เฟยหลงไม่ได้ยึดติดอะไรนัก เลยไม่ได้สนใจ เพราะบ้านรับรองหลังนี้ ก็ใหญ่โตกว่าบ้านที่เขาเคยอยู่ที่ดาวทาลาส บ้านเก่ายิ่งนัก
“ พ่อบ้าน ข้าอยากเคารพป้ายิญญาของท่านแม่ ท่านพาข้าไปหน่อยได้ไหม”
“ ได้ขอรับ”
พ่อบ้านพาเฟยหลงเดินอ้อมไปทางหลังเขา พบว่ามีสุสานใหญ่ของตระกูลตั้งอยู่เด่นเป็สง่า ด้านหน้าติดแม่น้ำ ด้านหลังติดูเา ทิวทัศน์สวยงามไม่น้อย มีคนดูแล ทำความสะอาดต้นไม้ ต้นหญ้า จนเขียวชอุ่ม เฟยหลงเข้าไปด้านในสุสาน พบเห็นป้ายิญญามากมาย ถูกนำมาตั้งไว้ มีชื่อของท่านแม่ ตั้งอยู่ด้านหน้า
เฟยหลง นำป้ายิญญาของท่านพ่อ มาวางเคียงคู่กับท่านแม่ แล้วทำการคุกเข่า
ต่อหน้าท่านแม่ สามครั้ง เฟยหลงไม่รู้เื่ของท่านแม่มาก่อนว่า ท่านเป็ใคร รู้แต่เพียงว่า ท่านแม่ชื่อ หลี่เฟยฟ่ง เสียชีวิต ตอนที่เขายังเด็ก ซึ่งท่านพ่อบอกเขาเพียงแค่นั้น เฟยหลงก็ไม่อยากถาม เพราะเกรงว่า จะทำให้ท่านพ่อรู้สึกเสียใจขึ้นมา
“ ท่านพ่อ ข้าพาท่าน มาอยู่กับท่านแม่แล้ว ของให้พวกท่านอย่าได้เป็ห่วงกังวลในตัวข้าอีก ข้าได้กลับเข้าตระกูลแล้ว วันใดท่านปู่สืบทราบได้ว่า คนร้ายที่มันเอาหัวใจข้าไปเป็ใคร ข้าจะไปนำมันกลับคืนมา แก้แค้นให้ท่านพ่ออย่างสาสม”
เฟยหลงกล่าวจบก็เดินออกจากสุสานบรรพบุรุษ ในทันที
เย็นวันนั้น ท่านปู่กับท่านย่า ถึงแม้จะเสียใจกับการจากไปของ เจียงเฉิน แต่ว่า ยังไงงานเลี้ยงต้อนรับ เฟยหลงกลับตระกูล ยังต้องมี แต่ไม่ได้เชิญแขกมามากมายนะ มีแต่เพื่อนสนิท และคนในครอบครัวเท่านั้น
ในงานเลี้ยง ท่านปู่กล่าวแนะนำให้กับเพื่อนๆ ของเขาได้รู้จัก เฟยหลงให้ทุกคนได้รับรู้ เป็หลานชายของเขา ซึ่งเฟยหลง ก็ได้แต่คารวะตามพิธีไป
วันนี้คนในตระกูลเจียงมากันเกือบหมด ท่านปู่มีบุตรชาย 4 คน และ บุตรี1 คน
ท่านพ่อเป็คนรอง ลุงใหญ่และ อาสาม กับ อาสี่ ล้วนมีครอบครัวและบุตรอยู่แล้ว
ส่วนอาหญิงเล็ก เพียงคนเดียว นั้น แต่งงานเข้าตระกูลฉี ไม่ได้มาร่วมงานวันนี้
เพื่อนๆ ของ ท่านปู่ที่มาด้วยล้วนอยู่ในสมาคมการค้าของห้าตระกูลใหญ่ ในรัฐอีสเทิร์น เฟยหลงไม่ค่อยสนใจเท่าไร พอถูกแนะนำให้รู้จักแล้ว ก็ไม่มีใครสนใจเฟยหลงมากนัก ซึ่งเฟยหลงถูกจัดให้นั่ง กับ บุตรหลานของตระกูลเจียง โดยมี เจียงเล่ออี้ ซึ่งเป็บุตรคนโตของ ลุงใหญ่เป็คนแนะนำ พี่น้องทุกคนให้เฟยหลงรู้จัก
“ ต่อไปนี้ พวกเราคือพี่น้องกัน หากเ้ามีปัญหาเื่ใด ก็มาหาข้าได้”
เฟยหลงกล่าวขอบคุณ แล้ว ก็ขออำลากลับไปพักผ่อน ไม่อยากนั่งอยู่ในบรรยากาศแบบนี้สักเท่าไร แต่ท่านปู่กลับเรียกไปคุยเป็การส่วนตัว
“ เ้าคงไม่ชินกับ คนในตระกูลของเราเท่าไร แต่ยังไงก็เป็ญาติกันทั้งนั้น พรุ่งนี้ปู่จะส่งเ้าเข้าไปเรียนที่ สำนักยุทธ์ อีสต์ฟอเรสต์ คนในตระกูลของเราล้วนเรียนกันที่นี่ทั้งหมด รวมทั้งพ่อกับแม่เ้า ก็เรียนที่นี่ด้วย”
“ สำนักยุทธ์ อีสต์ฟอเรสต์?”
