(จบ)ย้อนกลับมามีชีวิตรักอันหวานปานน้ำผึ้งกับสามีสุด(ฮอต)เนิร์ดในยุค80

    บทที่ 34 พลาดโอกาสทำเงิน

    บทที่ 34 พลาดโอกาสทำเงิน


    เซี่ยอวิ้นหนิงยื่นมือไปปัดปอยผมที่ปรกคลุมใบหน้าของลู่จิ่วอัน ดวงตาลุ่มลึกเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งรักที่ส่องสว่างสดใส


    ก่อนที่จะแต่งงานกับลู่จิ่วอัน โลกทั้งใบของเขามีเพียงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์


    แต่หลังจากได้แต่งงานกับเธอ เซี่ยอวิ้นหนิงก็ค้นพบว่าโลกของเขาไม่ได้มีเพียงงานวิจัยอีกแล้ว แต่ยังมีเธอรวมอยู่ในนั้นด้วย 


    อนาคตข้างหน้าก็จะมีลูกของพวกเขา


    การปรากฏตัวของเธอทำให้ชีวิตที่ราบเรียบเปล่าเปลี่ยวของเขาแต่งแต้มไปด้วยสีสันและความงดงาม


    “เซี่ยอวิ้นหนิง! ไอ้คนหลอกลวง!!!”


    จู่ ๆ ลู่จิ่วอันที่กำลังหลับใหลก็กล่าวหาเซี่ยอวิ้นหนิงด้วยความโมโห


    ชายหนุ่มพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทำได้แค่นอนนิ่งมองดูหญิงคนรักที่กำลังละเมอ เขาเอื้อมมือแตะแผ่นหลังของเธอเบา ๆ พลางปลอบอย่างอ่อนโยน “จิ่วอัน ต่อไปฉันจะไม่มีวัน ไม่มีวันโกหกเธออีกเด็ดขาด”


    คำปลอบโยนของเซี่ยอวิ้นหนิงอาจได้ผลจริง ๆ ลู่จิ่วอันหยุดละเมอ แม้แต่คิ้วที่ขมวดเป็นปมก็คลายออก


    ใบหน้าที่กำลังหลับใหลอย่างสงบของเธอเผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ


    เซี่ยอวิ้นหนิงคิดว่าเธออาจกำลังฝันดีอยู่ก็เป็นได้


    ลู่จิ่วอันฝันถึงเรื่องราวมากมายตลอดทั้งคืน เธอจึงรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า


    เธอบังคับตัวเองให้ลุกจากที่นอน หลังจากเงยหน้ามองท้องฟ้าก็ลุกไปอาบน้ำและเข้าไปในครัว


    เธอต้องนำปลาทอดกรอบในหม้อของเมื่อวานที่ทอดไปแค่ครั้งเดียวมาทอดซ้ำอีกครั้ง


    หลังจากที่ลู่จิ่วอันตื่นนอนได้ไม่นาน เซี่ยอวิ้นหนิงก็ตื่นด้วยเช่นกัน


    “อรุณสวัสดิ์จิ่วอัน”


    ลู่จิ่วอันกำลังจุดไฟอยู่หน้าเตา เมื่อได้ยินสามีทักทายก็ตอบไปว่า “พอดีเลย คุณมาจุดไฟหน่อยสิ”


    สองสามีภรรยาแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เซี่ยอวิ้นหนิงดูเตาไฟ ขณะที่ลู่จิ่วอันทอดปลา


    ขณะเดียวกันนั้น ฝ่ายหญิงสาวก็เติมน้ำลงในหม้ออะลูมิเนียมที่อยู่อีกด้านและหุงข้าวต้มไปด้วย


    อากาศที่ศูนย์อนุรักษ์ยวนยางเย็นลงทุกที อีกทั้งห้องครัวก็ปกคลุมไปด้วยไอหมอก ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้เรือนร่างของลู่จิ่วอันทั้งดูบริสุทธิ์และอบอุ่น


    ภายในใจของเซี่ยอวิ้นหนิงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกไป เขาจ้องมองภรรยาตนอย่างปรารถนาเว้าวอน หวังให้ความงดงามของเธอในเวลานี้ประทับอยู่ในใจของเขาไปตลอดกาล


    ลู่จิ่วอันนวดแป้งไปด้วยระหว่างที่ทอดปลา เธอใส่ไข่ที่เหลือใบสุดท้ายลงในแป้ง


    หลังจากทอดปลาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ใส่ปลาทอดกรอบลงในกระจาดไม้ไผ่


    เธอตักน้ำมันในหม้ออย่างคล่องแคล่ว เมื่อเห็นว่ายังเหลือน้ำมันในหม้อเหล็กอยู่อีกมาก มีหรือที่ลู่จิ่วอันจอมมัธยัสถ์จะทิ้งให้เสียเปล่า เธอจัดการเทแป้งที่ผสมแล้วลงในหม้อเหล็กแล้วเกลี่ยให้เป็นชั้นบาง ๆ


