ตอนที่ 16 เซิ่งอันหนิงสงสัยว่าโจวสือซวินจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ
เซิ่งอันหนิงประหลาดใจ ทำไมชายแปลกผู้นี้มีท่าทางประหลาดใจเมื่อเห็นเธอกันนะ?
เซิ่งอันหนิงมั่นใจว่าเธอนั้นไม่ได้รู้จักชายผู้นี้ เ้าของร่างเดิมก็เช่นกัน
ด้วยความตื่นเต้น ซ่งซิวเหยียนจึงไม่ได้ไตร่ตรองอะไร ชายหนุ่มเอ่ยกับโจวสือซวินอย่างรวดเร็ว “ผู้หญิงคนนี้ไงที่ฉันบอกกับแกว่ามีฝีมือสุดยอด ใช้แค่หนังสติ๊กยิงเป็ดป่าได้ในนัดเดียว”
เซิ่งอันหนิง “! ! !”
เซิ่งอันหนิงเตรียมจะบอกว่าเป็ดตัวนั้นเธอเป็คนซื้อมันมาเอง แต่คาดไม่ถึงว่าจะถูกชายผู้นี้เห็นเข้า แถมยังบอกต่อหน้าโจวสือซวินอีก
เมื่อเผชิญหน้ากับแววตาเปี่ยมไปด้วยความสงสัยของโจวสือซวิน เซิ่งอันหนิงจึงหัวเราะออกมา “ก็แค่โชคดีเท่านั้นเอง”
เซี่ยวเยี่ยนมองเห็นคราบเืบนใบหน้า เสื้อผ้า กางเกง และรองเท้าที่เปื้อนไปด้วยโคลนของเซิ่งอันหนิง จึงเอ่ยขึ้นด้วยความใ “สะใภ้โจว เธอไปทำอะไรมาเนี่ย? ทำไมถึงมอมแมมขนาดนี้?”
ซ่งซิวเหยียนจึงรู้สึกตัวขึ้นมา ชายหนุ่มหันไปมองหน้าโจวสือซวินด้วยความไม่แน่ใจ “เซิ่งอันหนิง?”
โจวสือซวินพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาเองก็รู้สึกสงสัยเหมือนกับซ่งซิวเหยียน เซิ่งอันหนิงสามารถใช้หนังสติ๊กยิงเป็ดป่าได้งั้นหรือ?
ซ่งซิวเหยียนไม่กล้าที่จะปักใจเชื่อ หญิงสาวที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วผู้นี้คือเซิ่งอันหนิงที่เล่าลือกันหรอกหรือ?
ชายหนุ่มจึงรีบเอ่ย “สวัสดีครับ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าสะใภ้โจวจะฝีมือดีขนาดยิงเป็ดป่าได้อย่างแม่นยำในระยะไกลแบบนี้ ไม่ทราบว่าคุณเรียนรู้มาจากหัวหน้าาุโเฉิงหรือเปล่า?”
เซิ่งอันหนิงสบถในใจ เมื่อไรหมอนี่จะหุบปากนะ แต่เธอก็ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ใช่ค่ะ ไม่ยักรู้ว่าคุณก็เห็นด้วย เป็ที่ขายหน้าเสียแล้วค่ะ”
ซ่งซิวเหยียนเอ่ยชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขายหน้าที่ไหนกันล่ะครับ นี่มันสุดยอดไปเลย การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วแข็งแรง ไม่แพ้ทหารในกองของพวกเราเลย”
เซิ่งอันหนิงวอนขอให้ซ่งซิวเหยียนนั้นรีบ ๆ หุบปากไปเสีย ตอนนี้ตัวเธอมีพิรุธมากพอแล้ว!
โจวสือซวินรู้สึกว่าซ่งซิวเหยียนนั้นเอะอะโวยวายเกินไปแล้ว ชายหนุ่มจึงขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น “แกมีเื่ต้องทำต่อไม่ใช่หรือ? ไปจัดการให้เสร็จก่อนเถอะ ไม่ต้องมาเยี่ยมฉันก่อนก็ได้”
ซ่งซิวเหยียนไม่เข้าใจ “แกหมายความว่าอะไร?”
โจวสือซวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “แกเสียงดังเกินไปแล้ว”
เซิ่งอันหนิงเห็นซ่งซิวเหยียนหน้าเสียขึ้นมา เธอก็อดดีใจขึ้นมาไม่ได้
ตรงกันข้ามกับเซี่ยวเยี่ยนที่อยู่อีกฝั่ง หล่อนเริ่มรู้สึกว่าตนเป็ส่วนเกินและอึดอัดใจมากขึ้น จึงทำได้แค่กัดฟันพูดออกมา “สะใภ้โจว พี่โจว พวกคุณพูดคุยกันต่อเลยค่ะ ฉันขอตัวก่อน”
ซ่งซิวเหยียนเพิกเฉยต่อสายตาของโจวสือซวิน “ได้ ฉันก็จะไปแล้วเช่นกัน เกรงว่าอยู่ไปก็จะเป็ส่วนเกิน หมอเซี่ยว พวกเราไปกันเถอะ”
เซิ่งอันหนิงส่งคนทั้งสองที่หน้าทางเดิน ขณะมองดูทั้งสองจากไปและเตรียมตัวจะหันกลับ เสียงฝีเท้าร้อนรนก็ดังขึ้นตรงหัวมุมของทางเดิน จากนั้นจึงพบเข้ากับหญิงสองคนที่สะพายกระเป๋าเดินเข้ามา
ทั้งคู่พลางเดินพลางพูดเสียงดัง “เอ้อร์นี แกถามชัดเจนแล้วใช่ไหมว่าพี่รองของของแกอยู่ห้องไหน?”