“ ใช่แล้ว เ้าพร้อมที่จะไปเรียนเลยไหม?”
“ ไปเลยก็ได้ขอรับ” เฟยหลงก็ไม่ค่อยชินกับญาติของตนเองเท่าใดนัก
“ ดี ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ให้อาสี่พาเ้าไปก็แล้วกัน”
เฟยหลงก่อนจะจาก ท่านปู่ ก็ได้มอบแหวนมิติ บรรจุเงินเอาไว้ 5 ล้านเหรียญทอง
เผื่อเอาไว้เป็ค่าใช้จ่าย ซึ่งเฟยหลง ก็รับไว้ไม่ได้บอกว่า ตนเองก็มีมากเท่าไร
พอออกจาก ห้องท่านปู่ ก็พบว่ามีลูกพี่ลูกน้อง อยู่เกือบ 10 นั่งรวมกันเป็กลุ่มมองมา คล้ายไม่พอใจในตัว เฟยหลงอะไรสักอย่าง แต่ว่า เฟยหลงไม่ใส่ใจ เดินตรงไปเพื่อกับที่พักของตน
“ เดี๋ยวก่อน เฟยหลง เ้ามาวันแรก คงได้ของขวัญจากท่านปู่ มาไม่น้อยใช่ไหม”
“ ท่านให้ มาห้าล้านเหรียญ” เฟยหลงตอบไปเลย ดูซิพวกมันจะทำอะไร
“ เฮ้.. เ้ายังเด็ก เงินเยอะขนาดนี้ คงไม่จำเป็ต้องใช้กระมัง?”
เฟยหลงมองหน้าแต่ละคนที่อายุไม่ห่างกับตัวเขาเท่าไร
“ ไสหัวไปซะ” เฟยหลงเอ่ยเสียงนิ่งๆ แล้วมองหน้าแต่ละคนเหมือนจับพิกัดเอาไว้
“ ไหน แกพูดกับใครวะ” พูดได้แค่นั้น เฟยหลงก็ปล่อยพลังสยบจิตออกไป ทั้งสิบคน ต่างเข้ามาแล้วชกเข้าใส่กันจนชุลมุน ไปทั่ว เฟยหลงไม่หันกลับไปมอง เดินเข้าไปที่พักต่อในทันที
จนรุ่งเช้า อาสี่ก็เข้ามาเรียกเฟยหลงที่บ้านพัก เฟยหลงตื่นรออยู่แล้วเลยออกมาในทันที
“ พร้อมเดินทางแล้วไหม?”
