ตอนที่ 11 อัจฉริยะไร้คู่เปรียบปาน
เป้าหมายของเฟยอวี่คือการบรรลุเป็เซียนก่อนที่บิดาของหนิงเซียนจะมา เหตุนี้เองที่ชายหนุ่มกลัดกลุ้มใจหนักหน่วง เขาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังอย่างมาก “ข้าจะกลายเป็เซียนได้จริงๆน่ะหรือ…ตลอดชีวิตสิบห้าปี ข้าล้วนบำเพ็ญตนพากเพียรไม่ให้เสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาที จนกระทั่งข้าอายุสิบห้าปียังมิอาจทะลวงผ่านระดับรากฐานขั้นสามได้เสียที”
หนิงเซียนเคลื่อนสายตามองชายหนุ่มั้แ่ต้นจรดปลายเท้า คิ้วเรียวงามของเด็กสาวขมวดมุ่น “หน่วยก้านและพร์ด้านการบำเพ็ญเพียรของเ้าอยู่ในระดับอัจฉริยะอย่างแท้จริง ถ้าสำหรับโลกที่เ้าอยู่ อัจฉริยะแบบนี้คงเกิดขึ้นในรอบพันปีเท่านั้น”
สิ้นคำกล่าวของเด็กสาว เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ “อัจฉริยะในรอบพันปี!?”
นี่ล้วนเป็สิ่งเพ้อฝันที่สุดของชายหนุ่ม เขาที่ถูกผู้คนเรียกขานตราหน้าในฐานะขยะไร้ค่า ทว่ากลับมีคนที่แข็งแกร่งประดุจเทพไร้ต้านมาบอกว่า แท้จริงแล้ว เขาคืออัจฉริยะในรอบพันปี! สีหน้าของเฟยอวี่อยู่ระหว่างความผิดหวังและตื่นเต้น ความผิดหวังนั้นเกิดจากผลลัพธ์ตลอดสิบห้าปีที่เขาเป็ขยะ ความตื่นเต้นเกิดจากคำกล่าวของหนิงเซียน
“การที่เ้าไม่ล่วงรู้ถึงบัญญัติแห่งการสูญสลายเช่นนี้ เราล้วนไม่ประหลาดใจในเื่นี้แต่อย่างใด” แววตาคมกล้าของหนิงเซียนแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเวทนาสงสาร “ต่อให้เ้าฝึกปรือไปอีกกี่ร้อยกี่พันปี ต่อให้เ้าได้โอสถที่ดีเลิศที่สุดในใต้หล้า พวกมันล้วนหาได้ส่งผลต่อระดับพลังของเ้าไม่! ปราณเซียนที่เข้ามาในร่างกายของเ้าจะถูกบัญญัติแห่งการสูญสลายลบล้างทิ้งทั้งหมด”
ั์ตาของเฟยอวี่ขยายโตกว้างปานถลน
“เรารับรู้ได้จากการจุมพิตกับเ้าในรอบที่สอง บัญญัติแห่งการสูญสลายเปิดใช้อยู่ั้แ่ต้นแล้ว เ้าคงบังเอิญเปิดใช้มันโดยไม่รู้ตัว”
สิ้นคำกล่าวของหนิงเซียนราวกับมีดนับพันพุ่งแทงใส่ร่างของเฟยอวี่ ชายหนุ่มเ็ปอย่างสุดแสน ความพยายามตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมาล้วนเปล่าประโยชน์! ตัวการหลักกับเป็สิ่งที่ผสานหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างของเขา สมบัติ์ลำดับที่สาม…บัญญัติแห่งการสูญสลาย
“ขะ…ข้าควรจะทำยังไง” น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธและหวาดกลัว บัญญัติแห่งการสูญสลายถูกเปิดใช้มาั้แ่ต้น นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถสูญสลายสรรพสิ่งไปงั้นหรือ? ร่างกายของเฟยอวี่สั่นเทาขึ้นมา
“เ้าเพียงแค่นึกถึงมัน นั่งสมาธิซะ เมื่อตอนที่จิตของเ้านิ่งสงบประหนึ่งไร้ตัวตน เ้าล้วนสามารถแยกออกระหว่างกายหยาบและกายละเอียด ผู้มองและผู้ถูกมอง ถึงตอนนั้นจะััได้ถึงบัญญัติแห่งการสูญสลายเอง” หนิงเซียนกล่าวอย่างขึงขังขณะประสานสายตากับเฟยอวี่
