ฉันถูกบันนิ-เอาเเค่เฉพาะตอนพูดชื่อเธอในหัวฉันจะเรียกเธอว่า'บันนี่'ล่ะกัน จะได้ไม่ลืมชื่อจริงๆของเธอ ถึงจริงๆฉันจะยังรู้สึกเเปลกๆที่มนุษย์กระต่ายเเบบเธอดันมีชื่อตรงกับรูปลักษณ์เกินไปก็เถอะ
เอาเป็ว่าฉันถูกบันนี่พามายังโรงเเรมเเห่งหนึ่งในเมืองที่สูงประมาณสามชั้นล่ะ มองจากข้างนอกเเล้วให้อารมณ์ที่ดูเป็ตะวันตกมากเลย เเต่ก็นะ ดูเหมือนจะยังขาดความเเฟนตาซีอยู่ล่ะ ถ้าให้พูดเองก็ประมาณว่ามีเวทยมนตร์ป้องกันรอบๆอาคารอะไรเเบบนี้ เเต่ไม่ว่าจะที่ไหนๆหรือกระทั่งที่สวยๆเเบบนี้ก็ยังไม่มีอะไรเเบบนั้น น่าผิดหวังนิดๆเเหะ
"ที่นี่ล่ะค่ะคุณฟราน ที่ฉันมาพักบ่อยๆ ถ้าเป็ที่นี่ฉันคิดว่าคุณฟรานที่เป็ผู้หญิงเหมือนกันน่าจะชอบนะคะ"
บันนี่ว่าเเบบนั้นด้วยรอยยิ้มขณะส่ายหูไปมาซ้ายขวาอย่างอารมณ์ดี...
นี่สิ ถึงจะเรียกว่าเเฟนตาซี...การที่จะส่ายของเเบบนั้นไปมาได้ นั่นเเหละคือความเเฟนตาซีที่หาไม่ได้ในโลกของฉัน
"หืม...มีอะไรงั้นหรอคะ?"
เธอหันมาถามฉัน คงเพราะว่าสังเกตเห็นว่าฉันกำลังมองเธออยู่สินะ สัญชาตญาณของมนุษย์สัตว์นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ
"ฉันขอจับหูเธอหน่อยได้ไหม?"
"คะ-!?"
"อืม ลืมๆมันไปเถอะ"
ฉันบอกเเบบนั้นเเล้วเดินเข้าไปยังในอาคารซึ่งบันนี่ก็เข้ามาด้วยเช่นกัน เมื่อกี้เธอบอกว่ามาพักที่นี่บ่อยๆหรือว่ากระทั่งตอนนี้ก็ยังพักอยู่สินะ เเล้วก็นะที่เธอบอกว่าจะเเนะนำที่พักดีๆให้ก็ดูท่าว่าจะจริงตามที่บอก เพราะที่นี่มันอยู่ในตำเเหน่งที่คุณAIเสนอมาว่าเป็ที่พักที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน เเม้เขาจะไม่ได้บอกรายละเอียดว่ามันดียังไงเเต่ถ้าขนาดบันนี่ที่พักมาเเล้วยังคิดว่าดีงั้นมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมายืนลังเลนี่นะ
"ยินดีต้อนรับค่ะะ~" เมื่อเราเดินเข้าไปก็เจอกับพนักงานต้อนรับที่ใส่เครื่องเเบบเฉพาะของร้านพร้อมผ้ากันเปื้อนมายืมต้อนรับเราที่เดินเข้ามา เธอหันมามองฉันด้วยท่าทางสงสัย ก่อนจะหันไปทักทายบันนี่ที่อยู่ข้างๆฉัน
"คุณบันนี่ วันนี้ก็จะพักเหมือนเดิมหรือเปล่าคะ?"
"เอ่อ เดี๋ยวปรึกษากับคนคนนี้ก่อนนะคะ" บันนี่ตอบคำถามพนักงานที่ดูจะคุ้นเคยกันเเล้วชี้มาที่ฉัน...หืม ปรึกษาอะไรหว่า
"ได้ค่ะ..."
จากนั้นบันนี่ก็หันมาคุยกับฉัน
"เอายังไงดีล่ะคะ คุณฟราน?"
"เเล้วไอ้ยังไงนี่คือ?" ฉันถามกลับไปเพราะไม่เข้าใจที่บันนี่ถาม
"ก็เื่ที่เราสองคนจะพักเเยกห้องหรือห้องเดียวกันยังไงล่ะคะ!"
อ้อ เเบบนี้นี่เอง...
"อันไหนถูกกว่าก็เอาอันนั้นเเหละ..."
"ถูกกว่า? มันก็ต้องพักห้องเดียวกันไม่ใช่หรอคะ!"
"งั้นก็ตามนั้น"
เมื่อรู้ว่าจะนอนยังไงเเล้ว ฉันก็เดินไปบอกกับคุณพนักงาน
"ขอเป็ห้องเดียวที่พักสองคนได้นะคะ เเล้วก็รบกวนขอกุญเเจห้องตอนนี้ด้วยนะคะ"
"ร-รอสักครู่นะคะ-" คุณพนักงานโค้งให้กับฉันหนึ่งครั้งเเล้วรีบเดินตรงไปยังโต๊ะข้างหลัง
"เดี๋ยวสิคะคุณฟราน นี่คิดดีเเล้วงั้นหรอคะที่จะพักด้วยกันน่ะ!"
บันนี่เดินตรงมาพูดกับฉันด้วยท่าทางร้อนรน เเล้วก็เเน่นอนฉันไม่อยากจะพักค้างคืนกับคนเเปลกหน้า เเต่ครั้งนี้เธอเป็คนออกเงินให้ฉัน ฉันจึงไม่อยากทำตามใจตัวเองมากจนเกินไป-เเล้วทำให้บันนี่นั้นต้องเดือดร้อน ยังไงก็เเค่คืนเดียวด้วย ทนซะหน่อยคงไม่เป็ไร
"ฉันคิดดีเเล้วนั่นเเหละ หรือเธอจะรู้สึกไม่ดีที่ต้องนอนกับคนเเปลกหน้าอย่างฉันล่ะ?"
"เปล่าค่ะ-คิดว่าถ้าเป็คุณฟรานก็คงไม่เป็อะไร..."
ก็เป็ผู้หญิงเหมือนกันนี่นาคงไม่เป็อะไรหรอก
"นี่ค่ะ กุญเเจห้องพักของคุณลูกค้า ห้องพักจะอยู่ด้านในสุดชั้นสองขวามือนะคะ" คุณพนักงานเดินออกมาจากโต๊ะด้านหลังเเล้วมอบกุญเเจเหล็กดอกนึงให้กับฉัน พอฉันมองมันดีๆก็เป็กุญเเจที่รูปร่างเเปลกจริงๆเลยเเหะ ก็นะ ใช่ว่าวัฒนธรรมจะเหมือนกันที่ไหนล่ะ
"ถ้ายังไงเื่เงินบันนี่ก็จัดการไปเองนะ ส่วนฉันขอตัวไปพักที่ห้องก่อนล่ะ"
"อ่ะ-เดี๋ยวสิคะ! เเล้วไม่คิดจะฟังเื่บริการของที่นี่เลยหรอคะ!?"
"เธอเสร็จตรงนั้นเเล้ว ก็ค่อยมาบอกฉันที่ห้องล่ะกันนะ"
ว่าเสร็จฉันก็เดินขึ้นไปชั้นสองโดยใช้บันไดของที่พักนี้
*
"เฮ้อ~..." เมื่อฉันเข้ามายังที่พักเเล้วก็รีบทิ้งตัวเองให้นอนหงายไปบนเตียงนุ่มๆที่ตั้งอยู่ในห้องพัก
ได้พักซักที...ถึงร่างกายจะไม่เหนื่อยก็เถอะ เเต่จิตใจมันก็อยากได้รับการพักผ่อนเนี้ยสิ
บ้านพักที่ทำจากไม้งั้นหรอ ตั้งเเต่เกิดมาก็ยังไม่เคยพักบ้านที่เหมือนกับบ้านพักตากอากาศเเถวริมทะเลเเบบนี้มาก่อน มันอาจจะดูไม่เเย่เเต่ก็ไม่ใช่อะไรที่คุ้นเคย ทำให้ความสบายใจของฉันมันรู้สึกขาดๆไป...
