มู่เสวี่ยหลินผู้ถูกกระต่ายและหมาป่ารุมรังแกเป็เวลาหนึ่งชั่วยาม ก็ถูกสวีหลิงเหยียนจับมาประลองกับเ้าพวกตัวเล็กทีละคน
“ศิษย์พี่ห้าท่านจริงจังหรือ”
“หรือเ้าคิดว่าข้าล้อเล่น”
“...”
ด้วยเหตุนี้มู่เสวี่ยหลินที่ยังไม่ทันได้พักผ่อนก็ต้องมาประลองกับเ้าพวกกระต่ายตัวจิ๋วต่อ ต้องบอกว่าเ้าพวกตัวเล็กน่ารักมากจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าทางนั้นมองนางด้วยสายตาไม่เป็มิตร
มู่เสวี่ยหลินที่แค่อยากเล่นแต่โดนบังคับให้สู้: …..
“เริ่มการประลองได้”
สิ้นเสียงของศิษย์พี่ห้าเ้ากระต่ายวายุที่ไร้พิษภัยก็กระโจนใส่นางด้วยความเร็วที่เร็วพอๆ กับลูกธนู ทำให้เด็กสาวเกือบหลบไม่ทัน ตู้ม! จุดที่มู่เสวี่ยหลินเคยยืนกลายเป็หลุม
เ้ากระต่ายตัวจิ๋วยืนอยู่ในหลุมแล้วหันมามองมู่เสวี่ยหลินที่ยืนอยู่ขอบเวที ดวงตาสีดำขลับที่งดงามจ้องมองนางด้วยความไม่สบอารมณ์ มันเอ่ยกับมู่เสวี่ยหลินด้วยน้ำเสียงเด็กๆ ว่า “เ้าห้ามหนีสิ”
มู่เสวี่ยหลิน “...” ไม่หนีข้าก็ตายสิ
เด็กสาวรู้สึกเสียใจยิ่งนัก เพราะนางไม่ควรตกปากรับคำศิษย์พี่กระต่ายว่าจะมาเล่นกับพวกเขา แม้ว่าเด็กน้อยเหล่านี้จะดูตัวเล็กแต่ลำดับขั้นพลังของพวกเขาลึกล้ำมากซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพลังสูงกว่านาง
“ศิษย์น้องอย่ามัวแต่หลบตอบโต้บ้าง”
“...”
ช่างเป็ศิษย์พี่ที่ดีจริงๆ มู่เสวี่ยหลินกลอกตามองบน ก่อนจะหันมาตั้งใจสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ แม้ว่าลูกกระต่ายวายุจะเคลื่อนไหวเร็วแต่ทว่าก็ยังมีจังหวะให้หลบหนีอยู่
มู่เสวี่ยหลินคอยวิ่งหนีการโจมตีของลูกกระต่ายวายุ ในระหว่างนั้นนางก็โปรยเมล็ดพืชลงไปแล้วใช้วิชาหวนคืนชีวาเร่งการเติบโตของมัน เมล็ดพืชเ่าั้แตกหน่ออย่างรวดเร็วไม่ทันไรก็กลายเป็เถาวัลย์พุ่งไปโจมตีลูกกระต่ายวายุ
การโจมตีของเถาวัลย์นั้นรวดเร็วหากเป็ผู้บำเพ็ญธรรมดาคงจะโดนจับไปแล้ว แต่ทว่าอีกฝ่ายคือกระต่ายวายุเดิมทีมันก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายลมอยู่แล้ว มายามนี้มันยิ่งเร่งความเร็วขึ้นอีกจนเหลือเพียงภาพติดตา
“แย่แล้ว”
เมื่อเห็นว่าลูกกระต่ายวายุหายไปจากเวที มู่เสวี่ยหลินก็เริ่มตื่นตัว นางคอยสังเกตไปรอบๆ เพื่อมองหาลูกกระต่ายวายุ อย่างไรก็ตามความเร็วของอีกฝ่ายนั้นเร็วเกินไปนางจึงถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
ผลั๊วะ
ใบหน้าของมู่เสวี่ยหลินประทับด้วยรอยฝีเท้า ร่างของนางเสไปตามแรงกระแทกจนลอยกระเด็นออกไปนอกสนาม
“ฮึ่ม..เ้ามนุษย์อ่อนแอคิดจะเอาชนะข้าผู้นี้มันยังเร็วไปอีกพันปี”
ลูกกระต่ายวายุยืนกอดอกมองมู่เสวี่ยหลินที่นอนอยู่สนามด้วยความภูมิใจ แต่ทว่า..
