แรงกดดันจากโถงหินยังคงแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่รุนแรงพอจะผลักใครให้ล้มในทันที แต่หนักหน่วงพอจะทำให้ลมหายใจของผู้ที่ยืนอยู่เปลี่ยนจังหวะโดยไม่รู้ตัว อากาศในโถงดูเหมือนจะข้นขึ้น ทุกก้าวที่เดินเข้าไปใกล้ประตูด้านใน ล้วนต้องแลกด้วยพลังชีวิตของตัวเอง
ผู้ควบคุมสนามยืนอยู่ด้านหน้า สีหน้าเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เื่แปลกใหม่สำหรับเขา
“จากตรงนี้ไป” เสียงของเขาดังชัดในความเงียบ “ไม่มีการบังคับ”
เขาชี้ไปยังทางเดินหินยาวที่ทอดลึกเข้าไปในโถงด้านใน แสงสว่างจาง ๆ ลอดออกมาจากด้านในสุด แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าแสง คือแรงกดที่ทับซ้อนกันเป็ชั้น ๆ
“ผู้ใดทนไม่ไหว สามารถถอยกลับได้”
“ผู้ใดเดินต่อ จะต้องรับผลของการตัดสินใจเอง”
ไม่มีคำว่าแพ้และไม่มีคำว่าชนะ มีเพียงคำว่าอยู่หรือล้ม ผู้รอดจากรอบก่อนหน้ามองหน้ากันอย่างเงียบงัน ไม่มีใครพูด ไม่มีใครหัวเราะเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว ทุกคนในที่นี้รู้ดีว่า การทดสอบนี้ ไม่ได้ดูที่ฝีมือ ไม่ได้ดูที่ระดับพลัง แต่ดูที่สิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น
คนแรกก้าวออกไป เป็ชายร่างกำยำ ระดับแปรปราณขั้นกลาง ลมปราณไหลเวียนอย่างมั่นคง เขาก้าวอย่างมั่นใจใน่แรก แต่เพียงไม่กี่ก้าว สีหน้าก็เปลี่ยนไป กล้ามเนื้อเกร็งแน่น เหงื่อเริ่มซึมออกจากหน้าผาก
ก้าวที่ห้าเขาหยุดก้าวที่หกเขาทรุดเข่า เสียงหอบดังหนัก เืไหลออกจากมุมปาก เขากัดฟัน พยายามยืนขึ้นอีกครั้ง แต่แรงกดที่มองไม่เห็นกลับทับซ้อนลงมาอย่างไร้ปรานี กระดูกส่งเสียงดังกรอบ ร่างกายสั่นสะท้าน ในที่สุด เขาล้มลงนอนราบกับพื้นหมดสติ ไม่มีใครเข้าไปช่วย ไม่มีใครขยับ
ผู้ควบคุมสนามเพียงแค่โบกมือ คนของเขาลากร่างนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็เพียงสิ่งของที่หมดค่า
คนที่สองก้าวออกไปและคนที่สามตามด้วยคนต่อๆไป บางคนเดินได้ไกลกว่า บางคนล้มั้แ่ยังไม่ถึงครึ่งทาง บางคนพยายามฝืนจนเืไหลออกจากจมูกและดวงตา แต่สุดท้ายก็ต้องถอยกลับด้วยสภาพย่ำแย่
เสียงกระดูกแตก เสียงหายใจขาดห้วงดังขึ้นเป็ระยะ นี่ไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็การคัดทิ้ง
หลัวอวิ๋นยืนอยู่ด้านหลัง ไม่ได้รีบร้อน เขามองดูทุกอย่างอย่างละเอียด จดจำจังหวะการเพิ่มแรงกด จดจำระยะที่แต่ละคนล้มลง และจดจำปฏิกิริยาของร่างกายเมื่อเข้าใกล้โถงด้านใน
เมื่อถึงคราวของเขา เขาก้าวออกไปอย่างสงบ ก้าวแรกแรงกดทับลงมาเหมือนแบกหินก้อนใหญ่ ก้าวที่สองลมหายใจเริ่มหนักขึ้น ก้าวที่สามกล้ามเนื้อขาเกร็งแน่น
หลัวอวิ๋นไม่หยุด เขาปรับจังหวะการหายใจอย่างเงียบงัน ไม่ฝืน ไม่เร่ง อาคมเสริมกายถูกเปิดขึ้นในระดับต่ำสุด เืในร่างอุ่นขึ้นเล็กน้อย กายโลหิตเริ่มทำงานทันที
แรงกดที่ถาโถมเข้ามาไม่ได้ถูกผลักออก แต่ถูก “รับไว้” หลัวอวิ๋นรับรู้ได้ชัดว่า ร่างกายของเขากำลังปรับตัว กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก เหมือนถูกหล่อหลอมด้วยแรงที่มองไม่เห็น ความเ็ปมีอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นทำให้เสียสติ
