หวังเหยาตั้งใจฟังสิ่งที่ลู่เซียนอธิบายเกี่ยวกับเคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์
"เริ่มเถอะ...ลู่เซียนพูดจบนางก็สะบัดมือหนึ่งครั้งเบาๆ ม้วนคำภีร์หนึ่งม้วนก็ลอยมาอยู่เบื้องหน้าของหวังเหยา
หวังเหยาเอื้อมมือไปหยิบม้วนคำภีร์มาถือไว้ แล้วมองไปยังลู่เซียน จากนั้นก็เอ่ยขึ้น
"อาจารย์..ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง..หวังเหยากล่าวคำมั่น พูดจบเขาก็นั่งลง หวังเหยาส่งพลังเวทย์เข้าไปยังม้วนคำภีร์
วูบบ..เสียงหน้าคำภีร์เปิดออก เกิดเป็ประกายแสงหมุนรอบตัวหวังเหยา
ส่วนลู่เซียนและไป๋หลาน เมื่อทั้งสองเห็นว่าหวังเหยากำลังเข้าสู่สมาธิและเรียนรู้เคล็ดวิชา ทั้งสองไม่ได้จากไป เพียงแต่นั่งมองดูเขาในมุมห้องเงียบๆ ไม่ส่งเสียงไปรบกวนสมาธิในการฝึกของเขา..
ภายในห้วงดวงจิตต์ของหวังเหยา..โลกเบื้องหน้าเขาตอนนี้ เป็ทุ่งหญ้ากว้างขวาง ไกลลูกหูลูกตา ห่างออกไปไม่ไกล มีต้นไม้ใหญ่ตั้งสูงตระหง่าน
มีชายชรานุ่งห่มอาภรณ์สีดำสนิท ผมขาวผอมแห่ง ยืนเอามือไผ่หลังที่โคลนต้น หวังเหยามองไปยังชายชรา และพิจารณาเขาอย่างละเอียด
หวังเหยาััได้ว่าชายชราที่อยู่เบื้องหน้า เป็เพียงเศษเสี้ยวดวงจิต ที่ชายชราทิ้งไว้เท่านั้น กลิ่นอายที่แผร่กระจายออกมาจากตัวชายชรา ให้ความรู้สึกกดดันดวงจิต
ผู้ใดที่อยู่ตรงหน้าชายชรา จักต้องก้มหัวขุกเข่าด้วยความนอบน้อม
"เยาวชนรุ่นหลังเอ้ย...เสียงแหบพร่าเสียดแทงดวงจิตต์จากชายชราเอ่ยขึ้น หวังเหยาจ้องมองไปที่เขา แล้วประสานมือคารวะ
"หมื่นสายธารหลั่งไหลเข้ามาใกล้..เส้นทาง์กีดขวางผู้ฝึกตน เหล่ามหาเวทย์ต่างล้มตาย รอเพียงมณีรัตน์บังเกิดขึ้น จักฝ่าฟันเส้นทางใหม่...เห้ออออ...ชายชราเอ่ยบทกวีแล้วถอนหายใจออกมา
"เ้าหนุ่ม...พูดจบชายชราก็หันหน้ามามองหวังเหยา ใบหน้าอันเหี่ยวย่นหนวดเคาสีขาวโพลน เขาจ้องมองมาที่หวังเหยาอย่างไม่ละสายตา
"ตัวข้านามว่า..จื่อเทียนตี้..
"นี่คือเศษเสี้ยวดวงจิตที่ข้าทิ้งไว้ไม่มีความรู้สึกนึกคิด..รอเพียงผู้มีวาสนาได้ผ่านพบ
"และนี่คือเคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์...เคล็ดวิชานี้ข้าเป็คนคิดค้นขึ้นมา..แต่น่าเศร้าใจ..เส้นทาง์กลับกีดขวางไม่ยอมรับผู้ใช้เวทย์ที่เดินเส้นทางนี้ ข้าเพียงหวังลึกๆ ว่าเยาวชนรุ่นหลังจักเบิกเส้นทางนี้ ไปอยู่จุดสุดของผู้ใช้เวทย์...ชายชรากล่าวอธิบายให้หวังเหยาฟัง
"ดูให้ดี...พูดจบชายชราก็แสดงท่าร่าง..พึบบบบ..เสียงพลังเวทย์ธาตุไฟก่อตัวขึ้นอยู่เบื้องหน้า
"แก้นแท้ของธาตุไฟดั้งเดิมมีเพียงคุณสมบัติแผดเผา..ชายชรากล่าว พึบๆๆ พลังธาตุไฟค่อยๆเปลี่ยนสี จากไฟสีแดงชาดบัดนี้ดวงไฟกำลังแปรเปลี่ยนเป็สีดำม่วง
"เมื่อเ้าเข้าใจหลักการณ์ของพลังธาตุ คุณสมบัติของพลังธาตุไฟ ไม่ใช่มีเพียงแผดเผาเท่านั้น ดูนี่..ชายชราวาดมือไปมา บังเกิดเป็ม้านปราการป้องกันพลังเวทย์
ชายชราชี้มือไปยังม้านพลังที่สร้างขึ้น ดวงไฟสีดำม่วงกระทบเข้ากับม้านพลัง เกิดเป็เสียง ฉีฉีฉีๆ... ม้านพลังป้องกันค่อยๆถูกกัดเซาะด้วยดวงไฟสีดำม่วง
"ดวงไฟสีดำม่วงถึงกับสามารถกัดเซาะพลังเวทย์ได้..หวังเหยาตกตลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ชายชราสะบัดมือหนึ่งครั้ง ม้านพลังก็หายไป จากนั้นเขาก็วาดมืออีกครั้ง บังเกิดเป็ร่างิญญาดวงหนึ่งขึ้น ชายชราชี้มือไปยังดวงไฟ ดวงไฟสีดำม่วงค่อยๆแปรเปลี่ยน เป็ไร้สี
