บทที่ 5 ใครกล้าลองก็มา!
"ผู้จัดการหลี่มาแล้ว เฉินอวี่แกตายแน่!" หลินอี้จ้องมองเฉินอวี่ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
"ผู้จัดการหลี่มีตระกูลถังหนุนหลัง อำนาจล้นฟ้า ฉันจะรอดูว่าแกจะจบเื่นี้ยังไง" ฉินรั่วอวิ๋นหัวเราะเยาะ
"ผู้จัดการหลี่ครับ ผมหลินอี้เอง ไอ้หมอนี่ไม่มีบัตรเชิญแต่อยากจะเข้าไปข้างใน ผมคิดว่ามันคงมีเจตนาไม่ดี รบกวนคุณช่วยไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้เลยครับ" หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็น
ผู้จัดการหลี่มองดูเฉินอวี่จากหัวจรดเท้า พบว่าเขาแต่งกายธรรมดามาก เสื้อผ้าทั้งตัวรวมกันแล้วราคาไม่ถึงห้าร้อยหยวน ล้วนเป็ของตลาดนัดราคาถูกทั้งนั้น
เขาจึงคิดว่าเฉินอวี่ไม่ใช่คนที่มีคนหนุนหลังให้
"คุณผู้ชาย หากคุณไม่มีบัตรเชิญก็กรุณาออกไปด้วย" ผู้จัดการหลี่พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"ผมบอกแล้วว่าถูกเชิญมา มีที่ไหนที่ไล่แขกออกไปแบบนี้บ้าง?" เฉินอวี่ขมวดคิ้วพูด
ผู้จัดการหลี่มีสีหน้าลังเลอยู่บ้าง มองดูเฉินอวี่ที่ดูมั่นใจเหลือเกิน หากเขาเป็คนที่ผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่งเชิญมาจริง ๆ อนาคตของตนเองคงไม่มีหลงเหลือแน่นอน
"เมื่อคุณบอกว่าถูกเชิญมา ขอถามหน่อยได้ไหมว่าใครเป็คนเชิญคุณมา?" ผู้จัดการหลี่ถาม
เฉินอวี่ตอบว่า "ถังเต๋อจง"
เสียงพูดจบลง ทั่วทั้งห้องก็ะเิเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
แม้แต่ฉินอันหัวที่ปกติจะมีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่เสมอก็ยังอดหัวเราะไม่ได้
ในขณะเดียวกันสีหน้าของผู้จัดการหลี่กลับดูแย่จนถึงขีดสุด
ฉินรั่วเยียนกุมท้องหัวเราะลั่น "เฉินอวี่ นายช่างกล้าจริง ๆ นั่นน่ะคือผู้นำตระกูลถัง อันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองเสาโจวเชียวนะ อย่างนายน่ะเหรอ จะมีค่าพอให้ท่านประธานถังเชิญมาที่คฤหาสน์ใบไม้แดง?"
หลี่เม่ยเฟิงพูดตามแทรกขึ้นมาข้าง ๆ "โชคดีที่รั่วอวิ๋นหย่ากับแกแล้ว ไม่งั้นหน้าตาของตระกูลฉินคงถูกแกทำให้ย่อยยับไปแล้วล่ะ"
"โชคดีนะที่คนในครอบครัวแกไม่ได้อยู่ที่นี่ ถ้าพวกเขามาได้ยินแกพูดแบบนี้ คงได้อกแตกตายแน่ ๆ" ฉินผานพูดอย่างสนุกปาก
ผู้จัดการหลี่กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า "ดีมากไอ้หนู กล้าเอ่ยชื่อท่านผู้เฒ่าถังตรง ๆ แบบไม่เกรงใจ เอาอย่างนี้... แกจะเลือกคุกเข่าอยู่ที่นี่หนึ่งวันเต็ม ๆ หรือจะให้ฉันหักขาแกแล้วค่อยคุกเข่าหนึ่งวัน เลือกเอา!"
