Ep.5 ตกกระไดพลอยโจน
หลังจากมะลิหลับไปไอ้สามตัวมันก็เดินเข้ามามองหน้าผมแล้วยิ้ม ผมรีบกระชากมือออกเลยครับ
“ไม่ทันแล้วไอ้เถื่อน” ไอ้เบียร์พูดพร้อมกับรอยยิ้ม
“อะไรของพวกมึง”
“ยอมรับเถอะว่ามึงกำลังจะเปลี่ยนไป” ไอ้เดย์ก็อีกคน
“กูเห็นด้วย” ส่วนไอ้ภามมันสมทบเก่งครับ
“เออ! แต่กูจะไม่ลากลิเข้ามามากกว่านี้ ปลากลับมาทุกอย่างก็จบ” ผมยังพยายามหลอกตัวเองอยู่เหมือนเดิม ไม่รู้สิครับแต่ผมยังไม่พร้อมจะลากใครเข้ามาในชีวิตตอนนี้
“พวกกูจะรอดู ขอไปดูดบุหรี่หน่อยละกัน” ไอ้เบียร์พูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินไปทางหลังห้องแต่ผมพูดดักมันไว้ซะก่อน
“ไปข้างนอก หลังห้องลิมันตากสมบัติไว้”
“งั้นแสดงว่า...” มองผมสลับกับมะลิ
“เออ!”
“หึ!” มันแสยะยิ้มเบา ๆหมุนตัวเดินออกไปดูดบุหรี่ข้างนอก ผมเลิกสนใจทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ลิ
“แล้วพวกกูล่ะ?”
“พื้น”
“ลำบากไหมเนี่ย ไอ้เหี้ยโอมจองไม่ดูสังขารพวกกูเลยจริง ๆ” ไอ้ภามมันบ่นแต่ก็ยอมนอนครับ
“บ่นทำเหี้ยไร หนวกหู”
“ไอ้สัส! มึงนอนสบายนี่” ผมเลิกสนใจพวกมันหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ครับ
เมื่อคืนนอนหลับสบายมาก ตื่นอีกทีก็เช้านอนกอดกับมะลิกลมเลย พอหันไปมองรอบ ๆ พวกเหี้ยมันยืนกอดอกจ้องอยู่
“สบายเนอะ” ไอ้เบียร์แซว
“กอดแน่นเชียว” ไอ้เดย์ก็ไม่พลาด
“หวงอะไรขนาดนั้น” ไอ้ภามก็เช่นกัน
“เป็เหี้ยไรกัน”
“ไปอาบน้ำ พวกกูรอนานแล้ว” ไอ้เบียร์สั่งเสียงนิ่ง ๆสงสัยรอนานจริงครับ ผมก็หลับเพลิน มะลิยิ่งแล้วใหญ่เลย
“เออ! เดี๋ยวตามออกไป” พวกมันก็เดินออกไปผมเลยลุกไปอาบน้ำ พันผ้าขนหนูออกมาจะแต่งตัว มะลิตื่นมานั่งงัวเงียขยี้ตาไปด้วย “ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำ”
“ค่ะ”
มะลิก้าวขาลงจากเตียงไม่ระวังตัวเองเลยครับเดินไปจะถึงห้องน้ำเดินกลับไปหลังห้องอีกครับ ผมก็ยืนมองจนลิหายเข้าไปในห้องน้ำถึงรีบแต่งตัวออกไปข้างนอก
“พี่ปืน!” เหมือนซวย พอออกจากห้องก็เจอพิ้งค์ยืนอยู่
“มาได้ไง”
“หัวใจเรียกหาค่ะ” เดินเข้ามาเกาะแขนผมแน่นเลยครับ
“ไอ้เหี้ยโอม!”
“โทษที กูหลุดปาก” หันไปมองหน้ามันที่ยืนยิ้มแหย่ ๆอยู่
“พิ้งค์กลับไปเถอะ”
“ทำไมล่ะคะ พิ้งค์คิดถึงพี่ปืนนะคะ พวกเรากลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไหม”
จะบอกยังไงดี ผมไม่เคยรู้สึกอะไรกับพิ้งค์ด้วยซ้ำที่ควงได้นานสุดเพราะไม่เข้ามาวุ่นวาย แต่พอพิ้งค์เริ่มเยอะผมเลยตีตัวออกห่างแทน
“ไม่ดีกว่า”
“ขอแค่วันนี้วันเดียว”
“พาไปด้วยดิ หลายคนคงสนุก” ผมรู้ว่าไอ้เบียร์มันคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดแบบนี้ออกมามันตั้งใจจะทดสอบผมสินะ
“ไอ้สัส!” พิ้งค์ยิ้มออกเลยครับจนมะลิเดินออกมามองผมแป๊บนึงก่อนจะหันไปทางอื่น ไม่มีท่าทีจะสนใจเลยครับ เออดี! “มาครบแล้วนี่ พวกเราไปกันเถอะ”
“แล้ว...”
