“ยอรี่”
ลอเรนซ์อ้าอ้อมแขนออกรับเด็กน้อยที่วิ่งโร่ เข้าใส่สุดแรงพร้อมโยนสูงเรียกเสียงหัวเราะจากเด็กน้อย โรเวนหันไปช่วยรับข้าวของจากน้อง ๆ ทั้งสี่ที่พึ่งมาถึง โดยของส่วนใหญ่ก็เป็ของเฟรินน้อย
“เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้ว อย่างที่รู้ เราจะเดินทางด้วยกันทั้งหมดสองเกวียน เกวียนนำทางมีฉันกับ ไธนอลดูแล ส่วนอีกเกวียนอยู่ในการดูแลของ ลอเรนซ์และ ลูคัส ทำหน้าที่ดูแล เฟริน ประกอบด้วยห้าสาว คิล คาโล โร ครี้ด ไปกับเกวียนที่สอง ที่เหลือขึ้นเกวียนแรก”
ทุกคนแยกย้ายกันขึ้นเกวียนของตนเองเรียบร้อยแล้ว โรเวนก็เดินมาที่เกวียนที่สอง กวาดตามองรุ่นน้องทุกคนในเกวียน
“เกวียนนำจะดูแลความปลอดภัยแนวหน้า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นห้ามลงจากเกวียนจนกว่า ลูคัสกับ ลอเรนซ์จะอนุญาต ครี้ด คิล เป็แนวป้องกัน คาโล โร คอยสนับสนุน ห้าสาวช่วยกันดูแล เฟริน ลูคัส ลอเรนซ์จะเป็คนนำทีมพวกนาย ขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งด้วย ความปลอดภัยของ เฟรินขึ้นอยู่กับพวกนายแล้วในตอนนี้ เข้าใจ?”
โรเวนพูดด้วยเสียงเคร่งจริงจัง กวาดตามองรุ่นน้องที่เขาหวังพึ่งไว้มากกว่าพวกทโมนอีกเกวียน สายตาแน่วแน่จริงจังทำให้เขารู้สึกวางใจได้บ้าง
ทันทีที่ตกลงและวางแผนกันเสร็จสรรพ เกวียนน้อยทั้งสองก็เริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าทันที ภาพทิวทัศน์ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่เดินทางผ่าน จากภาพอาคารบนพื้นอิฐแดงปูลาดเป็ถนนดินแดงกับทุ่งนาเขียวขจีขึ้นสองข้างทาง ด้านข้างมีเกวียนหลากหลายแบบของเหล่านักเรียนเอดินเบิร์กที่พร้อมใจกันกลับบ้าน่ปิดเทอม บางคันแวะเข้ามาเทียบเกวียนทักทายพวกเขาบ้างบางครั้ง ทำให้เสียง เจี้ยวจ้าวได้ยินตลอดสาย ฟังดูอบอุ่นหัวใจ
เกวียนเริ่มโคลงเคลงเล็กน้อยเมื่อผ่านเขตชายแดนเอดินเบิร์ก ทำให้เ้าหนูน้อยเฟรินตื่นขึ้นมางอแง จ้าละหวั่น ลำบากบรรดาพี่เลี้ยงต้องคอยหาข้าวหาน้ำให้แทบไม่ทัน
“เฟริน แกนี่มัน ตื่นขึ้นมาก็กินเลยน่ะเว้ย”
คิลสบถอย่างเอ็นดู มองจานข้าวใบใหญ่เกือบเท่าจากข้าวผู้ใหญ่ตัวโต ๆ ที่กำลังจะหมดในไม่ช้าของเฟริน โดยมีเหล่านางฟ้าคอยประคบประงอม อย่างกับไข่ในหิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองสาวหัวหน้าชั้นปีที่ดูแลไม่ให้ห่างแม้แต่น้อย
“ก็ เฟริน อยู่ในวัยกำลังกินกำลังโตนี่ย่ะ ใช่มั้ยจ๊ะ เฟรินจ๊ะ” แองจี้หันมาเหวชายหนุ่มที่ทำหน้าเบ้ ก่อนหันไปหยอกล้อกับเด็กน้อยที่หัวเราะเอิ้กอ้ากด้วยความอารมณ์ดี
“ไม่ให้เป็เด็กบ้างให้มันรู้ไป”
ครี้ดพึมพำน้อยอกน้อยใจเบา ๆ แต่ดังมาก จนคนในเกวียนได้ยินกันทุกคน
“เอาจริง ดิ?”