    แป้งจับตัวเป็นก้อนในพริบตา ลู่จิ่วอันใช้ตะหลิวพลิกอีกด้านขึ้นแล้วทอดต่อไป


    แป้งแผ่นทอดจนมีสีทองอร่ามทั้งสองด้าน ลู่จิ่วอันใช้ตะหลิวแบ่งแป้งแผ่นเป็นชิ้นเล็ก โรยต้นหอมสีเขียวหนึ่งกำมือตามด้วยเกลือนิดหน่อย จากนั้นก็ผัดต่อไป ทันใดนั้นกลิ่นหอมของก๋วยเตี๋ยวผัดก็ลอยแตะปลายจมูก


    เมื่อข้าวต้มในหม้อสุกแล้ว เธอก็เข้าไปหยิบพุทราแดงในห้องมาสองสามลูก


    หญิงสาวแงะเมล็ดพุทราออกอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็สับพุทราจนมีขนาดเท่าเมล็ดข้าวแล้วใส่ลงไปต้มพร้อมกับข้าวต้ม


    “เซี่ยอวิ้นหนิง คุณดูไฟทีนะ ต้มอีกสัก 5 นาทีแล้วค่อยเอาฟืนออกจากเตา”


    ลู่จิ่วอันกำลังเตรียมตัวไปที่ตลาดเพื่อนำปลาทอดกรอบและซอสเห็ดไปแลกเปลี่ยนเป็นของใช้ในบ้าน


    “จิ่วอัน ฉันไปด้วย”


    เซี่ยอวิ้นหนิงเทน้ำดับฟืนในหม้ออะลูมิเนียม จากนั้นก็ใส่กิ่งไม้แห้งลงในหม้ออีกสองสามกิ่งก่อนจะออกไปตลาดพร้อมกับภรรยา


    เพราะสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงทุกวัน ข้าวของที่นำมาขายที่ตลาดนัดในศูนย์อนุรักษ์ยวนยางจึงมีน้อยตามไปด้วย


    ลู่จิ่วอันเพิ่งเคยตั้งแผงขายของเป็นครั้งแรก ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยจึงดึงดูดความสนใจของทุกคน


    เมื่อเธอเปิดผ้าคลุมกระจาดไม้ไผ่ออก ทุกคนก็เห็นปลาทอดกรอบที่ดูน่าอร่อย


    “จิ่วอัน เธอมาได้สักทีนะ ขืนยังไม่มาอีก ฉันจะบุกไปหาเธอที่บ้านแล้วเชียว”


    สะใภ้อ้วนมาถึงหลังจากได้ยินข่าว และเป็นคนแรกที่สนับสนุนธุรกิจของลู่จิ่วอัน


    ที่สำคัญไปกว่านั้นคือสะใภ้อ้วนกังวลว่าลู่จิ่วอันจะหน้าบาง ไม่คุ้นเคยกับราคาข้าวของในศูนย์อนุรักษ์ยวนยาง อีกทั้งกังวลว่าเธอจะทำธุรกิจไม่เป็นและทำให้ตัวเองต้องขาดทุน


    “ปลาทอดกรอบ 20 ตัวแลกกับไข่ไก่ 10 ฟอง” สะใภ้อ้วนมองซอสเห็ดและพูดอย่างใจกว้าง “ส่วนซอสเห็ด แลกกับน้ำตาลทรายหนึ่งชั่ง”


    “ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะพี่สะใภ้” ลู่จิ่วอันขอบคุณอย่างปากหวาน


    สะใภ้อ้วนพูดอย่างร่าเริง “จิ่วอัน เธอไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่ลูกจอมตะกละของฉันได้กินปลาทอดกรอบฝีมือเธอ เขาก็รังเกียจอาหารที่ฉันทำอย่างกับอาหารหมู ถ้ากินอาหารหมูทุกวันจะอ้วนได้ขนาดนั้นเหรอ เธอว่าจริงไหม?”