ผมไม่ได้สนใจเสียงไอ้เดย์ด้วยซ้ำรีบเดินออกมาทันทีพิ้งค์ก็เกาะแขนแน่นเชียว พวกเราจะออกไปหาอะไรกินกัน เสร็จก็ขับรถเล่นพิ้งค์มากับผมนะครับ ส่วนมะลิไปกับพวกไอ้เดย์ ดีจริง ๆ
“พี่ปืนคะ พวกเราจะกลับมาเป็เหมือนเดิมไม่ได้แล้วเหรอ”
“เป็พี่น้องกันดีกว่า”
“เพราะผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ”
“ไม่เกี่ยวกับมะลิหรอก กูไม่อยากวุ่นวายเองมากกว่า”
“ไม่จริงหรอกค่ะ พิ้งค์มองออกนะคะ”
“เลิกเซ้าซี้เถอะ มันน่ารำคาญ”
“พี่ปืน!”
“ถ้ายังไม่เลิกพูดมาก กูจะจอดให้มึงลงเดี๋ยวนี้” พิ้งค์เงียบไปทันทีเลยครับจนมาถึงร้านอาหารผมเดินแยกออกมาก่อนเลย จนคนอื่นๆ ตามเข้ามา เดินหาโต๊ะนั่งก่อนจะสั่งอาหารกินกันพิ้งค์นั่งเกาะแขนผมไม่ห่างเลย จนบางทีก็นึกรำคาญ แล้วโทรศัพท์ผมก็มีสายเข้าป๊าโทรมา
ครืด ครืด
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะลุกออกไปคุยข้างนอกแทน
“สวัสดีครับ”
(ไง ไอ้ตัวดี)
“สบายดีครับ”
(ใช้ชีวิตคุ้มหรือยังล่ะ? เมื่อไหร่จะมาช่วยงานป๊าสักที)
“ยังไม่คุ้มเลยครับ”
(หึ! แล้วเมื่อไหร่จะมีครอบครัวกับเขาล่ะหรือต้องให้ฉันจัดการ)
“อย่าเลยครับ ผมหาเองดีกว่า”
(ของแกแต่ละคนดี ๆ ทั้งนั้น)
“ยังไม่เจอคนที่ใช่ครับ”
(พูดแบบนี้มากี่ปีแล้วล่ะอีกสองเดือนฉันกับแม่แกกลับไป ยังไม่มีมาแนะนำ แกเตรียมตัวไว้ได้เลย)
“ยังมีเวลาหาอยู่ครับ”
(ไอ้ลูกปืน!)
“แค่นี้แหละครับ ผมจะรีบไปหาลูกสะใภ้ไว้รอป๊ากับแม่”
ผมว่ารีบกดวางสายป๊าก่อนจะเดินเข้าไปข้างในมาถึงใครับ กำลังตบกันอยู่เลย
“เกิดอะไรขึ้นวะ”
“เด็กมึงน่ะสิ อยู่ ๆ หาเื่น้องลิ แถมยังลุกไปตบอีกโบว์มันทนไม่ไหวเลยลุกไปตบแทนเพราะน้องลิมัวแต่อึ้งอยู่” ไอ้เบียร์พูดจบผมก็หันไปมองหน้ามะลิหน้าแดงเป็รอยนิ้วอยู่เลยครับ
“มะลิ” ไม่ทันได้พูดอะไร มะลิลุกหนีออกไปซะก่อน
“พี่ปืนช่วยพิ้งค์ด้วย”
“มึงยังแหกปากได้อีกเหรอ” ไอ้โบว์มันตบไปอีกทีผมไม่ได้อยู่ต่อรีบวิ่งตามลิออกไป เห็นเดินหลังไว ๆ ไปทางชายหาด ตามจนเจอครับ
หมับ!