คิลพูดติดตลก ดวงตาพราวระยับขี้เล่น ตบบ่าเพื่อนเบา ๆ ก่อนโดดไปเล่นหมากรุกกับโรข้างหน้าต่างไกลออกไปอีกด้านแทน
“ถ้านาย้า ฉันช่วยได้น่ะ”
เสียงหวานและรอยยิ้มพิมพ์ใจทำให้นักรบผู้ห้าวหาญน้ำลายหนืดคอ นึกถึงร่างของเพื่อนซี้ ะโวูบถอยหลังยกมือบาย ๆ ส่ายหัวหยิก ๆ เสียงหัวเราะในเกวียนดังลั่นจนผู้คุมทั้งสองมีปฏิกิริยาที่ต่างกัน คนนึงขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ ส่วนอีกคนกลับยิ้มอย่างอารมณ์ดีฮึมเพลงเล่นซะดื้อ ๆ
“นี่ ลอรี่”
ซาตานสะกิดคนข้าง ๆ พร้อมยกมือขึ้นท่วมหัว ลอเรนซ์เลิกคิ้วเป็เชิงถามพร้อมตีสีข้างม้าให้ควบไปข้างหน้าเร็วขึ้นอีก
“รู้สึกว่าแฟนคลับเฟรี่จะตามมาขอลายเซ็น หยุดรอสักหน่อยดีม่ะ”
ลอเรนซ์ขมวดคิ้ว สบถเบา ๆ ควบม้าขึ้นไปตีคู่กับเกวียนโรเวน ส่งซิกนิด ๆ เกวียนโรเวนก็ชะลอความเร็วลง กลายเป็เกวียนของพวกเฟรินขึ้นนำขบวนแทน ส่วนเกวียนโรเวนกลายเป็ฝ่ายปิดท้าย
“เฮ้ย ข้างในเตรียมตัวให้พร้อม”
ลอเรนซ์ะโสั่งเข้าไปในเกวียนพร้อม ตะบึงเกวียนเร็วขึ้น เลี้ยวไปตามทางลาดผ่านตัวเมืองทั้งหลายโดยไม่หวังชื่นชมความสวยงามของอารยะธรรมเมืองแม้แต่นิด
“เกิดอะไรขึ้น พี่”
ครี้ดโผล่หัวออกมาถามคนคุมเกวียนที่จู่ ๆ ก็เร่งรีบผ่านตัวเมืองเสียดื้อ ๆ แถมเกวียนของพวกเขาก็ขึ้นแซงเกวียนโรเวนมาอยู่ซะด้านหน้า
“เตรียมรับแขกอ่ะดิ ครี้ดดี้”
“อย่าเอาแต่เล่น ไอลูคัส”
ลอเรนซ์หันไปตะคอกใส่เพื่อนข้างตัวที่เห็นเป็เล่นไปซะทุกอย่าง ถ้าไม่ติดกับว่ามือไม่วาง ได้วางมวยกับมันไปแล้ว ถ้าจะโทธ ใครก็ต้องโทธ ไอ้หัวหน้าเฮงซวย ที่มันจับไองี่เง่านี่มาอยู่ด้วยกันกับเขา ให้ปวดหัวเล่นแบบนี้
“ง่า ลอรี่ล่ะ ก็”
“ไอลูคัส”
ครี้ดมองสองผู้นำเกวียนตาปริบ ๆ อย่างขอคำตอบ แต่ดูเหมือนตอนนี้ยังไงก็คงไม่ได้คำตอบมากกว่าเดิมอยู่ดี แถมรุ่นพี่ของเขาสองคนคงได้ ซัดกันในไม่ช้าอีกแน่ จึงถอนหายใจปลงตกหดคอเข้าไปอยู่ในเกวียนตามเดิมแต่โดยดี
“ว่าไงครี้ด เกิดอะไรขึ้น”
มาทิลด้าเอ่ยถามทันทีที่หัวของครี้ดเข้ามาอยู่ในเกวียนเรียบร้อยแล้ว ครี้ดเพียงแค่ไหวไหล่ไม่รู้เื่
“พวกนั้นคงตามมาแล้ว” โรเสนอความคิด
“ไม ถึงตามมาเร็วจังล่ะค่ะ”
เรนอนถามคำถามเดียวกับที่ทุกคนคิด แต่ก็เพราะไม่สามารถหาคำตอบได้ เฟลิโอน่าขยับไปหา เฟรินน้อย สวมสร้อยคอไข่มุกสีดำที่ชายหนุ่มมักสวมใส่เป็ประจำกลับเข้าที่และปรับสายให้พอดีกับเด็กน้อยเพื่อไม่ให้หลุดหายได้โดยง่าย
“สร้อยนั่น?”
