ให้ทายว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ใบ้ให้ว่าไม่ได้อยู่พังงา กลับมาได้สองสัปดาห์กว่าๆแล้วครับ
เฉลย! ตอนนี้ผมอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์สุดหรูของคุณแฟน หลังจากพาน้องชายไปดูหอพักเขาก็พาเราสองคนมาที่นี่
เพียงรักตื่นตาตื่นใจใหญ่เลยครับ วิ่งสำรวจไปทั่วขณะที่พี่เผ่าเดินมาสวมกอดผมจากทางด้านหลัง ขณะกำลังดูวิวตรงระเบียงเพลินๆ
"ชอบไหม"
"มากกกกกก ถ้าย้ายมาแล้วผมจองระเบียงนะ จะนั่งทำงานตรงนี้"
"ตามสบายเลย ฟอด ฟอด ทำไมน่ารักแบบนี้ หืม? จุ๊บ! นุ่มนิ่มไปทั้งตัว"
"เพราะผมกินเยอะไง ดูสิลงพุงแล้ว"
คนตัวใหญ่กว่าทั้งกอดทั้งฟัด หอมแก้มไล่ลงมาถึงคอบ่าไหล่ ส่วนมือก็ขยำพุงผมเล่น
"ก็ชอบอยู่ดี น่ารักจะตาย"
"หืม... ขนาดนั้นเลย?"
"อืม ขนาดนั้นเลย"
ผมเอี้ยวตัวไปมองเขาพลางฉีกยิ้มให้ก่อนจะจุ๊บที่ปากเป็รางวัลสำหรับความคลั่งรัก (~ ̄³ ̄)~
สืบเนื่องมาจากเ้าตัวแสบต้องทำกิจกรรมรับน้องครับ เหมือนมหาวิทยาลัยจะปรับกฏให้มีการรับน้องก่อนเปิดเทอมและรับแค่ในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น
จะไม่มีการพาออกนอกสถานที่เด็ดขาด รวมถึงกิจกรรมต่างต้องสร้างสรรค์ แจกแจงเวลาชัดเจน และสุดท้ายไม่มีการกักตัวทำโทษใดๆทั้งสิ้น
บวกกับเ้าตัวแสบอยากย้ายไปอยู่หอเร็วๆ ให้ชินกับเส้นทาง ชินกับผู้คนแถวนั้น พี่ชายอย่างผมเลยต้องจัดการค่าใช้จ่ายให้ พร้อมกับบอกให้น้องไปลาออกจากงาน
ถ้าจะเรียนก็เรียนให้เต็มที่ ทำกิจกรรมสนุกๆให้เต็มกำลัง ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเกี่ยวกับเื่เงิน
เสร็จจากเื่น้องก็ต้องมาจัดการเื่ของตัวเองบ้าง ผมเองก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ตามที่คุยกันไว้กับพี่เผ่า บ้านหลังน้อยที่ปล่อยทิ้งไว้ก็จะเข้าไปทำความสะอาดสัปดาห์ละสองครั้ง
"พี่เผ่าๆ ถ้าเพียงอยากมาหาล่ะ มาได้รึเปล่า" คนที่ดูตื่นเต้นกว่าใครวิ่งหน้าตั้งมาถาม
ผมขยับออกจากคนตัวใหญ่เพื่อมองหน้าน้องชาย แต่เขายอมที่ไหนละครับ ดึงผมไปกอดไว้เหมือนเดิมพลางกดจมูกหอมขมับก่อนเอ่ยตอบ
"มาได้หรือมีปัญหาอะไรก็โทรหาฉันได้ตลอด"
"ว้าวววว งั้นถ้าเดือนไหนเพียงเงินไม่พอก็สามารถ..."