ชายหนุ่มนั่งสมาธิในทันที ถึงจะมีหลายคำที่เขาไม่ค่อยกระจ่างแจ้งนัก กายหยาบและกายละเอียด? ผู้มองและผู้ถูกมอง? ทันใดนั้น สุ้มเสียงอ่อนโยนละมุนของหนิงเซียนดังขึ้นในสมอง “กำหนดรู้ที่ลมหายใจ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เ้ามีหน้าที่รู้ลมหายใจเท่านั้น หายใจยาวให้รู้ว่าหายใจยาว หายใจสั้นให้รู้ว่าหายใจสั้น เมื่อจิตที่สงบมากพอเ้าจะแยกออกระหว่างผู้มองและผู้ถูกมอง”
เขาตระหนักดี ทุกถ้อยคำของหนิงเซียนล้วนลึกซึ้งเป็อย่างมาก มันฟังดูเหมือนง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ เพียงแค่รู้ลมหายใจเข้าออกเท่านั้นเอง! ความจริงกลับไม่เป็เช่นนั้น มันยากมากที่ไม่ต้องคิดอะไรโดยต้องนั่งอยู่เฉยๆ ชั่วพริบตาที่เื่หนึ่งวาบผ่านเข้ามาในสมองล้วนนับว่าจิตไปรับรู้ถึงมันแล้ว สิบนาทีแรกผ่านไป เฟยอวี่รู้ตัวว่าจิตของเขายังไม่นิ่งพอ เสียงการก่นด่าเสียดสีของฝูงชน เสียงที่อบอุ่นของท่านปู่ เสียงที่อ่อนโยนของซูหนี่ว์ เสียงที่น่าหลงใหลของเยว่ชิงและเสียงที่เยือกเย็นของหนิงเซียน สถานการณ์มากมายที่ตราตรึงจิตเข้ามาก่อกวนจิตใจของชายหนุ่ม
เฟยอวี่ใช้เวลาสามชั่วโมงเต็มถึงสามารถเข้าสู่สภาวะ “ผู้มองและผู้ถูกมอง”
ในที่สุด เขาพึงเข้าใจถ้อยคำนี้ได้อย่างถ่องแท้ลึกซึ้ง เป็คำที่กล่าวได้ถูกต้องทุกประการถึงสภาวะที่ชายหนุ่มเป็อยู่จริงๆ ทันใดนั้นเองที่เขารู้สึกได้ถึงการคงอยู่ของบางสิ่งบางอย่างในร่างกาย…บัญญัติแห่งการสูญสลาย
วูบบบบบ
…เฟยอวี่ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมาทีละน้อย
“…เร็วมาก” หนิงเซียนเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย โดยปกติแล้ว สภาวะอย่างผู้มองและผู้ถูกมองจำต้องใช้เวลานานอย่างมากซึ่งขึ้นอยู่กับสมาธิของตัวบุคคล สามชั่วโมงนับว่าเป็ความเร็วที่น่าใ
“ข้าควบคุมมันได้แล้ว” เฟยอวี่กล่าวตอบเด็กสาวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทันทีที่เขาััได้ถึงบัญญัติแห่งการสูญสลาย เขารู้สึกว่าสามารถใช้พลังของมันออกมาได้อย่างง่ายดายราวกับเป็ส่วนหนึ่งในร่างกาย เมื่อเฟยอวี่ควบคุมให้บัญญัติแห่งการสูญสลายหยุดสลายปราณเซียน เื่ราวน่าอัศจรรย์โลกจึงบังเกิดขึ้น
ปราณเซียนในร่างของเฟยอวี่พลันทะยานสูงขึ้นอย่างมหาศาล เส้นลมปราณขยายตัวต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว เสียงปะทุของลมปราณดังขึ้น ปัง! ปัง! สีหน้าของเฟยอวี่แสดงออกซึ่งความตกตะลึงลาน เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายหนุ่มได้ทะลวงเข้าสู่พลังยุทธระดับรากฐานขั้นห้า! ปราณเซียนไร้ที่มายังคงหลั่งไหลทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เพียงสามลมหายใจ เส้นชีพจรลมปราณของเขาท่วมท้นอีกครั้ง
ปัง!