“ พร้อมแล้วขอรับ”
“ ดี พวกเราไปกันเลย” อาสี่พาเฟยหลงขึ้นรถไป ที่สำนักศึกษา อีสต์ฟอเรสต์
โดยที่อาสี่ นำรถตู้คันใหญ่ บรรทุกลูกพี่ลูกน้อง อีก 6 คน มาด้วย ทั้งหมดโดยสารรถตู้ ที่เคลื่อนตัวไปบนถนน ด้วยความรวดเร็ว พอออกนอกเมือง รถตู้ก็กลายเป็ยานบิน พุ่งไปบนท้องฟ้า ผ่านป่าทึบ แล้วไปถึงกลางป่า ที่มีสถานที่เตียนโล่ง มีตึกศิลา สร้างเอาไว้ที่กลางป่า เกือบ สิบตึก ไม่มีถนนตัดผ่าน มีแต่ยานบิน มาส่งเหล่าศิษย์ทั้งหลาย พออาสี่ขับมาถึง ก็มาจอดที่ลานจอดยานบินโดยเฉพาะ
“ ทุกคนไปเรียนกันได้แล้ว เฟยหลงมากับข้า”
เฟยหลงเดินตามอาสี่ เข้าไปที่ตึกอำนวยการกลาง เฟยหลงสงสัย สำนักนี้ทำไมถึงต้องมาตั้ง อยู่ที่กลางป่าทึบเช่นนี้ มองไปเห็นแต่ต้นไม้และูเา มองไปรอบๆ เห็นกังหันลมมากมาย และ ยังแผ่นโซล่าเซลอยู่บนหลังคาตึกเต็มไปหมด
คงใช้ พลังงานลม กับ พลังงานแสงอาฑิตย์เป็หลัก
“ เ้าคงคิดว่าที่นี่ทำไมดูล้าหลังใช่ไหม”
“ ก็ดูเหมือนจะเป็เช่นนั้น ไม่ใช่หรือ?”
“ มองภายนอกอาจใช่ แต่ที่ ถือ เป็สถานศึกษา ที่เ้าแห่งรัฐอีสต์เทิร์น
และเหล่าเสนาบดี ล้วนจบจากที่นี่ทั้งนั้น คนในตระกูลเราก็จบจากที่นี่ทั้งหมด”
อาสี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่มขรึม
“ ที่นี่สอนวิชาอะไรบ้างหรือขอรับ”
“ ที่นี่สอนหลาย สาขาวิชา เช่น สาขายอดยุทธ์ สาขาแพทย์ สาขาวิศวกรรม สาขาบริหาร สาขาดนตรีการแสดง สาขาอักขระเวทย์ เ้าสนใจสาขาอะไรล่ะ”
“ ถ้าสนใจการสร้างหุ่นยนต์ ยานยนต์ ต้องเรียนสาขาอะไร ขอรับ”
“ ก็ต้องลงสาขาวิศวะกรรม แล้วเลือกแผนกวิศวะเครื่องจักรกล เ้านี่เลือกเรียนไม่เหมือนพ่อกับแม่เ้าเลยนะ”
“ แล้วท่านพ่อกับท่านแม่เลือกเรียนอะไรหรือขอรับ”
“ พ่อเ้าเลือกสาขายอดยุทธ์ แม่ของเ้าเลือกเรียนสาขาแพทย์”
เฟยหลงคิดถึงแม่ หากท่านมีชีวิตอยู่ป่านนี้ คงเป็หมอไปแล้ว ทั้งคู่เดินมาถึงอาคารแรก แล้วติดต่อกับฝ่ายต้อนรับของ สถานศึกษา พอรู้ว่ามาจากตระกูลเจียงก็ถูกเชิญเข้าไปพบ กับ ท่านอาจารย์ใหญ่ทันที
พอพนักงานต้อนรับ เปิดประตูใหญ่เข้าไป อาสี่ก็ทำความเคารพ ชายวัยชราวัย60ปี
ใส่ชุดขาว ไม่มีหนวดเครา ผมสีดำสนิท หน้าตาเหมือนคนอายุเพียง 40 กว่าปีเท่านั้น แสดงว่าดูแลรักษาร่างกายของตนเอง ได้ดีมาก เขาเป็เ้าสำนักใหญ่นามว่า ไทก้า เฟยหลงทำความเคารพตาม
“ ผู้กองเจียงสี่ ไม่น่าเจอกันนานเลยนะ เด็กนี่ คือเฟยหลงใช่ไหม”
“ ใช่ขอรับ”