ว่าเเต่ฉันกำลังอยู่ในต่างโลกจริงๆสินะ จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่ามันเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อซะจริงๆ เเถมวันเเรกที่มาก็ดันเปิดตัวกลางป่าพร้อมกับชุดอยู่บ้านประจำของฉันซะอย่างงั้น ไม่ได้มีโอกาสให้ฉันได้เตรียมใจมากกว่านี้เลย ช่างเป็ไอ้คุณพระเ้าที่ไม่ได้เื่จริงๆ
ปกติควรส่งฉันมายังที่ปลอดภัยก่อนเป็อันดับเเรกไม่ใช่หรือไง ไหงดันไปโผล่ในจุดที่มีเเต่มอนเตอร์อันตรายทั้งนั้นเลยล่ะ นี่ถ้าฉันไม่มีความสามารถของเฮดโฟนหูเเมวอยู่ล่ะก็คงจะได้เกมโอเวอร์ทันทีเเน่
อ่า เเต่พอมาคิดว่าที่เมืองมันมีกฏเื่ใช้บัตรเเสดงตัวอยู่ก็พอจะเข้าใจเหตุผลที่คุณพระเ้านั่นส่งฉันไว้นอกเมืองล่ะนะ เพราะถ้าจู่ๆไปโผล่ในเมืองเเล้วไม่มีบัตรคงไม่ดี
.....
ไม่สิ นี่เรากำลังพูดถึงพระเ้าอยู่นะ พระเ้าเลยนะ ขึ้นชื่อว่าพระเ้าที่มีพลังพอจะส่งฉันไปอีกโลกนึงพร้อมกับพลังสุดโกงได้เเล้วเนี้ย ไม่มีทางที่จะปลอมบัตรขึ้นมาให้ฉันไม่ได้หรอกใช่มั้ย? อืม เป็ไอ้คุณพระเ้าที่ไม่ได้เื่จริงๆนั่นเเหละ เเละขนาดฉันต่อว่าในใจคุณเธอไว้ตั้งขนาดนี้เเล้วเเท้ๆก็ยังไม่มีปฏิกิริยาที่จะพิโรธใส่ฉันอยู่เลย ช่างเป็พระเ้าที่เเปลกดีจริงๆ
เเล้วไหนๆตอนนี้ฉันก็ได้ที่พักตามที่ตัวเองตั้งเป้าไว้ในตอนเเรกได้เเล้ว คงถึงเวลาที่จะทำบางอย่างกับไอ้นั่นเสียที
.....
ฉันยันตัวเองขึ้นมานั่งที่เตียงเเล้วจากนั้นก็-
หมับ!
คว้าเอาเ้าหางเเมวที่เอาเเต่ส่ายไปมาอยู่ข้างหลังฉันไว้ขึ้นมา
เ้าสิ่งนี้ คือความน่าอับอายที่สุดของฉัน
ถ้าเป็เฮดโฟนหูเเมวที่ฉันสวมอยู่เป็ประจำตอนที่เล่นเกมนั้นยังพอทนได้เวลามีคนเห็นฉันสวมมัน เเต่กับเ้าสิ่งนี้ที่มีประโยชน์เเค่เพิ่มความน่ารักให้กับสาวน้อยใสๆเเล้วนั้น ฉันไม่สามารถที่จะทนได้ ในโลกนี้อาจจะมีผู้หญิงมากมายที่ชอบสิ่งนี้ เเต่นั่นไม่มีฉันอยู่ด้วยเเน่นอน ฉันรู้ตัวดีเลยล่ะว่าไอ้ของน่ารักๆเเบบนี้มันไม่เหมาะกับฉันสักนิด!
ถ้างั้นจะทำอะไรกับสิ่งไร้ประโยชน์ที่ทำได้เเค่ส่ายไปส่ายมานี่ดีล่ะ ก็ต้องกำจัดทิ้งไม่ใช่หรือไง?
ฉันรวบรวมมานาไปที่มือซึ่งกำลังจับเ้าหางนี่อยู่ ฉันกะจะเเช่เเข็งมันเเล้วกระเทาะให้เเตก ก็นะ-สำหรับฉันที่ไม่มีของมีคมมาใช้ตัดเ้านี่ทิ้งคงมีเเต่ใช้เวทยมนตร์ทำเเบบนั้น
ถามว่าเจ็บไหม ก็ต้องบอกว่าไม่ล่ะนะ เพราะเ้าหางนี่มันงอกมาจากชุด เอิ่มน่าจะเป็ตรงกางเกงนั่นเเหละ มันเลยไม่ได้เชื่อมประสาทกับฉัน ฉันเลยไม่ได้รู้สึกอะไรถึงเเม้จะจับมันหรือเริ่มเเช่เเข็งมัน
เเละในตอนที่มือที่ฉันจับหางนั้นอยู่เริ่มมีไอเย็นซึมออกมา หางที่เอาเเต่ส่ายไปมาก็เเข็งทื่อราวกับว่ามันใกับสิ่งที่ฉันจะทำกับมัน เเน่นอนว่าพอมันรู้ตัวว่าตัวเองนั้นเริ่มจะมีอันตรายมันก็เริ่มดิ้นไปดิ้นมาโดยพยายามจะหลุดออกจากมือฉันให้ได้ เเต่น่าเสียดายที่เเรงมันน้อยลงเพราะเวทย์น้ำเเข็งของฉันเริ่มทำให้มันชาจนไร้เรี่ยวเเรง เเละเมื่อมันรู้ตัวว่าจะต้องถูกกำจัดอย่างเเน่นอนตรงปลายหางนั้นก็ตกลง ราวกับยอมเเพ้เเละยอมรับชะตากรรมของตัวเองอย่างเศร้าสร้อย...
....
"เดี๋ยวๆ ไหงเ้าหางนี่มันทำท่าเหมือนกับมีอารมณ์ความรู้สึกได้ล่ะ!" เพราะเมื่อครู่ฉันคิดเเต่จะกำจัดมันเลยไม่ทันได้สังเกตท่าทีเเละการเคลื่อนไหวที่ผิดเเปลกนั่น เเต่พอมันทำท่าเหมือนกับคอตกก็ทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าเเบบนี้มันเเปลกเกินไป เลยรีบคลายเวทยมนตร์ออกทันที
เเละฉันเองก็ไม่ได้ถามไปลอยๆหรอกนะ
ติ้ง~!
/เกี่ยวกับเื่นั้น ต้องอธิบายถึงการมีอยู่ของหางตนนี้ซะก่อนค่ะ/
ฉันรู้สึกใมากที่เธอจะเล่าตั้งเเต่ต้นกำเนิดของเ้าหางนี่ให้ฟัง ก็เเหม มันเป็เเค่หางเองไม่ใช่เรอะ!
/เดิมทีหางตนนี้ไม่ใช่หางธรรมดาทั่วไปเเบบที่พวกมนุษย์สัตว์ตัวอื่นมี เพราะมันไม่ได้งอกขึ้นมาจากร่างเนื้อของสิ่งมีชีวิต เเต่เป็งอกขึ้นมาจากชุดนักปราชญ์น่ะค่ะ/
ก็คิดไว้ตั้งเเต่เห็นเ้าหางนี่ครั้งเเรกเเล้วนะ
/เเละเพราะต้นกำเนิดที่ผิดเเปลกนี้ ทำให้เ้าหางนี้ได้กลายเป็อวัยวะเทียมของชุดนักปราชญ์ไปค่ะ เเละเพื่อที่จะทำให้อวัยวะเทียมนี้เคลื่อนไหวได้เหมือนกับอวัยวะจริงพระเ้าของโลกนี้จึงใส่จิตเเละความรู้สึกให้กับมันลงไปเพื่อที่จะทำให้มันขยับได้เเบบที่เห็นค่ะ/
อวัยวะที่มีความรู้สึกเนี้ยนะ นี่ฉันกำลังเผชิญกับหางที่มีิญญาสิงสู่อยู่งั้นหรอ เอาจริงๆก็ขนลุกอยู่...เเต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ฉันกรี๊ดกร๊าดได้หรอกนะ ยังไงมันก็เเค่หางนี่
"....."