“ถามดีแล้วค่ะ ๆ อยู่ตรงห้องหัวมุมฝั่งซ้าย”
ก็เห็น ๆ อยู่ว่ามีกันแค่สองคน แต่กลับส่งเสียงเอะอะโวยวาย
เซิ่งอันหนิงยังฟังสำเนียงไม่ออก เธอขมวดคิ้วมองไปยังทั้งสองคนที่ดูเหมือนจะเตรียมตัวเดินมาทางนี้
“แม่ ดูนั่นสิ นั่นใช่พี่สะใภ้รองของหนูใช่ไหม? พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้รอง!”
เด็กสาวะโและพุ่งเข้ามาหาเซิ่งอันหนิง พลางะโและกระชับสัมภาระบนบ่า ไม่นานหล่อนก็วิ่งมาถึงบริเวณด้านหน้าเซิ่งอันหนิง
เซิ่งอันหนิงมองดูท่าทางของทั้งคู่ หญิงคนแรกดูมีอายุนิดหน่อย ผิวพรรณไม่ละเอียดและคล้ำเสีย ใบหน้าผอมแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดรอบคอบ ส่วนอีกคนเป็เด็กสาวที่ดูเหมือนอายุน่าจะยังไม่ถึงยี่สิบปี แต่เนื่องจากต้องทำนาทั้งปี จึงมีผิวคล้ำเล็กน้อย ใบหน้ากลม คิ้วและดวงตาละเอียดอ่อน จมูกแน่นเหมือนกระเทียมผ่าซีกกับริมฝีปากหนา
หล่อนควรจะมีบุคลิกเรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่กลับมีกลิ่นอายความก้าวร้าวแฝงอยู่
โดยไม่รอให้เซิ่งอันหนิงได้สติกลับมา เด็กสาวก็เอื้อมมือมาผลักแขนของเธอ “เฮ้ พี่สะใภ้รอง พี่เป็อะไรไปน่ะ ไม่เห็นหนูกับแม่หรอ?”
เซิ่งอันหนิงรู้แล้วว่าสองคนนี้คือจูกุ้ยฮวาและโจวเอ้อร์นี แม่กับน้องสาวของโจวสือซวิน
ทั้งสองคนนั้นอยู่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ดูเหมือนว่าจะเคยพบกันในวันแต่งงานแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นได้มีปากเสียงกัน เ้าของร่างเดิมไม่ชอบจูกุ้ยฮวาที่หยาบคายไม่มีมารยาทในการรับประทานอาหาร
จูกุ้ยฮวาเองก็ไม่ชอบที่เ้าของร่างเดิมเป็คุณหนูเติบโตจากในเมือง ทั้งมากเื่และหัวสูง
ทั้งคู่ได้ทะเลาะกันต่อหน้าแขกที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะมีคนมาห้ามเช่นไร ก็ยังสามารถมีเื่กันได้ และจูกุ้ยฮวาก็ยิ่งร้องเอะอะให้ลูกชายของนางมามีปากเสียงกับเ้าของร่างเดิม
เซิ่งอันหนิงคิดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ดวงตาของเธอก็กระตุกขึ้นมา ต่อให้เ้าของร่างเดิมจะไร้เหตุผลและอารมณ์ร้อน แต่จูกุ้ยฮวาผู้นี้ก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน(1) เช่นกัน
เซิ่งอันหนิงปัดบริเวณที่โดนโจวเอ้อร์นีผลักเมื่อสักครู่ และถอยไปหนึ่งก้าว “อยู่ด้านใน พวกคุณเบาเสียงหน่อยค่ะ นี่โรงพยาบาลนะ”
จูกุ้ยฮวากลอกตาด้วยความรังเกียจ “พวกเราเป็คนบ้านนอกก็เสียงดังแบบนี้แหละ ”
ว่าพลางนางก็ตรงเข้าไปหาโจวสือซวินในห้องพักผู้ป่วย และเริ่มร้องไห้ขึ้นมา “ลูกแม่ แกไปทำอะไรมาทำไมาเ็เช่นนี้ เป็อะไรมากไหม?”
โจวเอ้อร์นีเองก็เข้าไปร้องห่มร้องไห้กับชายหนุ่มเช่นกัน “พี่รอง พี่ไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?”