ทันใดนั้น พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนก็รุมล้อมเฉินอวี่ไว้
พวกฉินรั่วอวิ๋นพากันแสยะยิ้มสะใจ ราวกับกำลังมองดูหมาจนตรอกตัวหนึ่ง
"โอ้ แล้วถ้าไม่เลือกล่ะ?" เฉินอวี่รู้สึกขบขันอยู่บ้าง เพราะนานมากแล้วที่ไม่มีใครกล้ามาขู่เขา
"จะไม่เลือกก็ได้ แต่นายควรจะรู้ไว้ว่า ด้วยอำนาจของตระกูลถังที่อยู่เื้ัฉัน การทำลายคนคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เื่ยากเลย ถูกไหมล่ะ?" ผู้จัดการหลี่พูดด้วยน้ำเสียงเ็า หนักแน่นและเด็ดขาด
คำพูดนั้นแฝงไปด้วยคำขู่ เดิมทีเขาคิดว่าเฉินอวี่จะรู้จักกาลเทศะแล้วยอมจำนน แต่เฉินอวี่กลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉินรั่วอวิ๋นเผยสีหน้าผู้ชนะแล้วพูดว่า "เฉินอวี่ ถ้าแกยอมคุกเข่าอ้อนวอนฉัน แล้วเห่าเหมือนหมาสักสองสามครั้ง บางทีฉันอาจจะลองให้หลินอี้ช่วยขอร้องผู้จัดการหลี่ให้เบามือลงหน่อยตอนลงมือ แกคิดว่าไงล่ะ?"
"ทำไมถึงอยากรนหาที่ตายกันนักนะ?" ทันทีที่เฉินอวี่พูดจบ ร่างของฉินรั่วอวิ๋นที่กำลังเยาะเย้ยอยู่เมื่อครู่ก็กระเด็นลอยละลิ่วออกไปทันที
เธอกระแทกลงกับพื้น ส่งเสียงครวญครางสะอื้นอย่างเ็ปทรมาน
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
ทุกสายตาต่างเบิกกว้างขึ้น
มองไปยังเฉินอวี่ราวกับมองดูสัตว์ประหลาด
เพราะพวกเขาไม่มีใครมองทันเลยว่าเฉินอวี่ลงมือตอนไหน!
ผู้จัดการหลี่ใจสั่นสะท้านขึ้นมา
ฝีมือร้ายกาจมาก หากเทียบกับบอดี้การ์ดของตระกูลถังก็ไม่เป็รองเลย
"แก ไอ้คนไร้ค่า กล้าดียังไงมาตีพี่สาวฉัน วันนี้ฉันสู้กับแกให้รู้แล้วรู้รอด!" ฉินรั่วเยียนตะแบงฟันขู่พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เฉินอวี่
เฉินอวี่ทำสิ่งเดียวั้แ่ต้นจนจบ
ยกมือขึ้น
แล้วตบ!
‘แปะ!’
ฉินรั่วเยียนถูกตบกระเด็นออกไปทันที มือปิดแก้มที่บวมพอง ร้องครวญครางอยู่บนพื้น
ทุกคนต่างตะลึงงัน โดยเฉพาะคนในตระกูลฉิน
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินอวี่ถึงเก่งกาจขึ้นมาได้ขนาดนี้
ในชาติก่อน เฉินอวี่ต้องทนรับความอับอาย ถูกด่าทอ และเยาะเย้ยถากถางจากตระกูลฉินมาตลอด
สมาชิกตระกูลฉินมักจะทำร้ายและด่าทอเขาอยู่เสมอ หาวิธีใหม่ ๆ มารังแกเขาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะฉินรั่วเยียน ที่เห็นเื่นี้เป็ความสนุก
การลงมือครั้งนี้ เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เขาจะค่อย ๆ ผลักตระกูลฉินลงสู่ห้วงเหวทีละก้าว และให้พวกเขาได้ัักับความเ็ปที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"ผู้จัดการหลี่ ผมว่าไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว หักขาเขาทิ้งแล้วโยนออกไปเลยครับ!" หลินอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
"ไม่ใช่แค่ทุบขาเท่านั้น ฉันยังจะตัดมือข้างที่มันใช้ตีฉันออกด้วย!" แววตาของฉินรั่วเยียนเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นดั่งนรก หากแววตาสามารถฆ่าคนได้ เฉินอวี่คงถูกสับเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
ในขณะนั้นเอง ผู้จัดการหลี่ก็หรี่ตาลง น้ำเสียงเย็นเยียบ "กล้าดีนักมาทำร้ายคนในคฤหาสน์ใบไม้แดง อวดดีเหลือเกิน ทุกคนลงมือได้!"
