คำบอกเล่าของน้องชายทำให้หย่งซีเฉิน
นึกถึงสตรีที่ร้านขายยาในวันนั้น ใบหน้างดงามกลิ่นกายที่หอมเย้ายวน ป่านนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่พอคิดว่านางเป็นของคนอื่นแล้ว หย่งซีเฉินก็หงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล การแสดงออกของบุตรชาย อยู่ในสายตาของฮองเฮาตลอด นางหันไปหาจื่อซางแล้วยิ้มอย่างมีแผน
“อีกสิบวันดอกเหมยในสวนหลังตำหนักก็จะบานหมดแล้วนะเพคะ” จื่อซางเริ่มแผน
“ดีเลย ข้าจะพาชิงหยางมาชมดอกเหมยจิบชา นั่งฟังนางบรรเลงพิณแค่คิดข้าก็มีความสุขแล้วจื่อซาง” จื่อซางยื้มเอ็นดูในความกะล่อนขององค์ชายสาม
“ข้าอยากชวนคุณหนูจวนต่างๆมาร่วมชมดอกเหมย จะได้มีพวกนางมาพูดคุยให้คลายเหงาบ้าง เจ้าคิดอย่างไรเฉิน
เอ๋อ” ถึงแม้จะเข้าใจความหมายที่ฮองเฮาพูด แต่เมื่อเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของนาง หากเขาจะตามใจก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
“ขอเพียงเสด็จแม่มีความสุขลูกก็ไม่ขัดข้องพะยะค่ะ”
“จื่อซางเจ้าไปจัดการส่งเทียบเชิญไปยังฮูหยินแม่ทัพ และจวนต่างๆที่มีบุตรสาวให้มาร่วมชมดอกเหมยกับข้า”
“หม่อมฉันจะไปจัดการตอนนี้เพคะ”
หย่งเหอมึนเมาออกจากหอนางโลมเฉกเช่นทุกครั้ง ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถม้าสายตากะปะทะกับร่างบางที่อยู่อีกฟากของถนน หย่งเหอรีบเดินไปหาร่างนั้นโดยมีจูเหม่าคอยตามติด
“พี่หญิงวันนี้ข้าดีใจจริงๆที่เจอท่านกับผิงอัน” ลั่วชิงหยางพูดหลังจากที่นางเจอฉางหลิวหลีโดยบังเอิญ
“หากคุณหนูว่างก็เชิญที่จวนได้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เยี่ยนหลีมาเยี่ยมท่านพ่อนางก็จะบ่นคิดถึงแต่คุณหนูลั่ว”
“ข้าต้องไปแน่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเราก็แยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน ข้าต้องพาผิงอันกลับ ขอบใจเจ้ามากสำหรับถังหูลู่ของผิงอัน”
“ไม่เป็นไรเลยพี่หญิงข้าเองก็ชอบกินเหมือนกัน” ลั่วชิงหยางยิ้มจนตาหยี ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะแยกจากกัน หย่งเหอก็มาถึง
“ชิงหยางเจ้ามาทำอะไรที่นี่” หย่งเหอถาม
“องค์ชายรองท่านเมามากแล้วข้าขอตัวก่อน” นางไม่ตอบคำถามแต่เลือกที่จะหลีกหนีแทน
“เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย”
ด้วยความเมาทำให้หย่งเหอคิดว่า นางรังเกียจตัวเองจนไม่สามารถพูดคุยด้วยได้ เขาจึงโกรธมาก
“ทำไมเจ้ารังเกียจข้ามากนักรึ” หย่งเหอกระชากแขนลั่วชิงหยาง
“ท่านจะทำอะไรปล่อยข้านะ” หว่านชิงตกกับหลิวหลีตกใจมากไม่รู้จะช่วยลั่วชิงหยางได้อย่างไร หย่งเหอคิดจะลากนางไปขึ้นรถม้าของตัวเองที่อยู่อีกฟากหนึ่ง
“องค์ชายคนมุงเยอะแล้วนะขอรับ”
จูเหม่าเห็นท่าไม่ดีจึงเตือนหย่งเหอ
“ช่างมันอย่ามายุ่งกับข้า” เสียงผู้คนซุบซิบวิพากษ์วิจารย์การกระทำที่ไม่เหมาะขององค์ชายหย่งเหอ
“ผู้คนมุงดูอะไรกัน” ซือฟางเจี้ยนถามหยวนเซา
“องค์ชายหย่งเหอก่อเรื่องอีกแล้วขอรับ”
“ดีเลย เช่นนั้นถึงเวลาที่เราต้องทำความรู้จักกันแล้ว”
“ข้าจะส่งเจ้ากลับจวนเอง” เมื่อสถานการณ์ไม่สู้ดีฉางหลิวหลีจึงคิดจะหยุดหย่งเหอ
“ขออภัยเพคะองค์ชาย แม่นางลั่วมากับหม่อมฉัน สมควรเป็นหม่อมฉันที่ตัองไปส่งนางเพคะ” หย่งเหอหันมาจ้องฉางหลิวหลีแล้วตะคอกนางเสียงดัง
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร แค่ลูกแม่ทัพก็ขัดใจข้าได้รึ”
“องค์ชายเข้าใจผิดแล้วเพคะ แม่นางลั่วออกมากับหม่อมฉัน หากหม่อมฉันไม่ไปส่งนาง เกรงว่าท่านโหงวอาจตำหนิเราสองคนได้เพคะ” ฉางหลิวหลีเกลี้ยกล่อมหย่งเหอ
“อย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาดูแลชิงหยาง
ขนาดพ่อของลูกเจ้าเป็นใครเจ้ายังไม่รู้เลย” หย่งเหอยิ้มเยาะ
ถ้อยคำสบประมาทที่ออกจากปากหย่งเหอ ทำให้ลั่วชิงหยางหมดความอดทน
“หยุดนะหย่งเหอ เจ้าทำเกินไปแล้วนะเจ้าคิดว่าคนอื่นต้องตามใจเจ้าทุกคนหรือ”
“ท่านไม่มีสิทธิ์มาว่าท่านแม่ข้านะ” ผิงอันตะโกนใส่หย่งเหออย่างกล้าหาญ
“เจ้าเด็กเหลือขอช่างปากดีนัก” หย่งเหอโกรธมากเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนผิงอัน ฉางหลิวหลีเอาตัวเองเข้าไปบังบุตรชาย แล้วเชิดหน้าขึ้นสู้อย่างไม่เกรงกลัว