บทที่ 29 ทำชุดแต่งงานให้คนอื่น
จนกระทั่งเนื้องอกปรากฏขึ้นต่อหน้าหวังเสี่ยวจวิน เขาจึงลอบถอนหายใจ
หลังจากจัดการเนื้องอกอย่างรวดเร็วและแม่นยำแล้ว หวังเสี่ยวจวินก็เคลื่อนอวัยวะภายในของผู้ป่วยไปยังตำแหน่งที่ดีที่สุดอย่างเชี่ยวชาญ และเริ่มเย็บช่องท้อง
ในเวลานี้อาการทางกายภาพของผู้ป่วยเริ่มสงบลง เสียงติ๊ดที่ฟังเหมือนความตายมาเคาะประตู ตอนนี้ก็สงบลงแล้ว จากนั้นแพทย์สมองจะเริ่มทำการผ่าตัดสมอง
ห้องผ่าตัดไม่ควรมีคนมากเกินไป ดังนั้นหลังจากที่หวังเสี่ยวจวินเย็บช่องท้องเสร็จแล้ว เขาก็พาหานชิงอวี่และคนอื่น ๆ ออกจากห้องผ่าตัด
ผู้ที่เดินออกจากห้องผ่าตัดล้วนแต่เป็แพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างสม่ำเสมอ เช่น หานชิงอวี่ เฉินฟา และคนอื่น ๆ
แม้ว่าการผ่าตัดนี้จะยาก แต่โชคดีที่ส่วนที่ยากนั้นเป็ของแผนกสมองและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา ไม่เช่นนั้นทางโรงพยาบาลจะไม่ยอมให้กลุ่มแพทย์ฝึกหัดและหวังเสี่ยวจวินร่วมมือกันทำการผ่าตัดเปลี่ยนปอดซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ป่วยแน่นอน
เฉินฟาแอบสาปแช่งในใจในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม เดิมทีในวันนี้เขาอยากให้หานชิงอวี่ต้องอับอาย
ตอนนี้แม้ว่าการประชุมและการผ่าตัดจะนำผลเสียมาสู่หานชิงอวี่ แต่ก็แทบไม่มีนัยสำคัญเลย
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนเพียงแค่พูดคุยกันในเื่นั้น ณ เวลานั้น และแค่ต่อว่าเขาสองสามคำเท่านั้น บอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าภายหลังจะจำคำพูดเ่าั้ได้หรือเปล่า ไม่ต้องพูดถึงการทำให้พวกเขาหันมาต่อต้านหานชิงอวี่เหมือนกับตัวเองเลย
อย่างไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ กลับกลายเป็เื่ที่ดีขึ้น
หวังเสี่ยวจวินมองไปยังนักศึกษาที่อยู่ข้างหลังและเป็เริ่มพูดคุยกับเฉินฟาที่เพิ่งพูดหยาบคายกับหานชิงอวี่ในระหว่างการผ่าตัด
“คุณชื่อเฉินฟาใช่ไหม ผมได้ยินมาว่าคุณเป็นักศึกษาของหัวหน้าเฉินที่ดูแลแผนกฉุกเฉิน บอกผมทีสิว่าคุณรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เด็กที่ชื่อหานชิงอวี่พูดนั้นผิด”
จากที่เฉินฟายังคงบ่นอยู่ในใจ ตอนนี้จู่ ๆ ก็มีความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
เขาไม่ได้ดูการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างละเอียดมากนัก เมื่อทุกคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์หานชิงอวี่ เขาก็จมอยู่กับความสุขที่ได้รับชัยชนะและเสียสมาธิมากจนไม่สังเกตเห็นเนื้องอกใด ๆ
เมื่อได้ยินผู้อำนวยการหวังถามตัวเอง เฉินฟาก็คิดว่าหวังเสี่ยวจวินคงถูกใจตนแล้ว ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ผมเคยพูดไปแล้ว หานชิงอวี่เป็คนดังในแผนกของเรา แต่เขามีนิสัยชอบทำตัวเป็ครูซึ่งผมไม่เคยบอกใครมาก่อนเลย”
“เช่นเดียวกับตอนที่ผู้อำนวยการหวังเป็คนรับผิดชอบการผ่าตัดเอง เขาก็ยังรบกวนคุณอยู่ ปกติแล้วถ้ามันเกิดขึ้นในแผนกของเราผมคงพอทนได้ แต่ตอนนี้เขามารบกวนคุณ ผมจึงทนไม่ไหวจริง ๆ ... ”
จากนั้นก็เห็นว่าเฉินฟาเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เขาพูด คนอยู่ด้านข้างก็เห็นด้วย