“ เหมือนเจียงเฉินมากจริงๆ สำนักยุทธ์ อีสต์ฟอเรสต์ ยินดีต้อนรับ เ้าสนใจวิชาอะไรเป็หลัก?” เ้าสำนักไทก้า เอ่ยอย่างอ่อนโยน
“ หุ่นยนต์ขอรับ”
“ เด็กหนุ่มๆ ส่วนใหญ่ชอบเรียนสาขานี้กันเยอะ เ้าทดสอบกับ ศิลาพยากรณ์ก่อนซิ ว่าเ้าเหมาะสมกับ สาขาวิชาไหนที่สุด เอามือวางไว้แผ่นศิลาพยากรณ์สีดำแผ่นนั้นซิ”
เฟยหลงนำมือไปสัมผัศกับแผ่นศิลาสีดำ ที่ฝังเอาไว้ติดกำแพง ตัวอักษรมันก็ขึ้นมาบนกำแพง อย่างช้าๆ
สาขาวิชาแพทย์ 10 สาขายอดยุทธ์ 10 สาขาวิศวกรรม 10 สาขาอักขระเวทย์ 10
สาขาดนตรีและการแสดง 10 สาขาวิทยาศาสตร์จุลชีวะ 10 สาขาพฤกศาสาตร์ 10
ตัวหนังสือขึ้นไปเรื่อยๆ มันมากกว่าที่สำนักยุทธ์ อีสต์ฟอเรสต์ สอนเสียอีก และมันมีควันสีขาวขึ้นมา เฟยหลงถอยออกมา ศิลาพยากรณ์เกิดแตกร้าวขึ้นมา
“ เฮ้อ ศิลาพยากรณ์ มันคงหมดอายุแล้ว ข้าใแทบแย่ นึกว่าเจอเทพเ้ามากำเนิดใหม่ซะแล้ว” อาจารย์ใหญ่พูดอย่างโล่งอก
เฟยหลงได้แต่มองนิ่งไม่แสดงออกอะไร
“ นี่คือ ป้ายประจำตัวศิษย์ของสำนักยุทธ์ อีสต์ฟอเรสต์ เ้าอยากเรียนอะไร ก็แจ้งเ้าหน้าที่ด้านหน้า แล้วเขาจะพาเ้าไปเอง”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ใหญ่” อาสี่กับ เฟยหลงเดินออกมา
“ นี่คือแผ่นหยกสื่อสาร เ้าติดตัวเอาไว้ อาสี่ต้องกลับไปก่อน”
“ ขอบคุณท่านอาสี่”
พอท่านอาสี่จากไป เ้าหน้าที่ก็ให้เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุ 20 ปี ชื่อว่า อู๋ซิน มาพาเฟยหลงไปที่พักและชม สำนักยุทธ์
“ ที่นี่ตึกที่พักของศิษย์ใหม่ เป็ตึก 8 ชั้น นี่คือ ห้อง410 ชั้น 4 ห้อง ที่ 410 เ้าขึ้นลิฟต์ไปเองได้เลย ด้านหน้าเป็ตึกวิศวะหุ่นยนต์ ที่นี่พวกเราใช้หุ่นยนต์ เฝ้ายามทั่ว สำนัก เพราะที่นี่ติดป่าธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ ธรรมชาติด้านใน มีสัตว์โบราณอยู่มาก ดังนั้น หากเ้าคิดจะออกจาก สำนักต้องระวังค่ายกลเพราะที่นี่มีค่ายกลที่ป้องกันทางเข้าเอาไว้ แต่ว่า สามารถออกไปได้ แต่เวลากลับนั้น ต้องฝ่าด่านค่ายกลเข้ามา ในสำนักมีสาขาที่เปิดสอนมากมาย เ้าสามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมดได้ แค่ใช้ทำการดาวน์โหลด รายละเอียด จากข้อมูล ในห้องสมุด โดยอาศัยชื่อและรหัส ตามป้ายประจำตัวของเ้า
เฟยหลงมองดูตึกที่พักสีน้ำตาลที่ดูเหมือนว่า จะสร้างมานานมาแล้ว แต่ว่ายังไม่ขึ้นไปดู แล้วมองไปรอบ ๆ พบกำแพงสูงรอบสำนัก คอยป้องกัน สัตว์ป่าจะบุกเข้ามาในสำนัก
“ ถ้ามันอันตรายขนาดนี้ ทำไมมาเลือกสร้างในป่าเช่นนี้?”