ผมจับมือลิเอาไว้แต่มะลิกลับสะบัดมือหนี
“กูไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเื่แบบนี้ขึ้นนะ”
“พี่ปืนตั้งใจ!” ครั้งแรกเลยครับที่ได้ยินมะลิเถียงเสียงดังขนาดนี้“ต่อไปนี้ลิจะไม่อยู่ใกล้พี่ปืนอีกแล้ว มีแต่เื่เจ็บตัว”
“แล้วกูผิดอะไร กูก็อยู่ของกูดี ๆ”
“ไม่ต้องมายุ่งกับลิสิคะ”
“มึงคิดว่ากูอยากยุ่งนักเหรอ? กูยังไม่รู้เลยว่าทำไมเื่มันถึงเป็แบบนี้น่ะ”
“อือ ลิผิดเองแหละ ลิมันตัวปัญหา” พูดเสียงนิ่ง ๆมองหน้าผม
“มึงก็ดีแต่ประชด”
“พี่ปืนก็ดีแต่ใช้อารมณ์”
“ทำอย่างกับมึงฟังกูเลยเนอะ แค่กูอ้าปากก็ผิดแล้ว”
“เฮ้ยใจเย็น ๆ อย่าทะเลาะกันเอง” ไอ้เดย์วิ่งออกมาห้ามครับ
“เย็นเหี้ยไร ทำอย่างกับลิมันฟังกูอะ” ผมเองก็ไม่ไหวครับโคตรหงุดหงิดเลย ทำไมผมต้องมายืนฟังอะไรแบบนี้ด้วย
“จะให้ฟังอะไรในเมื่อปัญหามันเกิดเพราะพี่ปืน”
“เออ! กูผิดเองแหละ กูขอโทษด้วยละกัน กูอยู่ห่างมึงเองก็ได้” พูดจบเดินหนีเลยครับ เจอแต่เื่ แล้วทำไมผมต้องมาแคร์มะลิด้วยดิ้นบ้าอยู่คนเดียว
“ไอ้เถื่อนใจเย็น ๆ ดิ” ไอ้ภามะโตามหลังมา
“กูจะกลับแล้ว พวกมึงพามะลิกลับไปด้วยละกัน” ผมหยุดเดินหันกลับไปคุยกับพวกมัน
“เฮ้ย! ไปกันใหญ่แล้ว” ไอ้เบียร์ว่าขึ้นอีกคน
“ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ลิก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน”
ผมหันไปจ้องหน้ามะลิเลยครับยัยบ้านี่ทำหรือพูดอะไรเหนือความคาดหมายเสมอเลย สุดท้ายผมก็ต้องเดินออกมาก็ดีเหมือนกันผมจะได้ถอยออกมาง่าย ๆ
[มะลิ]
อย่าถามถึงจุดเริ่มต้นเพราะฉันเองก็ไม่รู้แต่ถ้าตกกระไดพลอยโจนคงจะโอเคกว่าเยอะ จู่ ๆ ก็ต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับพี่ปืน จะว่ารู้จักมาก่อนก็ไม่เชิงเห็นเขา ผ่าน ๆ เสมอ แต่ปลาชอบมาเล่าให้ฟังบ่อย ๆจนบางครั้งกลับรู้สึกตื่นเต้นที่อยู่ใกล้เขา แต่ตอนนั้นมีแฟนอยู่เลยไม่คิดอะไรมองห่าง ๆ แต่พี่ปืนน่ากลัว พอได้อยู่ใกล้ ๆ ถึงรู้แถมยังเมาไม่รู้เื่แล้วไปมีอะไรกับเขาอีก...
เฮ้อ!