“จับได้แล้ว”
“อ่ะ..ปล่อยนะเ้ามนุษย์”
ด้วยความประมาทลูกกระต่ายวายุจึงโดนมู่เสวี่ยหลินจับได้ ส่วนร่างของนางที่นอนอยู่สนามนั้นก็เปลี่ยนไปเป็ตุ๊กตาเถาวัลย์
ย้อนกลับไปก่อนที่นางจะโดนโจมตี มู่เสวี่ยหลินได้ว่างค่ายกลไว้รอบตัวนางอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นผู้ที่ถูกโจมตีจึงเป็หุ่นตัวแทนของนางมาั้แ่ต้น ส่วนตัวจริงนั้นก็หลบซ่อนอยู่ข้างในค่ายกล
“เ้าแพ้แล้ว”
“เ้า เ้าเล่นสกปรกนิ”
ลูกกระต่ายวายุกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย มันไม่คิดว่าตนจะมาพ่ายแพ้ให้กับลูกไม้ตื้นๆ อย่างค่ายกลลวงตา
“แล้วอย่างไร ยังไงข้าก็ชนะอยู่ดี” ล้อเล่นน่าหากยังไม่จบข้าก็โดนอัดต่อน่ะสิ
มู่เสวี่ยหลินนึกในใจ นางรู้สึกโชคดีมากที่ลูกกระต่ายวายุไม่ถนัดด้านค่ายกล ไม่เช่นนั้นนางคงได้นอนลงไปกองพื้นจริงๆ
“เอ้ารีบๆ ยอมรับความพ่ายแพ้ได้แล้ว”
“ฮึ่ม..ข้าไม่ยอม”
“เช่นนั้นก็ได้เรามาเล่นกันต่อเถอะ”
กล่าวจบมู่เสวี่ยหลินวางลูกกระต่ายวายุลงพื้นแล้วถอยออกมา ในขณะที่ลูกกระต่ายวายุกำลังสงสัยว่านางทำอันใด ใต้เท้าของมันก็มีแสงปรากฏขึ้นล้อมรอบมันจนกลายเป็แผงกั้นล้อมมันไว้ทั้งสี่ด้าน
ลูกกระต่ายวายุที่ติดอยู่ในค่ายกลก็หันไปมองมู่เสวี่ยหลินด้วยแววตาดุร้าย มันไม่คิดว่ามู่เสวี่ยหลินจะขังมันโดยตรงแทนที่จะสู้
“เ้าปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่เอา..”
“เ้า เ้ามนุษย์เ้าเล่ห์”
“อืม วันนี้อากาศช่างดีจริงๆ”
มู่เสวี่ยหลินแกล้งทำเป็มองบรรยากาศรอบๆ โดยไม่สนใจเสียงของลูกกระต่ายวายุที่กำลังเรียกนาง
“อ่า..เ้ามนุษย์อย่าให้ข้าออกไปได้นะ”
“อืม ศิษย์พี่ห้าการประลองนี้ข้าชนะหรือยัง”
มู่เสวี่ยหลินหันไปถามสวีหลิงเหยียนที่ทำหน้าที่เป็กรรมการ ยามนี้นางอยากจะรีบจบเื่นี้ให้ไวๆ ก่อนที่ลูกกระต่ายจะพังค่ายกลออกมาไม่เช่นนั้นนางคงหนีไม่พ้นโดนทุบจนเป็หัวหมู
“อื้ม เ้าชนะแล้วยินดีด้วยนะศิษย์น้อง”
“จบแล้วๆ ในที่สุดข้าก็จะได้พัก-”
“ศิษย์น้องยังมีแข่งต่อนะ^^”
มู่เสวี่ยหลิน “...”