ฉันมองหางที่ตัวเองกำลังจับอยู่อีกครั้ง เห็นภายนอกมันก็คือหางนั่นเเหละ เเต่การเคลื่อนไหวของมันดันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่ามันกำลังเศร้าเนี้ยสิ...
......
ฉันค่อยๆคลายมือที่จับหางนั่นเอาไว้ออกด้วยความรู้สึกสงสารเล็กน้อย จริงๆมันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด การจะมากำจัดทิ้งเพราะเเค่เห็นมันมามีตัวตนอยู่ก็ดูจะไร้เหตุผลเกินไป...เเละเมื่อฉันปล่อยมัน มันก็เงยปลายหางขึ้นมาเเล้วชี้มาที่ฉัน หรือจะเรียกว่ากำลังมองมาที่ฉันดีล่ะ ตอนนี้มันคงจะสงสัยสินะที่ว่าทำไมฉันถึงปล่อยมันไป...ถึงมันจะเป็เเค่หางเเต่ก็มีความรู้สึก ดังนั้นถ้าฉันพูดกับมันบางทีมันอาจจะเข้าใจ
"ขอโทษด้วยนะ..."
'...!?'
"ฉันไม่รู้ว่า เอ่อ หางเเบบนายหรือเธอจะมีความรู้สึกน่ะ...อันที่จริงก็ยังไม่ได้สร้างปัญหาขนาดนั้นด้วย ถ้านายหรือเธอจะเป็เพศอะไรก็เเล้วเเต่-ไม่โผล่ออกมาส่ายให้คนอื่นเห็นไปทั่วฉันก็จะปล่อยไปก็ได้ ก็ตามนั้นเเหละ..."
'!!~'
เมื่อมันได้ยินที่ฉันบอกมันก็ส่ายๆไปมาด้วยความดีใจ เเล้วเริ่มเข้ามาคลอเคลียฉัน
"เดี๋ยวๆ อยู่ตรงนั้นเลยนะ!!"
'!!!!'
พอฉันส่งเสียงตวาดใส่มันที่เข้ามาคลอเคลียฉัน ตัวมันก็เเข็งทื่อเเล้วเริ่มสั่นกึกๆด้วยความกลัว จากนั้นมันก็เริ่มผงกปลายหางทำท่าราวกับกำลังร้องไห้ เหมือนเด็กที่พึ่งถูกพ่อเเม่ด่า
"จ-เ้านี่...อย่าบอกนะว่ามันเป็เด็กน่ะ"
/น่าจะเป็เพราะว่านายท่านพึ่งที่จะเรียกชุดมาสวมได้ไม่นานทำให้จิตใจที่หลับอยู่ในหางนั้นพึ่งตื่นให้มีความรู้สึก เเละจิตใจของหางนั้นกำลังปรับตัวจากการที่ตัวเองมีรู้สึกเเละเริ่มที่จะเรียนรู้เื่ราวรอบตัวจึงทำให้มีสภาวะทางอารมณ์เป็เช่นนี้ เปรียบได้กลับวัยเเรกรุ่นของสิ่งมีชีวิตค่ะ/
รู้สึกมึนๆ เเต่สรุปคือสภาพทางอารมณ์กำลังอยู่ในวัยเติบโตสินะ งั้นมันก็น่าจะเรียกว่าเป็เด็กนั่นเเหละ
อึก เ้าหางนี่ไม่นับเป็สิ่งมีชีวิต เเต่เเค่เป็อวัยวะที่มีจิตใจ-จริงๆก็ควรเรียกว่าเป็สิ่งมีชีวิตสิ!
ยังไงก็เถอะ จะปล่อยให้เ้านี่เป็เเบบนี้มันก็รู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้สิ...เห็นเเล้วรู้สึกอึดอัด...จริงๆที่มันมาคลอเคลียฉันก็คงเเค่อยากจะสนิทสนมกับฉันที่เป็เ้านายมันหรือเปล่านะ พอถูกบอกให้หยุดมันก็เลยเสียใจ
*กระซิกๆ*
ฉันมองมันทำท่าเศร้าสร้อยเเล้วก็ได้เเต่ถอนหายใจอย่างยอมเเพ้
"ถ-ถ้าเเค่นิดหน่อยล่ะนะ"
'--!?'
"ฉันจะให้เเค่นิดหน่อยเท่านั้นนะ เพราะงั้น-ก็เลิกทำหางเศร้าเเบบนั้นซะทีเถอะ"
'--!!'
มันส่ายๆไปมาด้วยความดีใจเเล้วเข้ามาคลอเคลียฉันอีกครั้ง ฉันก็เลยทำได้เเค่ลูบมันกลับเท่านั้น...
จะว่าไปไอ้สถานการณ์ที่เหมือนกับถูกสัตว์เลี้ยงเข้ามาเลียหน้าเเละคอนี่มันค่อนข้างพิลึกๆอยู่นะ จะว่าไปเมื่อกี้ฉันก็พึ่งจะคุยกับหางตัวเองไปไม่ใช่เรอะ นี่ถ้าตัวฉันก่อนมาโลกนี้เข้ามาเห็นภาพนี้คงะโว่า'เธอบ้าไปเเล้วเรอะ'เเน่เลย
*ส่ายๆ*
"พ-พอได้เเล้วน่า" ฉันที่เริ่มรู้สึกเเปลกๆ จับเ้าหางนั่นออกห่างมาจากคอ
ไหนๆเ้านี่ก็มีจิตใจเเล้วนี่นะ คงต้องตั้งชื่อให้มันสักหน่อย
"จากนี้ฉันจะเรียกนายว่าเ้าหางกุดได้มั้ย?"
ส่ายซ้ายส่ายขวา
ดูเหมือนว่าจะไม่ชอบสินะ ฉันเองก็ไม่ใช่พวกที่ตั้งชื่อเก่งๆซะด้วย
"ถ้างั้น ฉันขอเรียกว่า'เ้าส่าย'ได้มั้ย?"
ก็เห็นมันส่ายไปมาอย่างเดียวนี่นะ จริงๆก็อยากจะตั้งให้ดีกว่านี้อยู่หรอก เเต่ไอ้การที่ต้องมาตั้งชื่อให้หางตัวเองอย่างจริงจังมันก็ยังไงๆอยู่นะ
ตอนฉันกำลังคิดว่ามันคงจะไม่ชอบชื่อนี้เหมือนกัน จู่ๆมันก็ส่ายไปมาด้วยความดีใจซะอย่างงั้น น่าใจริงๆที่ฉันดูอารมณ์ของมันออก
"ชอบชื่อนี้สินะ?"
*หงึกๆ*
มันผงกปลายหางขึ้นลงเป็เชิงตอบกลับมาว่า'ใช่' เเล้วเริ่มส่ายไปมาอย่างร่าเริง
เฮ้อ พอเจออะไรเเบบนี้ไปก็ลงมือกำจัดทิ้งไม่ลงเลยเเหะ ฉันคงต้องจัดการกับเื่อื่นเเทนเเล้วล่ะ
*
"อ่า พูดถึงชื่อเเล้ว ฉันก็อยากจะเรียกเธอด้วยชื่อเหมือนกันนะ"
/ฉันหรอคะ?/
"อืม ก็เธอดูมีจิตใจเหมือนกันไม่ใช่หรอ?"
