ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 25. ตอนที่ 3. แผนตีหักเมืองใหญ่

    “เช่นนั้นก็แล้วแต่สูมึงเถิด แต่ไอ้มาลา การนี้มึงต้องทำด้วยความรอบคอบ อย่าให้เป็นอันตรายกับผู้อื่นหากไม่จำเป็น อย่าให้คนทั้งเวียงสรวง ต้องมากล่าวโทษกูแลมึงภายหลัง ว่าหาญหักเอาบัลลังก์จากสตรีมิมีทางสู้”

    “พระเจ้าข้า ข้าจักทำตามรับสั่งทุกประการขอพระองค์โปรดวางพระทัย” ท้าวนั่งเมืองทั้งสองจากไป เจ้าโยนยางคำเห็นเช่นนั้นก็ขอตัวแยกไปอีกคน ไม่ไปร่วมมื้อเย็นตามคำเชิญ

    “ไอ้พรหม…ก่อนจักถึงมื้อแลง มึงไปดูหอผีประกำกับกูก่อนดีหรือไม่ ก่อนออกเวียงเราควรทำพิธีบูชาหอผีเอามงคล จักได้ช้างเผือกงางาม หรือได้ช้างพรายทรงดี ก็ควรอัญเชิญครูบาบรรพชนร่วมเดินทางนำหน้าให้แก่เรา”

    “พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าก็คิดเช่นนั้นพระเจ้าข้า ไอ้หาญมึงก็ไปด้วยกับกู จักได้รู้จักเรียนรู้ศาสตร์นี้ไปด้วยกัน”

    ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงดำเนินนำทุกคน ท้ายขบวนยังมีคุณท้าวบัวแก้วแลสาวกำนัล ที่ต่างตระเตรียมเครื่องบูชาเซ่นสรวงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่เมือง แม้สุวรรณโคมคำจักรับเอาพุทธจากพระผู้เป็นเจ้ามานบน้อม แต่หอผีหอแถนแลนาคี ก็หาใช่สิ่งที่ละทิ้งได้ไม่ ทรงมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองสุวรรณโคมคำ อันเป็นที่ตั้งของลานหอผี กลิ่นอายกำยานและไม้หอมลอยมาตามสายลม ผสมกับมนต์ขลังที่สัมผัสได้จากความเงียบงัน เนื่องด้วยผู้คนมักไม่นิยมผ่านทางมาแถวนี้ หรือหากมีก็ต่างหลีกทางให้ขบวนเสด็จของเจ้ามหาชีวิตจนสิ้น ทั้งถนนจึงแลดูร้างลาผู้คน

    ใจกลางเมืองปรากฏหอไม้สามหอ เคียงข้างกัน หอสูงสุดนั้นคงมิต้องบอกก็รู้ได้ ด้วยทุกเมืองล้วนมีเฉกเช่นกัน นั่นก็คือหอผีหอแถน ส่วนด้านซ้ายคือหอประกำ หอไม้สี่เสาสีดำที่ดูลึกลับน่ายำเกรง อันคนลัวะที่ชำนาญงานช้างมักสร้างสิ่งนี้ขึ้นจากไม้ตะเคียนดำทั้งหลัง อันเป็นเสมือนที่พำนักแห่งครูบาอาจารย์แลบรรพชนผู้บุกเบิกศาสตร์วิชางานช้าง เสาหลักขุดลึกลงดินสลักลวดลายพญาคชสาร หลังคามุงด้วยไม้แผ่นหนาซ้อนชั้นจนยอดแหลมสูงชี้ฟ้า ความเก่าของมันปรากฏได้จากพืชสีเขียวขนาดเล็กที่เกาะแน่นจนหลังคาเต็มไปด้วยพวกมัน

    สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดภายในหอคือเชือกประกำเส้นหนาขนาดใหญ่ ที่ขดตัวอยู่บนแท่นหินสลักใจกลางหอ อันสร้างมาจากหนังควาย ผ่านการร่ายมนต์พระเวทปลุกเสก มันทำมาจากหนังควายป่าเจ็ดตัวที่ตายท้องกลม ถูกเคี่ยวขูดขนและถักทอในคืนเดือนดับ สีของมันจึงดำขลับเป็นมันปลาบ เปี่ยมด้วยอำนาจข่มขวัญสัตว์ร้ายให้ต้องสยบยอม

    “นี่คือหัวใจสำคัญของการควบคุมช้าง” พญาพรหมเสกกระซิบ เสียงของพระองค์แหบพร่าด้วยความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้า “เลือดลัวะในกายกู สืบทอดวิชาคชศาสตร์มานานจนนับประมาณมิได้ เชือกเส้นนี้แลที่เกี่ยวกระชากวิญญาณช้างป่าให้ยอมสยบศิโรราบ พ่อพญาชัยศึกของกู กูก็สยบมันได้ด้วยเชือกเส้นนี้”