สัญญาณเสียงของการทะลวงขั้นพลังยุทธดังขึ้นอีกครั้ง พลังยุทธระดับรากฐานขั้นห้าทะลวงเข้าสู่พลังยุทธระดับรากฐานขั้นหก ทว่า นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด ปราณเซียนมากมายปราศจากที่มาล้วนถาโถมเข้าใส่เฟยอวี่ไม่หยุดยั้ง จวบจนกระทั่ง สัญญาณเสียงของการทะลวงขั้นสิ้นสุดลง…ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
…ระดับรากฐานขั้นสิบ!
เฟยอวี่อ้าปากค้างจนสุดกรามด้วยความตกตะลึงงันสุดขั้ว การทะลวงระดับจากรากฐานขั้นสามสู่ขั้นสิบในเวลาไม่ถึงสิบนาทีล้วนสามารถสั่นะเืโลกได้ทั้งใบ! เหตุการณ์ในวันนี้ได้ทุบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการบำเพ็ญตนของชายหนุ่มพังพินาศสิ้น ขนาดเยว่ชิงที่ได้รับขนานนามว่า “อัจฉริยะในรอบร้อยปี” นางยังใช้เวลกว่าาห้าปีในการฝึกฝนจากรากฐานขั้นห้าสู่ขั้นเก้า …เฟยอวี่นำหน้านางไปแล้วก้าวหนึ่ง
เยว่ชิงยังนับว่าเป็อัจฉริยะในรอบร้อยปี แล้วเฟยอวี่ที่ทะลวงถึงรากฐานขั้นสิบในเวลาไม่ถึงสิบนาทีเล่านับเป็อันใด?
ชายหนุ่มยังััได้อย่างแจ่มชัดว่าการทะลวงสู่ระดับเริ่มต้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่าเป็ระดับรากฐานขั้นสิบครึ่งก้าวสู่ระดับเริ่มต้น ทันใดนั้น สุ้มเสียงของหนิงเซียนได้ดึงสติของเฟยอวี่ขึ้นมาจากห้วงภวังค์
“ปราณเซียนเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งตกค้างอยู่ในเส้นชีพจรลมปราณของเ้า วัดจากปริมาณตกค้างมากมายถึงเพียงนี้ หากบัญญัติแห่งการสูญสลายไม่สลายปราณเซียนเ้าไป เ้าคงทะลวงสู่ระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่งไปแล้ว”
…ระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่งในวัยสิบห้าปี เฟยอวี่อยากกระอักเืคำโตออกมา โอกาสที่เขาจะกลายเป็อัจฉริยะไร้คู่เปรียบได้พังทลายสิ้น
ชายหนุ่มกัดฟันกล่าวผ่านไรฟันซี่ขาวอย่างใจเย็น “เฟยอวี่ผู้นี้ได้ถือกำเนิดใหม่แล้ว!”
่เวลาสิบห้าปีแรก…์ได้่ชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา นี่คงเป็คำขอโทษจาก์โดยมอบโอกาสให้เขาได้กลายเป็อัจฉริยะไร้คู่เปรียบปาน!
เฟยอวี่ตระหนักได้ถึงพลังของบัญญัติแห่งการสูญสลายบางประการ เขาเข้าถึงพลังของมันได้อย่างชัดเจนประหนึ่งร่างกาย ชายหนุ่มเคลื่อนสายตามองหนิงเซียนหน้าเรียบนิ่ง คิ้วขมวดมุ่นอย่างฉงน “หนิงเซียน เ้ากล่าวว่าบัญญัติแห่งการสูญสลายพลังคือการสลายสรรพสิ่งใช่หรือไม่?”