"ไม่ได้! อย่ามาหัวหมอแบบนี้นะไอ้ตัวดี" บอกเสียงดุ
"เพียงพูดเล่น ต่อให้พี่เผ่าเขาให้เพียงก็ไม่เอาหรอก"
"ดีแล้ว ไม่พอก็บอกพี่เดี๋ยวพี่ให้เอง"
"แต่ก่อนให้ต้องโดนบ่นก่อนใช่ป่ะ"
"แหงสิ มีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น ค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากนั้นพี่ก็ให้พิเศษอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง"
"ค้าบๆ พี่เผ่าคิดใหม่ได้นะ จะเอาคนขี้บ่นแบบนี้เป็แฟนจะดีเหรอ ภายภาคหน้าพี่อาจต้องเย็บปิดรูหูก็ได้"
"เดี๋ยวจะโดน"
แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะชอบใจจนผมต้องไล่ให้ไปไกลๆ
...เราใช้เวลาอยู่ที่นี่จนเย็นเลยครับ สั่งอาหารมากินพร้อมกับดูทีวีจอใหญ่ น้องชายชอบมากบอกอยากได้ไปไว้ที่บ้านสักเครื่อง
เอาสิ! ไว้ตรงไหนดีล่ะ
แม้พี่เผ่าจะบอกอยากเพิ่มเติมอะไรไหมจะได้ให้คนรีบจัดการ แต่ผมมองว่าทุกอย่างมันโอเคลงตัวดีหมดแล้ว เตรียมเก็บของย้ายมาอยู่ได้เลย
.
.
.
หลายวันต่อมา
ขีวิต่นี้ว่างมากกว่ายุ่ง จัดการส่งน้องเข้าหอพักเรียบร้อยก็มาจัดการตัวเองต่อ ไม่ได้เอาอะไรไปเยอะหรอกครับนอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้
"อันนี้ด้วยเหรอ" สุดที่รักเอ่ยถามพลางยกหม้อทอดไร้น้ำมันออกมาให้ดู
"ด้วยครับ" มีหม้อนี้ทำหมูกรอบได้สบาย อีกอย่างที่นู้นไม่มีด้วย เ้าของห้องเขาทำอาหารเป็เสียที่ไหน
"แล้วไม่บอกจะได้ให้คนเตรียมไว้"
"ของเรามีก็เอาไปใช้ จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่ไง"
พอได้ฟังได้เหตุผลก็ไม่ว่าอะไรต่อ ยกของไปไว้ที่รถ เสร็จแล้วก็ออกจากบ้านกัน
เราจะแวะที่บ้านทวีโรจน์ศิริกุลกันก่อน เพื่อทานข้าวกลางวัน แม่เขาอยากเจอลูกชายด้วย ปฏิเสธหลายครั้งจนในที่สุดก็ต้องไป ด้วยความไม่อยากให้ผิดใจกัน
จริงๆสำหรับผมยังไงก็ได้แต่พี่เผ่าเขาไม่อยากไป ถ้าไปคนเดียวคือสบายมาก พอบอกให้พาผมไปด้วยเขาจะคิดเยอะจนเครียด
"อยู่ไม่นานหรอก" เขาว่าขณะเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโรงจอด ดูท่าจะเป็กังวลกว่าผมเสียอีก
แม่บ้านรีบเข้ามาช่วยถือของ เป็กระเช้าผลไม้กับของบำรุงหลายอย่าง ลูกชายเขาก็ใส่ใจในสุขภาพพ่อแม่นะว่าไม่ได้
เราเดินเข้ามาด้านใน ครั้งที่สองสำหรับการพบปะหน้าแม่แฟน ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร อยากเห็นปฏิกิริยาของคุณหญิงพวงทองมากกว่า ั้แ่รู้ว่าเป็คนร้ายลึกก็มองแบบเดิมไม่ได้จริงๆ
"มากันแล้วเหรอ"
นั่นไงพูดยังไม่ทันขาดคำก็โผล่มาพอดี เธอโผกอดลูกชายคนโตอย่างสุดรัก ผมจึงขยับออกห่างเล็กน้อย ปล่อยให้รักกันเต็มที่ไปเลย
"กว่าจะมาได้"
"ก็อย่างที่แม่รู้นั่นแหละครับ"
"งานยุ่งน่ะแม่เข้าใจ ไม่ใช่เพราะ..."
"เพราะผมเหนื่อยเลยไม่ค่อยอยากออกไปไหน"
"แหม พร้อมรักเองก็ไม่ช่วยพูดเลยเหรอ ทั้งที่ชวนมาตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆนะ"
หันมาตำหนิผมด้วยน้ำเสียงหวานๆปานจะแซวเล่น ผมยิ้มรับพลางดึงพี่เผ่าให้มายืนข้างกันพร้อมกอดแขนเขาไว้
"คู่รักข้าวใหม่ปลามันน่ะครับ เราขาดกันไม่ได้ ต้องขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับ"
"นั่นสิ ตาเพชรเป็พวกรักใครรักจริงเสียด้วย"
ก็รู้ดีหนิครับ...