ท้ายที่สุดแล้วหวังเสี่ยวจวินเพิ่งแนะนำอีกครั้งว่าอาจารย์ของเขาคือเฉินกั๋วกวงหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลกลาง ซึ่งเป็คนที่มีชื่อเสียงของโรงพยาบาล
ในกรณีนี้ โโยปกติลูกศิษย์จึงมีความภาคภูมิใจ พวกเขาจึงกล้าที่จะสบประมาทนักศึกษาแพทย์ด้วยกัน
อย่างไรก็ตามหวังเสี่ยวจวินขัดจังหวะคำพูดของเขาและพูดว่า
"โอเค ขอบคุณ"
จากนั้น เขาก็หันไปพูดกับหานชิงอวี่
“หานชิงอวี่ คุณรู้สถานการณ์เมื่อกี้ได้ยังไง? บอกรายละเอียดผมหน่อยสิ”
หานชิงอวี่กลอกตาไปที่เฉินฟาที่อยู่ข้าง ๆ และบอกเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น
“ผมเคยเห็นกรณีการผ่าตัดปอดมาก่อนและมีปัญหาที่พบบ่อยมาก นั่นคือความเป็ไปได้ที่จะมีเนื้องอกในปอดสูงมาก”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เราใช้ยา ยาปริมาณมากจะส่งผลกับช่องทรวงอกซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาที่เราเพิ่งพบได้อย่างง่ายดาย”
"เมื่อเผชิญกับสถานการณ์นี้ เรามีวิธีแก้ปัญหาหลายประการ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ..."
หานชิงอวี่พูดเก่งมากเมื่อได้พูดถึงแง่มุมนี้
คราวนี้หวังเสี่ยวจวินไม่ได้ขัดจังหวะ แต่พยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย เขายังคงถอนหายใจ เหตุใดต้นกล้าที่ดีเช่นนี้ถึงไม่อยู่ในแผนกอายุรศาสตร์ แต่ไปอยู่ในแผนกฉุกเฉิน
ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
แม้ว่าทุกคนรอบตัวเขาดูสับสน แต่หวังเสี่ยวจวินก็ยังไม่ได้บอกให้หานชิงอวี่หยุดพูด
เขารู้สึกว่านี่เป็การแบ่งปันความคิดเห็น เมื่อเทียบกับหานชิงอวี่แล้ว นักศึกษาคนอื่น ๆ ก็ด้อยกว่าเขาจริง ๆ
แต่ในขณะนี้ เฉินฟาผู้โชคร้ายก็เสนอหน้าออกมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มกังวลมากเมื่อเห็นหานชิงอวี่พูดไม่หยุด สิ่งสุดท้ายที่เขาไม่อยากเห็นเลยคือสถานการณ์แบบที่เป็อยู่ตรงหน้า
“หานชิงอวี่ มันน่าเบื่อนิดหน่อยนะถ้านายยังใช้ขวานต่อหน้าหลู่ปัน[1]ตอนนี้”
เขามองไปที่ หานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้าพลางยักไหล่และพูดด้วยท่าทางสิ้นหวัง
ในความเห็นของเขา เหตุผลที่หวังเสี่ยวจวินขอให้หานชิงอวี่พูดมากในวันนี้ ก็เพื่อให้ทุกคนเห็นความคิดที่ผิดพลาดของเ้าตัวและเรียนรู้จากมัน แต่หานชิงอวี่กลับมองไม่ออก และยังคงพูดต่อไปซึ่งเป็การกระทำที่หน้าไม่อาย
หลังจากได้ยินสิ่งนี้หวังเสี่ยวจวินก็ถอนหายใจพลางยื่นมือออกไปและตบไหล่เฉินฟาที่อยู่ด้านข้าง
“เสี่ยวเฉิน แม้ว่าคุณจะเป็ลูกศิษย์ของหัวหน้าเฉิน แต่ในด้านการแพทย์ คุณก็ควรเรียนรู้เพิ่มเติมจากหานชิงอวี่นะ”
“สิ่งที่เขาเพิ่งพูดนั้นถูกต้อง และนั่นเป็แรงบันดาลใจให้ผมในระหว่างการผ่าตัด หากไม่มีเขาที่คอยเตือนผมเมื่อกี้ การผ่าตัดก็คงไม่จบลงอย่างราบรื่นขนาดนี้หรอก”
หลังจากได้ยินคำพูดของหวังเสี่ยวจวิน เฉินฟาก็ตัวแข็งทื่อทันที
นี่ให้ความรู้สึกเหมือนไปดูการแสดงละครสัตว์ ขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นเวที กลับพบว่าแท้จริงแล้วตัวเองก็คือตัวตลก
แม้แต่นักศึกษาที่เพิ่งดูถูกหานชิงอวี่ ในสายตาของพวกเขาก็ยังแสดงความชื่นชม
ตอนนี้เฉินฟาอยากตบหน้าตัวเองซะเหลือเกิน
หลังจากทำงานหนักมาเป็เวลานาน ฉันก็ได้ทำชุดแต่งงาน[2]ให้หานชิงอวี่อีกแล้ว!
