ผมแทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่เป็ความจริงๆ สาวสวยหุ่นงาม เปลือยเปล่าทั้งร่าง ถูกมัดพันธนาการและอุดปากกำลังถูกจูงด้วยสายจูงตามหลังผม ผมอยากให้เธอรับงานนี้เหลือเกิน เราเริ่มกันที่ชั้นล่างผมพาเธอไปชมห้องครัว ห้องกินข้าว เขตพักอาศัยของคนใช้ ที่จะเป็ที่อยู่ของเธอ ผมคิดว่าเห็นเธอยิ้มผ่านแก็กออกมาเมื่อเห้นว่าห้องนอนและห้องน้ำที่ให้เธอใช้นั้นอยู่ในสภาพที่ดีมาก ผมคิดว่าเธอคงไม่สังเกตว่าในตามผนังมีห่วงวงแหวนติดอยู่หลายจุด ผมเพิ่งจะติดตั้งมันลงไปไม่นานนี้
จากนั้นเราขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเสียเวลาตอนขึ้นบันไดไปเล็กน้อยเพราะเธอถูกล่ามข้อเท้าไว้ ทำให้ขึ้นบันไดไม่สะดวกนัก ผมพาเธอไปดูห้อนอนใหญ่ ห้องพักแขกสามห้อง จากนั้นพาไปดูสระอาบน้ำ ผมเห็นว่าตาเธอเป็ประกายเเมื่อมองเห็นสระน้ำ ผมพยายามเพิ่มแรงจูงใจที่จะทำให้เธออยากทำงานกับผมมากขึ้น ผมบอกเธอ่าเธอสามารถใช้สระน้ำนี้ได้นอกเวลางาน ผมวางแผนจะติดตั้งสระน้ำร้อนเพิ่มเข้าไปด้วย จากนั้นผมพาเธอกลับลงไปที่ห้องนั่งเล่น ผมไขกุญแจที่ล็อคแก็กของเธอและถอดมันออก จากนั้นถามเธอว่าพอใจกับข้อเสนอนี้ไหม
“ฉันคิดว่า ฉันสามารถจะรับได้นะ การถูกมัดนั้นไม่ทำให้ฉันอึดอัดมากเท่าไรนัก และคิดว่าคงจะทำให้เคยชินกับมันได้ และข้อสเนอที่จะจ่ายค่าหนังสือเรียน และอาหารที่พักฟรีนั้นน่าสนใจมากทีเดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผมก็มั่นใจว่าผมได้เธอเป็สาวใช้แน่ ผมบอกรายละเอียดเพิ่มเติมกับเธอ “บางครั้ง เธอจะได้รับวันว่างที่เธอจะมีอิสระสามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ แต่ในเวลางาน เธอจะถูกมัดตลอดเวลาอยู่ต่อหน้าฉัน บางครั้งฉันจะมัดเธอไว้ข้างๆ ตอนที่ฉันทำงาน หรือไม่ก็ดูทีวี นี่ก็เป็ข้อตกลงในการจ้างงานนะ”
“ถ้าผลงานเธอเป็ที่น่าพอใจ เธอจะได้รับรางวัล ถ้าเป็ที่น่าผิดหวังเธอจะถูกลงโทษ ฉันไม่ใช่คนใจร้ายนัก ถ้าเธอทำพลาดนั้นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือการที่ละเลยงานต่างหาก”
“ตอนนี้ ฉันขอถามว่า เธออยากจะดูบ้านหลังนี้ใส่ส่วนที่ฉันยังไม่ได้ให้เธอดูไหม”
“ยังมีอะไรอีกหรือคะ?” เธอถามอย่างสงสัย “เราดูทั่วทั้งสองชั้นแล้วนี่นา”
“เ้าของบ้านคนก่อนน่ะ มีรสนิยมที่คล้ายฉัน เื่ของการพันธนาการไงละ บ้านหลังนี้มีห้องลับซ่อนอยู่ในที่หนึ่ง ซึ่งเธอไม่ต้องดูแลทำความสะอาดมันหรอก และเธอจะไม่มีทางรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเธอทำผิด เธอจะถูกนำตัวไปที่ห้องนี้เพื่อลงโทษ”
ไดแอนนิ่งคิดไปพักหนึ่ง การสัมภาษณ์ของเราเริ่มตอนบ่ายสองโมง ตอนนี้เกือบสี่โมง เธอถูกมัดและอุดปากมาชั่วโมงหนึ่งแล้วตอนที่ผมพาเธอชมบ้าน อีกสักพักเธอพยักหน้า ตอบรับว่าเธออยากจะเห็นห้องลับ
ผมบอกเธอว่า “เพื่อเก็บความลับ เธอจะถูกปิดตาเมื่อฉันพาเธอไปที่นั่น”
ผมเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบเอาหมวกคลุมหัวทำด้วยหนังสีดำขึ้นมา มันมีสายคาดโยงไปด้านหลังและมีช่องสำหรับใส่ล็อค หมวกนี้ไม่มีช่อตา หู หรือปาก มีเพียงช่องหายใจเล็กๆ สองช่องเพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถหายใจได้ เมื่อเธอเห็นมัน เธอแสดงสีหน้าแปลกใจ แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว ผมเดินไปด้านหลังไดแอน ค่อยๆ คลุมหมวกลงบนศรีษะเธอ ผมดึงสายรัดให้ตึง แต่ไม่ได้ใส่ล็อคเพราะว่าเธอต้องใส่มันอยู่ไม่นานนัก ผมถามว่าเธอโอเคไหม เธอส่งเสียงอู้อี้ผ่านหมวกมาแทนคำตอบ หมวกนี้รัดรูปมาก เมื่อดีงสายรัดตึง มันจะปิดปากของผู้สวมใส่ ทำให้ไม่สามารถจะพูดได้