เซิ่งอันหนิงพูดอะไรไม่ออก นี่มันอะไรกันเนี่ย ? โชคดีที่เธอกำลังจะหย่ากับโจวสือซวิน ถ้าต้องเป็สะใภ้ของครอบครัวที่เยี่ยมยอดแบบนี้ เธอคงจะทนไม่ไหว
เซิ่งอันหนิงตัดสินใจไม่เข้าไปในห้องพักผู้ป่วยแล้ว เธอเดินไปโรงอาหารเพื่อดูน้ำแกงเป็ดของเธอ ในเมื่อโจวสือซวินมีแม่กับน้องสาวอยู่ด้วยแล้ว ทั้งคู่ก็ต้องดูแลชายหนุ่มได้แน่ ๆ
หญิงสาวยังคงสงสัย แม่ของโจวสือซวินเองก็มีหน้าตาธรรมดา น้องสาวเองก็เช่นกัน นอกจากสีผิวที่คล้ำของชายหนุ่มแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่เหมือนเลย
ช่างไม่เหมือนครอบครัวเดียวกันเลยจริง ๆ
ในห้องพักผู้ป่วย จูกุ้ยฮวายังร้องไห้ไม่หยุด “อยู่ดี ๆ จะาเ็ได้ยังไง? ถ้าแม่กับน้องไม่มาหา ก็จะไม่รู้เลยว่าแกาเ็”
ค่ำวานนี้ทั้งสองได้เดินทางมาถึงหน่วยของโจวสือซวิน จึงได้รู้ว่าชายหนุ่มได้รับาเ็ ทั้งคู่พักแรมที่บ้านรับรองหนึ่งคืน พอรุ่งเช้าก็เรียกรถมาที่โรงพยาบาลเลย
โจวสือซวินมองดูจูกุ้ยฮวาที่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที จึงขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอกครับ แล้วพวกแม่มากันยังไงครับ?”
จูกุ้ยฮวาปาดน้ำตาและดึงเด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามา “ตอนนี้งานของแกเป็อย่างไรบ้าง? หาคู่ให้กับน้องแกได้บ้างไหม?”
โจวสือซวินตอบกลับด้วยความปวดหัว “หล่อนไม่ได้มีคนรักอยู่แล้วหรือ?”
จูกุ้ยฮวาถ่มน้ำลายออกมา “คนในเมืองมันดีที่ไหนกัน! ในตอนที่หมู่บ้านของพวกเราเริ่มมีการศึกษาเข้าถึง แกดูพี่ใหญ่ของแกที่เป็เลขาประจำกองทัพสิ กระตือรือร้นที่จะออกจากบ้าน สุดท้ายกลายเป็คนไม่รู้จักกันไปแล้ว ดังนั้นแกหาคู่ครองที่มีความสามารถให้กับเอ้อร์นีหน่อยสิ แม่โกรธแกจนจะตายแล้ว”
โจวสือซวินเอ่ยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “การแต่งงานไม่ใช่เื่เล่น ๆ นะครับ จะแต่งงานเพื่อประชดกันแบบนี้ไม่ได้”
จูกุ้ยฮวาไม่พอใจเล็กน้อย “ทำไมจะไม่ได้ ก็แค่หาให้ดีกว่าไอ้หนุ่มหน้าขาวนั่น แกเป็พี่รองนะ ไม่ทำไม่ได้”
โจวสือซวินไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเองก็รู้ดีว่าหากเป้าหมายของจูกุ้ยฮวาไม่สำเร็จ นางจะอยู่โวยวายในเมืองต่อไป และเริ่มใช้ความกตัญญูเข้ามาอ้าง
จูกุ้ยฮวาเห็นว่าโจวสือซวินไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา นางจึงโกรธมาก ๆ “เ้ารอง แกจะไม่สนใจเอ้อร์นีไม่ได้นะ แกมีน้องสาวคนเดียว แกออกไปใช้ชีวิตตั้งหลายปี เื่ที่บ้านน้องก็เป็คนจัดการทุกอย่าง หลายเดือนมาแล้วที่แกไม่ส่งเงินไปที่บ้านเลย”
เซิ่งอันหนิงยกน้ำแกงเป็ดมาถึงประตูห้องพอดี และก็ได้ยินประโยคเมื่อสักครู่
…………………………………………………………………………………………………………………
คนที่รับมือได้ยาก
สารจากผู้แปล
โดนเผาวีรกรรมต่อหน้าสามีเสียแล้ว จะแก้ตัวยังไงหนอ
ดูนิสัยแม่กับน้องสาวก็คือไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเ้าของร่างเดิมถึงทะเลาะด้วย พี่โจวเป็ลูกบุญธรรมใช่ไหมเนี่ย
ได้ยินขนาดนี้แล้ว อันหนิงจะคว้าน้ำแกงเป็ดราดใส่ยัยป้านี่ไหมนะ หวั่นใจเหลือเกิน
ไหหม่า(海馬)