ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 71 ตำหนิติเตียน

            “พี่รอง ท่านไม่เข้าใจหลักการที่ว่า บิดามีเมตตา บุตรก็กตัญญู พี่น้องรักใคร่ปรองดองกันงั้นหรือ? เหตุใดพอท่านกลับจากเมืองหลวง ก็มาทำให้ครอบครัวแตกแยกเช่นนี้เล่า?”

            “ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า พี่ใหญ่กับพี่สามแยกบ้านออกไปแล้ว มีไร่ผืนเล็กๆ เพียงสองหมู่ จะใช้ชีวิตกันอย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น รอข้าสอบได้เป็นขุนนาง พวกเขาสองบ้านที่แยกออกไปแล้ว ก็ไม่มีโอกาสได้มาพึ่งพาบารมีข้าอย่างแน่นอน!”

            อวิ๋นโส่วจงยิ้มเยาะ “เช่นนั้นที่เจ้ามาวันนี้ ก็เพื่อมาตำหนิข้าอย่างนั้นหรือ?”

            อวิ๋นโส่วหลี่สะบัดแขนเสื้อด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “หาใช่เช่นนั้นไม่ เพียงแต่ท่านพ่อกับพี่น้องมาหาถึงที่ ท่านกลับต้อนรับพวกเขาด้วยน้ำชาที่เย็นจนจืดชืด ไร้ซึ่งไมตรีจิต”

            “แถมยังปล่อยให้รออยู่ทั้งบ่ายโดยไม่สนใจไยดี นี่ช่างเป็นการกระทำที่ไม่กตัญญูต่อบุพการีและไร้มิตรภาพต่อพี่น้องโดยแท้! ข้าทนดูไม่ได้ จึงได้เอ่ยตำหนิท่านเพียงเท่านี้!”

            อวิ๋นโส่วจงนั่งลงอย่างไม่ใส่ใจ ชุนเหมยยกน้ำชาร้อนมาให้ จากนั้นก็ถอยออกไปโดยไม่สนใจผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่เลยแม้แต่น้อย อวิ๋นโส่วหลี่เห็นดังนั้นก็โกรธจนหน้าซีดเผือด

            อวิ๋นโส่วจงค่อยๆ จิบชาอย่างใจเย็น จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างไม่รีบร้อน “เจ้าก็พูดเองมิใช่หรือว่า บิดามีเมตตา บุตรก็กตัญญู พี่น้องรักใคร่ปรองดองกัน? สิ่งสำคัญคือ บิดาต้องมีเมตตา และน้องต้องเคารพเชื่อฟัง ในเมื่อทั้งสองข้อนี้พวกเจ้ายังทำไม่ได้ แล้วจะมาเรียกร้องให้ข้ากตัญญูและมีมิตรภาพได้อย่างไร?”

            “ท่าน...” อวิ๋นโส่วหลี่ลุกขึ้นยืน ชี้นิ้วไปที่อวิ๋นโส่วจง ทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความโกรธ

            อวิ๋นโส่วจงพูดต่อด้วยน้ำเสียงดูถูก “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็ไม่ได้อกตัญญู ไปถามคนทั้งหมู่บ้านดูสิ ว่ามีใครบ้างที่แยกบ้านออกมาแล้ว ยังให้เงินท่านพ่อเป็นค่าเลี้ยงดูปีละสิบตำลึงเงิน? กลับเป็นเจ้าเสียอีก พอมาถึงก็แสดงกิริยาไม่เคารพผู้เป็นพี่เช่นนี้ ไม่รู้ว่าวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี เอาไปไว้ที่ไหนหมดแล้ว? หรือว่าเอาไปใส่ไว้ในท้องสุนัขหมดแล้ว?”