เฟลิโอน่าสบดวงตาสีฟ้าของเพื่อนสาวก่อนจะแย้มยิ้มบาง ๆ ส่งให้เตรียมเลี่ยงคำถาม แต่เพราะกระแสคาดคั้นในดวงตาคู่นั้นกลับทำให้เธอต้องถอนหายใจปลง ๆ
“ไข่มุกรัตติกาล ของสำคัญของเฟรินน่ะ ฉันเก็บเอาไว้นานแล้วเลยคืนให้”
เฟลิโอน่าเอ่ยอย่างเป็เห็นเป็เื่สำคัญเท่าไรนัก
“ไข่มุกแสงจันทร์เป็ของประจำตัวเ้าชายแห่งเอเดนทุกคน เพื่อเป็ของหมั้นหมายให้แก่พระชายะในอนาคตของตน มีคุณสมบัติในการปรุงยาอายุวัฒนะที่ยอดเยี่ยมที่ผลิตโดยภูติของ สโนว์แลนด์ ส่วนไข่มุกรัตติกาล”
โรหยุดพูดฮึดใจ มองไปยังน้องสาวของเ้าชายเดมอสที่รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ แทนพี่ชายของตนที่ยังคงเป็เด็ก ไม่รู้หรอกว่าเ้าหมอนี่จะพูดอะไรบ้าง แต่ถ้ามันพูดเื่ไม่เป็เื่ขึ้นมา งานนี้คงจะจบไม่สวยแน่ โรกระตุกยิ้มคลายความกังวลแก่หญิงสาวก่อนจะหันมาอธิบายต่อ
“ไข่มุกรัตติกาลเป็ไข่มุกที่ผลิตโดยการลงมนต์และควบคุมกระแสเวทย์ ด้วยความร่วมมือกันของคนเคราะดำหุบเขาหัวกะโหลกกับโคมุสขั้นสูง คุณสมบัติของมันขึ้นอยู่กับผู้สวมใส่ว่าจะดึงคุณสมบัติอะไรออกมา แต่คุณสมบัติพื้นฐานคือปกป้องอาคมให้แก่ผู้สวม”
เฟลิโอน่าหันไปมองคนพูดที่หยุดจิบน้ำชายิ้ม ๆ อย่างพิจารณา ไข่มุกรัตติกาลเป็ข้อมูลขั้นสูงของราชวงศ์เดมอส มีเพียงคนในราชวงศ์เท่านั้นที่รู้กัน เธอเคยคิดว่าคน ๆ นี้รู้อะไรมากแต่ไม่นึกว่าจะล่วงรู้ถึงข้อมูลภายในของเดมอสได้ด้วย
“ปกป้องอาคม”
คาลิน่ามองไปยังเ้าของสร้อยที่คล้อยหลับไปแล้วในตักแม่มดสาว ดวงตาน้อย ๆ ปิดสนิทไม่รับรู้ถึงภัยร้ายที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
“งั้น ไอพวกนั้นก็ตามล่า ไอเฟรินจริง ๆ”
คิลเอ่ยขึ้นมาอย่างนึกขึ้นมาได้ มองหญิงสาวคนเดียวที่น่าจะรู้เื่อะไรมากที่สุดในเกวียนลำนี้ คาโลส่งสายตาดุ ๆ ปราม คิล
“คนที่ตามมามีจุดประสงค์อะไรยังไม่แน่ชัด แต่การป้องกัน เฟริน ไว้ก่อนก็เป็เื่ดีไม่ใช่ รึไง?”
คาโลเอ่ยสรุปตัดบท
“ก็จริง เฟรินยังเป็แบบนี้อยู่ เกิดอะไรขึ้นคงแย่”
มาทิลด้าสรุปบทสรุปสุดท้าย คิล ไหวไหล่มองเด็กน้อยเพื่อนซี้
“ถ้ามันเป็หมาคงดีกว่าเยอะ อย่างน้อยก็กัดได้
............................................................................................