ตอนเเรกฉันก็นึกว่าเธอจะเป็AIธรรมดาทั่วไป เเต่กลับไม่ใช่อย่างงั้น เเม้จะผ่านมาได้ไม่ถึงวันเเต่ฉันก็สังเกตเห็นความเเตกต่างของเธอกับAIทั่วไปอยู่ บางครั้งเธอก็อธิบายสิ่งต่างๆให้กับฉันโดยที่ฉันไม่ได้ถาม หรือไม่ตอบบางอย่างที่ฉันอยากรู้เพื่อให้ฉันหาคำตอบเอาเอง มีทั้งการเสนอความเห็นเเละเเนะนำ จนฉันคิดว่าเธอเป็ที่ปรึกษาส่วนตัวของตัวเองไปเสียเเล้ว เพราะงั้นจะมาเรียกเธอว่าคุณAIทั้งๆที่เเตกต่างจากAIทั่วไปที่ฉันรู้จักเเบบนี้มันก็ยังไงๆอยู่
จากนี้ฉันยังต้องพึ่งเธออยู่อีกหลายเื่เพราะงั้นควรจะมีชื่อที่เรียกใช้เธอได้ดีกว่านี้
"เเน่นอนว่าฉันไม่ได้บังคับหรอกนะ ถ้าเธอเห็นมันไม่จำเป็ ก็ไม่เป็ไร"
/...ไม่ค่ะ นายท่าน ฉันจะรู้สึกยินดีอย่างมากถ้าได้รับชื่อเช่นเดียวกับหางตนนั้น.../
ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า เเต่เหมือนน้ำเสียงของเธอตอนพูดถึงเ้าส่ายจะเเฝงไปด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
"อืมม ถ้าเธอว่าเเบบนั้น งั้นเอาเป็ชื่อ 'เฮเลน' ดีมั้ย?"
เสียงของเธอฟังเหมือนเป็กุลสตรีเลยนี่นะ ไม่รู้ทำไมตอนฉันคิดรูปร่างของเธอโดยฟังจากเสียงฉันถึงเห็นภาพเป็หญิงสาวผู้ดีที่มีท่านอบน้อมออกมา เเต่ถ้าเธอมีรูปร่างจริงๆขึ้นมาก็คงจะมีท่าทางเเบบนั้นนั่นเเหละ
/รับทราบเเล้วค่ะ...จากนี้จะขอลงทะเบียนชื่อของฉันเป็ [เฮเลน] ค่ะ/
เธอยอมรับชื่อนั้นอย่างว่าง่ายโดยไม่มีทั้งคำปฏิเสธหรือบอกว่าชอบ เเต่ถ้าเธอไม่ชอบจริงๆฉันก็เชื่อว่าเธอคงจะปฏิเสธนั่นเเหละ
"ถ้างั้นเฮเลน ฉันขอดูรายชื่อเวทยมนตร์ที่ฉันใช้ได้หน่อยสิ"
/รับทราบค่ะ/
ติ้ง~! เเล้วทันใดนั้นเองก็มีตัวอักษระสีฟ้าลอยขึ้นมาให้ฉันเห็น
<รายชื่อเวทย์น้ำเเข็งที่ใช้ได้ตอนนี้>
[ศรน้ำเเข็ง] อิมเมจสกิลเลเวล 22
[ราตรีน้ำเเข็ง] อิมเมจสกิลเลเวล 37
[บุบผาน้ำเเข็ง] อิมเมจสกิลเลเวล 45
[รังสรรค์หิมะ] อิมเมจสกิลเลเวล 51
[ปราการน้ำเเข็ง] อิมเมจสกิลเลเวล 89
.....
อ่า...น้อยกว่าตอนเป็เกมจริงๆด้วยเเหะ เเต่ก็คงต้องเป็เเบบนั้นสินะ เพราะถ้าเอาสกิลจากในเกมมาใช้ที่โลกจริงเเล้วก็เกิดผลตามนั้นหมดฉันคงจะได้สร้างปัญหาอย่างมากเข้าเเน่ๆ...ยกตัวอย่างก็'จุดจบศูนย์องศา'ที่ตามคำอธิบายสกิลมันเขียนบอกไว้ว่า เปลี่ยนทุกสิ่งในบริเวณรอบข้างให้เป็น้ำเเข็ง สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะสิ้นใจภายใต้เวทย์เเห่งหายนะที่เคยพาโลกเข้าสู่ยุคเเห่งการล่มสลาย...ฟังดูเกินจริง เเต่ถ้ามันออกผลมาตามคำอธิบายด้วยพลังของพระเ้าเเล้วล่ะก็ คงจะกลายเป็เื่น่ากลัวมากๆเลยล่ะ
......
"จะว่าไป ไอ้'อิมเมจสกิล'นี่คือ?"
เพราะเจอกับคำศัพพ์ที่ไม่เคยเห็นเลยถามดู ที่จริงตอนเป็เกมก็ไม่เคยเห็นคำนี้มาก่อน
/อิมเมจสกิล...คือภาพของความสามารถที่จะใช้งานค่ะ สำหรับผู้ที่ใช้เวทยมนตร์เเล้วจำเป็จะต้องคิดภาพของเวทยมนตร์ออกมาให้ได้ก่อนเเล้วถึงจะสามารถใช้เวทยมนตร์ได้ ซึ่งสิ่งที่ใช้เป็ภาพออกมาก็คืออิมเมจนั้นค่ะ/
ก็เหมือนกับตอนที่ฉันนึกภาพของปราการน้ำเเข็งเป็ห้องสี่เหลี่ยมสินะ จริงๆตอนเป็เกมมันจะโผล่ออกมาเป็เหมือนกับกำเเพงคริสตัลใสเเต่ที่โลกนี้ตอนใช้ออกมาจะสร้างเปลี่ยนรูปร่างได้ตามที่ตัวเองนึกภาพเอาไว้ ไม่จำเป็จะต้องมีรูปร่างตายตัวเหมือนกับเกม...
ช่างเป็ระบบที่น่าสนใจอะไรเเบบนี้ ฉันชักอยากจะเอามันออกมาลองทดสอบหลายๆอย่างดูเเล้วสิ
"ถ้าอย่างงั้นเลเวลที่อยู่ข้างหลังล่ะ มีความหมายอะไรงั้นหรอ?"
ไอ้ฉันก็พอจะเดาได้ล่ะนะ เเต่อยากถามเอาไว้ก่อน
/มันคือระดับของเวทยมนตร์ค่ะ ยิ่งมีเลเวลมากเท่าไหร่ภาพที่จะสามารถเเสดงได้ก็จะยิ่งมากขึ้นเเละผลที่ออกมาจากภาพเ่าั้ก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้น เเน่นอนว่าสามารถลดระดับของพลังเวทย์ที่ใช้ได้เพราะสิ่งที่ระบุเป็ตัวเลเวลเป็เเค่ค่าระดับสูงสุดที่นายท่านจะสามารถใช้ได้เท่านั้นค่ะ/
"หรือก็คือเป็ขีดจำกัดของเวทยมนตร์นั้นๆสินะ?"
/ค่ะ/
อ่า ถ้าอย่างงั้นตอนฉันใช้เวทย์ปราการน้ำเเข็งครั้งเเรก ก็คือความบังเอิญที่ฉันเผลอไปตั้งสมาธิจนพลังมันอยู่ในระดับสูงสุดล่ะสินะ...เอาเถอะ....ยังไงฉันก็ตั้งให้มันพังง่ายๆจากด้านในไว้เเล้วนี่ ไม่ได้ปล่อยทิ้งเอาไว้ให้กลายเป็วัตถุลึกลับเสียหน่อย เพราะจากเลเวลสกิลที่เห็นตอนนี้มันก็มากอยู่นะ
ฉันอยากจะลองใช้เวทยมนตร์ที่มีอยู่ในตอนนี้ดู เเต่คิดว่าใช้ที่นี่คงจะไม่เหมาะเท่าไหร่ ยังไงก็ดูอย่างอื่นก่อนดีกว่า
.....
