ด้วยเพราะการค้าของตระกูลเย่ตกต่ำมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว ส่งผลให้สภาพทางการเงินไม่ค่อยสู้ดี หาได้มั่งคั่งเช่นดังเก่าก่อน
ถึงกระนั้นเย่ฉงเทียน ก็หาได้ผิดคำพูดพี่เคยลั่นวาจาไว้กับเย่จื่อเฟิงแต่อย่างใดไม่ เขารวบรวมวัตถุดิบส่วนผสมทั้งหมดที่เขียนไว้ในเทียบยาจนครบถ้วน จากนั้นก็นำมาผสมดังกล่าวพร้อมกับเตาปรุงยาเอาไปไว้ในห้องเก็บฟืน โดยที่ไม่บ่นอิดออดเื่เสถียรภาพความมั่งคั่งของตระกูลว่ากำลังตกต่ำย่ำแย่เพียงใด ทั้งๆ ที่ไม่เป็การอันควรอย่างยิ่งที่จะนำสมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้ละลายน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์
เย่จื่อเฟิงตรวจสอบวัตถุดิบส่วนผสมอย่างละเอียด มาเห็นทุกอย่างครบถ้วนสีหน้าก็เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
" หญ้าแก่นหยก ใบต้นั ผลเขาเงิน แก่นบัวแดง และโสมิญญาโพธิ นับว่าไม่เลว ไม่เลวทีเดียว คราแรกข้ายังแอบกังวลว่าวัตถุดิบส่วนผสมอย่างสองอย่างจะหายไป จนทำให้คุณภาพของโอสถลดลงเสียอีก ดูเหมือนข้าไม่จำเป็ต้องกังวลเื่คุณภาพของโอสถแก่นทองคําอีกต่อไป”
ถึงกระนั้นเขาก็ยังส่ายศีรษะอย่างเศร้าใจ
หากเขาสามารถคงพลังยุทธ์ให้อยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ดังเดิมก็คงจะดีไม่น้อย หรือไม่ก็ลดลงสักขั้นให้เหลือซักระดับิญญายุทธ์ก็ยังพอทำเนา ซึ่งถ้าเป็เช่นนั้นเขาจะสามารถใช้พลังหยวนปลดปล่อย ‘ทัณฑ์เพลิงกลั่นิญญา’ หลังจากกลั่นสกัดสำเร็จแล้ว รับประกันได้ว่าโอสถของเขาจะต้องอยู่ในระดับ์อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ระดับการฝึกยุทธ์ของเ้าขยะน้อยตระกูลเย่ผู้นี้อ่อนด้อยเสียเหลือเกิน ฉะนั้นเื่ที่จะใช้ลมปราณปรับแต่งปรุงยาคงลืมไปได้เลย แค่ยืนอยู่ข้างๆ เตาปรุงยาร้อนๆ นานหน่อยก็คงจะล้มเหลวไม่ล้มเหลวแล้ว
" เรายังมีเวลาอีกสามวัน นับว่ายังพอมีเวลาเหลือที่จะทําความสะอาดเตาปรุงยาก่อนที่จะกลั่นสกัดโอสถวิเศษ อีกทั้งยังต้องเพิ่มระดับเตาปรุงยาใบนี้ให้เพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย...”
เย่จื่อเฟิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าก่อนที่ตนเองจะกลั่นสกัดปรุงโอสถวิเศษ เขาจะต้องจัดการกับเตาปรุงยาด้วยกรรมวิธีพิเศษในแบบฉบับเฉพาะตัวของเขาเสียก่อน ครู่ต่อมากลุ่มควันสีดําก็ลอยขึ้นพร้อมกับประกายไฟกระจายไปทั่ว นี่คือขยะปฏิกูลไร้ประโยชน์ที่ติดค้างอยู่ในเตา!
เขารีบเปิดหน้าต่าง้าสุดของห้องเก็บปืน เพื่อระบายอากาศถ่ายเท ไม่ว่าเขาจะต่ำต้อยด้อยค่าในสายตาของใครๆ หรือจะอายุน้อยที่สุดก็ตาม แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็ถึงนายน้อยแห่งตระกูลเย่หาใช่ทาสที่ถูกกักขัง ถึงแม้เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องเก็บฟืน ทว่าการกระทำสิ่งต่างๆ ก็ยังได้รับอนุญาตให้ทำ
หลังจากนั้นเขาก็มองไปการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่อยู่ด้านนอกหน้าต่าง พร้อมกับยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์
...
" นายท่าน ข้าส่งคนไปสังเกตการณ์นายน้อยแล้ว การกลั่นสกัดปรุงยาครั้งแรก...”