“น้องลิครับ ไอ้เถื่อนไม่เคยขอโทษใครเลยนะ” เสียงพี่เบียร์พูดขึ้นทำให้ฉันต้องมองตามร่างสูงที่เดินออกไปไกลจนสุดสายตาเรียบร้อยแล้ว
“จะให้ลิทำยังไงล่ะคะ ผู้หญิงของพี่ปืนแรง ๆ ทั้งนั้นลิไม่อยากมีเื่กับใคร แถมยังไม่ได้เป็อะไรกับพี่ปืนอีก”
“เอาไง กลับกับพวกพี่ไหมหรือให้โทรตามมัน” พี่เดย์ตั้งคำถาม
“กลับค่ะ”
“ไม่ง้อมันหน่อยเหรอ” พี่ภามว่าขึ้นอีกคนเพื่อนพี่ปืนนิสัยดีทุกคน พร้อมจะช่วยเพื่อนเสมอ
“เป็แบบนี้ก็ดีแล้วนี่คะ”
“เล่นตัวทั้งคู่ งั้นกลับ” พี่เบียร์ว่าเบา ๆพลางส่ายหัวไปมากับการกระทำของฉัน
สุดท้ายก็เลือกจะกลับพร้อมพี่ ๆกลับมาถึงสวนกับพี่ปืนพอดี เขาหิ้วกระเป๋าออกจากห้องกำลังจะกลับกรุงเทพล่ะมั้งทำไมรู้สึกใจหวิว ๆ กับท่าทางเ็าในตอนนี้ของเขาจัง
“เฮ้ยไอ้เถื่อน แล้วน้องลิล่ะ” พี่เบียร์ะโตามหลังพี่ปืน
“พากลับไปด้วยละกัน”
“ใจเย็น ๆ คุยกันดี ๆ ก่อนดิ ใช้แต่อารมณ์”
“กูไม่มีอะไรจะคุย” เสียงเขาน่ากลัวมากเลย เอาไงดี?ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อย แต่ถ้าไม่ง้อเขาแล้วหลังจากนี้ฉันจะไปค้างที่ไหน
โอ้ย! เครียด คิดสิมะลิ คิดเข้าหน่อย
“น้องลิครับ ไอ้เถื่อนจะไปแล้ว” เสียงของพี่ภามเรียกสติของฉันให้กลับมาและสุดท้ายก็ต้องวิ่งตามไปง้อ พี่ปืนกำลังจะขึ้นรถรีบเดินไปคว้าข้อมือเขาเอาไว้ทันที
“พี่ปืน ลิ...”
“ไม่ต้องไล่ กูกำลังจะไป มึงไม่ต้องห่วงหรอกเชิญอยู่คอนโดกูตามสบายจนกว่าปลาจะกลับมา” เสียงของฉันขาดหายไปมีเพียงน้ำเสียงไม่พอใจของพี่ปืนเข้ามาแทนที่
“ประชดลิทำไม”
“กูไม่ได้ประชด!” พี่ปืนยังคงเสียงดังใส่ตลอดสีหน้าเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ
แล้วมะลิผิดอะไร?
“ลิขอโทษ ลิแค่โมโห” สุดท้ายฉันก็ต้องเป็ฝ่ายยอมเขา
“กูกำลังจะรับผิดชอบนี่ไง”
“ถ้าพี่ปืนกลับ ลิกลับไปอยู่หอเดิมก็ได้ พี่ปืนจะได้ไม่ลำบาก” ในเมื่อคิดจะง้อแล้ว แต่เขากลับไม่สนใจ เื่ที่จะกลับไปอยู่คอนโดของเขาฉันก็ไม่กล้าหรอก ไม่มีหน้าจะไปอยู่ด้วยซ้ำ
“อีเอ๋อ! มึงฟังกูบ้างปะ” ถึงกับสะดุ้งเลยพี่ปืนเสียงดัง ไม่รู้จะเรียกร้องความสนใจไปทำไม เขาคงไม่สนใจฉันหรอกแถมยังมาเรียกฉันว่าเอ๋ออีก เอ๋อตรงไหนไม่ทราบ
“...”ฉันเงียบ เม้มปากเข้าหากันจนแน่นฝ่ามือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันออกแรงบีบจนเจ็บไปหมด
“ถ้ามึงกลับไปอยู่หอเดิม พวกเราได้เห็นดีกัน!” พี่ปืนออกคำสั่งน้ำเสียงดุๆ
“งั้นพี่ปืนก็กลับไปอยู่คอนโดเหมือนเดิมนะคะ ปลากลับมา ลิจะออกไปเอง”ฉันเงยหน้ามองเขา เริ่มข้อเสนอที่จะต่อรองกับเขาอีกครั้ง
“...”แต่พี่ปืนเลือกจะเงียบ มองหน้าฉันนิ่ง ๆ
“ตอบลิหน่อยสิคะ”
“กูพยายามรักษาระยะห่างให้มากที่สุด ทำไมมึงต้องวิ่งเข้ามาด้วยวะ อยู่ เฉย ๆ ไม่เป็เหรอ” เขาพูดมันขึ้นมาอีกครั้งเรียวคิ้วทั้งสองข้างของตัวเองถึงกับขมวดเข้าหากันทันทีไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม แต่การได้อยู่ใกล้ ๆ พี่ปืนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองปลอดภัยและถูกปกป้องอยู่ตลอดเวลา
“ลิไม่รู้” ตอบกลับเขาน้ำเสียงแ่เบา
“กูถือว่าเตือนมึงแล้วนะลิ” ทำไมรู้สึกกลัวประโยคนี้ของเขาจัง
“เอ่อ...”
