บทที่ 20 คุณกลับมาแล้ว
“คุณจิ่ง คุณเมาแล้ว” อันโหรวเอามือของเขาที่กำลังป่วนเธออยู่ออกไป แล้วหันไปมองถังซั่ว “คุณถัง ช่วยโทรเรียกคนขับรถมารับเขากลับไปหน่อย”
น้ำเสียงของเธอไม่ได้อ่อนน้อมหรือหยิ่งยโส
ดวงตาเป็ประกายของถังซั่วเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “คุณจิ่งมีห้องพักส่วนตัวในโรงแรมข่ายหัว อยู่ที่ชั้นสิบห้า ทั้งชั้นเป็ของเขา”
คำพูดนี้แฝงนัยอย่างชัดเจน
“ประตูห้องใช้การสแกนลายนิ้วมือ ดังนั้น คงต้องรบกวนคุณแล้วละ” ถังซั่วยิ้มเล็กน้อย ท่าทางเหมือนกำลังดูละครสนุก ๆ
“พี่ชาย ฉันจะพาพี่เฉินขึ้นไปเอง ถ้าให้ผู้หญิงอัปลักษณ์คนนี้พาไป เดี๋ยวเธอจะกลายเป็หมาป่าตะกละตะกลามเข้าให้” ถังซือเถียนพูดพลางลุกขึ้นยืน เดินไปทางจิ่งเป่ยเฉิน ดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว
หมาป่าตะกละตะกลาม ในหัวผู้หญิงคนนี้คิดอะไรกันแน่
อันโหรวอยากให้ถังซือเถียนพาไปจริง ๆ ตอนนี้จิ่งเป่ยเฉินเอาหัวซบไหล่เธออยู่ มือก็เกือบจะโอบรอบเอวเธอ แถมยังพ่นลมหายใจใส่ต้นคอ ร้อนผ่าวยิ่งกว่าอะไรดี
“ผู้หญิงอัปลักษณ์ ทำไมเธอถึงกอดพี่เฉินไม่ปล่อย” ถังซือเถียนย่นจมูก ท่าทางโกรธเคือง พอพูดจบ มือของเธอก็ยื่นไปหาจิ่งเป่ยเฉิน
ถังซั่วไม่ได้ห้ามน้องสาว ปล่อยให้เธอผิดหวังไปเลย จะได้ไม่มายุ่งวุ่นวายอีก
ชีเสิ่งเทียนเมาหัวราน้ำ พอเห็นถังซือเถียนทำท่าจะแตะตัวจิ่งเป่ยเฉิน ชั่วขณะนั้น สติของเขาก็กลับมา เื่ไม่ดีจะเกิดแล้ว
พอดีกับที่มือของถังซือเถียนกำลังจะแตะโดน จิ่งเป่ยเฉินก็ขมวดคิ้ว ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความอันตราย ทำเอาเธอไม่กล้าขยับอีก
เขาจ้องมองถังซือเถียน แล้วหันไปมองผู้หญิงที่เขากอดอยู่ คิ้วที่ขมวดคลายออก มุมปากยกขึ้น “ไปกันเถอะ”
พอพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืน จูงมืออันโหรวเดินไปทางประตู
ไม่เพียงแค่อันโหรวที่งุนงง แม้แต่ถังซั่วที่ยังมีสติก็ยังไม่เข้าใจ เขากำลังแกล้งเมาหรือเมาจริง ๆ กันแน่?
“พี่เฉิน!” ถังซือเถียนทำหน้าน้อยใจ ย่ำเท้าเล็ก ๆ เสียงอ่อนหวานของเธอยิ่งน่าสงสารมากขึ้น
ถังซั่วไม่สนใจเธอ ดวงตารูปเมล็ดท้อเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เขาหันไปมองชีเสิ่งเทียน “ผู้หญิงคนนี้ เธอเป็ใครกันแน่?”
ชีเสิ่งเทียนถอนหายใจ หัวเริ่มปวดตุบ ๆ “ผู้หญิงคนนี้ เป็แม่ลูกสองแล้ว”
ชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของถังซั่วแสดงออกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย
ถังซือเถียนได้ยินแบบนั้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความดีใจ แต่หลังจากนั้นก็เศร้าใจขึ้นมาอีกครั้ง
เธอแพ้ให้กับแม่ของเด็ก ๆ! ผู้หญิงที่แก่และน่าเกลียด!
อันโหรวถูกจิ่งเป่ยเฉินลากไปตลอดทาง ทิศทางไม่ใช่ประตูโรงแรมข่ายหัว แต่เป็ลิฟต์
บ้าไปแล้ว เขาจะพาเธอไปห้องสวีตส่วนตัว?