    ถัดจากหอประกำ คือหอแถนที่ตั้งอยู่เสาอยู่บนก้อนหินใหญ่ทั้งสี่ต้นแลยังสูงเทียมยอดไม้ สร้างจากไม้สักทองสลักลายเมฆาและวิหคสวรรค์ เพื่อบูชาแถนหลวงผู้ปกปักรักษาฟ้าฝนและความผาสุกของชาวเมือง และอีกด้านคือ หอแห่งองค์พญานาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมต่อกับลำน้ำของ ตัวหอเป็นรูปทรงนาคเกี้ยว ลวดลายเกล็ดนาคทาทับด้วยยางรักผสมผงทองคำ ทำให้ยามต้องแสงเกิดประกายระยิบระยับ ดูราวกับว่าพญานาคผู้สร้างสายน้ำ กำลังขดกายอารักขาเมืองอยู่จริง ๆ

    ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงก้าวขึ้นสู่ลานหิน ทรงหยิบขันน้ำมนต์ที่ลอยฝักส้มป่อยลนไฟแลดอกเกดถวามะลิหอม ก่อนจะทรุดพระวรกายลงเบื้องหน้าหอประกำ เจ้าแสนเมืองสิงห์พญาพรหมเสกและเจ้าหาญ ต่างรีบทรุดตัวลงตามกันเพื่อบอกกล่าวบูชาต่างสิ่งเล้นลับที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยเนื้อตา

    “โอม...บรรพชนผู้ครองไพร ครูบาอาจารย์ผู้ขี่คอคชสาร” เสียงขุนหลวงร่ายพระเวทต่ำลึก ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ลมพัดหวีดหวิวผ่านช่องไม้หอประกำจนเกิดเสียงคล้ายการคำรามของช้างสาร พญาพรหมเสกหยิบเอาพานขันข้าวตอกดอกไม้แลหมากพลูวางถวายขึ้นบนหิ้งหอทั้งสาม

    “ข้าแด่ผีประกำแถนหลวงแลนาคินทร์...การศึกครานี้มิใช่เพียงเพื่อชัยชนะ แต่เพื่อรักษาแผ่นดินแลขยายความมั่นคงให้ยิ่งใหญ่ กำหราบต่อผู้คิดคดแลหมายรุกรานเรา แลหากข้าพเจ้าจักเป็นเจ้ามหาชีวิตอันเป็นใหญ่เหนือผู้ใด ก็ขอจงได้มาซึ่งช้างเผือกงางามเสริมอำนาจบารมี ขอท่านทั้งหลายจงแผ่บารมีคุ้มครองกองทัพแลตัวกู จงบันดาลให้ช้างพรายทุกเชือกจงมีตบะเกรงขาม ให้ศัตรูประจักษ์ถึงอำนาจแห่งสุวรรณโคมคำ!”

    ในจังหวะนั้นเอง แสงตะวันสุดท้ายของวันได้ส่องแสงทองลอดผ่านช่องหลังคาหอประกำ ตกกระทบลงที่ขดเชือกประกำ จนเกิดเงาวูบไหวคล้ายดั่งร่างเงาของบุรุษร่างสูงใหญ่ ยืนถือขอสับช้างอยู่ยังเบื้องหลังของขุนหลวงอินทร์ถวาย เจ้าหาญรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งกาย ความหวาดกลัวในสงครามได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความฮึกเหิมที่อัดแน่นจนเต็มอก

    “มึงเห็นหรือไม่ไอ้หาญ...” พญาพรหมเสกเอ่ยโดยไม่หันมามองหน้ามัน “ครูบาประกำท่านรับคำสัตย์ของพวกเราแล้ว คืนนี้จงเตรียมกายใจให้พร้อมเถิด วันพรุ่งรุ่งเช้ามึงจงไปด้วยเจ้าแสนเมืองสิงห์ ตระเตรียมกองกำลังให้พร้อม แล้วล่วงหน้าไปก่อนผู้ใด จำไว้แม่มึงนั้นโทษหนักยากจักลดหย่อน แลมีแต่เพียงได้ชัยชนะเหนือเวียงทุ่งหลวงเท่านั้น ที่มึงจักใช้เป็นข้ออ้างขอไว้ซึ่งชีวิตนาง”

