หมอกสีขาวขุ่นหนาทึบปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ จนมองไม่เห็นแม้กระทั่งนิ้วมือของตัวเองที่ยื่นออกไป กลิ่นชื้นแฉะของมอสและใบไม้เน่าเปื่อยลอยคลุ้ง บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสามคน
"อย่าเดินห่างกันเกินสามก้าว"
ซูหว่านกระซิบเตือน นางสะบัด 'พัดวายุหวน' ในมือเบาๆ ส่งกระแสลมหมุนวนรอบกลุ่ม เพื่อพัดพาหมอกให้จางลงเป็วงกว้างรัศมี 5 เมตร สร้างพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว "นี่ไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่มันผสมผสานกับ 'ค่ายกลลวงตา' ถ้าหลงจากกลุ่ม ท่านอาจจะไปโผล่ที่หน้าผาหรือรังของสัตว์อสูรได้เลย"
"น่ารำคาญชะมัด!" หงเหลียนบ่นอุบ ไฟที่หมัดของนางลุกพรึ่บพรั่บเพื่อไล่ความชื้น "ศัตรูก็ไม่เห็น สัตว์อสูรก็ไม่มี แล้วจะเอาคะแนนจากไหน?"
ทันใดนั้น หูของหลี่จงก็กระดิก "มาแล้ว..."
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นรอบทิศทาง ลูกธนูเหล็กกล้าสีดำนับสิบดอกพุ่งทะลุหมอกเข้ามา เป้าหมายคือจุดตายของทั้งสามคน!
"ฮึบ!"
หลี่จงก้าวเท้าไปข้างหน้า ปักเสาหินลงพื้นเสียงดัง ตึง! อักขระ 'ปฐี' ส่องแสงวูบ กำแพงหินหนาหนึ่งฟุตพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินล้อมรอบพวกเขาเป็รูปครึ่งวงกลม
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ลูกธนูปะทะกับกำแพงหินจนหักสะบั้น ร่วงกราวลงพื้น แต่การโจมตียังไม่จบ...
"ฆ่า!!"
เงาร่างในชุดพรางสีเทานับสิบคนกระโจนลงมาจากยอดไม้และพุ่งออกมาจากม่านหมอก พวกมันคือศิษย์สายในสังกัดตระกูลอู๋ ทุกคนถือดาบโค้งและมีระดับพลังอยู่ที่ ก่อกำเนิด ขั้นต้น พวกมันไม่ได้เข้ามามั่วซั่ว แต่ยืนประจำตำแหน่งตามทิศทั้งแปด ล้อมกรอบกลุ่มหลี่จงไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ค่ายกลแปดทิศพิฆาตมาร!" หัวหน้ากลุ่มที่มีแผลเป็ที่ตาะโสั่งการ
ทันใดนั้น พื้นที่พวกเขายืนอยู่ก็สั่นะเื พลังปราณของศัตรูทั้งแปดคนเชื่อมต่อกัน ก่อเกิดเป็แรงกดดันมหาศาลที่บีบอัดเข้ามาตรงกลาง ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกำลังบดขยี้พวกเขา
"แย่แล้ว!" ซูหว่านหน้าซีด "นี่คือค่ายกลผสานพลัง! พวกมันรวมพลัง 8 คนเพื่อกดดันเรา ถ้าเราฝ่าวงล้อมไม่ได้ เราจะถูกบดจนกระดูกแตก!"
"ฮ่าๆๆๆ!" หัวหน้ากลุ่มศัตรูหัวเราะร่า "อู๋เฟิงสั่งมา... ว่าห้ามให้พวกเ้าตายสบายๆ จงค่อยๆ ทรมานอยู่ในค่ายกลนี้จนกว่าจะร้องขอชีวิตซะ!"
หงเหลียนพยายามปล่อยหมัดไฟออกไป แต่ไฟของนางกลับถูกแรงกดดันของค่ายกลบีบจนมอดดับไปกลางอากาศ "บ้าเอ๊ย! มันกดดันจนข้าโคจรลมปราณไม่ออก!"
หลี่จงยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม เขาหลับตาลง ไม่ได้ตื่นตระหนกไปกับแรงกดดัน เขากำลัง "ฟัง"
ไม่ใช่ฟังเสียง... แต่ฟัง "จังหวะการเต้นของพื้นดิน" น้ำหนักเท้าของคน 8 คน... ตำแหน่งที่พวกมันยืน... และจุดที่พลังปราณไหลเวียนผ่านเท้าลงสู่ดิน
ตึก... ตึก... ตึก...
