พอทุกคนกินซาลาเปากับหมั่นโถวก้อนใหญ่ และโจ๊กน้ำแล้ว ก็มีความสุขจนแทบจะกัดลิ้นตัวเอง นี่มันซาลาเปาไส้หมูแสนอร่อยสุดๆ ยังไม่เคยกินซาลาเปาที่ไหนอร่อยขนาดนี้มาก่อน หมั่นโถวก็ขาวนิ่มขนาดนี้ ต้องใช้แป้งอย่างดีแน่นอน ทุกคนกินกันจนปากมันแผล็บ
“อร่อยๆ อร่อยจริงๆ ไม่เคยกินซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน''
หลิวหย่งพูดขึ้นทันทีหลังจากกินหมดไปหนึ่งลูก
แม่ชิงก็พอใจมาก แต่พอมองไปเห็นสะใภ้ทั้งสองกินอย่างอร่อยก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที นี่มันของที่ลูกสาวซื้อมาให้เธอต่างหาก
“พวกเธอน่ะ กินกันคนละลูกพอ ที่เหลือฉันจะเก็บไว้กินตอนเย็นนี้” แม่ชิงรีบพูดทันที สะใภ้ทั้งสองถึงจะเสียดาย แต่ก็กินแค่ลูกเดียวเท่านั้น แค่นี้ก็มากพอแล้ว สะใภ้ใหญ่เสียดายมาก เมื่อกี้กินหมดไปลูกแล้ว ลืมเก็บไว้ให้เด็กๆ ทั้ง 3 คน
“แม่คะ ให้พี่สะใภ้กินเถอะค่ะ เก็บไว้ให้คุณปู่คุณย่าก็พอ เย็นนี้หนูอยากกินเนื้อ แม่ทำให้หนูนะคะ แล้วทำให้คุณปู่คุณย่าด้วยนะคะ”
สะใภ้ทั้งสอง อึ้งจนซาลาเปาแทบจะติดคอ นี่!! น้องสาวทำไมเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้กันนะ
“นี่ ตอนเย็นแม่จะทำให้ แล้วแบ่งไปให้พ่อกับแม่ละกัน” แม่ชิงเสียดายมาก ซาลาเปาอร่อยขนาดนี้ ยังมีเนื้ออีก ต้องตัดใจแบ่งให้บ้านใหญ่ แต่จะไม่แบ่งก็ไม่ได้ ยังไงก็พ่อแม่สามี เธอยังอยากเอาไปอวดพี่สะใภ้ใหญ่อยู่นิดหน่อย จะได้มีหน้ามีตาไม่ใช่หรือไง
พอกินเสร็จก็เดินเข้าไปดูในห้องเก็บของทันที จากนั้นก็ตกตะลึงอีกแล้ว จริงๆ ลูกสาวเธอมีความสามารถมาก เนื้อสามชั้นชิ้นใหญ่ขนาดนี้ยังหามาได้ นี่มันกี่ชั่งเนี่ย? ไหนจะยังไข่ไก่ น้ำมัน น้ำตาล นมผง นี่อีก
แม่ชิงรีบเอาเนื้อ ไข่ไก่ น้ำตาล นมเก็บไว้ในห้องของตัวเอง แล้วเข้ามาลากแขนจิงจิงเข้าห้องไปคุยกระซิบกระซาบทันที “นี่แกเอาเนื้อมาจากไหนชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ไหนจะไข่ไก่และของพวกนี้อีก”
“แม่คะ หนูมีวิธีหามาแล้วกันค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ แม่แค่กินมันก็พอ แล้วคราวหลังหนูจะหามันมาให้อีก หรืออาจจะส่งของมาให้ที่บ้านแทน ลูกของแม่มีความสามารถขนาดไหน แม่ยังไม่รู้อีกเหรอคะ!!?” จิงจิงที่พูดติดอารมณ์เสียนิดๆ ตามการพูดของเ้าของร่างเดิม ก็นะเธอแปลกไปจนคนสงสัยมากแล้ว ไม่ได้....ต้องมีร้ายๆ บ้างล่ะ
“ได้ ได้ แม่เชื่อแก แกมีความสามารถมากจริงๆ ชีวิตนี้แม่หวังพึ่งแกนี่แหละ พี่ชายแกเป็หมาป่าตาขาว มีเมียก็ลืมแม่ น่าหงุดหงิดจริงๆ”
“…” จิงจิง ‘ใครกันแน่ที่เป็หมาป่าตาขาว นี่ด่าเธอหรือเปล่านะ’
“แม่คะ ทีนี้แม่ก็อย่าว่าสะใภ้ทั้งสองเยอะเลย ถ้าพี่สะใภ้ทั้งสองทนไม่ไหว ครอบครัวเราจะไม่สงบสุขนะคะ”
“พวกหล่อนกล้าเหรอ!! วันวันทำงานก็ี้เีตัวเป็ขน คนหนึ่งคลอดแต่ลูกผู้หญิงมา 2 คน ใช้งานก็ไม่ได้ อีกคนก็เป็แม่ไก่ออกไข่ไม่ได้ แต่งงานมาจะปีแล้ว ยังไม่มีลูกสักคน “
“…” จริงๆ นี่มันความผิดของลูกชายแม่ต่างหากเล่า!!!