เขาจึงไม่พอใจคู่แข่งที่อยู่ตรงหน้ามากยิ่งขึ้น แอบสาบานในใจว่าหากมีโอกาสในอนาคต เขาจะขับไล่หานชิงอวี่ออกจากโรงพยาบาลอย่างแน่นอน ถ้าไม่เห็นก็จะได้ไม่รู้สึกกวนใจ!
…
อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องทำงานของคณบดี
ในเวลานี้นอกจากจ้าวชิงซงแล้ว ยังมีชายชราผมขาวและมีหนวดเคราอยู่ในห้องทำงานของคณบดี
ชายชราชื่อจงเจี้ยนกั๋ว ผู้ซึ่งเป็ผู้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกับจ้าวชิงซงในปัจจุบัน เขาได้รับการว่าจ้างจากโรงพยาบาลั้แ่อายุยังน้อยและยังคงทำงานหนักเพื่ออุตสาหกรรมการแพทย์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ห้องที่ชายชราสองคนนี้อยู่คนเดียวตอนนี้ไม่ได้พูดคุยถึงประเด็นทางวิชาการที่ลึกซึ้งใด ๆ แต่เป็นักศึกษาที่เพิ่งมาใหม่
หานชิงอวี่
หลังจากประสบการผ่าตัดครั้งที่แล้วกับหานชิงอวี่แล้ว ในเวลานี้จ้าวชิงซงก็ดูแลชายหนุ่มเป็อย่างดี เดิมทีเขา้ารับอีกฝ่ายเป็ลูกศิษย์ของตน แต่ด้วยอายุของเขา ถ้ารับเป็ลูกศิษย์เข้ามาแต่ไม่มีเวลาสอน นี่จะไม่เป็การทำผิดต่อลูกศิษย์ของตนเหรอ?
ดังนั้นเขาจึงมาพบจงเจียนกั๋วซึ่งอายุน้อยกว่าเขาหลายปี และ้าให้เขาถ่ายทอดทักษะให้กับหานชิงอวี่
จ้าวชิงซงสามารถทำให้หานชิงอวี่ไปสู่ระดับสูงจนราวกับเขาเป็อัจฉริยะลงมาจากท้องฟ้าได้
อย่างไรก็ตามจงเจี้ยนกั๋วกำลังยิ้มและมองไปที่จ้าวชิงซงด้วยเหยียดหยาม
“เหล่าจ้าว คุณพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ลองพาเขามาหาผมสิ ถ้าเขาน่าทึ่งจริงอย่างที่คุณพูด ผมจะรับเขาเป็ลูกศิษย์เอง!”
[1] ใช้ขวานต่อหน้าหลู่ปัน หมายถึง การแสดงฝีมืออันอ่อนด้อยของตนต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ ตรงกับสำนวนไทยคือสอนจระเข้ว่ายน้ำ
[2] ทำชุดแต่งงานให้คนอื่น หมายถึง ทำงานหนักเพื่อคนอื่น แต่กลับไม่เกิดประโยชน์กับตนเอง