ในความมืดมิดของการรับรู้ หลี่จงมองเห็นเส้นสายพลังงานสีทองที่เชื่อมต่อศัตรูทั้งแปดเข้าด้วยกัน และมี "จุดศูนย์กลาง" อยู่ที่ชายคนหนึ่งทางทิศตะวันออก
"ซูหว่าน..." หลี่จงเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตา "เ้าบอกว่าพัดวายุหวนนี้ เหมาะกับวิชาค่ายกลใช่ไหม?"
"จะ... เ้าค่ะ?"
"งั้นข้าจะสร้างช่องว่างให้... เ้าใช้พัดนั่น ทำลายสมดุลของพวกมันซะ!"
หลี่จงลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำสนิทเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเข้มของธาตุดิน เขาจับเสาหินด้วยสองมือ ยกขึ้นเหนือหัว แล้วทุ่มลงพื้นสุดแรงเกิด ไม่ใช่เพื่อป้องกัน แต่เพื่อ "ส่งคลื่น"
วิชาลับปฐี: คลื่นะเืชีพจร!
ตึงงงงงง!!!
แรงสั่นะเืระลอกใหญ่พุ่งผ่านพื้นดินเป็เส้นตรง พุ่งเจาะจงไปที่ "ศัตรูทางทิศตะวันออก" ที่เป็แกนกลางของค่ายกล
"อั่ก!" ชายคนนั้นสะดุ้งเฮือก เมื่อคลื่นกระแทกพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้า กระแทกเข้าที่จุดตันเถียน (จุดรวมลมปราณ) โดยตรง ขาของเขาชาหนึบจนเสียหลักล้มลง
วูบ! ค่ายกลแปดทิศเกิดช่องโหว่ แรงกดดันหายไปชั่วขณะ
"ตอนนี้แหละ ซูหว่าน! หงเหลียน!"
ซูหว่านไม่รอช้า นางสะบัดพัดวายุหวนสุดแรง "วายุสลายเมฆา!!"
ลมพายุหมุนรุนแรงพุ่งออกจากพัด กวาดเอาม่านหมอกและศัตรู 3 คนที่เสียหลักให้ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ พัดของอู๋เฟิงที่เคยใช้ข่มขู่ผู้อื่น บัดนี้กลับกลายเป็อาวุธที่ทำลายลูกน้องของเขาเอง!
"ตาข้าบ้างล่ะนะ!" หงเหลียนที่หลุดพ้นจากแรงกดดัน ยิ้มเหี้ยมเกรียม นางกระโจนเข้าใส่หัวหน้ากลุ่มที่มีแผลเป็ "หมัดอัคคี... แปดทิศ!!"
ปัง! ปัง! ปัง!
หงเหลียนรัวหมัดไฟใส่ศัตรูไม่ยั้ง ทุกหมัดหนักหน่วงและร้อนแรงจนเกราะหนังของศัตรูหลอมละลาย หัวหน้ากลุ่มพยายามยกดาบรับ แต่ดาบก็ถูกความร้อนจนแดงและงอพับ "อ๊ากกกก!" เขากระเด็นไปกระแทกต้นไม้ สลบเหมือดคาที่
ศัตรูที่เหลือเห็นท่าไม่ดี พยายามจะถอยหนีเข้าหมอก "จะไปไหน!"
หลี่จงเตะเสาหินให้ลอยขึ้น แล้วหมุนตัวเตะส่งเสานั้นออกไปเหมือนลูกะุปืนใหญ่ เฟี้ยววววว... โครม!
เสาหินกวาดศัตรูอีก 3 คนที่กำลังวิ่งหนีให้ล้มระเนระนาด กระดูกหักไปตามๆ กัน เพียงชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป... หน่วยสังหารของตระกูลอู๋ทั้ง 8 คนก็นอนกองอยู่กับพื้น หมดสภาพต่อสู้โดยสิ้นเชิง
หลี่จงเดินไปดึงเสาหินกลับมา เขาเดินไปที่ร่างของหัวหน้ากลุ่มที่สลบอยู่ แล้วค้นตัว "ป้ายหยกคะแนน..."