เเละในตอนที่ฉันกำลังจะตรวจสอบบางอย่าง ฉันก็ได้ยินเสียงเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินขึ้นมาเเล้วหยุดอยู่ที่หน้าห้องของฉัน...ไม่รู้สึกว่าเป็อันตราย เเต่ก็กันไว้ก่อนดีกว่า
"ช่วยซ่อนอยู่ที่เดิมทีนะ" ฉันว่าเเบบนั้นกับเ้าส่าย มันผงกปลายหางหงึกๆอย่างเข้าใจเเล้วหดเข้าไปใต้เสื้อคลุมของฉันอย่างว่าง่าย
ก๊อกๆ
"คุณฟรานคะ ตอนนี้ฉันขอเข้าไปได้มั้ย?"
เสียงของบันนี่ถามฉัน จริงๆเธอจะเข้ามาเลยก็ได้ เเต่คงคิดว่าฉันจะยุ่งกับอะไรสักอย่างอยู่เลยถามไว้ก่อนสินะ
"อืมได้สิ ถ้างั้นรอเดี๋ยวนะ"
ฉันตอบเธอเเบบนั้นเเล้วลุกไปเปิดประตูให้เธอเข้ามา
*
"เป็ไงบ้างล่ะคะที่นี่ สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะคะ!" บันนี่ที่เข้ามานั่งคุยกับฉันในห้องเอ่ยถามความเห็นของฉันอย่างตื่นเต้น
เเต่เอาจริงๆนะ ฉันไม่เห็นว่ามันจะสุดยอดอะไรขนาดนั้นเลย ตั้งเเต่เข้ามาก็เป็ห้องธรรมดา เตียงธรรมดาห้องน้ำธรรมดา ขนาดคนที่นี่ก็ยังธรรมดาไม่เห็นจะมีตรงไหนที่สุดยอดสมกับที่เรียกว่าเเฟนตาซีสักอย่าง เผลอๆที่บ้านในโลกเดิมของฉันยังดูมีอะไรเยอะกว่าซะอีก
"ที่ว่าสุดยอดเนี้ย มันสุดยอดตรงไหนล่ะ?" ฉันที่ไม่เข้าใจว่ามันสุดยอดยังไงก็ได้เอ่ยถามบันนี่ บางทีอาจจะมีอะไรที่สุดยอดอยู่ที่นี่ ซึ่งฉันไม่ทันได้สังเกตเห็นอยู่ก็ได้...ก็เลยถามไว้
บันนี่ที่เมื่อครู่ทำท่าทางตื่นเต้นอยู่ พอได้ยินคำถามฉันเธอก็สีหน้าใเอามากๆ ราวกับคำถามเมื่อกี้เป็สิ่งที่ไม่ควรจะถามออกมา
"ถามอะไรเเบบนั้นล่ะคะคุณฟราน!! ที่นี่น่ะทั้งสะอาดเเละจัดเเต่งพื้นที่ในห้องพักได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะคะ เเละอีกอย่างที่นี่เองก็รับเฉพาะลูกค้าที่เป็ผู้หญิงเท่านั้นทำให้ไม่มีพวกผู้ชายเสียงดังหรือขี้เมามารบกวนพวกเราได้ค่ะ!! นี่คุณฟรานไม่ได้สังเกตเลยงั้นหรอคะ!"
ไม่เลยค่ะคุณบันนี่ ฉันไม่คิดว่าจะสังเกตเห็นเื่ที่โรงเเรมนี้ให้พักเเต่ผู้หญิงเท่านั้นได้ในเวลาที่คนเขาเข้าไปนอนกันเเล้วได้หรอกนะ...เเล้วก็ไอ้เื่ความสะอาดเนี้ยจริงๆมันควรเป็กันทุกที่ไม่ใช่หรอถึงจะเรียกว่าโรงเเรมได้ หรือที่อื่นจะสกปรกงั้นหรอ? ส่วนเื่การตกเเต่งห้องของโรงเเรมมันไม่ใช่อะไรที่ฉันจะเข้าใจได้หรอกนะ...เพราะงั้นสำหรับฉัน ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่สุดยอดอยู่เลยสักอย่าง
ก็อยากจะเถียงไปเเบบนั้นเเต่ฉันมาจากอีกโลกนี่นะ สำหรับคนที่อยู่มาก่อนเเล้วบางทีที่นี่อาจจะดีสุดยอดตามที่เธอบอกไว้ก็ได้...ล่ะมั้งนะ
"........."
"อย่างพึ่งเงียบไปสิคะะ บอกหน่อยว่าที่นี่มันสุดยอดจริงๆน่ะ!"
"อืม...ก็-โอเค....ล่ะนะ"
"เเค่โอเคหรอคะ ว่าเเต่ทำไมต้องทำท่าเหมือนกับฝืนตอบสุดๆด้วยล่ะ!!"
ก็ฝืนอยู่จริงๆนี่นะ
เเล้วพอผ่านไปสักพักนึงหลังจากที่พวกเราคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงคนเดินมาที่หน้าห้องอีกหนึ่ง เพราะััได้ว่าคนที่มานั้นไม่มีความมุ่งร้ายฉันจึงปล่อยผ่านไปเหมือนไม่รู้สึกตัว
ก๊อกๆ
"อาหารที่สั่งไว้ตอนนี้ได้เเล้วนะคะคุณบันนี่"
มีเสียงะโบอกหลังจากเคาะประตูเสร็จ ท่าทางจะเป็พนักงานคนเมื่อก่อนหน้านี้ ว่าเเต่โรงเเรมนี้มีบริการส่งอาหารถึงห้องพักด้วยงั้นหรอ
"รอสักครู่นะคะ"
บันนี่เดินไปที่ประตู เธอขอบคุณพนักงานคนนั้นเเล้วรับถาดอาหารที่มีชามสองใบมาเเล้วเดินไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวซึ่งถูกตั้งไว้ในห้องพักตั้งเเต่เเรก...ฉันมองส่งพนักงานคนนั้นก่อนที่เธอจะปิดประตูให้เเล้วจากไป
"มากินกันเถอะค่ะคุณฟราน" เธอนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับหันมาชวนฉัน
"จะดีหรอ?"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เพราะค่าอาหารมื้อเย็นของที่นี่เขารวมกับค่าเช่าพักไปเเล้วน่ะ"
"ไม่ได้ถามตรงนั้นเลยนะ"
เเต่ไหนๆเขาก็เลี้ยงเเล้วงั้นฉันก็จะขอรับไว้ล่ะนะ
จะว่าไปก็มีเื่ที่ฉันสงสัยอยู่สองอย่าง อย่างเเรกมากินข้าวก่อนอาบน้ำเเบบนี้จะดีหรอ ส่วนอีกอย่างคือฉันพึ่งมารู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นยังไม่ได้กลิ่นอะไรมาเลยจนถึงตอนนี้ เเต่กลับไปหิวหรือมีความอยากอาหารอยู่เลย จำได้ว่าก่อนมาโลกนี้ก็ยังไม่ได้กลิ่นข้าวเที่ยง ทั้งๆที่เป็เเบบนั้นเเต่ก็เดินมาได้หลายชั่วโมงโดยไม่สังเกตเห็นเื่นั้น มนุษย์ปกติน่ะเดิมทีเเล้วควรจะรู้สึกหิวบ้างไม่ใช่หรอ ชัดเจนเเล้วว่าฉันเริ่มมีบางอย่างที่ผิดปกติจากเดิมเอามากๆ จะเป็เพราะสเตตัสไหม ยังไงก็เอาไว้ถามเฮเลนทีหลังได้
ฉันคิดเเบบนั้นเเล้วก็เดินไปนั่งกินกับบันนี่ จริงๆก็เเอบรู้สึกประหม่าที่ต้องมานั่งกินอาหารร่วมกับคนอื่นอยู่ เเต่ก็ทำเป็เฉยๆเเล้วกินไปเงียบๆ...อาหารที่นำมาให้รู้สึกว่าจะเป็เนื้อของอะไรสักอย่างที่นำมาผัดล่ะ รสชาติก็โอเคนะ เเต่ถ้ามีข้าวด้วยจะดีกว่านี้เยอะ
"ขอโทษที่ต้องถามนะ เเต่เขาไม่มีข้าวให้หรอ?"
"ข้าว มันคืออะไรงั้นหรอคะ?"
Oh!