หนิงเซียนผงกศีรษะเบาบาง
ทันใดนั้น เฟยอวี่กวาดสายตามองหาต้นกล้าของพันธุ์ไม้อย่างเยือกเย็นพลันเคลื่อนหยุดลงทันทีที่พบมัน เขาสาวเท้าก้าวเข้าไปหามันอย่างเชื่องช้า เมื่อระยะห่างอยู่เพียงเอื้อมมือ ชายหนุ่มยื่นฝ่ามือออกไปลอยเหนือต้นกล้าพันธุ์ไม้อย่างมั่นคงพลันโคจรพลังของบัญญัติแห่งการสูญสลาย ฉับพลันนั้นเองที่ต้นกล้าต้นนั้นเติบโตขึ้นทันตาเห็น เพียงสามลมหายใจก็กลับกลายเป็ต้นไม้สูงใหญ่อีกต้น
ั์ตาคู่งามของหนิงเซียนเบิกโตกว้างพลางเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความตกตะลึง
“มันสามารถกระตุ้นได้จริงด้วย” เฟยอวี่หันมองไปทางหนิงเซียนที่จับจ้องตาค้าง “เ้าบอกว่าบัญญัติแห่งการสูญสลายมีพลังในการสลายสรรพสิ่ง ฉะนั้น พลังที่ข้าแสดงไปเมื่อครู่ย่อมเป็ขั้วตรงข้ามของมัน พลังที่สามารถกระตุ้นสรรพสิ่ง”
คำกล่าวของเฟยอวี่ไม่ใช่คำพูดไร้แก่นสาร เขาลองใช้การกระตุ้นนี้กับร่างกายตนเองมาแล้ว มันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทุกอย่างได้ในชั่วพริบตาเดียว พลังป้องกัน การฟื้นฟู พลังโจมตี ทุกสรรพสิ่งล้วนสามารถกระตุ้นได้โดยบัญญัติแห่งการสูญสลาย! เฟยอวี่เคลื่อนฝ่ามือลอยเหนือก้อนหินก้อนหนึ่งพลันโคจรพลังของสมบัติ์ ทันใดนั้น ก้อนหินล้วนสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
สมบัติ์ลำดับที่สาม…บัญญัติแห่งการสูญสลาย พลังที่สามารถสลายสรรพสิ่งและกระตุ้นสรรพสิ่ง!
“…นี่ไม่ถูกต้อง! บันทึกของท่านพ่อไม่มีทางผิดเพี้ยนได้! บัญญัติแห่งการสูญสลายมีความสามารถอื่นอีกงั้นหรือ!??” ความเยือกเย็นของเด็กสาวคลายสิ้นทันทีที่ทราบเื่ ตลอดชั่วชีวิตของนาง นี่นับเป็ครั้งแรกที่นางแสดงความใถึงเพียงนี้ แค่เพียงพลังแห่งการสลายสรรพสิ่งนับว่าแหกกฎ์แล้ว มันกลับมีพลังอื่นอีก!!
“ข้ารู้สึกได้เลยว่าสามารถกระตุ้นได้ทุกอย่าง อายุของมนุษย์ ร่างกาย พลังกาย พลังป้องกัน พลังฟื้นฟู ตอนนี้ข้าสามารถควบคุมการกระตุ้นทุกอย่างในร่างกายพร้อมกันซึ่งแข็งแกร่งกว่าคนปกติราวสองเท่าตัว สิ่งนี้ข้าสามารถทำได้ตลอดเวลา ข้าอยากลองเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมพลังกระตุ้นนี่ด้วย” เฟยอวี่กล่าวอย่างเยือกเย็น
หนิงเซียนกลับคืนสู่อารมณ์สงบในชั่วพริบตา เด็กสาวพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน คำกล่าวของเขาล้วนเป็จริงทุกประการ แม้เฟยอวี่จะอยู่ในระดับรากฐานขั้นสิบ ทว่า ปราณเซียนในเส้นชีพจรลมปราณของเขากลับหนาแน่นกว่าผู้อื่นถึงสองเท่าตัว! …บางที เขาอาจต่อกรกับระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่งได้ไม่ยากเย็น …การต่อสู้ข้ามระดับพลัง หนิงเซียนมีลางสังหรณ์ถึงความโกลาหลที่จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้
“ก่อนอื่น เราคงต้องสอนเคล็ดวิชาตัวเบาให้แก่เ้าเสียก่อน” หนิงเซียนกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ นางไม่คิดงกวิชาเลยแม้แต่น้อย เคล็ดวิชาตัวเบาที่นางกำลังจะสอนเขาล้วนสามารถสั่นะเืฟ้าะเืดิน!
“การสอนครั้งแรกเป็เคล็ดวิชาตัวเบาหรอกหรือ ข้าคิดว่าเ้าจะสอนเคล็ดวิชาประเภทโจมตีหรือป้องกันสุดแกร่งซะอีก” เฟยอวี่กล่าวด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย เขาได้แต่หวังว่านางจะทำอย่างนั้น “เอาเถอะ! ยอดฝีมือได้กล่าวไว้ว่า วรยุทธในใต้หล้า แพ้ชนะ ตัดสินกันที่ความเร็ว!”