"ว่ามาเป็อย่างไรบ้าง? สําเร็จหรือไม่?”
เย่ฉงเทียนร้อนใจยิ่งนักอยากจะรู้ผลลัพธ์ใจจะขาด เฝ้ารอพ่อบ้านรายงานผลด้วยความตื่นเต้นใจจดใจจ่อ หลังจากได้อ่านเทียบยาของเ้าลูกชายก็เล่นเอาเขาถึงนอนไม่หลับเลยทีเดียว เฝ้ารอให้ถึงรุ่งอรุณจนแทบไม่ไหว ขอโทษอรุณมาถึงเขาก็รีบสั่งพ่อบ้านจัดเตรียมวัตถุดิบส่วนผสมตามรายการเทียบยาทันที
" เอ่อ… นายท่าน นายน้อยเขา...”
"อ้ำอึ้งอันใดอยู่ได้ มีอะไรก็รีบๆ ว่ามา เฮ่ย∼ รู้หรือไม่ว่าเ้ากำลังทำให้ข้าลุ้นจนอกจะแตกตายอยู่แล้ว?” เย่ฉงเทียนร้อนใจจนพูดจาสะเปะสะปะไปหมด
" นายท่าน โอสถเตาแรกที่นายกลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว...” พ่อบ้านมีสีหน้าหมองคล้ำขณะรายงานตามความจริง
เย่ฉงเทียนดวงตาเบิกตา ร่างซวนเซถอยกรูกลับมานั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง เขาใช้เวลาพักใหญ่สงบจิตใจให้เย็นลง
เขาส่ายศีรษะยิ้มอย่างขมขื่น แล้วกล่าวขึ้นว่า " ใช่...เป็ข้าเองที่เลอะเลือน จะไปหวังอะไรกับเ้าลูกชายไร้ค่าพรรค์นั้น ขะ… ข้าคงแก่แล้วจริง ๆ ”
" นายท่าน จะให้บ่าวส่งคนไปคอยจับตาดูนายน้อยต่อหรือไม่? บางทีก่อนหน้านี้อาจจะเป็แค่การผิดพลาดก็ได้...”
เมื่อเย่ฉงเทียนคิดได้ดังนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายอีกครั้ง แล้วกล่าวขึ้นว่า " อืม∼ อาจจะเป็เช่นนั้นก็ได้ ก็ได้...ส่งคนไปจับตาดูเขา มีอะไรก็มารายการข้าอีกครั้ง”
...
" นายท่านขอรับ เตาที่สองล้มเหลวเหมือนเช่นเดิม โอสถเป็เถ้าธุลีไปอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เป็ขี้เถ้าไปแค่เพียงครึ่งเดียว "
"เฝ้าดูต่อไป”
"นายท่าน ครั้งที่สามก็ล้มเหลวเช่นเดิม เขาทําออกมาแต่...แต่ครั้งนี้มีปริมาณไม่มาก”
"เฝ้าดูต่อไป”
" นายท่านขอรับ ครั้งที่สี่ก็ล้มเหลวเช่นเคย แต่ครั้งนี้เป็เถ้าธุลีไปแค่เพียงเล็กน้อยขอรับ”
"...”
"นายท่านขอรับ...”
เย่ฉงเทียนสุดจะทานทนได้อีก ในที่สุดเขาก็ร้องะโออกมาว่า
" พอแล้ว! พอกันที นี่ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรก้าวหน้านอกจากกองขี้เถ้าในเตา? เ้าไม่ต้องจับตาดูมันอีกต่อไป...ครั้งนี้ข้าเป็คนผิดเอง!”
...
รุ่งอรุณในวันต่อมาเย่จื่อเฟิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปด้านนอกด้วยสายตาเ็าพร้อมกับส่งรอยยิ้มอย่างพอใจ บ่งบอกถึงเป็ผู้มีชัยเหนือกว่า
" ในที่สุดก็เลิกจับตาดูข้าแล้ว? ก็ดี...”
หลังจากนั้นเขาก็ปิดหน้าต่างลง เปิดฝาเตาปรุงยาอีกครั้ง นี่คือการหลอมสกัดครั้งที่หก!
เมื่อเขาเปิดฝาเตาหลอมถูกเปิดออก แสงสีทองเจิดจ้าะเิออกมาแผ่ขยายกระจายทั่วห้องอยู่หลายต่อหลายครั้ง เมื่อความร้อนในเตาถูกปลดปล่อยออกมา สะเก็ดประกายไฟบางส่วนโค้งกระจายออก ส่งเสียงดัง เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!