จิ่งเป่ยเฉินกดชั้นสิบห้า พลางหันมามองตาเธอ
เขาถอนหายใจยาว เหมือนได้รับบางสิ่งบางอย่าง ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างโอบกอดเธอเข้ามาในอ้อมแขน
แน่นมาก ไม่เหลือช่องว่างแม้แต่น้อย
ผู้ชายคนนี้ ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!
อันโหรวยกมือทุบไหล่เขา แต่แรงของเธอกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกเกาเท่านั้น
เสียง ‘ติ๊ด’ ดังขึ้น ประตูลิฟต์เปิดออก แต่จิ่งเป่ยเฉินกลับยืนกอดเธอนิ่ง
อันโหรวก้มหน้ามองเขา พบว่าเขาหลับตาไปแล้ว
เธอจึงต้องพยายามอย่างยากลำบากในการขยับเท้าทั้งสองข้าง เพื่อพาเขามาถึงหน้าประตูห้อง
ระบบจดจำลายนิ้วมือ แต่ว่ามันคือนิ้วไหนกันแน่นะ!
“นิ้วไหน?”
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้เงยหน้าขึ้น ยังคงพิงอยู่บนไหล่ของเธอ
อันโหรวจึงต้องลองทีละนิ้วอย่างหมดหนทาง โดยเริ่มจากนิ้วโป้งก่อน
นิ้วแรกล้มเหลว เธอจึงต้องลองต่อไป
จนกระทั่งนิ้วนางซ้ายแตะลงไป จึงมีเสียง ‘ติ๊ด’ ดังขึ้น และประตูก็เปิดออก
รสนิยมช่างแปลกจริง ๆ ดันเป็นิ้วนางซะได้
อันโหรวอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ จากนั้นก็พยายามอย่างหนักเพื่อลากเขาเข้าไปข้างใน และยกเท้าขึ้นเตะประตูปิดไปในคราวเดียว
ท่าทางไม่เป็สุภาพสตรีเอาเสียเลย
เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีจดจ่ออยู่กับมัน จึงไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มที่หางตาของชายหนุ่มซึ่งยกขึ้นเล็กน้อย
อันโหรววางเขาลงบนโซฟา ตบเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วหมุนตัวจะเดินออกไป
ชายหนุ่มว่องไวคว้าข้อมือของเธอไว้ได้
“รินน้ำให้ผมหน่อย” น้ำเสียงออกคำสั่ง ไม่มีมารยาทสักนิด
แต่พอพูดจบ เขาก็หลับตาลง ไม่รู้ว่าหลับจริงหรือแกล้งหลับกันแน่
อันโหรวโมโหตัวเองที่ใจอ่อน เอาเถอะ รินน้ำให้เขาแล้วค่อยไป
เธอรินน้ำอุ่นใส่แก้ว แล้วยื่นให้เ้านายอย่างว่าง่าย “น้ำมาแล้ว”
จิ่งเป่ยเฉินพยายามขยับตัว มือขวาของเขายกขึ้นอย่างแรงจนอันโหรวไม่มีเวลาหลบ แก้วน้ำจึงถูกปัดตกลงพื้น และสาดใส่ตัวเธอเต็ม ๆ
เสื้อผ้า้าเปียกโชกในพริบตา อันโหรวโมโห! ไอ้หมอนี่ตั้งใจทำใช่ไหม!
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” จิ่งเป่ยเฉินลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน
“ฉันจะมีเสื้อผ้าที่ไหนให้เปลี่ยน?!” น้ำเสียงของอันโหรวค่อนข้างรุนแรง เขาคิดว่าที่นี่เป็บ้านของเธอหรือไง ไม่มีทางที่จะมีเสื้อผ้าของเธออยู่หรอก!
เมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปในห้อง เธอก็ก้มมองเสื้อผ้าที่เปียกอีกครั้ง รู้สึกโมโหจนพูดไม่ออก “คุณพักผ่อนเถอะ ฉันกลับบ้านดีกว่า”
พอพูดจบ เธอก็หันหลังกลับ แต่ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงอาเจียนของชายคนนั้น
เธอสูดหายใจลึก ๆ แล้วหันกลับไปหาจิ่งเป่ยเฉิน
ในขณะที่จิ่งเป่ยเฉินเดินไปเปิดอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ “เติมน้ำ ผมจะอาบน้ำ”
ชั่วขณะหนึ่ง อันโหรวรู้สึกเหมือนได้เห็นจิ่งเป่ยเฉินเมื่อห้าปีก่อน ท่าทางเกเรแบบนี้เหมือนกับตอนนั้นมาก
หลังจากเมา เขาถึงจะแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมา
“เปิดน้ำ” จิ่งเป่ยเฉินพูดซ้ำอีกครั้งอย่างอดทน พอพูดจบเขาก็ถอดเสื้อผ้าอย่างเป็ธรรมชาติ
อันโหรวถอนหายใจอย่างจนปัญญา แต่ก็ทำตามที่เขาบอก เธอรีบเปิดน้ำอย่างรวดเร็ว
และลองวัดอุณหภูมิดูจนอุ่นพอดี
แต่เธอไม่คิดว่า เธอเพิ่งจะหันหลัง จิ่งเป่ยเฉินก็ยกขาเข้าไปในอ่างอาบน้ำ
ยังคงเป็การเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกินไป ร่างกายที่แข็งแรงของเขาชนเธอเข้า ทำให้เธอเสียหลักและล้มลงไปข้างหน้า
ในชั่วพริบตา แขนยาวข้างหนึ่งของเขาก็โอบรอบเอวของเธอไว้ เขาออกแรงครั้งหนึ่ง เธอไม่ได้ล้มหงายหลัง แต่กลับตกลงไปในอ่างอาบน้ำโดยตรง
เสียงน้ำกระเซ็น น้ำกระเด็นใส่ใบหน้าของเธอเต็มไปหมด
วันนี้จิ่งเป่ยเฉินดื่มเยอะจริง ๆ ตอนนี้เขาเริ่มไม่ค่อยรู้สึกตัวแล้ว
เขาหรี่ตา เห็นผู้หญิงตรงหน้ากับผู้หญิงคนหนึ่งทับซ้อนกัน เขาใช้มือข้างหนึ่งควบคุมเธอ อีกข้างหนึ่งลูบน้ำไปบนใบหน้าของเธอ
แป้งหนา ๆ พวกนี้ รบกวนสายตาจริง ๆ!
“เครื่องสำอางของคุณเลอะเทอะแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น มือยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยในใจของอันโหรวก็ดังขึ้น
เธอพยายามดิ้นรน แต่เขามีพละกำลังมากเกินไป เธอจึงสู้ไม่ได้ ผมเผ้าหลุดลุ่ยและกระจายออกในพริบตา เครื่องสำอางบนใบหน้าเลอะเทอะไปหมด
“คุณ…” จิ่งเป่ยเฉินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เป็คุณ…เขาเมาแล้ว นี่เขาฝันอยู่หรือเปล่า?
“ฉันอะไร!” อันโหรวรู้ว่าเขาเมา เธอต้องรีบหนีไปตอนที่เขากำลังเมาอยู่
“เป็คุณ!” เขาตื่นเต้นมาก โอบแขนรอบตัวเธอ
“คุณกลับมาแล้ว คราวนี้ผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปอีกเด็ดขาด” เขาพูดพลางลูบหน้าเธอไปด้วย
“อย่ามาหาเื่นะ หยุดเดี๋ยวนี้!” อันโหรวใช้มือทั้งสองข้างผลักไสเขาอย่างร้อนรนและโมโห
“ไม่ปล่อย คุณเป็ของผม” สายตาของจิ่งเป่ยเฉินมืดมัว ความคิดที่อยากได้เธอกำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
ถึงแม้จะเป็ความฝัน เขาก็ไม่อยากตื่น
เขาไม่สนใจการขัดขืนของอันโหรว ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาอย่างแรง และก้มลงจูบปากแดงของเธออย่างดุดัน มืออีกข้างก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ มันค่อย ๆ เลื่อนลงต่ำ
จูบของเขายิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ลมหายใจของเธอแทบจะถูกเขาแย่งไปหมด ผิวเนื้อทุกตารางนิ้วของเธออยู่ในการควบคุมของเขา
ทันใดนั้น เธอเริ่มใจสั่น ยกมือขึ้นขัดขืนสุดชีวิต ทว่าพละกำลังของผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันมาก สุดท้ายเขาสามารถพลิกตัวเธอในครั้งเดียว และกดเธอลงอย่างเอาแต่ใจ
เสียงน้ำดังสาดกระเซ็นไปมา ไฟในตัวของจิ่งเป่ยเฉินยิ่งลุกโชนมากขึ้น
คืนหนึ่งผ่านไป อันโหรวรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองถูกบดขยี้ เธอมองชายที่นอนหลับอยู่ข้างเตียง ในใจรู้สึกสับสน
เมื่อห้าปีก่อนเกิดเื่ขึ้นครั้งหนึ่ง ห้าปีให้หลังเธอเพิ่งกลับมาไม่นาน กลับเกิดเื่ขึ้นอีกครั้ง แถมยังเป็ในฐานะของอันอวี้หานอีก
เมื่อคืนเขาเมา ตื่นมาต้องปวดหัวแน่ ๆ จำเธอไม่ได้คงเป็เื่ปกติ