“เรียนรู้ให้เป็ก็แล้วกัน”
“ทำไมฟังดูน่ากลัว”
“ให้กูถอยห่างออกไปตอนนี้ยังทันนะ”
“ไม่ ๆ อย่าไปนะคะ” บอกปฏิเสธป่ายมือทั้งสองข้างไปมาด้วย
“มึงอนุญาตกูเองนะ” ทำไมพี่ปืนต้องแสยะยิ้มด้วยดูน่ากลัว แต่ก็แอบน่ารัก “อย่าหาว่ากูใจร้ายก็แล้วกัน”
ฉันไม่รู้ว่าพี่ปืนหมายถึงอะไรแต่เลือกแล้วจะให้ทำยังไง ถึงเขาจะใจร้าย โมโหร้าย แต่มุมน่ารักก็มีแถมยังทำให้ฉันทึ่งได้ตลอดเวลาที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วย
“น้องลิครับ ไปเปิดทางให้มันทำไมเนี่ย” พี่เบียร์ว่าขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยสีหน้างง ๆ ทำไมพวกพี่เขาถึงยิ้มกัน
“จบแล้วชีวิตมะลิ” พี่เดย์ก็อีกคน
“ไอ้เถื่อนกูเอาจริงแล้วโว้ย” พี่ภามก็ไม่น้อยหน้าฉันเปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหม
“เป็เหี้ยไรของพวกมึงเนี่ย” พี่ปืนเองก็เริ่มโวยวายกับคำพูดของเพื่อนๆ เขา
“พวกพี่พูดอะไรกันคะ ลิไม่เข้าใจ” ฉันเองก็ไม่ต่างกันหรอกแต่กลับไม่ได้คำตอบนอกจากรอยยิ้ม
“ก็เป็แบบนี้ไงแล้วมึงจะไปตามใครเขาทันวะ” พี่ปืนบ่นเบาๆ แต่ฉันได้ยิน เหมือนถูกหลอกด่าอีกแล้ว
“อย่างน้อยก็ตามมึงทันละกัน” พี่เบียร์พูดแซว
“ไอ้สัส!” สรุปพี่ปืนก็ไม่กลับ ยิ้มออกเลยเขาเอากระเป๋าไปเก็บก่อนจะมานั่งทายาให้ เถื่อน ๆ แบบพี่ปืนแต่มือเบามากเลย
“พวกกูไปเตรียมสถานที่นะ เดี๋ยวล็อกห้องไว้ให้” พี่เดย์ว่าพลางมองหน้าฉันกับพี่ปืนสลับกัน
“สัส!
พวกพี่ ๆ พากันออกไปแล้วภายในห้องสี่เหลี่ยมเลยเหลือฉันกับพี่ปืนแค่สองคนนั่งจ้องหน้าเขาจนคนถูกจ้องก้มลงมาสบตา
“พี่ปืนกับผู้หญิงคนนั้นเป็อะไรกันคะ”
“เคยนอนด้วยกัน” เขาตอบโคตรตรงเลยค่ะไม่คิดที่จะอ้อมให้ฉันบ้างเลย
“ไม่ได้คบกันเหรอคะ”
“เปล่า ก็แค่มีข้อแลกเปลี่ยนต่อกัน”
“แล้วลิล่ะคะ? ก็แค่คนเคยนอนด้วยกันใช่ไหม” ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงถามแบบนี้ออกไป ฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่ทำไมรู้สึกไม่ชอบใจกับคำตอบก่อนหน้านี้ของพี่ปืนเลย
“ถามเพื่อ?” พี่ปืนถามพลางเลิกคิ้วไปด้วย
“ช่างเถอะค่ะ”
ตุบ!
อยู่ดี ๆ พี่ปืนก็ผลักฉันนอนลงบนเตียงแล้วขึ้นคร่อม
“มึงน่ะ เมียกู! ครั้งเดียวแต่หลายยก กูนับ จำไว้อีเอ๋อ” พูดจบก้มลงมาจูบ อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ รู้แค่ว่ามะลิแย่แล้ว...