พวกรปภ.ต่างคว้ากระบองตำรวจขึ้นมา แล้วพุ่งเข้าใส่เฉินอวี่
แต่เฉินอวี่กลับยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ในสายตาของคนภายนอกนั้นคิดว่าเขายอมรับชะตากรรมแล้ว
บรรดาคนของตระกูลฉินและหลินอี้ต่างพากันเผยยิ้มเย้ยหยัน
ทันใดนั้น น้ำเสียงเ็าก็ดังขึ้น
“ฉันอยากจะรู้นักว่าใครจะกล้าลงมือ”
ผู้คนพากันหันไปมองตามเสียงดังกล่าว เห็นเงาสองร่างค่อย ๆ เดินออกมาจากคฤหาสน์ใบไม้แดงด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น
ชายชราสวมชุดถังจวงถูกหญิงสาวผู้งดงามและดูเ็าคนหนึ่งประคองไว้ หญิงสาวนั้นสวมชุดกี่เพ้า ขาเรียวยาวห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีเนื้อ สวมรองเท้าส้นสูง
ผู้ที่มานั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็หัวหน้าตระกูลถังนามถังเต๋อจงพร้อมด้วยคุณหนูใหญ่ถังรั่วเซวียน
หลี่เม่ยเฟิงแสดงความไม่พอใจพร้อมพูดขึ้นว่า "ใครกัน? วางท่าเหลือเกิน ไม่เห็นหรือว่าฉัน ฉิน..."
คำพูดยังไม่ทันจบฉินอันหัวก็ขัดขึ้นมาทันที "หลี่เม่ยเฟิงหุบปากซะ! นั่นคือหัวหน้าตระกูลตระกูลถังแห่งเสาโจว ถ้าตระกูลฉินของเราเดือดร้อนเพราะเื่นี้ ฉันจะเชือดเธอเป็คนแรกเลย!"
ทุกคนที่ได้ยินต่างถึงกับเบิกตาโต
หลี่เม่ยเฟิงเงียบสงบลงทันที ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ผู้จัดการหลี่ฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "ท่านผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่ ท่านทั้งสองออกมาได้อย่างไรกัน?"
"คุณเฉินเป็แขกผู้มีเกียรติที่ฉันเชิญมา นายจะลงมือกับเขาหรือ?" ถังเต๋อจงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยจิตอาฆาต
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด!
เป็ไปได้อย่างไรกัน?
เฉินอวี่เป็แค่คนที่สวมใส่ของตลาดนัด และยังเป็แค่ลูกเขยที่ไร้ค่าซึ่งถูกตระกูลฉินไล่ออกไป จะเป็ไปได้อย่างไรที่เขาจะกลายมาเป็แขกผู้มีเกียรติของตระกูลถัง?