ถึงกับตอบมาเเบบนี้เลย...เเต่จะมาด่วนสรุปจากคำพูดของคนๆเดียวมันก็ยังไงอยู่
"เฮเลน โลกนี้ไม่มีข้าวงั้นหรอ?" ฉันรีบกระซิบถามเฮเลนเบาๆโดยทันที
/มีค่ะ เเต่คนในโลกนี้ไม่ได้นำมันมาทำอาหารนานมากเเล้ว/
"มันมีสาเหตุอยู่สินะ?"
/ค่ะ/
ฉันว่าจะถามสาเหตุเเต่ก็สังเกตเห็นท่าทีที่บันนี่มองฉันอยู่เลยหยุดไว้เเค่นี้ก่อน
"เมื่อกี้คุณฟรานพูดกับใครงั้นหรอคะ?"
"พูดกับตัวเองอยู่นะ เเปลกหรือเปล่า?"
"ก็ต้องเเปลกสิคะ!!"
เธอบอกเช่นนั้น เเต่ฉันก็ไม่สนใจเเล้วกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่อ
ขนาดกระซิบด้วยเสียงเบาขนาดนั้นเเล้วเเท้ๆ เเต่บันนี่ก็ยังได้ยินอยู่บ้าง หูที่ตั้งยาวอยู่บนหัวนั่นคงไม่ได้มีไว้โชว์เฉยๆสินะ
ถึงงั้นก็เถอะ เื่ที่ไม่มีข้าวนี่มันกวนใจฉันมากเลยนะ นี่ฉันถูกส่งมายังโลกที่เเฟนตาซีเเค่ชื่อเเละไร้ข้าวงั้นหรอ!
ข้าวไข่เจียว ข้าวไข่ดาว กระทั่งข้าวผัดที่กินคู่กับไข่หรือผัดกระเพา ฉันก็จะไม่ได้กินมันอีกเเล้วงั้นหรอ!?
ไม่ได้การล่ะ ไอ้ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่กำลังจะทำให้ฉันโหยหาเมนูอาหารจากโลกเดิมเป็อย่างมาก
เเน่นอนว่าสักวันฉันจะเเก้ปัญหานี้ เเต่ตอนนี้คงต้องทนกันไปก่อน
*
เมื่อเราสองคนทานอาหารเสร็จพวกเราก็ตกลงกันว่าใครจะเข้าไปอาบน้ำก่อน ซึ่งฉันก็ได้สิทธิในการอาบน้ำก่อนเพราะบันนี่บอกว่าจะเอาจานไปคืนให้คุณพนักงานที่อยู่ข้างล่าง ที่จริงฉันก็รู้สึกไม่ดีนิดหน่อยที่ต้องให้เธอทำเเบบนั้นเเต่เธอก็เอาเเต่บอกว่าไม่เป็ไรเพราะทำเเบบนี้เป็ประจำอยู่เเล้ว ด้วยความที่ฉันไม่ถนัดคุยโน้มน้าวฉันเลยต้องยอมให้เธอเอาจานไปคืน
ในระหว่างนี้ฉันก็ใช้ห้องอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายไป...ที่จริงฉันกะจะไม่อาบเเล้วล่ะ เพราะว่าชุดนักปราชญ์นั้นมีสกิล ซ่อมบำรุงอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายของฉันถูกรักษาสภาพเอาไว้ทำให้ไม่มีเหงื่อ กลิ่นหรือกระทั่งรอยเปื้อนที่เกิดจากการเดินป่าอยู่เลย ตอนเเรกที่เห็นสกิลนี้ก็คิดว่ามันจะรักษาสภาพชุดอย่างเดียวซะอีก
เเต่ก็นะ ถึงชุดมันจะรักษาความสะอาดร่างกายให้ฉันตลอดเวลายังไง การที่ไม่อาบน้ำเลยหลังไปเจอเื่ต่างๆมามันก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอ่านะ เพราะถึงเเม้ฉันจะเป็พวกติดบ้านเเต่ก็ชอบอาบน้ำเป็ประจำเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขานั่นเเหละ
อ่ะ จะว่าไปฉันคงต้องพูดเื่ห้องอาบน้ำของที่นี่สักหน่อย รู้สึกว่าจะเป็เเบบลงไปอาบในอ่างล่ะ ส่วนน้ำนั้นรู้สึกจะไหลออกมาจากเครื่องมือบางอย่างที่มีหินเวทย์อยู่ข้างใน เห็นว่าถ้าใส่พลังเวทย์ลงไปที่มันนิดหน่อยก็จะมีน้ำออกมาล่ะ ซึ่งพอฉันลองใส่ดูจู่ๆเครื่องมันก็เปิดน้ำซะเเรงจัดเลย ทั้งๆที่ฉันใส่พลังไปนิดหน่อยเองนะนั่น เครื่องมันเสียงั้นหรอ?
เเต่ไม่นานก็สามารถรักษาสถานการณ์ไว้ได้โดยการเเช่เเข็งเครื่องนั่นไว้สักพักจนกว่าฉันจะอาบน้ำเสร็จล่ะนะ
.....
รู้สึกเย็นๆยังไงก็ไม่รู้เเหะ นี่ฉันควรจะลงมาอาบน้ำพร้อมกับสวมชุดปราชญ์ไว้ด้วยหรือเปล่า ถึงยังไงชุดมันก็ซ่อมบำรุงตัวเองอัตโนมัติทำให้สามารถเเห้งได้ในทันทีอยู่ด้วยเเล้วนี่
เเต่ก็นะ ถ้าฉันลงไปอาบเเบบนั้นจริงๆคงจะถูกมองว่าพิลึกเเหง ฉันเลยลงไปอาบโดยถอดชุดนักปราชญ์ออกมาเเล้วดูดมันเข้าไปเก็บไว้ในเฮดโฟนหูเเมว
......
..
.
ฉันดีดน้ำเล่นบ้าง ตรวจสอบเื่ความสามารถของเฮดโฟนหูเเมวโดยละเอียดบ้าง จนสักพักนึง ฉันก็ขึ้นมาจากอ่าง สวมชุดให้เรียบร้อยเเล้วลงไปนอนบนเตียงทันที ....เหตุผลที่ต้องรีบน่ะหรอ เพราะมีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมาที่ห้องนี้น่ะสิ-อ่ะ ฉันไม่จำเป็ต้องเสียเวลาเช็ดตัวนานหรอกนะ เเค่สวมชุดนักปราชญ์ปุ๊บตัวฉันก็เเห้งปั๊บเเล้ว
"คุณฟราน...ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ยคะ?"
"อืม เชิญเลย"
พอฉันตอบไปเเบบนั้นเธอก็เปิดประตูเข้ามา เเละเมื่อเห็นฉันที่นอนอยู่บนเตียงเเล้วเธอก็ทำสีหน้าประหลาดใจ
"จะนอนทั้งชุดเเบบนั้นงั้นหรอคะ!?"
บันนี่คงจะสังเกตเห็นว่าฉันใส่ชุดนักปราชญ์อยู่ก็เลยถามเเบบนั้น เเต่ทำไงได้ล่ะ ฉันไม่ได้มีชุดมาเปลี่ยนสักหน่อย อีกชุดนึงที่มีอยู่ก็เป็ชุดอยู่บ้านที่ฉันใช้ประจำตอนอยู่โลกเดิม เเต่ชุดนั่นมันไม่ได้มีสกิลซ่อมบำรุงเหมือนกับชุดนักปราชญ์ทำให้ยังมีเปื้อนดินอยู่บ้าง เเละถึงฉันจะซักมือเเล้วก็ยังต้องรอมันเเห้งอีก ดังนั้นที่เหลือตอนนี้ก็มีเเต่ชุดนักปราชญ์สุดสารพัดประโยชน์นี่เท่านั้น
เเต่ให้ใส่เต็มยศเลยก็คงจะนอนไม่ได้ ฉันเลยเลือกที่จะถอดรองเท้าบู้ท เสื้อนอก เเล้วถุงมือยาวออกตอนที่กำลังจะนอน เเละเพราะทำเเบบนั้นความสามารถของชุดก็เลยลดลง ฉันจึงต้องนอนไปพร้อมกับยังสวมเฮดโฟนหูเเมวอย่างช่วยไม่ได้ เเม้จะไม่มีพลังป้องกัน เเต่มีพลังการได้ยินอยู่ตลอดก็ถือว่ายังดี ที่นี่เป็ต่างโลกจะเกิดเื่อะไรบ้างระหว่างที่นอนอยู่ก็ไม่ทราบ ดังนั้นควรจะระวังเอาไว้ตลอดดีกว่า
"ฉันมีชุดเเค่นี้น่ะ อีกชุดที่เธอเคยเห็นมันยังไม่เเห้งดีก็เลยต้องนอนเเบบนี้ไปก่อน"
"อย่างงั้นหรอคะ...ถ้างั้นฉันขอตัวไปอาบบ้างนะคะ"
"อืม..."