ก้าวที่ห้าแรงกดเพิ่มขึ้นอีกระดับ เืเริ่มซึมออกจากมุมปาก หลัวอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่หยุด เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การลงโทษ หากเป็การทดสอบว่า ร่างกายเขาจะพัง หรือจะปรับตัวได้ก่อน
เขาก้าวต่อไป ก้าวที่หกกระดูกส่งเสียงดังเบา ๆ แต่ไม่แตก กายโลหิตดูดซับแรงกดส่วนใหญ่เอาไว้ เหลือเพียงแรงสั่นะเืลึกที่แล่นผ่านไขกระดูก ความเจ็บแล่นขึ้นมาชัดเจน แต่หลัวอวิ๋นยังยืนได้อย่างมั่นคง
ผู้ที่ยืนดูอยู่ด้านหลังเริ่มแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไป บางคนเบิกตากว้าง บางคนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
“เขายังยืนอยู่…”
“ระดับพลังไม่สูง แต่ร่างกาย…”
เสียงกระซิบดังขึ้นเบา ๆ หลัวอวิ๋นไม่สนใจ เขามองไปข้างหน้า ประตูด้านในยังคงปิดอยู่ แต่แรงกดจากด้านหลังประตูกลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังตอบสนองต่อการมีอยู่ของเขา
ก้าวที่เจ็ดความเ็ปแล่นผ่านทั้งร่าง เืไหลจากจมูกลงมาถึงคาง ลมหายใจเริ่มหนัก แต่ยังไม่ขาดห้วง เขากัดฟัน ยืดหลังตรง ไม่ยอมให้ร่างกายทรุด
เขาไม่ได้คิดถึงชัยชนะไม่ได้คิดถึงรางวัล เขาเพียงแค่ยืนและก้าวต่อไป ในที่สุดเขาหยุดอยู่ก่อนถึงประตูด้านในเพียงไม่กี่ก้าว ไม่ใช่เพราะทนไม่ไหว แต่เพราะเขารับรู้ได้ว่า นี่คือขอบเขตที่สนาม้า
แรงกดหยุดเพิ่ม ร่างกายหยุดสั่น หลัวอวิ๋นยืนอยู่ตรงนั้น หอบหายใจเบา ๆ เืหยดลงบนพื้นหิน แต่ดวงตายังคงนิ่งสงบ กายโลหิตทำงานอย่างเต็มที่ ฟื้นฟู ซ่อมแซม และจดจำแรงกดนั้นเอาไว้
ผู้ควบคุมสนามมองภาพนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่ความประหลาดใจแต่เป็ความพอใจ
ผู้ที่ผ่านการทดสอบเหลือเพียงไม่กี่คน และหลัวอวิ๋นคือหนึ่งในนั้น โดยไม่ต้องฆ่าใครเพิ่ม และไม่ต้องแสดงพลังเกินจำเป็
ประตูด้านในสั่นะเืเบา ๆ แรงกดจากภายในไหลออกมาอีกระลอก เหมือนการหายใจของสิ่งมีชีวิต และทุกคนที่ยังยืนอยู่ รู้ดีว่าการทดสอบที่แท้จริงยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ
ความเงียบหลังการทดสอบ หนักหนากว่าความโกลาหลก่อนหน้า ผู้ที่ยังยืนอยู่ มีเพียงไม่กี่คน และทุกคนต่างรู้ดีว่าการยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะโชค หากเป็เพราะร่างกายของพวกเขา “ไม่พัง” ภายใต้แรงกดที่ไม่มีรูป ไม่มีเสียง และไม่มีความปรานี
หลัวอวิ๋นยังคงยืนอยู่หน้าประตูด้านใน เืจากจมูกหยดลงบนพื้นหินเป็จังหวะช้า ๆ ลมหายใจของเขาหนัก แต่สม่ำเสมอ กายโลหิตทำงานต่อเนื่อง เงียบงัน และมั่นคง มันไม่เร่ง ไม่ตื่นตระหนก ราวกับเข้าใจดีว่านี่คือสิ่งที่ต้องเผชิญ
แรงกดจากหลังประตู ไม่ได้เพิ่มขึ้นอีกแต่มันยังคงอยู่ เหมือนสายตาที่จับจ้อง เหมือนน้ำหนักที่ไม่อาจวางลง
ผู้ควบคุมสนามก้าวออกมาข้างหน้า สายตาของเขากวาดมองผู้รอดแต่ละคนอย่างละเอียด ไม่มีคำพูด ไม่มีท่าทีเร่งเร้า เขาเพียงแค่รอ และสนามเองก็รอเช่นกัน
หนึ่งในผู้รอดเป็ชายวัยกลางคน ระดับแปรปราณขั้นปลาย ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลอาบทั้งตัว เขามองประตูด้านในด้วยสายตาที่ผสมปนเประหว่างความหวาดกลัวและความโลภ
“ข้า…” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “ข้าจะลองอีกครั้ง”