ตรงกลางเตาหลอมใบนี้คือ โอสถแก่นทองคํา ที่เสร็จสมบูรณ์ส่องแสงประกายเจิดจ้าโดดเด่นสะดุดตาเป็อย่างยิ่ง ปราณิญญาร้อนทะลักไปทั่วห้อง
หลังจากลั่นสกัดพลาดไป 5 ครั้ง ในที่สุดครั้งที่ 6 เขาก็กลั่นสกัดโอสถได้จนเสร็จสมบูรณ์ แล้วนี่ก็คือโอสถที่มีคุณภาพดีที่สุด
เย่จื่อเฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นเขาก็หยิบโอสถแก่นทองคําขึ้นมาแลบลิ้นชิมรสชาติของมันเล็กน้อย
่เสี้ยวอึดใจต่อมา พลังมหาศาลของโอสถแก่นทองคําก็ะเิออก พวยพุ่งตรงดิ่งไปที่จุดตันเถียนของเย่จื่อเฟิง ทุกอย่างเริ่มขึ้นที่จุดตันเถียนแล้วโคจรกระจายไปทั่วร่างกาย
"เยี่ยม! วิเศษไปเลย!”
เส้นลมปราณและเส้นชีพจรภายในร่างของเย่จื่อเฟิง จากเดิมที่เคยตีบตันบิดคดจนหงิกงอ ทันใดนั้นธารพลังมหาศาลพวยพุ่งกรุยทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางทั้งมวล โคจรไปทุกส่วนของร่างกายอย่างไหลลื่น ลมปราณภายในร่างที่เคยติดขัด เริ่มโคจรหลอมรวมเข้าสู่จุดตันเถียนอีกครั้ง
ด้วยกระบวนการข้างต้นที่กล่าวมา เย่จื่อเฟิงต้องเผชิญกับความเ็ปทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสยังอย่างไม่จบสิ้น เขารู้สึกราวกับว่าทั่วร่างเจาะทะลวงอย่างรุนแรง เสมือนแมลงตัวเล็กๆ นับล้านๆ ตัวคลานยั้วเยี้ยยุ๊บยับอย่างช้าๆ ภายในร่างกาย กัดกินเืเนื้อเน่าเสียของเขาอย่างตะกละตะกลาม เขากัดฟันยอมรับความเ็ปทุกข์ทรมานอย่างมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว หลังจากความเ็ปผ่านพ้นไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้มามันสุดจะคุ้มค่า เพราะเขาจะได้เส้นชีพจรที่ดีที่สุดเหมาะสมแก่การฝึกตน
เขาเป็บุรุษที่มีสองชีวิต และในฐานะผู้ที่เคยอยู่ในระดับปานยุคมาก่อน ฉะนั้นความเ็ปเหล่านี้เขาก็ต้องเคยประสบพบเจอมาก่อนแล้วเช่นกัน แต่เมื่อความเ็ปได้ผ่านพ้นไปเขาจะได้รับพลังอันแข็งแกร่งตอบแทนกลับคืนมา ดังนั้นเวลานี้ถึงแม้เหงื่อเม็ดโตจะอาบโซมกาย ผุดขึ้นแม้กระทั่งร่องนิ้ว เนื้อหนังกลายเป็สีแดงราวกับโดนหยิก แต่แล้วในที่สุดก็ผ่านมันมาได้!
เขาลองสูดลมหายใจเข้าออกมายาวๆ ก็ััได้ถึงความรู้สึกโล่งสบายอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ในเวลานี้เขาอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่สาม
ก่อนหน้านี้ขยะไร้ค่าอย่างเย่จื่อเฟิงคนเก่า มันใช้เวลาตลอดสามปียังไม่สามารถถ้าลองผ่านขึ้นสู่ขั้นที่ 3 ได้ แต่แล้วในที่สุดวันนี้ก็ทำได้เสียที
เมื่อเส้นลมปราณเปิด สุขภาพร่างกายของเย่จื่อเฟิงก็ดีขึ้นตามลำดับ เมื่อร่างกายเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ก็จะทำให้เขาสามารถฝึกฝนบำเพ็ญตนได้รวดเร็วขึ้น กล่าวได้ว่าโอสถแก่นทองคําสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตา และพร์ของผู้อยู่ในระดับกำเนิดปราณได้อย่างแท้จริง!