“เอาเถอะค่ะแม่ แม่เชื่อที่หนูพูดเถอะ ต่อไปครอบครัวเราต้องดีขึ้นไปอีกแน่ มีหนูอยู่ทั้งคน หนูไม่ให้ครอบครัวเราอดอยากหรอก หนูเห็นห้องหนูว่าง ผ้าห่มก็ค่อนข้างหนา ตอนนี้ครอบครัวพี่ใหญ่อยู่กันในห้องเดียว แม่ก็ให้เด็กๆ มานอนที่ห้องหนู หรือให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่มานอนก็ได้ค่ะ หนูไม่ได้กลับมาบ่อยขนาดนั้น เอาห้องให้พี่ๆ นอนเถอะ ของของหนูก็ใช้ได้เลย”
แม่ชิงได้ยินก็อึ้งไป แล้วพูดขึ้นมา “ก็แกไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับห้องของแก และใช้ของแกไม่ใช่เหรอ แม่ให้เด็กพวกนั้นทำความสะอาดห้องแกอย่างดี เพื่อแกจะได้มาพักยังไงล่ะ แต่ถ้าแกยกให้พี่ชายแก แล้วแกจะไปอยู่ห้องไหน ถ้าแกมาที่บ้าน?”
“ก็ถ้าหนูกลับมาเมื่อไหร่ ก็ค่อยเก็บห้องให้หนูสักห้องก็พอ แม่คะแล้วยังขาดเหลืออะไรอีกไหม หนูซื้อผ้ามาให้แม่หลายพับ น่าจะตัดได้คนละชุดก่อน หนูเอามาไม่ไหว ไว้คราวหน้าหนูจะเอามาให้อีกนะคะ”
แม่ชิงได้ยินก็ตาเป็ประกายระยิบ ผ้าใหม่!! แถมยังมีหลายพับ ตัดได้คนละตัวงั้นเหรอ
“แกได้ผ้ามาจากไหนเยอะแยะ ไม่ต้องใช้คูปองมากมายแลกมาเหรอ”
“ตอนนี้ที่เมือง ในตลาดมีของขายเยอะแยะโดยไม่ต้องใช้คูปองแล้วค่ะ คนไม่น้อยที่นำผ้ามาขายเอง ตอนนี้มีแต่ห้างและร้านของรัฐแค่นั้นแหละค่ะที่ยังใช้คูปองอยู่ แต่รอบๆ ขอแค่มีเงินก็ซื้อทุกอย่างได้แล้ว”
จิงจิงตอบแม่ชิง มันเป็อย่างที่เธอพูดจริงๆ ตอนนี้อะไรๆ ก็ซื้อได้ด้วยเงินหยวนแล้ว แต่ในชนบทคนยังไม่รู้แน่ชัดแค่นั้นเอง
แม่ชิงได้ยินก็ดีใจ อยากจะไปดูผ้าใจจะขาด โดยไม่คิดมาก่อนว่า ลูกสาวเธอเอาเงินเยอะแยะที่ไหนมาซื้อ “ดี ดี จริงๆ”
“ส่วนหลานๆ แม่ก็ให้ของทานเยอะหน่อยเถอะค่ะ หนูเดินมาที่หมู่บ้าน มีแต่คนนินทาหนู ว่าหนูสุขสบายอยู่คนเดียวคนที่บ้านกินไม่อิ่ม แม่อยากให้หนูเสียชื่อเสียงเหรอคะ แล้วจะมีใครจะแต่งกับหนู”
จิงจิงคิดก็รีบบอกแม่เธอ เพื่ออยากให้หลานๆ เธอได้กินอิ่มนอนอุ่นเหมือนเด็กคนอื่นๆบ้าง ไม่ใช่ขาดสารอาหารจนตัวผอมแห้งซะขนาดนี้
“อะไรนะ มีคนกล้านินทาแกงั้นเหรอ มันเป็ใคร ฉันจะไปด่ามันที่บ้านเดี๋ยวนี้แหละ กล้าดียังไงมานินทาลูกสาวฉัน ลูกสาวตัวเองสวยไม่เท่า ลูกสาวฉันล่ะสิถึงได้อิจฉา!!” แม่ชิงพูดขึ้นทันทีอย่างโมโห
“…” จิงจิง ‘ต้องใช้ไม้แข็งอีกแล้วสินะ!!’
“แม่คะ!! แม่ไม่ฟังที่หนูพูดเลยใช่ไหม ถ้าแม่ไปทะเลาะกับคนพวกนั้น ชื่อเสียงหนูก็ป่นปี้หมดน่ะสิ หนูไม่อยากเสียชื่อเสียงนะคะ แม่มีอะไรก็เอาให้เด็กๆ กินบ้างเถอะ บ้านเราก็ไม่ใช่จนขนาดนั้น ไหนจะเสื้อผ้าของเด็กพวกนั้นอีก พอใครรู้ว่าเป็หลานหนูใส่เสื้อผ้าเหมือนขอทาน น่าอายจะตายไป!! พี่รองก็ส่งเงินเบี้ยมาทุกเดือน แม่ซื้อของดีๆ ให้ที่บ้านสักนิดเถอะค่ะ ส่วนเงินค่าเรียนหนู ค่าใช้จ่ายของหนู เดี๋ยวหนูจะหาเองแม่ไม่ต้องห่วงแล้ว แล้วก็ไม่ต้องส่งเงินมาให้หนูอีกแล้ว” จิงจิงะโออกมาอย่างโมโห
“ได้ ได้ แม่เชื่อแก แม่เชื่อแก แกอย่าโมโหไป แกอย่าโมโหไป” แม่ชิงเห็นลูกสาวตัวเองเริ่มที่จะโมโหก็รีบพูดทันที
เห็นไหมล่ะ เป็ตัวร้ายก็ดีอย่างนี้แหละ!!