"ผมละนับถือคุณหญิงจริงๆ นอกจากจะไม่ขัดขวางแล้วยังเปิดใจรับอะไรใหม่ๆอีก ถ้าเป็แม่คนอื่นคงไล่บี้บีบบังคับให้แฟนลูกไปตายแล้วละครับ ดีจริงๆเลยที่คุณหญิงไม่เป็แบบนั้น"
ใบหน้าคนฟังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะกลับมายิ้มแย้มตามเดิม แต่ช่างเป็รอยยิ้มที่ฝืนทนจนดูออก ไม่คิดน่ะสิว่าผมจะรู้เื่แล้ว
เงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย ยกยิ้มให้เขาสบายใจ แน่นอนว่าอีกฝ่ายก้มลงมาหอมหัวเป็รางวัล
พี่เผ่าคงอยากรู้ด้วยนั่นแหละว่าแม่ของเขาเปลี่ยนไปแล้วหรือยัง ถ้ายังเหมือนเดิมจะได้ตัดสินใจถูกว่าต้องทำอย่างไรต่อไปในภายภาคหน้า
"ลูกรักใครฉันก็รักด้วยอยู่แล้วสิจ๊ะ"
เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก รู้เชิงแล้วว่าผมไม่ใช่ไก่อ่อน รู้ด้วยว่าผมรู้พฤติกรรมเมื่อครั้งอดีตของตัวเอง
วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากคุณหญิง อาหารเต็มโต๊ะราวกับกินกันสิบคน เ้าตัวดึงลูกชายไปนั่งข้างๆส่วนผมนั่งอีกฝั่งคนเดียว
"ทานตามสบายเลยนะพร้อมรัก"
"ครับ"
นาทีนี้ปล่อยแม่ลูกเขาคุยกัน ผมอาจอคติมากเกินไปด้วยใจกลัวว่าเธอจะทำกับผมเหมือนอย่างที่ทำกับคนก่อน ซึ่งถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆก็ไม่รู้ว่าพี่เผ่าจะเข้าข้างผมไหม
ความสัมพันธ์ของเรามันอยู่ในระดับที่เรียกว่ารักได้เต็มปากหรือยัง... ผมก็ไม่เคยมานั่งถามตัวเองนะ ทุกๆวันมันดี มันถึงขั้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน วางแผนอนาคตนั่นนี่โดยมาดมั่นว่าเมื่อถึงวันนั้นเราจะยังคงอยู่ด้วยกัน
ผมรักพี่เขาหรือเปล่านะ ...
ชอบมากนี่แปลว่ารักหรือยัง ชอบทุกๆอย่างโดยไม่มีข้อแม้เลยสักนิดนี่แปลว่ารักหรือเปล่า คือถ้ามันสื่อไปในทางว่ารักก็รักนั่นแหละครับ
"ผมรักเขา..."
โอ๊ะ?
"หืม? จะเอาอะไร เพิ่มข้าวไหม"
ผมสะดุ้งเมื่อเผลอหลุดปาก แต่ดีเหลือเกินที่เสียงมันเบาแสนเบาทำให้เขากับคุณหญิงไม่ได้ยิน
ฮู่~ โล่งอกไปที
ยังไม่พร้อมบอกเขาตอนนี้ อย่างน้อยก็ขอเป็เวลาที่เหมาะสมเช่นวันเกิดเขาที่ใกล้จะถึง...
"เพิ่มนิดนึงก็ได้ครับ อาหารอร่อยทุกอย่างเลย"
"อร่อยก็ทานเยอะๆเลยนะจ๊ะ ทานเก่งขนาดนี้ตาเพชรเลี้ยงไหวอยู่แล้ว"
ส่งยิ้มให้คนพูด แน่นอนว่าเขาเลี้ยงไหว อยู่สบายตลอดชีวิตแบบไม่ต้องทำงานทำการก็ยังได้
แม่บ้านตักข้าวใส่จานให้ สองแม่ลูกยังคงคุยกันในเื่ต่างๆลามมาถึงเื่ของผมและน้องชาย เธอรู้ถึงขนาดว่าน้องของผมพักอยู่ที่ไหน เรียนอะไร หน้าตาเป็ยังไง...