"ขอ… ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าคุณเฉินเป็แขกผู้มีเกียรติของท่าน!" ผู้จัดการหลี่พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
"พวกคุณอยากหักขาผม แล้วยังจะตัดมือผมด้วยนี่?" เฉินอวี่กวาดสายตามองทุกคน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
เมื่อเขาพูดจบ ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นไปตาม ๆ กัน
ดวงตาของถังเต๋อจงเป็ประกายขึ้นมาทันที เขาต้องรีบทำคะแนนต่อหน้าเฉินอวี่
ท้ายที่สุดแล้ว คนที่มองออกว่าถังเต๋อจงมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนั้น ย่อมต้องมีความสามารถที่แท้จริงอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้เขาเคยสืบข้อมูลเกี่ยวกับเฉินอวี่มาแล้ว จากข้อมูลที่ได้มาเฉินอวี่เข้ามาเป็เขยของตระกูลฉินเนื่องจากแม่ของเขาป่วย
หลังจากนั้นตระกูลฉินก็ใช้งานเขาแล้วก็ตัดหางปล่อยวัด วางยาและใส่ร้ายป้ายสีเฉินอวี่
การที่เขาออกหน้าในตอนนี้ จึงเป็โอกาสทองในการกระชับความสัมพันธ์
"หักขามันทั้งสองข้าง แล้วเอาไปโยนทิ้งได้เลย" ถังเต๋อจงกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้จัดการหลี่จึงรีบออกปากขอชีวิต "คุณเฉิน ผมขอร้องครับ คุณอย่าหักขาผมเลย ผมยังมีพ่อแม่แก่ชราต้องดูแล และยังมีลูกเล็ก ๆ อีกด้วย..."
"ยังไม่ลงมือทำอีกหรือ?"ถังเต๋อจงพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไม่แสดงความเมตตาใด ๆ ทั้งสิ้น
เหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนไม่กล้าขัดคำสั่ง พวกเขาจึงรีบก้าวเข้ามาจับกุมผู้จัดการหลี่ไว้ทันที
ไม่นานนัก เสียงร้องโหยหวนปานจะขาดใจก็ดังระงมไปทั่ว
ทุกคนต่างเห็นเหตุการณ์นี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะพนักงานของคฤหาสน์ใบไม้แดง
ปกติแล้วผู้จัดการหลี่มักจะใช้อำนาจบังคับลูกน้องผู้หญิงให้ไปหาที่ห้องทำงานเพื่อทำเื่อย่างว่า
ครั้งหนึ่งสามีของพนักงานสาวบุกมาเอาเื่ แต่กลับถูกผู้จัดการหลี่เตะจน ‘น้องชาย’ พิการ
เนื่องด้วยบารมีของตระกูลถังครอบครัวของพนักงานหญิงคนนั้นจึงทำได้เพียงเก็บความแค้นไว้ในใจไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
การที่เขาได้รับโทษทัณฑ์เช่นนี้ ช่างสาแก่ใจเสียจริง!
เฉินอวี่มองไปยังคนในตระกูลฉินและ หลินอี้
"ให้พวกเขาคุกเข่าอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ใบไม้แดงหนึ่งวัน ไม่อย่างนั้นก็หักขาพวกเขาให้หมดแล้วเอาไปโยนทิ้ง"
เมื่อเฉินอวี่พูดเช่นนั้น ฉินรั่วอวิ๋นและคนอื่น ๆ ต่างหน้าซีดทันที
"เฉินอวี่ถ้านายทำแบบนั้น ฉันจะเอารูปภาพนั้นเผยแพร่ออกไปนะ" ฉินรั่วเยียนยิ้มอย่างมั่นใจออกมา
แม้ว่าเฉินอวี่จะเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ต้านทานกฎหมายไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงมั่นใจว่าเฉินอวี่อยู่ในกำมือแน่นอน
"เฉินอวี่ ถ้าแกกล้าทำแบบนั้น เราก็จะเอารูปพวกนั้นออกมาประจาน อย่างมากที่สุดก็แค่ดับไปด้วยกันทั้งคู่" ฉินผานพูดพร้อมหัวเราะเย็น
"เฉินอวี่อะไรสำคัญกว่า แกน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว" ฉินอันหัวพูดเยาะเย้ย
เฉินอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย "พวกคุณกำลังขู่ผมงั้นเหรอ?"