หนิงเซียนขมวดคิ้วมุ่นพลางส่ายศีรษะเล็กน้อย “ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง ความเร็วมิอาจตัดสินแพ้ชนะได้ หากอีกฝ่ายมีพลังป้องกันสูงส่ง ต่อให้เ้าเร็วจนมันมองตามไม่ทัน เ้าก็มิอาจสร้างความเสียหายแก่มันได้ ผลแพ้ชนะจึงไม่เกิดขึ้น ในกรณีที่มีพลังทัดเทียมกัน การสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายล้วนกระทำได้ไม่ยากเย็น ถึงตอนนั้นจึงตัดสินกันได้ด้วยความเร็ว ทว่า สาเหตุหลักที่ข้าสอนให้เ้าเป็อย่างแรก…เอาไว้สำหรับให้หนีเมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไป”
…เฟยอวี่สดับฟังอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มอดตื่นเต้นมิได้ เคล็ดวิชาตัวเบาจากอาจารย์หนิงเซียน!
“เคล็ดวิชาตัวเบา…ท่าท้าวข้ามดาราจักร!” หนิงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอย่างมาก เคล็ดวิชานี้พ่อของนางเป็คนคิดค้นขึ้นมา และเป็เคล็ดวิชาตัวเบาที่นางใช้อยู่ด้วยเช่นกัน
เฟยอวี่ขมวดคิ้วชิดแน่น แม้เคล็ดวิชานี้จะมาจากหนิงเซียน ทว่า ผู้ตั้งชื่อโอ้อวดเกินไปหรือไม่? ข้ามดาราจักร!?
“…มันฟังดูเกินจริงไปหรือไม่? ท่าท้าวข้ามดาราจักรน่ะหรือ?”
แววตาของหนิงเซียนกลับกลายเป็คมกริบ เฟยอวี่ััได้ถึงสายตาเพ่งเล็งของเด็กสาวที่จับจ้อง จิติญญาของเขาสั่งบอกให้ขอโทษทันที “ข้าขอโทษ…หนิงเซียน ข้าไม่ควรดูถูกเคล็ดวิชาที่เ้ากำลังจะสอน”
สีหน้าของหนิงเซียนดูดีขึ้นมา นางจะโกรธคนที่มาดูถูกดูแคลนเคล็ดวิชาของนางอย่างมาก ดูถูกเคล็ดวิชาของนางไม่ต่างอันใดไปจากดูถูกบิดาของนาง!
“ครั้งนี้เราละเว้นให้ หากเ้ากล้าดูถูกเคล็ดวิชาที่เรานำมาสอนอีก มันจะไม่มีครั้งต่อไป!” หนิงเซียนกล่าวท่าทางกระฟัดกระเฟียด นวลหน้างามล้ำวาบผ่านความขุ่นเคืองโกรธา นางกล่าวต่อว่า “ท่าท้าวข้ามดาราจักร ขั้นสูงสุดของวิชานี้คือการก้าวเท้าครั้งเดียวสามารถข้ามผ่านไปอีกดาราจักรได้ซึ่งแบ่งออกเป็สิบสองระดับ”
ั์ตาของเฟยอวี่ขยายโตกว้าง เขาไม่คาดคิดเลยว่าจุดสูงสุดของวิชาจะเป็ไปตามชื่อที่ตั้งจริงๆ ชายหนุ่มนั่งฟังเคล็ดวิชาท่าท้าวข้ามดาราจักรอย่างเงียบๆ หนิงเซียนใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเต็มจึงอธิบายจนเสร็จ เด็กสาวเผยรอยยิ้มก่อเกิดแรงเสน่ห์ประหลาด “ทันทีที่เ้าบรรลุระดับราชันยุทธ เรามีบางสิ่งจะมอบให้”
“มันคืออะไร?”
“ไว้เราจะบอกอีกทีตอนเ้าบรรลุเป็ระดับจอมยุทธ ตอนนี้รีบฝึกฝนเคล็ดวิชาตัวเบาให้อยู่ขั้นหนึ่งเสียก่อน หากมีคนมาไล่ล่าเ้าอีกเราย่อมมิอาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้” สิ้นคำกล่าวของหนิงเซียน เรือนร่างของเด็กสาวบริสุทธิ์ในสภาพขาวล้วนพลันหายวับไป นางกลับไปอยู่ในแหวนมิติสีดำดังเดิม เด็กสาวตัดสินใจจะฟื้นฟูปราณเซียนอยู่เงียบๆ
เฟยอวี่ตระหนักดีถึงคำพูดของหนิงเซียน “ข้าเข้าใจดี…หนิงเซียน”