ไม่มีใครห้ามไม่มีใครเตือน เขาก้าวออกไปอีกก้าว แรงกดที่เหมือนจะคงที่ กลับเปลี่ยนแปลงทันที ราวกับรับรู้การฝืนของเขา กระดูกในร่างส่งเสียงดังกรอบ เส้นเืบนลำคอปูดโปน เืไหลออกจากดวงตาในเสี้ยววินาที เขากรีดร้องก่อนที่ร่างจะทรุดลงกับพื้น
ความเงียบปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ผู้รอดที่เหลือขยับตัวโดยไม่รู้ตัว บางคนถอยหลัง บางคนกำหมัดแน่น รู้ดีว่าขอบเขตนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ฝืนได้ด้วยความดื้อรั้น
หลัวอวิ๋นมองภาพนั้นอย่างสงบ ดวงตาไม่สั่นไหว ไม่ใช่เพราะไร้ความรู้สึก แต่เพราะเขาเข้าใจดีว่า สิ่งที่อยู่หลังประตู ไม่ได้ฆ่าคนนั้นร่างกายของเขาเองต่างหาก ที่พาเขาไปไกลเกินไป
แรงกดเริ่มเปลี่ยนรูปแบบเล็กน้อย ไม่ได้เพิ่มความหนัก แต่แทรกซึมลึกขึ้น คล้ายแรงบิดที่กดลงบนโครงสร้างภายใน หลัวอวิ๋นรู้สึกได้ถึงการตอบสนองใหม่ กายโลหิตเริ่ม “จัดเรียง” ตัวเองอีกครั้ง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก เหมือนกำลังจดจำแรงรูปแบบนี้
เขารู้สึกได้ว่า หากเป็ก่อนหน้านี้เขาคงพังไปแล้ว แต่ตอนนี้ ร่างกายของเขากำลัง “เรียนรู้”
ผู้รอดอีกคนเป็หญิงสาวผมสั้น เธอขยับเข้ามาใกล้หลัวอวิ๋นเล็กน้อย ไม่ใช่เพื่อร่วมมือ แต่เพื่อประเมิน เธอไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ราวกับยอมรับในสิ่งที่เห็น
ไม่มีคำชมไม่มีมิตรภาพมีเพียงการรับรู้ว่า คนตรงหน้า ไม่ธรรมดา ผู้ควบคุมสนามยกมือขึ้นช้า ๆ แรงกดจากประตูด้านในค่อย ๆ ลดระดับลง ไม่ได้หายไป แต่ถอยกลับเข้าไปเหมือนคลื่นที่ซัดกลับสู่ทะเล
“พอแล้ว” เขากล่าว “ผู้ที่ยังยืนอยู่…ถือว่าผ่าน”
ไม่มีเสียงดีใจไม่มีเสียงถอนหายใจ มีเพียงความเหนื่อยล้าที่ค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าของทุกคน ประตูด้านในไม่เปิดออกแต่สั่นะเือีกครั้ง แรงกดภายในไม่พุ่งออกมา แต่กลับ “ตอบสนอง”
หลัวอวิ๋นรู้สึกถึงบางสิ่งชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เสียง ไม่ใช่ภาพ แต่เป็ความรู้สึกคล้ายแรงดึงดูดอ่อน ๆ ที่เชื่อมโยงกับร่างกายของเขาโดยตรง ไม่ใช่การเรียกไม่ใช่การยอมรับ แต่เป็การ “จดจำ” เหมือนโลหะที่รับรู้ถึงไฟ เหมือนร่างกายที่รับรู้ถึงแรง
ผู้ควบคุมสนามมองหลัวอวิ๋นเป็พิเศษอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนสายตาออกไป ราวกับยืนยันบางอย่างกับตัวเอง
“พักฟื้น” เขาพูดสั้น ๆ “รอบตัดสิน จะเริ่มเร็ว ๆ นี้”
คำพูดนั้น ไม่ได้ให้ความสบายใจ แต่เป็การเตือน ผู้รอดถูกพาออกจากโถงไปยังพื้นที่พัก ไม่มีการรักษา ไม่มีการแจกทรัพยากร ทุกคนต้องพึ่งพาสิ่งที่ตนมี หลัวอวิ๋นนั่งลงบนพื้นหิน หยิบเม็ดยาบำรุงเม็ดสุดท้ายออกมา กลืนลงไปโดยไม่ลังเล
ความร้อนแผ่ซ่านในร่าง กายโลหิตรับพลังนั้นทันที เขาหลับตาลง ใช้เวลาสั้น ๆ ปรับสภาพร่างกาย ไม่ได้พยายามเลื่อนระดับ ไม่ได้ฝืน เขาเพียงแค่ทำให้ร่างกาย “อยู่ในสภาพพร้อม”
ในความมืดหลังเปลือกตา ภาพแรงกดนั้นยังคงชัดเจน เขาเข้าใจแล้วว่า อาวุธพิเศษนั้นไม่ได้รอผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่มันรอผู้ที่ ไม่แตกสลาย เมื่อเข้าใกล้มัน
และหากถึงเวลาที่ประตูนั้นเปิดออกจริง ๆ มันจะไม่ใช่เพราะโชค แต่เพราะร่างกายของเขา ผ่านการพิสูจน์แล้ว