“ฮะ ฮ่าๆๆ เ้าคิดว่าเ้าจะได้พักจริงๆ หรือ เ้ามนุษย์หน้าโง่วันนี้เ้าไม่รอดหรอก”
ลูกกระต่ายวายุที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ยามนี้มันตั้งตารอไม่น้อยที่ได้เห็นมู่เสวี่ยหลินโดนพี่น้องของมันจัดการ
“ศิษย์พี่ห้าท่านล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?”
“ไม่ ศิษย์น้องเตรียมตัวได้แล้ว”
“...”
สุดท้ายแล้วมู่เสวี่ยหลินก็ทำได้เพียงประลองต่อไป นางหยิบยาฟื้นฟูพลังขึ้นมากิน จากนั้นก็ยืนรอคู่ประลองคนใหม่ขึ้นเวที คราวนี้เป็หมาป่าตัวน้อยที่ขึ้นมา มู่เสวี่ยหลินมองดูหมาป่าตัวน้อยที่มีขนสีดำสนิทที่เดินขึ้นมาอย่างกังวล ลางสังหรณ์นางบอกว่าคราวนี้นางกำลังจะได้เละเป็โจ๊ก
“เตรียมตัว เริ่มได้”
“กรร..”
“เฮ้..หนุ่มน้อยใจเย็นนะ”
แม้นางจะเอ่ยเช่นนั้นออกไป แต่อีกฝ่ายก็ไม่ให้เวลานางได้เตรียมตัว เปิดมาหมาป่าน้อยก็โจมตีนางด้วยสายฟ้า เปรี้ยง!
มู่เสวี่ยหลินที่ถูกฟ้าผ่าจนเป็ก้อนถ่านกล่าวว่า: ให้ตายเถอะนี่มันแย่ที่สุด
สุดท้ายแล้วการประลองระหว่างมู่เสวี่ยหลินกับลูกน้อยในตระกูลสวีก็จบลง ที่นางถูกสวีหลิงเหยียนแบกกลับเรือนรับรอง
สภาพของมู่เสวี่ยหลินในยามนี้เริ่มได้ว่าไม่ส่วนใดน่ามอง ร่างของนางดำเป็ก้อนถ่านเพราะถูกสายฟ้าฟาด อาภรณ์บนกายเต็มไปด้วยรอยฉีกขาด แขนและขาของนางเต็มไปด้วยาแ
“ศิษย์พี่ห้า..”
“ว่าอย่างไร”
“เ้าตัวเล็กช่างโหดร้ายยิ่งนัก”
“อื้ม”
“ทั้งที่น่ารักขนาดนั้นแท้ๆ”
“อื้ม”
“ศิษย์พี่ห้า..”
“ศิษย์น้องมีอันใดหรือ”
“ให้ข้ากอดท่านหน่อย..”
มือที่กำลังช่วยมู่เสวี่ยหลินทำแผลหยุดชะงัก ั์ตาสีทับทิมมองคนตัวเล็กบนเตียงด้วยความสับสน ั์ตาสีแดงก่ำคู่นั้นจ้องมองดวงหน้างามของศิษย์น้องคล้ายกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง
“ศิษย์น้องนี่เกรงว่าจะ..”
“อ่า..มีแค่ร่างกระต่ายของท่านเท่านั้นที่สามารถรักษาแผลใจของข้าในยามนี้ได้..”
สวีหลิงเหยียนที่คิดไปไกล “...”
ให้ตายเถอะเหตุใดเขาถึงได้ลืมไปนะว่ามู่เสวี่ยหลินเคยลวนลามเขาในร่างเดิมมาก่อน สวีหลิงเหยียนรู้สึกกระดากอายไม่น้อยที่ตนคิดไปไกล เขาคิดว่านางจะขอกอดในร่างมนุษย์เสียอีกที่ไหนได้นางหมายถึงร่างกระต่ายนี่เอง
ไม่สิเดี๋ยวก่อน ถึงเป็ร่างกระต่ายก็ไม่ได้ สวีหลิงเหยียนที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธเมื่อเขาหันไปมองมู่เสวี่ยหลินอีกทีก็พบว่านางหลับไปแล้ว
สวีหลิงเหยียน “...”