ซึ่งผู้อยู่ในระดับกำเนิดปราณไม่มีทางที่จะโอสถแก่นทองคํา แล้วไม่สามารถคัดลอกเลียนแบบโอสถคุณภาพสูงเช่นนี้ได้ เพราะผู้ที่สามารถทำได้ภายในใต้ผืนฟ้าและปฐีนี้อย่างน้อยจะต้องอยู่ในระดับปรมาจารย์โอสถ ที่สำคัญระดับปรมาจารย์โอสถไม่มีผู้ใดอยากโอสถคุณภาพสูงเช่นนี้กับชนชั้นระดับผู้น้อย สำหรับตระกูลสามัญทั่วๆ ไปไม่มีทางที่จะไขว่คว้าโอสถระดับนี้ได้ หรือต่อให้เป็ระดับปรมาจารย์โอสถก็สามารถกลั่นสกัดโอสถแก่นทองคําคุณภาพต่ำออกมาได้เท่านั้น
ยิ่งกว่านั้นเย่จื่อเฟิงเคยกลั่นสกัดโอสถชนิดนี้มาก่อน ถ้าผู้ใดมาฉกฉวยโอสถแก่นทองคําคุณภาพสูงนี้ไป เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ดังนั้นเขาจึงกลืนกินมันเสียให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาพูดจาให้มากความอีก
เย่จื่อเฟิงปรับลมหายใจครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าภายในท้องของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังปราณ แม้ว่ายังนี้เขาจะอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 แต่ในขั้นที่ 3 นี้มีการจัดแบ่งระดับชั้นสูงแตกต่างกันไป แต่ด้วยโอสถแก่นทองคําคุณภาพสูงทำ เขาเลื่อนระดับจากระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 ระดับต่ำ ขึ้นสู่ขั้นที่ 3 ระดับกลาง
" ถ้าหากเขายอมให้ส่วนผสมวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีกสักหน่อย บางทีข้าคงทะลวงขึ้นสูงขั้นที่ 3 ระดับสูงไปแล้ว " เย่จื่อเฟิงครุ่นคิดในใจแล้วทอดถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย
ทันใดนั้นเย่จื่อเฟิงััได้ถึงบางอย่าง เขาขมวดคิ้วแล้วหันขวับมองไปทางหน้าต่างทันที
"ผู้ใดซ่อนอยู่ตรงนั้น? รีบออกมาเดี๋ยวนี้!”
"แหะๆ ท่านพี่อย่าเพิ่งกริ้ว ข้าเองเสวี่ยอี๋! " เย่เสวี่ยอี๋ฉีกยิ้มกว้าง ค่อยๆ ยืนขึ้นอย่างช้าๆ จากใต้หน้าต่าง วันนี้นางสวมใส่อาภรณ์เป็ชุดสีเขียวอ่อน ผมสีดําขลับของนางรวบมัดพาดไว้บนบ่า ขนคิ้วยาวเรียวดวงตากลมโตของนางดูน่ารักมีเสน่ห์เป็อย่างมาก แม้ว่านางยังอ่อนยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่ก็ให้ความรู้สึกที่มีเสน่ห์แตกต่างออกไป
เมื่อเห็นว่าเป็น้องสาว เย่จื่อเฟิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะไม่ว่าจะเป็ขยะไร้ค่าอย่างเย่จื่อเฟิง หรือ ปรมาจารย์โอสถ ทั้งคู่ต่างคุ้นเคยสนิทสนมกับเย่เสวี่ยอี๋เป็พิเศษ
"น้องมาทําอันใดที่นี่? ไฉนเ้าไม่อยู่ที่สํานักยุทธ์ิญญาคราม มาทำอันใดที่นี่? ในห้องเก็บฟืนไม่มีอะไรน่าสนุกหรอก”
ไม่ได้ยินเช่นนั้นนางก็ทำเสียงเล็กเสียงน้อย แล้วกล่าวยิ้มๆ ด้วยท่าทางทะเล้นๆ ว่า " ก็ที่สํานักมันน่าเบื่อจะตาย ข้าก็เลยแอบหลบหนีออกมา”
เย่จื่อเฟิงใตัวแข็ง ด้วยเพราะไม่คิดว่าน้องสาวผู้เป็กุลสตรีทุกกระเบียดนิ้วอย่างนาง จะฝ่าฝืนกฎระเบียบโดดเรียนมาหาเขาเช่นนี้!