    มีใครในศูนย์อนุรักษ์ยวนยางไม่รู้บ้างว่าอาหารของบ้านรองผู้อำนวยการนั้นอร่อยที่สุด


    สะใภ้อ้วนและรองผู้อำนวยการต่างก็มีรายได้กันทั้งคู่ คูปองหลากหลายประเภทก็มีไม่น้อย ทั้งยังมีเนื้อให้กินทุกมื้อไม่ขาด


    ต่างจากคนธรรมดาอย่างพวกเธอ ที่จะกินเนื้อทั้งทีก็ต้องคำนวณให้ละเอียดถี่ถ้วน ได้แต่กลัวว่าจะต้องอดมื้อกินมื้อ


    “สะใภ้อ้วน ปลาทอดกรอบนี่อร่อยขนาดนั้นเชียว?” คนหนึ่งถามอย่างออกนอกหน้า


    สะใภ้อ้วนมองผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับช่วยโฆษณาให้ลู่จิ่วอัน “ลองแลกกับผักกวางตุ้งของเธอแล้วชิมดูเองสิ”


    “ก็ได้”


    ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีคนทำมาค้าขายอยู่บ้าง แต่ก็เป็นการแอบทำอย่างลับ ๆ ในตลาดมืด หากต้องการจับจ่ายซื้อของอย่างเปิดเผยก็ต้องไปที่สหกรณ์จำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภคหรือไม่ก็โรงฆ่าสัตว์ของรัฐบาล


    ไม่อย่างนั้นหากถูกคนแจ้งว่าอาศัยช่องโหว่ในการฉกฉวยผลประโยชน์ละก็ได้เจอปัญหาใหญ่แน่


    อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วไม่ค่อยมีใครสนใจการแลกเปลี่ยนสินค้าแบบนี้เท่าไรนัก


    สะใภ้อ้วนกลับบ้านพร้อมกับของที่แลกมาจากลู่จิ่วอัน


    แล้วแผงลอยเล็ก ๆ ก็รายล้อมไปด้วยผู้คนในพริบตา


    ผู้หญิงคนนั้นแลกปลาทอดกรอบด้วยผักกวางตุ้งหัวใหญ่โดยไม่ลังเล เมื่อได้ชิมก็พบว่าปลาทั้งกรอบและอร่อย


    “น้องสาวจ๊ะ ฉันขอสัก 10 ตัวสิ”


    ลู่จิ่วอันยิ้มและพูดว่า “พวกคุณลองชิมซอสเห็ดของฉันดูสิคะ จะกินกับบะหมี่หรือว่าหมั่นโถวก็อร่อยทั้งนั้น”


    ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปลาทอดกรอบและซอสเห็ดที่ลู่จิ่วอันนำมาก็ถูกกวาดไปจนหมดเกลี้ยง


    จางฉือรีบวิ่งมาพร้อมปากกาหนึ่งด้าม เขาเห็นเพียงกระจาดกับโถที่ว่างเปล่าตรงหน้าลู่จิ่วอัน


    “ฉัน…” มาช้าไปสินะ?


    แม้แต่ลู่จิ่วอันก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะแลกข้าวของได้มากมายขนาดนี้ มีทั้งผักกวางตุ้ง ฟักทอง ไข่ไก่ แป้งสาลี ข้าวสาร ผ้า ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน และอีกอื่น ๆ อีกมากมายในกระจาดไม้ไผ่


    “จางฉือ อรุณสวัสดิ์”


    จางฉือมองโถว่างเปล่าของลู่จิ่วอันตาละห้อยและถามว่า “จิ่วอัน เธอจะตั้งแผงอีกเมื่อไรเหรอ?”


    “ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาเข้าป่าแล้วล่ะ”


    ลู่จิ่วอันต้องเรียนวิชาแพทย์ แถมยังต้องคำนึงเรื่องสุขภาพของตัวเอง เธอจึงล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปในป่า


    ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้การแลกเปลี่ยนสินค้าจะไม่ต้องใช้เงิน แต่ลู่จิ่วอันก็คาดการณ์ได้ว่าหลายวันมานี้จะต้องมีคนจากศูนย์อนุรักษ์ไม่น้อยที่เข้าไปจับปลาและเก็บเห็ดในป่า เธอจึงไม่คิดจะไปร่วมวงด้วย


    จางฉือได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเศร้าสร้อย


    จะไม่เข้าป่าได้ยังไง?


    ไม่เข้าป่าแล้วจะเอาปลาทอดกรอบมาจากไหน? ไหนจะซอสเห็ดอีก?


    “จิ่วอัน ธุรกิจของเธอกำลังไปได้ดี เธอเข้าป่าอีกจะไม่ดีกว่าเหรอ…”


    ลู่จิ่วอันยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของจางฉือ เธอเหลือบมองเซี่ยอวิ้นหนิงที่กำลังเก็บของอยู่เงียบ ๆ และพูดว่า “จางฉือ ถ้านายอยากกินปลาทอดกรอบเมื่อไร ก็เข้าป่าไปจับปลากับเซี่ยอวิ้นหนิงสิ แล้วเดี๋ยวฉันจะทอดให้กิน รับรองว่าอิ่มแน่นอน”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ย้อนกลับมามีชีวิตรักอันหวานปานน้ำผึ้งกับสามีสุด(ฮอต)เนิร์ดในยุค80 ที่คุณอ่าน