"นายจะมองว่าเป็การขู่ก็ได้" ฉินรั่วเยียนยิ้มพูด แสดงท่าทีไม่เกรงกลัวใด ๆ
เฉินอวี่ยืนนิ่ง เสมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
ฉินรั่วเยียนเข้าใจผิดคิดว่าเขากลัว จึงเยาะเย้ยทันทีว่า "ใช่ไหม นั่นแหละถูกต้องแล้ว แบบนี้ถึงจะเข้ากับภาพลักษณ์ของไอ้คนไร้ค่าอย่างนาย"
"นายมันเกิดมาพร้อมกับกระดูกชั้นต่ำ ไม่งั้นจะมาเป็ลูกเขยอาศัยบ้านตระกูลฉินทำไมล่ะ"
"ก็แค่นอบน้อมยอมให้ฉันเหยียบย่ำ แล้วก็คลานมากราบเท้าเสียเถอะ"
เมื่อเธอพูดจบ เฉินอวี่ก็เตะเข้าที่หน้าอกของฉินรั่วเยียนในทันที
เสียงกระดูกร้าวดังกึกก้องในหูของทุกคน ทำให้ทุกคนต่างตัวสั่นด้วยความกลัว
"โเี้มาก!" นี่คือคำนิยามที่ถังเต๋อจงมีต่อเฉินอวี่อยู่ในใจ
"จะขู่ผมเหรอ? พวกคุณยังไม่มีสิทธิ์ถึงขนาดนั้น" เฉินอวี่หรี่ตาลง น้ำเสียงเย็นะเื
"เฉินอวี่อย่าหยิ่งยโสเกินให้มากนัก สู้เก่งแล้วยังไง? จะสู้กับกฎหมายได้เหรอ?" หลินอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
เฉินอวี่ไม่แม้แต่จะสะทกสะท้าน พูดอย่างเฉยเมยว่า "กฎหมายน่ะเหรอ? มันมีไว้ควบคุมคนธรรมดา ไม่ใช่มีไว้ควบคุมผม"
ในชั่วขณะนั้น บุคลิกของเฉินอวี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเขาเป็ผู้ที่ยืนอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง มองดูสรรพชีวิตจากที่สูง
เฉินอวี่ที่อยู่ตรงหน้าดูเหมือนจักรพรรดิผู้สูงส่งที่ไม่มีใครกล้าต่อกร
ทำให้คนรอบข้างเผลอเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่ได้
"สบายใจได้ นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น" หลังจากพูดจบ เฉินอวี่ก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป มุ่งหน้าเข้าสู่คฤหาสน์ใบไม้แดง
เมื่อเฉินอวี่จากไปแล้ว แรงกดดันอันหนักอึ้งนั้นก็หายสิ้น ทุกคนต่างโล่งอกเฮือกใหญ่
แต่ไม่มีใครสังเกตเลยว่า ทุกคนต่างมีเหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมตัวไปหมดแล้ว
ถังเต๋อจง ผู้ซึ่งผ่านสมรภูมิและมีความเป็ทหารมานานหลายปี ในวินาทีนี้เขากลับรู้สึกถึงความ ‘หวาดกลัว’ อย่างแท้จริง
โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ‘กฎหมายน่ะเหรอ? มันมีไว้ควบคุมคนธรรมดา ไม่ใช่มีไว้ควบคุมผม’
ต้องหยิ่งผยองขนาดไหนกัน ถึงจะพูดคำอวดดีเย่อหยิ่งสุดโต่งแบบนั้นออกมาได้?
"ถ้าพวกคุณยังไม่เลิกทำตัวไม่รู้ความล่ะก็ ผมก็ไม่ติดที่จะเอาเื่ที่พวกคุณร่วมกันวางยาใส่ร้ายคุณเฉินออกมาเปิดโปงให้คนทั้งเมืองรู้" ถังเต๋อจงกล่าวกับพวกตระกูลฉินด้วยน้ำเสียงเ็า
เมื่อได้ยินดังนั้น คนตระกูลฉินต่างพากันตกตะลึง ไม่คิดว่าตระกูลถังจะสืบจนรู้เื่นี้ด้วย!
"ไอ้คนไร้ค่า ฉันจะเอาชีวิตแก!" หลินอี้กรีดร้องอยู่ในใจ