ดวงไฟไร้สีไม่ได้ให้ความรู้สึกอันใด ร่างิญญาที่ถูกสร้างขึ้นโดยชายชรา กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว ใช่แล้ว ดวงไฟไร้สีนี้ มีความสามารถในการแผดเผาดวงจิตต์ดวงิญญานั้นเอง
"ตัวข้านั้นเข้าใจหลักการณ์ของพลังธาตุไฟได้เพียงเล็กน้อย ข้าเพียงสามารถยกคุณสมบัติของพลังธาตุไฟได้เพียงสอง ในอนาคตเ้าต้องพึ่งตัวเองในการเข้าใจหลักการณ์ของพลังธาตุ และยกเพิ่มคุณสมบัติของพลังธาตุเอง
"ถือสะว่านี่เป็เพียงเส้นทางที่ข้าได้ปูพรมไว้ก็แล้วกัน...ชายชราพูด
จากนั้นชายชราก็วาดมือออกไป ก่อเกิดเป็พลังธาตุน้ำ ชายชราชี้มือไปยังพื้นที่ว่าง เเก๊กๆ เเคร๊กก.. เสียงพลังธาตุน้ำค่อยๆก่อตัวเป็น้ำแข็งขาวใส
"ดูให้ดีเ้าหนุ่ม...ชายชราวาดมือออกไปอีกครั้ง บัดนี้พื้นที่หลายสิบลี้ ปรกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง... นี่คืออาณาเขตพลังธาตุ ภายในอาณาเขตนี้ ทุกสิ่งล้วนหยุดเคลื่อนไหว ความหนาวที่เสียดแทงกระดูก สามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งพลังเวทย์..
"เดิมธาตุน้ำคือของเหลว...แต่เมื่อเ้าเข้าใจหลักการณ์ ก็สามารถแปรเปลี่ยนจากของเหลวเป็ของแข็งได้
"ด้วยพลังแห่งธาตุน้ำ ทุกหมื่นสรรพสิ่งไม่มีสิ่งใดที่ข้าผนึกไม่ได้
นี่คือการยกระดับคุณสมบัติพลังธาตุ ชายชรากล่าวอธิบายให้หวังเหยาฟังอย่างละเอียด
และนี่คือขั้นที่หนึ่งของเคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์
"เ้าหนุ่มดูให้ดี..พูดจบชายราก็วาดมือทั้งสองขึ้น มือขวาคือไฟที่ลุกโชน มือซ้ายคือเหมันต์ที่เหน็บหนาว
จากนั้นชายชรานำมือทั้งสองเข้าประกบกัน ฟู๊ๆๆๆ เสียงพลังธาตุของไฟและน้ำกระทบและกำลังหลอมรวมกัน
พลังธาตุทั้งสองที่เป็ปรปักษ์กัน บัดนี้กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ผ่านไปไม่นาน บังเกิดเป็ลูกไฟขนาดใหญ่ สีแดงชาดอีกครึ่งเป็เหมันต์สีขาวโพลน
ภายในลูกไฟเหมันต์อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุ ลูกไฟปลดปล่อยกลิ่นอายร้อนละอุแผดเผา และหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก
ยิ่งพลังเวทย์ของผู้ใช้แข็งแกร่ง พลังธาตุของลูกไฟก็ยิ่งอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้าง..
เ้าหนุ่ม..นี่คือขั้นที่สองของเคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์..ส่วนขั้นสุดท้ายของเคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์ มีเงื่อนไขอยู่หนึ่งอย่างจำเป็ต้องมีพลังเวทย์ขั้นต่ำระดับปรมาจารย์เวทย์ขึ้นไป จึงจะสามารถเริ่มฝึกในขั้นสุดท้ายได้
"ดูให้ดี..พูดจบ ชายชราก็เหินขึ้นไปบนฝากฟ้า จากนั้นก็ขยับท่าร่างวาดมือไปมา ฉีฉีฉีๆๆ ดวงไฟลุกโหมกระหน่ำโซด่ไปทั่วรอบกาย
พรึบบ...จากดวงไฟแปรเปลี่ยนเป็ธารน้ำแข็งกระจายออกมาจากร่างชายชรา
"เ้าหนุ่ม..ในขั้นสุดท้ายของเคล็ดวิชานี้ ร่างกายคือสิ่งนำพา จุดตันเถียรคือบ่อเกิดพลังธาตุ พลังธาตุคือเ้า เ้าคือพลังธาตุ
"เคล็ดวิชานี้มีความลับประการหนึ่ง ที่จะบอกต่อผู้สืบทอด เมื่อใดก็ตามที่จุดตันเถียรเ้า มีพลังธาตุั้แ่ห้าธาตุขึ้นไป
เ้าจะบรรลุกายาธาตุปรมัตถ์ กายานี้เ้าจะอยู่ยงคงกระพัน แม้าเ็เจียนตาย ขอแค่เพียงเส้นชีพจรไม่ถูกทำลายโดยพริบตา
เ้าจะสามารถฟื้นฟูอาการาเ็ได้ ด้วยกายาธา
ตุปรมัตถ์และหายเป็ปกติได้...ในระยะเวลาสั้นๆ