หลังจากนั้นนางก็ทำหน้าแป้นแล้นส่งยิ้มหวานให้เขา พร้อมกล่าวว่า " ช่างมันเถอะ...ท่านอย่าไปสนใจเื่อื่นเลย ว่าแต่ท่านพ่อนี่ช่างใจร้ายจริงๆ สั่งขังท่านตั้งสามวัน ในห้องเก็บฟืนมีแต่น้ำให้ท่านดื่มแต่ไม่มีอาหาร น้องเลยเอาอาหารมาให้ท่านพี่”
ขณะกล่าวสีหน้าของเย่เสวี่ยอี๋เต็มไปด้วยความเป็ห่วง แล้วนางก็เปิดตะกร้าหยิบอาหารภายในตะกร้าออกมา ซึ่งเป็อาหารคาวหวานจำนวนหนึ่ง
" มาๆ ท่านพี่ลองชิมขนมโก๋ดอกกุ้ยฮวานี่ดูสิ! "
เย่จื่อเฟิงรู้สึกประทับใจในความใจดีมีน้ำใจของน้องสาวเป็อย่างมาก แม้เขาจะเป็ถึงปรมาจารย์โอสถผู้เก่งกาจ แต่กลับไม่เคยลิ้มรสอาหารเลิศรสในโลกหล้าเช่นดั่งชาวบ้านชาวช่องเขาเลย โดยเฉพาะอาหารจากฝีมือคนในครอบครัว เื่ดังกล่าวทำให้เขารู้สึกเสียใจมาจวบจนทุกวันนี้ เดิมทีเขาคิดว่าการสามภพสามชาติมาอยู่ในร่างของเ้าขยะเย่จื่อเฟิงผู้นี้ คือเคราะห์ร้ายที่สุดในโลกแล้วเสียอีก
แต่ตอนนี้เขากลับคิดว่าตนเองนั้นโชคดีเป็อย่างมาก ที่ได้ข้ามภพข้ามชาติมาอยู่ยังร่างนี้
เขาจึงหยิบขนมโก๋ดอกกุ้ยฮวามอบให้แก่เย่เสวี่ยอี๋ก่อนหนึ่งชิ้น หลังจากนั้นเขาก็หยิบของตนเองแล้วกัดมันอย่างช้าๆ แต่พอเขางับลงไปบนขนมเท่านั้น กึก! มันเป็ขนมโก๋ที่ค่อนข้างแข็งมากทีเดียว แต่เขาก็ยังพอกร้อมแกร้มไปได้
" อื้มๆ อร่อย อร่อยมากจริงๆ! นี่จานนี้ด้วย ทุกจานข้าทำกับมันเลยนะ… "
เย่เสวี่ยอี๋ยิ้มแล้วส่งตะกร้าทั้งหมดให้เขา เมื่อเห็นว่าเย่จื่อเฟิงกินอาหารของตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย นางก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมาก
" จริงสิ...ท่านพี่ โอสถที่กลั่นสกัดเป็ขี้เถ้าไปหมดแล้วงั้นหรือ? ข้าไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่าเหตุใดท่านพ่อ ถึงยอมมอบวัตถุดิบส่วนผสมในการปรุงโอสถทั้งหมดให้แก่ท่าน อ้อ∼ ถ้าท่านอยากเรียนรู้การปรุงโอสถจริงๆ ท่านควรจะขอให้ท่านพ่อจ้างปรมาจารย์โอสถให้มาสอนให้เป็เื่เป็ราวไปเลย ถ้าทันการสกัดเองแล้วกลายเป็ผงขี้เถ้าเช่นนี้ ข้ากลัวว่าร่างกายของท่านจะอ่อนล้าแล้วเจ็บป่วยขึ้นมาอีก...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่จื่อเฟิงชะงักหยุดกึกในทันที โดยในมือของเขายังถือจานค้างเอาไว้อยู่
"ท่านพี่ เป็อะไรไป? อาหารของข้าไม่อร่อยงั้นหรือ?”
" ปะ เปล่า อาหารของเ้าอร่อยมาก! ต้องบอกว่าข้าหลงรักมันเลยเชียวล่ะ!” เย่จื่อเฟิงยิ้มแล้วกล่าวว่า " เื่ที่เ้ากล่าวเมื่อสักครู่ว่าทํายาจนกลายเป็ขี้เถ้าไปทั้งหมด ข้ารู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยกับประโยคนี้”
เย่เสวี่ยอี๋ยิ้มพร้อมไปหัวเราะไปว่า " คิกๆ ท่านพี่ ท่านกลายเป็คนตลกเช่นนี้ไปั้แ่เมื่อไหร่กัน? ท่านพูดราวกับว่าท่านปรุงโอสถได้สำเร็จ แต่เตาปรุงยาของท่านมีควันดำปิ๊ดปี๋ลอยฟุ้งออกมาเช่นนั้น ท่านจะบอกว่ามันจะไม่ใช่กองขี้เถ้าอย่างนั้นหรือ?”
" ถ้าเช่นนั้น เ้าก็ลองดูสิว่าในนั้นมันคืออะไร?”
จบตอน