เขาดึงถุงป้ายหยกออกมา เทลงบนมือ ป้ายหยกสีเขียวเปล่งประกายนับ 20 อัน... นี่คือคะแนนที่พวกมันแย่งชิงมาจากศิษย์คนอื่นก่อนหน้านี้
"โอโห! รวยเละ!" หงเหลียนตาโต "พวกมันล่ามาให้เราชัดๆ!"
"100 คะแนน..." หลี่จงคำนวณคร่าวๆ "แค่นี้ก็น่าจะพอผ่านเข้ารอบ 64 คนได้สบายๆ"
"แล้วเราจะทำยังไงกับพวกนี้ดีเ้าคะ?" ซูหว่านถามพลางมองร่างที่นอนโอดโอย "จะฆ่าปิดปากไหม?"
หลี่จงส่ายหน้า "ฆ่าไปก็เปลืองแรง... อีกอย่าง กฎบอกห้ามฆ่ากันเอง (แม้พวกมันจะจ้องฆ่าเราก็เถอะ)" เขายิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้แม้แต่หงเหลียนยังขนลุก
"เราจะใช้พวกมันเป็ 'เหยื่อล่อ'"
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ณ ใจกลางป่าหมอกลวงตา
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงม "ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยด้วย..."
กลุ่มศิษย์สายในของตระกูลอู๋อีกกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านมา ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมสำนัก จึงรีบวิ่งตามเสียงไป ภาพที่เห็นทำเอาพวกเขาชะงัก
ศิษย์ตระกูลอู๋ 8 คน ถูกจับมัดรวมกันติดกับต้นไม้ใหญ่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน เหลือแต่กางเกงในตัวเดียว และที่หน้าอกของหัวหน้ากลุ่ม มีตัวอักษรเขียนด้วยเขม่าถ่านว่า:
"อยากได้คืน... ให้ตามมาที่หุบเขาหิน" "- หลี่จง"
"ไอ้... ไอ้สารเลวหลี่จง!!" หัวหน้ากลุ่มใหม่คำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น "มันกล้าหยามเกียรติตระกูลอู๋ขนาดนี้เชียวรึ!"
"ทำยังไงดีขอรับพี่ใหญ่?" ลูกน้องถาม
"ส่งสัญญาณบอกทุกกลุ่ม!" หัวหน้าะโ "บอกเถียซาน บอกทุกคน! เลิกหาสัตว์อสูรเดี๋ยวนี้! เป้าหมายของเรามีอย่างเดียว... ไปที่หุบเขาหิน แล้วสับไอ้หลี่จงให้เป็ชิ้นๆ!!"
พลุสัญญาณสีแดงถูกยิงขึ้นฟ้า ะเิเป็รูปดาบไขว้ ศิษย์ตระกูลอู๋และพันธมิตรกว่า 50 คนในป่าหมอก เห็นสัญญาณนั้นและเริ่มมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกัน
...
บนยอดหน้าผาหินที่มองลงไปเห็นหุบเขาเบื้องล่าง หลี่จงยืนกอดอก โดยมีเสาหินปักอยู่ข้างกาย ลมแรงพัดผมของเขาปลิวไสว
"มากันเยอะเลยนะ" หงเหลียนเลียริมฝีปาก ยืนขนาบข้างขวา "เ้าแน่ใจนะว่าแผนนี้จะเวิร์ค? 3 ต่อ 50 เนี่ยนะ?"
"ไม่ได้มีแค่เรา 3 คน" หลี่จงตอบ เขามองไปที่ซูหว่านที่กำลังวาดวงเวทขนาดมหึมาลงบนพื้นดินรอบหุบเขา "ค่ายกลพร้อมไหม?"
"พร้อมแล้วเ้าค่ะ" ซูหว่านปาดเหงื่อ "ค่ายกล 'ปฐีกัมปนาท' ผสานกับพลังเสาหินของท่าน... ทันทีที่พวกมันเหยียบเข้ามาในหุบเขา... ที่นั่นจะกลายเป็นรก"
หลี่จงแสยะยิ้ม "ดี... วันนี้ข้าจะสอนให้พวกมันรู้ว่า... เวลาูเาถล่ม มันน่ากลัวแค่ไหน"
การเปลี่ยนสถานะจาก "เหยื่อ" เป็ "ผู้ล่า" เริ่มต้นขึ้นแล้ว มหกรรมกวาดล้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รอบคัดเลือก กำลังจะอุบัติ!