“ให้ตายเถอะช่างเป็ศิษย์น้องที่...ชวนให้ใจสับสนยิ่งนัก”
“ครอกฟี้...”
......
วันต่อมา
หลังจากได้นอนพักมาหนึ่งคืนเต็มๆ มู่เสวี่ยหลินก็ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ทั้งร่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน าแของนางก็หายดีหมดแล้ว คาดว่าน่าจะเป็ศิษย์พี่กระต่ายที่ช่วยรักษาให้
ั์ตาสีมรกตกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย สถานที่นางอยู่ในยามนี้คงจะเป็เรือนรับรองกระมัง
มู่เสวี่ยหลินไม่ได้ใช้เวลามองนาน นางลุกจากเตียงแล้วเข้าไปอาบน้ำในมิติ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ นางก็คิดจะออกไปตามสวีหลิงเหยียน ซึ่งก็บังเอิญที่ชายหนุ่มมาหานางพอดี
ทั้งคู่จึงได้ออกไปพร้อมกัน เพราะั้แ่วันนี้จนกว่าจะถึงการแข่ง มู่เสวี่ยหลินจะต้องอยู่กับอาจารย์สวี
“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมเสี่ยวหลิน”
“สบายดีเ้าค่ะ”
“ดีแล้ว^^”
“....”
“^^”
“มื้อเช้าเ้าค่ะ” มู่เสวี่ยหลินที่ทนต่อไปไม่ไหวก็หยิบกล่องอาหารออกมาให้
“เด็กดีลำบากเ้าแล้ว”
“ไม่ลำบากเลยเ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินเอ่ยตอบถึงอย่างไรวัตถุดิบก็เป็ของอาจารย์สวี นางเพียงปรุงมันออกมาเท่านั้น นอกจากนี้สมุนไพรที่เขาให้นางใช้ฝึกปรุงยา ก็ทำให้นางได้ประโยชน์อยู่ไม่น้อย
เมื่อนึกถึงทุ่งสมุนไพรในมิติ เด็กสาวก็รู้สึกว่าการทำอาหารมาให้อาจารย์สวีดูจะไม่ใช่เื่ลำบากอีกต่อไป
“ศิษย์น้องแล้วของข้าเล่า”
“นี่เ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินยื่นอีกกล่องให้สวีหลิงเหยียน นอกจากนี้ก็ยังแถมน้ำแครอทให้เขาด้วย เพื่อเป็การตอบแทนที่อีกฝ่ายช่วยแบกนางกลับห้อง
“จริงสิเสี่ยวหลินอาจารย์พึ่งได้สุราดีๆ มา เ้าอยากลองหรือไม่”
“ได้หรือเ้าคะ”
“แน่นอน”
อาจารย์สวียิ้มจากนั้นก็โบกมือให้บ่าวรับใช้เข้ามา ในมือของบ่าวรับใช้มีขวดสุรามาด้วยสามขวด แต่ละขวดมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ถ้ามองดีๆ จะเห็นได้ว่ามันไม่ใช่ขวดธรรมดา
“เสี่ยวหลินมาลองสิ”
“...”