ผมวางมือแล้วมองจ้องอย่างไม่สบอารมณ์ เหมือนเธออยากให้รู้ว่าเธอรู้ความเป็ไปททั้งหมดทั้งมวลของผมและคนใกล้ตัว
แต่เหมือนจะหลุดปากมากกว่าครับ เพราะคนที่รู้ก็มีแค่ผม น้องชาย แล้วก็พี่เผ่าที่ตอนนี้นิ่งขรึมจนน่ากลัว
"มะ ไม่ใช่แบบนั้นนะเพชร แม่แค่... แม่..."
กลายเป็คนร้อนรนเสียเอง ไม่กล้าสบตาลูกชาย
"ผมว่าเรามีเื่ต้องคุยกันหน่อยนะครับ"
หลังจากกินข้าวเสร็จ เวลาคล้อยบ่ายลงมา ใบหน้าคุณหญิงไม่สู้ดีเพราะท่าทีของลูกชายช่างเงียบขรึมและห่างเหิน
ขณะที่ผมนั่งกินผลไม้ล้างปากเงียบๆโดยมีเขานั่งอยู่ข้างกาย
"แม่คงจะให้คนตามดูเราทุกฝีก้าวเลยสินะครับ"
"แม่... แม่แค่เป็ห่วง"
"เป็ห่วงหรือว่าไม่ชอบใจกันแน่ เื่บางเื่ผมอาจปล่อยผ่านได้ แต่เื่นี้มีผลต่อการตัดสินใจในอนาคตแน่นอน"
"ตัดสินใจเหรอ ลูกคิดจะทำอะไร"
"พฤติกรรมของแม่ทำให้ผมทนไม่ไหว เลยคิดว่าจะคืนตำแหน่งผู้บริหารให้เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยอีกต่อไป"
"เผ่าเพชร!"
คุณหญิงพวงทองตวาดลั่น ใเพราะไม่คิดว่าลูกชายจะพูดแบบนี้ออกมา
"แม่เคยสัญญากับผมว่าจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับเื่ส่วนตัวของผม แล้วทำไมถึงยังทำอยู่ล่ะครับ นั่นหมายความว่าแม่เตรียมใจแล้วว่าจะตัดขาดกับผม"
"ไม่ใช่! ไม่ใช่นะเพชร แม่แค่อยากให้ลูกคบกับคนที่คู่ควร"
"พร้อมรักไม่คู่ควรกับผมตรงไหน ถ้าแม่จะเอาฐานะมาเป็บรรทัดฐานของการเลือกคู่ครอง... ผมว่าแม่คิดผิดนะครับ"
บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ และความอึดอัดกำลังเล่นงานคุณหญิง
ผมวางจานผลไม้ลงหลังจากกินจนแน่นท้อง คว้ามือพี่เผ่ามาจับเอาไว้ ไม่ใช่แค่คุณหญิงที่อึดอัด สุดที่รักผมเองก็เครียดไม่ต่างกัน
"ถ้าคุณหญิงจะเอาน้องชายผมมาขู่ให้เลิกกับพี่เผ่าละก็... อย่าเลยครับ นอกจากผมจะไม่เลิกแล้วผมยังจะเกลียดจนไม่มีวันให้อภัย ฉะนั้นอย่ามายุ่งกับเราเลยครับ"
"ฉันก็แค่อยากให้ตาเพชรแต่งงานกับคะ..."
"ชีวิตผม! ผมเลือกเองได้ครับแม่"
ทุกคนชัดเจนในจุดยืดของตัวเองมากครับ มากเสียจนคุณหญิงไม่สามารถหาข้ออ้างอะไรมาแย้งได้
"ถือว่านี่เป็โอกาสครั้งสุดท้ายจากผม"
พูดจบพี่เผ่าก็พาผมออกมาจากบ้านทันที เราเข้ามานั่งในรถโดยไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดมากมาย
Tbc.