            “ท่าน...” อวิ๋นโส่วหลี่โกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ เลือดแทบพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ จะกลืนก็ไม่ได้ จะคายก็ไม่ออก

            “เดิมทีข้าเชิญอาจารย์ที่สำนักศึกษาให้มาสอนเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวสองสามวันก่อนสอบ ท่านพ่อเห็นว่าบุตรชายของท่านก็กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ จึงพาข้ามาที่นี่ ตั้งใจจะมาบอกให้ท่านทราบ ช่วงสองสามวันนี้จะได้พาบุตรชายของท่านไปฟังอาจารย์สอนเป็นการส่วนตัวด้วยกัน”

            “ถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็กเกินไป ฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ฟัง แต่ไม่คิดเลยว่าท่านกลับ... ช่างเถิด! ในเมื่อท่านไม่เห็นคุณค่า เห็นความหวังดีของท่านพ่อเป็นสิ่งไร้ค่า ไม่เห็นข้าผู้เป็นน้องชายอยู่ในสายตา เช่นนั้นก็ช่างเถิด! ท่านพ่อ พวกเรากลับกัน!”

            ผู้เฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วจงด้วยความผิดหวัง บ้านของอวิ๋นโส่วจงไม่เพียงซื้อที่ดิน ทำการค้ากับร้านฝูหรงเซวียนในอำเภอ คราวนี้ยังลงทุนซื้อที่ดินถึงยี่สิบหมู่เพื่อสร้างบ้านอีก

            เดิมทีเขาตั้งใจจะพาอวิ๋นโส่วหลี่มาทำความรู้จักกัน และแสดงความหวังดี เผื่อว่าจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองบ้านได้ แต่ทัศนคติของเจ้ารองช่าง... เฮ้อ!

            “เจ้ารอง พวกเราก็หวังดีนะ เพียงแต่น้องห้าของเจ้านิสัยตรงไปตรงมาไปเล็กน้อย เจ้าก็อย่าถือสาเลย”

            เว้นวรรคครู่หนึ่ง เขาก็พูดต่อ “คนตระกูลเดียวกันย่อมมีสายเลือดเดียวกัน พวกเจ้าเป็นพี่น้องกัน เลือดข้นกว่าน้ำ ยามที่เกิดเรื่องอันใดขึ้นมา มีคนช่วยเหลือย่อมดีกว่า เจ้า...”

            อวิ๋นโส่วจงลุกขึ้นยืน “ท่านพ่อ หน้าที่ที่ข้าควรทำ ข้าย่อมทำอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องอื่นๆ ครอบครัวของข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด น้องห้ามีเส้นทางของน้องห้า พวกเราก็ใช้ชีวิตของพวกเรา น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง [1] ต่างคนต่างอยู่ ไม่เกี่ยวพันกัน! ในเมื่อน้องห้าไม่ชอบหน้าพี่ชายอย่างข้า เช่นนั้นข้าก็ไม่ขอรั้งไว้แล้ว”

            อวิ๋นโส่วหลี่ได้ยินดังนั้นก็โกรธจนหน้าดำคล้ำ เขาชี้นิ้วไปที่อวิ๋นโส่วจง “ท่านอย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน! อย่าคิดว่ามีเงินอยู่ในชนบทแล้วจะราบรื่นทุกอย่าง ในบ้านไม่มีคนที่มีตำแหน่งคอยหนุนหลัง ท่านคิดว่าความร่ำรวยของท่านจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?”

            อวิ๋นโส่วจงพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “เรื่องนี้ไม่ต้องให้น้องห้ากังวลหรอก เชิญกลับได้แล้ว ข้าไม่ส่ง!”

            ผู้เฒ่าอวิ๋นมองลูกชายคนเล็กหัวแก้วหัวแหวน แล้วมองไปที่ลูกชายคนที่สองที่จากบ้านไปตั้งแต่เด็กและมีความคิดหนักแน่นเป็นของตัวเอง ในใจรู้สึกหนักอึ้ง การเชิญให้อาจารย์มาชี้แนะย่อมต้องใช้เงิน เขาคิดว่าจะพาอวิ๋นฉี่เยว่ไปด้วย อย่างน้อยเจ้ารองก็น่าจะออกเงินให้บ้าง ไม่คิดเลยว่า...