“ เพื่อฝึกตนยังไงล่ะ บริเวณป่ารอบนอกแบบนี้ ไม่มีทางที่จะหาได้ภายในเมืองใหญ่ๆ อีกแล้ว ดังนั้น การศึกษาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะทำให้ศิษย์ที่จบออกจากที่นี่ จะกล้าแข็งขึ้นมาก เพราะไม่ว่า จะฝึกเรียนสาขาใด ยังไงก็ต้องผ่านการฝึกอบรบ การเอาตัวรอดในป่าแห่งนี้ให้ได้”
“ สัตว์ร้ายที่อยู่ในป่า นี้มีสัตว์อะไรที่น่ากลัวบ้าง”
“ ที่น่ากลัวก็คือพวกสัตว์ั์ และ พวกโทรน พวกนี้มีพลังแข็งแกร่งมาก แม้ระดับพวกจ้าวจักรวาลขั้น 8 บางคน ยังเคยโดนพวกมันทุบจนแบนมาแล้ว” อู๋ซินพูดไปก็มองไปที่ป่าทึบด้านหน้า เฟยหลงฟังแล้วก็รู้สึก อยากเจอ เหมือนกัน พวกสัตว์ั์เหล่านี้ จะมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้อย่างไร แล้วพวกมันจะหากินได้อย่างไร เพราะป่านี้ถึงจะใหญ่ แต่อาหารของสัตว์ั์ หรือ มนุษย์ั์ มันคงต้องมีไม่น้อย แล้วจะเพียงพอให้พวกมันได้อย่างไร
ทั้งสองเดินทางมาถึง ตึกของวิศวะหุ่นยนต์ ด้านหน้าเป็ลานศิลากว้าง มีหุ่นั์สูงกว่า สามเมตร ถูกบังคับด้วยมนุษย์ ฝึกเดินไปมาบ้าง ฝึกต่อสู้กันบ้าง โดยที่มีคนเข้าไปรวมร่างกับตัวหุ่นั์เ่าั้ บางคน ก็ใช้เฉพาะกลไกบางส่วน เช่นแขน ขากล และ บางคนก็ใช้ เป็วิทยุคลื่นเสียงควบคุมหุ่นทั้งตัว ซึ่งมีการเรียนรู้กันอย่างหลากหลาย
“ พี่เซกิ ข้าพาศิษย์ใหม่มาลงเรียนสาขาวิศวะหุ่นยนต์ เฟยหลงคำนับศิษย์พี่ใหญ่ของที่นี่”
เฟยหลงประสานมือคารวะทันที
“ อืม เ้ามีพื้นฐานระดับไหนแล้ว สามารถสร้างหุ่นเองได้แล้วหรือยัง?”
“ สร้างได้แล้ว”
“ ถ้าเช่นนั้น ลองทดสอบกับหุ่นฝึก ของสาขาของเราดูก่อน แซมซันออกมา”
ศิษย์พี่เซกิ ส่งเสียงเรียกไปที่ศูนย์ภายใน ไม่นาน เ้าหุ่นแซมซัน ก็เดินออกมา มันเป็หุ่นฝึก ที่ร่างกายมีแต่เหล็กกล้า ไม่มีเกราะป้องกัน หน้าตาเหมือนหัวมนุษย์ มีเพียงดวงตาสีแดง และ มีปาก แต่ไม่มีหู ร่างมีขนาดไม่ใหญ่ ขนาดพอกับหุ่นนักรบทั่วไป
เฟยหลงนำหุ่นปฐีออกมา ทั้งสองเผชิญหน้ากัน ก็มีขนาดพอๆ กัน
พี่เซกิสั่งให้เริ่มได้ เ้าหุ่นแซมซัน เดินเข้าหาเหมือนกับนักมวยจริงๆ มันเริ่มปล่อยหมัดเหวี่ยงเข้าใส่ หุ่นปฐีก่อน หุ่นปฐีจับหมัดที่ต่อยด้วยมือซ้าย แล้วชกหมัดขวาเข้าใส่หมัดเดียว ร่างของเ้าหุ่นแซมซัน ลอยลิ่วไปไกลลิบ ติดกำแพงรั้วของสำนัก นั่งนิ่งไม่ไหวติง ระบบภายในถูกพลังคลื่นแม่เหล็กที่ปล่อยออกมาพร้อมหมัด ทำลายไปสิ้น พี่เซกิ กับ พีอู๋ซินได้แต่อ้าปากหวอ ไม่คิดว่าหุ่นยนต์ของ เฟยหลงจะร้ายกาจเช่นนี้