    เจ้าหาญได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ สายตาของมันจ้องมองไปยังร่างกำยำสูงใหญ่ ของเจ้ามหาชีวิตขุนหลวงอินทร์ถวายการเป็นลูกกษัตริย์นั้นไม่ง่ายเลย แม้นกายจักสุขสบายกว่าผู้ใด แต่ภาระอำนาจกลับต้องแบกรับแลเสริมใส่ เพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคงสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน แลหากวันใดอ่อนแอไม่เอาไหน ก็จักถูกผู้อื่นทำลายกลืนกิน ประหนึ่งปลาใหญ่กินปลาน้อย ต้องตายตกเพื่อเป็นอาหารให้ผู้อื่นมีชีวิตรอดต่อไป

    ‘ต่อแต่นี้กูจักมิใช่คนอ่อนด้อย เพื่อนพ้องน้องพี่ตรงที่แห่งนี้ ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งมั่นคงแลน่าเกรงขาม กูขอแม้นเป็นได้ดั่งพวกเขาแค่เพียงกึ่งก้อย ก็ยังดีกว่าเป็นไอ้หาญที่ไม่เอาไหนอยู่เช่นนี้’

    เสียงหัวใจของเจ้าหาญเปลี่ยนไป ความฮึกเหิมแห่งบรรพชนสุวรรณโคมคำ ปานสถิตเข้าสู่กายใจของมัน นำพาหน่อเนื้อเชื้อสวรรค์ ให้กลายเป็นคนใหม่ ต่างไปจากคนเดิม

    บรรยากาศโดยรอบเทวลัยราวตกอยู่ในมนต์ขลัง และพลังกดดันด้วยอำนาจลี้ลับที่น้อยนักจักมองเห็น ราวกับว่าเทพไท้เทวาจากแถนแดนฟ้า และผีบรรพชนจากทั้งสามหอ ได้รับรู้ซึ่งความตั้งใจของเจ้ามหาชีวิตขุนอินทร์ถวาย ผู้หมายใจรักที่อยากจะสร้างขยายแลปกป้องแผ่นดินสุวรรณโคมคำแห่งนี้ มิให้ผู้ใดมาย่ำยีดูหมิ่น แลยิ่งใหญ่เหนือใครในสายน้ำของ

     

    แสงแดดสุดท้ายลาลับลงหลังยอดดอย ท้องฟ้าเหนือเมืองสุวรรณโคมคำแปลเปลี่ยนเป็นสีชาดคล้ายดั่งนิมิตแห่งชัยชนะ ขบวนของขุนหลวงอินทร์ถวาย เคลื่อนกลับคืนสู่คุ้มเรือน คณะของคุณท้าวบังแก้ว มุ่งหน้าคืนสู่พิมานเจ้ามหาชีวิต แต่ตัวเจ้าเรือนกลับแยกไปยังคุ้มพิมานพรหมเสกแทน เพื่อร่วมมื้อเย็นพร้อมกัน กลิ่นหอมจากเครื่องเทศและควันไฟที่ลอยกรุ่นออกมาจากห้องครัวท้ายเรือนพิมาน บ่งบอกว่ามื้ออาหารสำคัญกำลังรอคอยทุกคนอยู่

    หน้าระเบียงเรือนชานพญาพรหมเสก ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต แสงตะเกียงน้ำมันงาส่องสว่างแลดูนวลตา ขันโตกไม้แกะสลักลวดลายเครือเถา ถูกยกมาวางแยกฝั่งชัดเจนตามธรรมเนียมโบราณ

    ฝั่งบุรุษประกอบไปด้วยขุนหลวงอินทร์ถวายเป็นประธาน พร้อมด้วยเจ้าแสนเมืองสิงห์ พญาพรหมเสก และเจ้าหาญที่นั่งรั้งท้ายด้วยท่าทีสำรวมขึ้นกว่าแต่ก่อน

    ฝั่งสตรีจัดแยกออกไปทางมุขขวาง นำโดยพระชายาคำฟอง ผู้มีเมตตาธรรมและสง่างาม เคียงข้างด้วย เจ้านางน้อยเกศแก้ว ผู้ซึ่งวันนี้สลัดคราบผู้คงแก่เรียนมาสวมผ้าซิ่นตีนจกยกไหมคำ ฝีมือการปรุงอาหารของนางอบอวลไปด้วยรสชาติที่ทั้งกลมกล่อมแลหอมกรุ่น

    บนโตกประกอบด้วย ลาบปลาเพี๊ยะกินแกล้มกับผักสด ต้มส้มปลาบึกใส่ยอดส้มป่อย น้ำพริกปลาจี่ คั่วแคไก่ป่าที่ใส่ผักนานาชนิด แลน้ำพริกข่ากับจิ้นลายนึ่ง

    “ปลาบึกนี่ใครล่าได้มาฤา” 


    อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร

    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498