            พอมาถึงก็ทะเลาะกันเสียแล้ว สุดท้ายผู้เฒ่าอวิ๋นก็ทำได้เพียงเดินตามลูกชายคนเล็กที่โกรธเกรี้ยวออกจากบ้านไปด้วยแผ่นหลังที่ค่อมลงเล็กน้อย

            หลังครอบครัวกินอาหารเย็นเสร็จ อวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นฉี่ซานก็พากันไปที่บ้านของอาจารย์ตั่งกับอาจารย์หม่า อาจารย์ตั่งจะสอนวิชาช่างให้อวิ๋นฉี่ซานเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม ส่วนอาจารย์หม่าจะชี้แนะเรื่องข้อสอบเคอจวี่ให้อวิ๋นฉี่เยว่หนึ่งชั่วยาม

            เดิมทีอวิ๋นฉี่ซานมักจะชมเชยพี่ชายต่อหน้าอาจารย์ทั้งสองอยู่เสมอ ว่าพี่ใหญ่ของเขามีสติปัญญายอดเยี่ยมเพียงใด ในคืนหนึ่งระหว่างที่อาจารย์ทั้งสองกำลังกินอาหารเย็นที่บ้านตระกูลอวิ๋น ก็เลยถือโอกาสทดสอบความรู้ของอวิ๋นฉี่เยว่ดูสักครา ผลปรากฏว่าทำให้อาจารย์ทั้งสองคนรู้สึกเสียดายพรสวรรค์ในตัวเขาอย่างยิ่ง

            อวิ๋นฉี่เยว่เป็นต้นกล้าแห่งการเรียนรู้ที่หายากอย่างแท้จริง ทั้งความรู้และวิสัยทัศน์ต่างก็ทำเอาพวกเขาทั้งสองคนประหลาดใจ ต่อมาอาจารย์หม่าจึงให้โจทย์อวิ๋นฉี่เยว่แต่งร้อยแก้วแปดบท [1] ผลปรากฏว่าอวิ๋นฉี่เยว่สามารถเขียนออกมาต่อหน้าอาจารย์ทั้งสองได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่าบทความนี้แต่งไว้ในใจนานแล้ว เพียงลงมือเขียนก็สำเร็จในคราวเดียว

            แม้ว่าอาจารย์ทั้งสองจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับบทความนั้นอยู่บ้าง แต่จากสีหน้าของพวกเขา คนในตระกูลอวิ๋นต่างก็มองออกว่าทั้งคู่ชื่นชมอวิ๋นฉี่เยว่เป็นอย่างมาก 

            ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา อาจารย์ทั้งสองจึงตกลงกันว่าอาจารย์หม่าจะสอนอวิ๋นฉี่เยว่เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามทุกคืน ส่วนอาจารย์ตั่งก็จะหาเวลาว่างมาช่วยตรวจข้อสอบที่อาจารย์หม่าออกให้อวิ๋นฉี่เยว่

            ผู้เฒ่าเฉียวก็เป็นคนปากหนัก เมื่อเห็นว่าตระกูลอวิ๋นและอาจารย์ทั้งสองไม่มีท่าทีจะเปิดเผยฐานะที่แท้จริง เขาก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ไม่เคยปริปากพูดกับใคร ดังนั้นชาวบ้านจึงไม่มีใครรู้ว่า อาจารย์ทั้งสี่คนที่ตระกูลอวิ๋นจ้างมาช่วยสร้างบ้านนั้นมีภูมิหลังอย่างไร

            ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่อวิ๋นโส่วจงเช่าบ้านอีกหลังหนึ่งเพื่อให้อาจารย์ตั่งและคนอื่นๆ พักอาศัย เพียงแค่ช่างฝีมือไม่กี่คน ไม่เพียงแค่ให้ที่พักอาศัยเท่านั้น ยังซื้อสาวใช้สองคนและคนรับใช้อีกสองคนมาคอยปรนนิบัติ นี่มัน...

            เขาเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของมันแท้ๆ ไฉนถึงไม่เคยเอาใจใส่เขาเช่นนี้บ้าง หากเขารู้ว่าในบรรดาคนทั้งสี่ที่อวิ๋นโส่วจงให้การต้อนรับดูแลอยู่นั้น มีถึงสองคนที่เป็นจิ้นซื่อในรัชศกหงอู่ คงจะรีบพาอวิ๋นโส่วหลี่มาที่นี่เป็นแน่

            น่าขันที่อวิ๋นโส่วหลี่ยังคงภูมิใจที่เขาจ้างบัณฑิตซิ่วไฉจากสำนักศึกษา มาชี้แนะข้อสอบให้เป็นการส่วนตัว คิดว่าการพาอวิ๋นฉี่เยว่ไปด้วยนั้น เป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงของเขา!

            อวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นฉี่ซานไปที่บ้านของอาจารย์ทั้งสี่ท่านแล้ว ส่วนอวิ๋นเจียวก็อยู่คุยกับอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อที่ห้องโถง

            ฟางซื่อกำลังปักผ้า ส่วนอวิ๋นเจียวกำลังถักเชือกร้อยกระดุม เป็นงานฝีมือที่อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เพิ่งสอนนางเมื่อไม่นานมานี้ พอพูดถึงอวิ๋นโส่วหลี่ที่มาเยี่ยมเป็นครั้งแรก ทุกคนต่างก็ขมวดคิ้ว

            อวิ๋นโส่วจงเอ่ยขึ้น “ตอนนี้ที่บ้านจ้างผู้คุ้มกันหญิงมาสองคน แต่ข้าคิดว่ายังไม่พอ เพียงแต่ถ้าจ้างเพิ่มอีกสองคน บ้านก็ไม่มีที่พอให้อยู่” เพราะตอนนี้ที่บ้านมีห้องน้อยเกินไป ตอนกลางคืนผู้คุ้มกันหญิงทั้งสองคนจึงต้องไปนอนที่บ้านของอาจารย์อาวุโสทั้งสี่ท่าน

            ฟางซื่อเอ่ยว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้บ้านของพวกเราสร้างเสร็จก่อนเถิด ถึงตอนนั้นคงต้องจ้างคนเพิ่มอีกมาก พอมีห้องพักคนรับใช้และประตูบ้านหลายชั้น คนนอกก็คงไม่สามารถเข้ามาได้ง่ายๆ” อวิ๋นโส่วจงพยักหน้าเห็นด้วย

            อวิ๋นเจียวกลอกตาไปมา แล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า “ท่านแม่ จ้างช่างปักมาอีกสองคนเถิดเจ้าค่ะ”

            ฟางซื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มๆ “อืม ควรจ้างช่างปักมาเพิ่มอีกสองคน เจียวเอ๋อร์ช่างคิดได้รอบคอบจริงๆ”

            จากนั้นก็พูดต่อ “รอให้บ้านใหม่สร้างเสร็จ ข้าจะหาฤกษ์แต่งงานให้ชุนเหมยกับอากุ้ย พวกเขาทั้งคู่เป็นคนซื่อสัตย์และหนักแน่น ถึงตอนนั้นให้คนหนึ่งเป็นคนดูแลงานนอกบ้าน และอีกคนดูแลงานในบ้าน”

            เชิงอรรถ

            [1] น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง (井水不犯河水) หมายถึง ต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกันหรือไม่รบกวนซึ่งกันและกัน

            [1] ร้อยแก้วแปดบท (八股文) รูปแบบการเขียนเรียงความที่ใช้ในการสอบคัดเลือกขุนนางหรือเคอจวี่ ซึ่งมีรูปแบบที่เข้มงวดและซับซ้อน เป็นการเขียนตอบข้อสอบโดยแบ่งเป็นแปดตอน

            [2] จิ้นซื่อ (进士) เป็นตำแหน่งบัณฑิตที่ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่ง ในระบบการสอบคัดเลือกขุนนางของจีนในสมัยโบราณ ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดจะเรียกว่า จอหงวน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663