พอมองรอยยิ้มของอาจารย์สวีแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ความลับที่ว่านางสามารถชงเหล้าได้คงยังไม่แตกหรอกกระมัง
เด็กสาวเดินเข้าไปหยิบสุราแต่ละขวดมาชิม รสชาติสุรานั้นไม่แรงมากมีกลิ่นหอมหวานของผลไม้ิญญา ถึงกระนั้นรสชาติก็ยังสู้วิสกี้หรือไวน์ไม่ได้ มู่เสวี่ยหลินมีความคิด นางคิดว่าตนควรลองทำไวน์ิญญาดีไหม ไม่เพียงแต่ไวน์แต่ยังมีพวกแชมเปญ วิสกี้ เบียร์และบรั่นดี
บังเอิญว่านางเคยจดสูตรไว้ตอนที่ไปเที่ยวโรงกลั่น นอกจากนี้นางยังเคยทำงานเป็บาร์เทนเดอร์อยู่หนึ่งปี มู่เสวี่ยหลินจึงค่อนข้างมั่นใจว่าตนสามารถทำเงินจากสุราพวกนี้ได้มากแน่ถ้านางเปิดขาย
อย่างไรก็ตามในเวลานี้มู่เสวี่ยหลินยังไม่รู้ว่าความคิดนี้ของนางจะทำให้ฝันที่อยากเปิดคาเฟ่ห่างออกไปเรื่อยๆ ในเวลานี้เด็กสาวกำลังจะทดลองชงเหล้าให้อาจารย์สวีได้ลอง ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อดูว่าเหล่าผู้บำเพ็ญนั้นจะชอบไหม แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่มนุษย์ก็เถอะ
“ท่านอาจารย์ไม่สู้ให้ศิษย์ลองทำของเล็กๆ น้อยให้ท่านลองชิมดีหรือไม่”
“หืม..ของเล็กๆ น้อยๆ งั้นหรือ เช่นนั้นก็ลองดูเถอะ”
“เ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินเอาเหล้าทั้งสามขวดมาทำเป็ฐาน จากนั้นก็หยิบน้ำผลไม้ที่อยู่ในมิติออกมา
“ท่านอาจารย์ชอบรสหวานหรือไม่”
“ก็ไม่เท่าไหร่”
“ศิษย์พี่ห้าท่านล่ะ”
“อื้ม”
เมื่อได้รับคำตอบแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็หยิบน้ำเชื่อมออกมา พร้อมกับเอาอุปกรณ์ชงเหล้าออกมาด้วย นางหยิบวิสกี้มาเพิ่มเพราะคิดว่าอาจารย์สวีน่าจะชอบรสเข้มๆ
มือเล็กเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียงไม่นาน นางก็วางเหล้าชงสูตรพิเศษไว้เบื้องหน้าอาหลาน ของสวีหลิงเหยียนมู่เสวี่ยหลินเพิ่มน้ำแครอทไปด้วย รสหวานนำมีความซาบซ่า สดชื่นและดีกรีร้อนแรง
ส่วนของอาจารย์สวีด้วยความที่อีกฝ่ายไปชอบหวานมาก มู่เสวี่ยหลินจึงเน้นรสชาติเข้มข้น สีที่ออกมาจึงเป็สีน้ำเงินเข้มที่ข้างบนเป็สีใส แก้วที่ใช้เป็แก้วในมิตินางตกแต่งแก้วของสวีหลิงเหยียนด้วยแครอท ส่วนของอาจารย์สวีเป็มะนาว
“ดื่มให้มีความสุขนะเ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินดันแก้วให้ทั้งสอง จากนั้นนางก็หันไปชงของตนเองอีกแก้ว ทางด้านสองอาหลานที่ได้รับ พวกเขาก็มองดูสุราในแก้วด้วยความประหลาดใจ สวีหลิงเหยียนเป็ผู้นำทดสอบให้อาของเขาก่อน ทันทีที่สุราในแก้วเข้าปาก รสชาติหวานสดชื่นก็ล้นทะลักออกมา
“อร่อยยิ่งนัก” สวีหลิงเหยียนเอ่ยออกมาพลางค่อยๆ จิบสุราในแก้วไป
อาจารย์สวีที่ได้ยินก็ยกของตนขึ้นมาดื่
มบ้าง สุราของเขามีรสชาติหวานเล็กน้อยไม่มาก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และข้าว ส่วนความเข้มข้นไม่ต้องเอ่ยถึง ช่างถูกใจเขายิ่งนัก
แถม
อาจารย์สวี: เสี่ยวหลินขออีกแก้ว
สวีหลิงเหยียน: ข้าด้วย
มู่เสวี่ยหลิน: อืม..ผมตอบรับออกมาดีกว่าที่คิดแฮะ