ว่าเสร็จเธอก็เข้าไปในห้องอาบน้ำ จะว่าไปที่นี่ก็เตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้ตั้งสามผืนนี่เนาะ ถึงจะไม่มีสบู่หรือเเชมพูก็เถอะ
ฉันที่ยังหลับตานอนไม่ได้ได้เเต่นอนเล่นอยู่บนเตียง พร้อมกับลูบเ้าส่ายไปด้วย เเม้จะไม่ได้สวมเต็มชุดเเต่เ้านี่ก็ยังคงโผล่มาได้นะ เเถมตอนที่ััมันก็ทั้งอุ่นเเละนุ่มเหมือนได้ลูบสัตว์เลี้ยงที่ฉันเคยมีตอนสมัยเด็กๆเลย น่าคิดถึงอยู่หน่อยๆเเหะ เเต่ถ้ารำลึกมากไปฉันเกรงว่าตัวเองจะเศร้าได้ก็เลยหยุดลูบมันไว้เเค่นั้น มันทำท่าเหมือนอยากให้ฉันลูบต่อเเต่ฉันก็ส่ายหน้าเป็เชิงตอบ
เเล้วในตอนที่เ้าส่ายพยายามจะอ้อนฉันให้ลูบมันต่อนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงบันนี่ะโขึ้นจากในห้องอาบน้ำ
"คุณฟรานคะะะ!!"
ฉันสะดุ้งเสียงเรียกของเธอเเละรีบสั่งให้เ้าส่ายหดส่อนไปในชุดโดยทันที เเละในเวลาเดียวกันบันนี่ก็รีบออกมาจากห้องอาบน้ำโดยทำสีหน้าไม่พอใจอย่างมากใส่ฉัน ไม่รู้ว่าเธอรีบหรืออะไรถึงได้ออกมาทั้งๆที่ยังนุ่งผ้าเช็ดตัวเอาไว้เเบบนั้น ถึงฉันจะเป็ผู้หญิงเหมือนกับเธอก็เถอะ เเต่ออกมาให้ฉันเห็นเเบบนั้นมันจะดีหรอ
เเต่ถ้าเธอรีบออกมาโดยไม่ได้คิดเื่นั้นไว้ก็เเสดงมีปัญหาเกิดขึ้นในนั้นสินะ
"มีเื่อะไรหรือเปล่า?" เพราะไม่ได้ยินเสียงว่าจะมีใครบุกมาฉันเลยถามบันนี่อย่างใจเย็น
"ก็อุปกรณ์เวทยมนตร์มันถูกเเช่เเข็งอยู่นี่คะ! ไอ้นั่นน่ะ เป็ฝีมือคุณฟรานใช่มั้ยล่ะคะ!!"
อ่ะ ลืมไปเลยเเหะ
"โทษทีนะ เพราะว่ารีบออกมาฉันเลยลืมปลดมันออกน่ะ เธอช่วยใช้เวทย์ไฟละลายมันได้หรือเปล่า?"
"เวทยมนตร์มันจะไปใช้ได้ง่ายๆเหมือนกับการหายใจเเบบนั้นได้ไงล่ะคะ เเล้วถึงฉันจะใช้ได้เเต่ไอ้ความเเข็งที่เเค่เคาะเบาๆก็เจ็บมือเเล้วนั่นมันอะไรกันคะ เครื่องปล่อยน้ำมันไปทำอะไรให้คุณฟรานไม่สบายใจงั้นหรอคะ!!?"
โดนว่าเป็ฉอดๆเลยเเหะ....เเต่มันก็ความผิดฉันนี่เนอะ จะโดนว่ากันขนาดนี้ก็น่าจะเป็ธรรมดาอยู่เเล้ว เเต่บอกเหตุผลที่ฉันใช้เวทย์เเช่เเข็งมันให้เธอรู้หน่อยดีกว่า
"คือว่านะบันนิ..."
เเล้วฉันก็เริ่มเล่าเหตุผลที่ฉันเเช่เเข็งมันให้เธอใจเย็นลง เธอก็ดูจะยอมรับได้นะ เเต่ไอ้สายตาที่เหมือนกับตอนฉันพึ่งใช้เวทยมนตร์ได้นั่นมันอะไรน่ะ อย่างกับสายตานั่นจะเกะเป็คำพูดได้ว่า 'รู้ไหมคะเนี้ยว่ากำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่'
"รู้ไหมคะเนี้ยว่ากำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่"
เป๊ะค่ะ
"เครื่องปล่อยน้ำมันไม่ได้พังหรอกค่ะ พลังเวทย์ของคุณฟรานตังหากล่ะที่มีพลังมากไป"
"เเต่ฉันก็ใส่พลังลงไปเเค่นิดเดียวเองนะ" ฉันย้ำคำว่านิดให้ชัดขึ้น เพราะรู้สึกได้เลยว่าใส่ลงไปนิด!เดียวจริงๆ
"เฮ้อ บางทีนิดเดียวของคุณฟรานอาจจะไม่ใช่นิดเดียวเเบบที่เครื่องมันรู้สึกได้หรอกนะคะ ทางที่ดีคุณฟรานควรจะลองเเค่เเตะมันเฉยๆเเล้วคิดว่าอยากให้มันเปิดโดยไม่ต้องใส่พลังเวทย์ลงไปดูน่าจะดีกว่า"
"เเล้วมันจะทำงานเเน่หรอ?"
"ยังไงก็ลองดูก่อนสิคะ"
บันนี่เเนะนำให้ฉันทดลองกับเครื่องปล่อยน้ำดู ฉันเลยใส่พลังเวทย์ทำลายน้ำเเข็งที่เเช่มันไว้ก่อน เเล้วค่อยเเตะมันเพื่อลองให้มันทำงานดูอีกครั้ง เเละครั้งนี้ฉันไม่ได้ใส่พลังเวทย์ลงไป ฉันเพียงเเค่เเตะมันเเละคิดว่าจะให้น้ำมันไหลออกมาเท่านั้น
...!
ซึ่งมันก็ไหลออกมาทันที เเละยังไหลออกมาในระดับที่ไม่เเรงเเละไม่เบาเกินไป เมื่อสักครู่ฉันรู้สึกเหมือนว่าพลังเวทย์ของฉันจะไหลออกด้วยเล็กน้อย เเต่ก็เเทบจะบางจนไม่รู้สึกเลยอ่านะ เเสดงว่ามันทำไปตามธรรมชาติเลยงั้นหรอ พลังเวทย์นี่เป็อะไรที่น่าสนใจดีเเท้
"ฉันไม่รู้ว่าจะใตรงไหนดีเลยล่ะค่ะ"
บันนี่ที่ดูฉันใช้เครื่องปล่อยน้ำได้เเต่ถอนหายใจ เธอบอกว่าใก็จริงเเต่คนที่บอกให้ฉันลองมันก็คือเธอเองไม่ใช่หรอ หรือว่าบันนี่จะใเื่อื่นกันหว่า...