ผมหยิบสายจูงขึ้น แล้วจูงเธอออกจากห้องนั่งเล่น พาเธอเดินไปวนเวียนรอบบ้านชั้นล่างสักพักเพื่อที่เธอจะได้ไม่สามารถจดจำทางได้ แล้วก็พาเธอไปที่ห้องสมุด ทิ้งเธอให้ยืนเปลือยอยู่คนเดียวกลางห้อง เพื่อไปกดปุ่มเปิดทางลับ ผมจูงเธอลงไปในทางลับ เมื่อผมกับเธอเข้ามาที่บันไดหิน ผมปิดประตูลง และถอดหมวกคลุมหัวออก
เมื่อเธอสามารถมองเห็นกำแพงหิน กับขั้นบันได และผนังที่ติดตั้งดวงไฟไว้อย่างแยบยล เธอพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนจะลงทุนไปไม่น้อยเลยนะคะ”
“ใช่แล้วละ ห้อับนี้ถูกจัดสร้างมาอย่างดีมาก รอเราลงไปข้างล่างกันก่อนเถอะ เธอยังไม้ได้เห็นของจริงเลย” ผมพาเธอเดินลงบันได เราหยุดที่หน้าประตูเหล็ก ผมล้วงกุญแจอกมาและไขมัน รุนหลังเธอเข้าไป แล้วปิดประตูเหล็กลง
“คุณพระช่วย ฉันไม่คิดเลยว่าห้องลับที่ว่าจะใหญ่โตอย่างนี้ คุณสามารถจะขังใครสังคนไว้ที่นี่ได้เป็เวลานาน ๆ เลย” ไดแอนอุทาน
“ใช่แล้ว” “ที่นี่มีห้องขังสามห้องที่มีห้องน้ำ ห้องส้วม และมีห้องขังเดี่ยวอยู่ตรงสุดทาง ทางนี้เป้นห้องทรมานที่มีอุปกรณ์พร้อม” “เธอลองดูอุปกรณ์แต่ละชิ้นสิ แล้วลองคิดดูว่าจะสนุกแค่ไหนถ้าใช้พวกมันกับใครสักคนหนึ่ง” เธอตัวสั่นเล็กน้อยขณะที่ผมพาเธอไปดูเครื่องทรมานแต่ละชิ้น
“ในห้องเก็บของนั่น มีเครื่องพันธนาการที่น่าสนใจหลายอย่าง ที่เธอจะได้ลองใช้มันทุกชิ้น ถ้าเธอตกลงจะทำงานกับฉัน”
“ตอนนี้เธอก็ได้เห็นและได้ยินทุกสิ่งที่ฉันจะเสนอให้เธอแล้ว ฉันจะพาเธอกลับไปที่ห้องนั่งเล่น และส่งเธอกลับบ้านให้ไปพิจารณาข้อเสนอของฉันตลอดสุดสัปดาห์นี้” ผมคลุมหมวกให้เธออีกครั้ง ปิดบังการมองของเธอ พาเธอขึ้นบันไดกลับไป พาเธอเดินรอบบ้านอีกครั้งเพื่อไม่ให้รู้ว่าทางเข้าห้องนี้อยู่ที่ไหน สุดท้ายจึงพาเธอกลับไปที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นผมแก้พันธนาการของเธอออก ถอดหมวกคลุมหัว กุญแจข้อเท้า แก้เชือกที่มัดมือไขว้หลัง ให้เธอสวมเสื้อผ้า เหลือเพียงปลอกคอเท่านั้นที่ยังอยู่บนร่างเธอ
“ก่อนที่จะจากกัน ฉันจะปลดล็อคปลอกคอให้ เธอนำปลอกคอกับล็อคกลับบ้านไป ถ้าเธอตัดสินใจทำงานกับฉัน เธอมาที่นี่วันจันทร์ บ่ายสามโมง สวมปลอกคอมาและใส่ล็อคไว้ด้วยนะ”
“เมื่อเธอมาถึง ให้ขนข้าวของทั้งหมดจากห้องเช่าของเธอมาเลย ที่นี่มีที่เก็บของเยอะแยะ ถ้าเธอทำงานครบสามเดือนแล้วตัดสินใจไม่ทำต่อ ข้อสัญญาของเราคือฉันจะจ่ายค่าห้องเช่าใหม่ให้เป็เวลาสามเดือน รวมถึงค่าขนย้ายด้วย ถ้าเธอไม่ตกลงจะทำงานกับฉัน ให้ส่งปลอกคอและล็อคคืนมาทางไปรษณีย์ และเราจะไม่ติดต่อกันอีก
สุดท้าย ฉันยินดีที่เธอสละเวลามาคุยกัน และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้พบกับเธอในวันจันทร์”
“ขอบคุณมากค่ะท่าน สำหรับข้อเสนอของคุณ ฉันจะลองคิดดูแล้วให้คำตอบ" ผมพาเธอไปที่รถ ไขกุญแจปลอกคอออก ส่งมันให้เธอ
“บาย ไดแอน และเรียกผมว่า คาร์ลนะ” นับเป็วันหยุดสุดสัปดาห์ที่วิเศษมากสำหรับผม