้าง นางตัดสินใจะโลงทะเลฆ่าตัวตาย อย่างน้อยตายในน้ำก็ยังเย็นสบาย ไม่ร้อนเหมือนถูกไฟเผา!
ลู่ฮ่าวอู๋กำปืนที่เอวแน่น เขาช่วยนางเท่าที่จะทำได้แล้ว ตอนนี้ไม่อยู่ในสถานะที่เขาจะทำสิ่งใดได้ตามใจ ที่สำคัญ… เขาจะไม่ฆ่าคนที่ไม่อยากฆ่า!
หนึ่งชีวิตจบลงที่ก้นทะเลลึก ไม่มีใครสนใจจดจำ ไป๋เสวียนถูกพาไปรักษากับหมอในเรือที่วิชาเก่งกาจ เขาได้รับการดูแลเป็อย่างดี
ยามดึกสงัด ม่านราตรีเข้าครอบคลุม ผู้คนในเรือต่างหลับพักผ่อน ไป๋เสวียนนอนกอดก่ายสตรีคนใหม่หลับไปอย่างมีความสุข ในขณะที่กำลังฝันถึงนางโลมหอคณิกาเลื่องชื่อ ร่างของเขารู้สึกหนาวเหน็บ อึดอัดหายใจไม่ออก
ไป๋เสวียนพยายามลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นมีเพียงความมืดมิด ร่างกายขยับไม่ได้แถมยังหนักอึ้งเพราะถูกบางอย่างถ่วงอยู่ที่เท้า
สติอันเลือนลางบอกให้รู้ว่าเขากำลังจะตาย มือสองข้างถูกมัดติดกันแน่นั้แ่เมื่อไรมิอาจรู้ได้ ขาทั้งสองมีบางอย่างหนักอึ้งถ่วงรั้งจนร่างค่อย ๆ จมลึกลงสู่ก้นทะเล
“อั้ก! อั้ก” ไป๋เสวียนพยายามพูด แต่เสียงของเขาจมหายไปพร้อมร่างที่ถูกพันธนาการ ไร้หนทางขัดขืน แม้แต่ใบหน้ามือสังหารก็ไม่มีโอกาสเห็นเป็ครั้งสุดท้าย…
ลู่ฮ่าวอู๋มองฟองอากาศที่ค่อย ๆ เลือนหายไป
ชายหนุ่มตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นี้อีก แต่ไป๋เสวียนผู้นี้ พอเหล้าเข้าปากได้ที่ เป็ต้องหาคนมาเผา บ่าวที่นำติดตัวมาถูกเผาไปแล้วถึงสามคน แต่ละครั้งส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเขายิ่งนัก
“คุณชาย ไม่เห็นฟองอากาศแบบนี้ มันน่าจะตายไปแล้วนะขอรับ เสียดายนัก! ถ้าเอาตัวไปที่เรือเราให้ฉลามกินคงสะใจกว่านี้แน่!” เสี่ยวหวังคิดแต่เื่ปากท้อง แม้แต่ฉลามยังเป็ห่วงกลัวพวกมันจะหิว บ่าวตัวอ้วนมองผิวน้ำทะเลที่ราบเรียบอย่างเสียดาย หากเอาไปให้ฉลามกินยังทำให้พวกมันอิ่ม ถือว่าสร้างประโยชน์เป็ครั้งสุดท้ายก่อนตาย!
“ตัดใจเสียเถอะ มันเป็บุตรชายคนโตของเ้าเมืองแคว้นวะ มีโอกาสฆ่าได้ต้องรีบฆ่า เด็กห้าว ก็ต้องกินข้าวผ่านควันธูปเช่นนี้ล่ะ!” ลู่ฮ่าวอู๋พูดอย่างเ็า คนที่ไม่เห็นค่าความเป็คนของผู้อื่น ไม่ควรอยู่ต่อให้ต้องสูญเสียชีวิตอันบริสุทธิ์อีกแล้ว
“แล้วแบบนี้ จะไม่เป็เื่ใหญ่หรือขอรับ?” เสี่ยวหวังมองฟองอากาศที่ค่อย ๆ แตกและเลือนหายไป เขาถามไปอย่างนั้น เพราะในใจรู้คำตอบดีว่านายน้อยหาได้เกรงกลัวสิ่งใด
“โจรสลัด เขาไม่ทำเื่เล็กกันหรอก!” ลู่ฮ่าวอู๋แสยะยิ้มร้ายกาจ
นอกจากตำแหน่งบุตรชายคนที่ห้าของชินอ๋อง
เขายังเป็… หนึ่งในโจรสลัดผู้มีค่าหัวสูงที่สุดห้าอันดับแรกของอาณาจักร!
[1] กรรมกรแบกหาม ผู้ใช้แรงงาน