ยังไงก็เเล้วเเต่เื่ทั้งหมดก็ถูกเเก้ปัญหาลงได้อย่างสงบเเล้ว พอบันนี่อาบน้ำเสร็จเธอก็ขอเข้านอนโดยทันที ดูเหมือนชุดนอนเธอจะเป็ชุดนอนเเบบทั่วไปที่ฉันเคยเห็นตอนอยู่ที่โลกเดิมเลยเเหะ ออกเเบบมาให้ใส่สบายๆเเบบนั้นได้เนี้ย พวกช่างตัดเสื้อที่โลกนี้กับโลกฉันคงจะสนิทกันได้ง่ายๆเเน่เลย
.....
....
..
"คุณฟรานยังไม่หลับสินะคะ?"
"ก็ยังนะ"
ระหว่างที่เราปิดไฟเเละเเยกกันนอนอยู่นั้นบันนี่ที่นอนไปสักพักเเล้วก็ถามฉัน ก็นะ ที่ฉันนอนไม่หลับเนี้ยส่วนนึงก็มาจากความประหม่าที่ต้องมานอนร่วมห้องเดียวกับคนอื่น เเม้ฉันจะเคยนอนค้างกับเพื่อนร่วมห้องตอนเข้าค่ายลูกเสือเเละเนตรนารีอยู่บ้าง เเต่ความประหม่าก็คือความหม่าโดยเฉพาะเวลาที่ไม่ได้นอนอยู่ในที่ๆตัวเองนอนประจำมันมักจะทำให้เราสงบใจไว้ไม่ได้
เเละอีกอย่าง คือฉันกำลังคิดถึงเื่เก่าๆของตัวเองอยู่
"ขอถามเื่ของคุณฟรานสักหน่อยได้ไหมคะ?"
"ถ้าเป็เื่ที่ฉันใช้เวทย์ได้ในทันทีนั่นล่ะก็ ฉันตอบเธอไม่ได้หรอกนะเพราะฉันเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน"
เธอถามย้ำเื่นี้บ่อยมาก เเต่ที่ฉันตอบได้ก็มีเพียงความไม่รู้เท่านั้น ถึงจะบอกไปว่ามันเป็เงื่อนไขที่พระเ้าให้มาเธอก็คงจะไม่เชื่อหรอก หรือต่อให้เชื่อมันก็คงเป็ได้เเค่ความไร้เหตุผลที่มนุษย์ไม่อาจจะเข้าใจได้เท่านั้น
"ค่ะ ฉันไม่คิดจะถามเื่นั้นซ้ำหรอกค่ะ เเต่เป็เื่ก่อนที่คุณฟรานจะเดินทางมาเจอพวกเราน่ะค่ะ"
"...."
ก่อนจะมาถึงเมืองนี้ฉันก็ได้เล่าเื่ตัวเองเเบบด้นสดให้พวกได้รู้ไปบ้างเเล้ว โดยบอกว่าฉันมาจากเมืองอันห่างไกลที่ยังไม่เปิดเผยที่ตั้ง เเละไม่สามารถเปิดเผยให้พวกเขารู้ได้ ฉันเล่าว่าตัวเองออกเดินทางมาเพื่อสำรวจโลกภายนอกที่อยู่ข้างนอกเมืองเพื่อเรียนรู้หาประสบการณ์ในการใช้ชีวิตที่เเตกต่าง ซึ่งก็ไม่ผิดจากเื่จริงเท่าไหร่นัก
"ก่อนจะมาเจอพวกเราคุณฟรานใช้ชีวิตอยู่ยังไงหรอคะ?"
"ก็ขึ้นไปนอนอยู่บนต้นไม้บ้าง หาที่ปลอดภัยบ้างน่ะ" เเน่นอนว่าฉันโกหก จะบอกว่าเดินทางมายังไม่ถึงวันได้ไงล่ะ เเบบนั้นที่ๆฉันจากมามันก็คงไม่ไกลจากนี่น่ะสิ เพราะงั้นเลยต้องสร้างเื่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เคยบอกไปอย่างเดียว
"ถ้าเป็มนุษย์เเมวทั่วไปมันก็คงจะเป็ชีวิตที่ยากลำบากน่าดูเลยนะคะ"
"จะบอกว่าฉันไม่เหมือนมนุษย์เเมวทั่วไปสินะ?"
"ก็ถ้าคุณฟรานมาบอกว่าตัวเองเป็มนุษย์เเมวทั่วไปเอาตอนนี้ฉันก็ไม่เชื่อหรอกนะคะ"
ก็นั่นสิน้~า
ในตอนที่เรากำลังคุยกันอย่างราบรื่นฉันกะจะถามบันนี่ถึงเหตุผลที่เธอทำดีกับฉันถึงขนาดนี้ เเต่ก็หยุดตัวเองเอาไว้ก่อน
สำหรับฉันเเล้วไม่ว่าเธอจะตอบอะไรมาก็คงไม่มีผลอะไรมากนัก
จะทำดีเพราะว่าเห็นเป็มนุษย์สัตว์ด้วยกัน? หรือตอบเเทนเื่เรดอ็อค? จะอย่างไหนฉันก็เชื่อใจเธอมากกว่าคนรู้จักไม่ได้
เธออาจจะกำลังหลอกให้ฉันเชื่อใจเธอเเล้วค่อยใช้ฉันไปทำประโยชน์เพื่อเธอ หรือจะเเค่อยากสนิทเพราะไม่อยากเป็ศัตรูด้วย? เเม้ว่าความคิดเหล่านี้จะเป็ความคิดด้านลบเกินไปจนอาจจะทำให้บันนี่เสียใจที่ฉันคิดกับเธอเเบบนั้น เเต่การที่รู้จักกันไม่ถึงวันเเล้วจะไม่คิดถึงความเป็ไปได้พวกนี้เลยมันก็ไม่ใช่
ถึงยังไงเราก็หมดความเกี่ยวข้องกันเเล้ว เพราะงั้นก็ไม่จำเป็ต้องมาทำดีอะไรต่อกันมากกว่านี้อีก ตั้งเเต่พรุ้งนี้ก็ทางใครทางมันกันนั่นเเหละ ถ้าบังเอิญเจอกันก็เเค่ทักทาย นั่นเเหละคือที่ฉันจะทำ
.......
จะว่าไป-
ที่ฉันตัดสินใจตอบรับคำเชิญมายังโลกนี้ก็เพราะว่าอยากสำรวจโลกที่ได้ชื่อว่าเป็โลกเเฟนตาซีเท่านั้น ไม่ได้มานี่เพราะเหตุผลที่ยิ่งใหญ่อย่างการปราบจอมมารหรือกอบกู้ประเทศเเต่อย่างใด...ฉันเป็เเค่คนธรรมดา ผู้หญิงธรรมดาที่หาได้ตามบ้านช่อง หาได้ตามโรงเรียนมัธยมปลาย ไม่มีความสามารถดีเด่นหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวเเบบคนอื่นเขา ก็เเค่คนที่อยากจะใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเอง้าก็เท่านั้น
ดังนั้นจะโลกเเฟนตาซีหรือไม่ถ้าฉันอยู่เเล้วมันโอเคฉันก็ยินดีจะอยู่
มันก็เเค่นั้น...
.....
เมื่อฉันนอนหันไปด้านข้างซึ่งหันไปยังทิศตรงกันข้ามกับที่บันนี่อยู่ เ้าส่ายก็ค่อยๆยืดเข้ามาอยู่ระหว่างเเขนทั้งสองข้างของฉัน ดูเหมือนมันจะอยากให้ฉันนอนกอดมันนะ ตอนนี้ก็ปิดไฟเเล้วด้วย ถึงบันนี่จะยังไม่หลับก็คงไม่สังเกตเห็นมันหรอก สีมันกลมกลืนกับความมืดจะตายไป
พอฉันคิดเเบบนั้นฉันก็ค่อยโอบมันไว้เบาๆ มันนุ่มจริงๆนั่นเเหละนะ ถ้าฉันจะกอดมันเป็หมอนข้างจะเป็ไรหรือเปล่า เเน่นอนว่าไม่มีคนตอบ ฉันเลยนอนกอดมันเเละหลับไปทั้งๆเเบบนั้น...
***