หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ ปาล์มกลับมาอยู่กับ ญาติที่กรุงเทพฯ ทุกอย่างเหมือนจะกลับสู่ปกติ
โรงเรียน เพื่อน และชีวิตประจำวัน
แต่ทุกคืน... เขาฝันถึงบ้านหลังนั้น
ฝันว่าเดินอยู่ในบ้านไม้ที่ไม่ไหม้ ฝันว่ากินข้าวกับ ยายกับตา... ฝันว่าพวกเขาจับมือลูบหัวแล้วพูดว่า
“อย่าหนีไปอีกเลยนะ... อยู่กับยายกับตาในฝันนี้ ก็พอแล้ว...”
คืนหนึ่ง...
ปาล์มตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อโชก มือกำผ้าห่มแน่น ที่ปลายเตียง มีจานข้าววางอยู่ พร้อมช้อนวางเรียง ข้าวนั้นคือ ต้มจืดผักกาดดองกับหมูสับ – เมนูที่ ยายเคยทำให้กิน
แต่เขาไม่ได้บอกใคร ไม่ได้ซื้อ ไม่ได้หุง...
เขารีบไปหาพระอาจารย์ที่วัดใกล้บ้าน ขอให้ช่วย ทำพิธี
หลวงตาเพ่งดูหน้าเขา ก่อนพูดช้าๆ
“ิญญายายกับตายังผูกพันกับเอ็ง พวกเขา ไม่ไปไหน เพราะยังคิดว่าเอ็งเป็ 'ลูกในใจ' ที่ กลับมาหาพวกเขาแล้ว...”
“แต่ถ้าเอ็งยังผูกใจอยู่ ยังคิดถึงเขาโดยไม่ ปล่อย เขาจะดึงเอ็งกลับไปอยู่กับเขา... ทีละนิด ทีละนิด... จนวันหนึ่งแยกไม่ออกว่าโลกไหนคือจริง..."
หลวงตาจึงให้เขาทำพิธี “ส่งของรักกลับคืน”
ปาล์มจึงเอารูปถ่ายยายตา และตุ๊กตาเก่าที่เคยเล่น
กับตา มาวางหน้ากองไฟ
พูดเบาๆ ว่า
“ยาย ตา... ปาล์มรักพวกท่านนะ... แต่ปาล์ม ต้องมีชีวิตต่อ ขอให้ไปสู่ที่ดีเถอะครับ...”
ไฟลุกขึ้นทันที แม้ยังไม่มีใครจุด ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน เสียงกระซิบสุดท้ายดังแ่เบา
“ดีแล้วลูก... อยู่ให้ดีนะ... แล้วเจอกันอีกครั้ง... เมื่อถึงเวลา...”
หลังจากวันนั้น ปาล์มไม่ฝันอีกเลย
แต่ทุกปีในวันครบรอบไฟไหม้ เขาจะวางชามต้มจืด
หน้าบ้าน แล้วจุดธูป 2 ดอก
ไม่ใช่เพื่อไล่
แต่เพื่อบอกว่า...
“ยังจำได้นะ ว่าครั้งหนึ่ง ผีที่รักเราที่สุด... เคยเฝ้า รอเราทุกคืน”