“ มีหุ่นที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกไหม?” เฟยหลงส่งเสียงเรียบๆ ออกไป
“ ส่งเฮอร์คิวลิส 4 ออกมาทดสอบ” พี่เซกิ สั่งเข้าไปในศูนย์ ไม่นานก็มีหุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่าสองเท่าเดินออกมา คราวนี้ติดเกราะ พร้อมดาบ พอเห็นหุ่นปฐีก็โจมตีโดยไม่ต้องมีการสั่งการ มันใช้ดาบั์ไล่ฟัน หลายครั้ง แต่วุ่นหุ่นปฐีก็เคลื่อนไหวหลบเร็วคล้ายมนุษย์ แถมเฮอคิวริส 4 ยังใช้มือซ้าย ยิงปืนกลออกมาอีก แต่ว่าไม่สามารถทำอะไรได้เลย แถมยังโดนสวนกลับเข้าไป หมัดเดียว
ตูม !! เฮอร์คิวลิส 4 หงายท้องลอยไปติดกำแพง นั่งท่าเดียวกับหุ่นแซมซัน นิ่งสนิทเพราะโดยพลังคลื่นแม่เหล็กเข้าไปทำลายชิพคำสั่ง จนเสียหายหมด
“ มีอีกไหม?” หุ่นปฐีเอ่ยถาม พี่เซกิ
“ นี่เ้าพูดได้ด้วยหรือ?”
“ ใช่มัน พูดได้เหมือนมนุษย์ สามารถโต้ตอบได้ด้วย”
“ จริงหรือนี่ เ้าหุ่นนี่เ้ามีชื่อหรือไม่” พี่เซกิลองเอ่ยถาม
“ ข้าชื่อ ปฐีทลายฟ้า”
“ โอ้ มายก็อด เ้าสร้างได้อย่างไรเนี่ย หรือเ้าสร้างกล่องิญญาได้ เหมือนเทพตู้ฉางฟง?”
“ ไม่ มันเป็ชิพิญญาที่ข้าสร้างขึ้นมาเอง อย่าถามว่าสร้างยังไง ข้าไม่สามารถบอกได้จริงๆ”
“ ข้าเข้าใจ ความลับเช่นนี้ เป็ข้าก็ไม่บอกกับใครหรอก?”
ทันใดนั้นเอง ชายป่าด้านหน้าที่หุ่นทั้งสอง ลงไปนอนแน่นิ่ง ก็มีเสียงวัตถุฉีกอากาศ เสียงหวีดดังก้อง มียานบินเล็ก เหมือนกับยานชูชีพ พุ่งเข้ามา กระแทกกับกำแพง จนพังทลายไปครึ่งแถบ ยานบินชูชีพ พุ่งเข้ามาในเขตสำนัก กำลังจะพุ่งข้าใส่ฝูงชน ที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ในลานศิลา
เฟยหลงสั่งหุ่นปฐีทันที ตูม ! หุ่นปฐีทุบด้วยหมัดคลื่นแม่เหล็ก จนยานชูชีพจมไปกับพื้น แล้วก็ปรากฏว่ามีสัตว์ั์ตัวหนึ่งยืนอยู่ด้านในป่า มันคือลิงั์ตัวขนาดเท่าตึก 4 ชั้น มันส่งเสียงคำรามลั่นป่า แล้วมันก็ถอนต้นไม้ั์ขว้างเข้ามาในสำนักอีกรอบ แล้วทันใดนั้นเอง ก็มียอดยุทธ์ชุดดำปรากฏร่างออกมา เกือบสิบคน ถือปืนแล้วยิงใส่ต้นไม้ั์ ลำแสงพุ่งใส่ต้นไม้ั์กลายเป็ฝุ่นไป
จากนั้น พวกยอดยุทธ์ชุดดำ ก็กระหน่ำยิงปืนลำแสงเลเซอร์เข้าใส่ เ้าลิงั์
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กลุ่มควันมืดฟ้ามัวดินไปหมด มองไม่เห็นเลยว่าใครเป็ใคร
แต่ พอควันสลายไป เ้าลิงั์ตัวใหญ่ก็หายไปแล้ว.......