< ปล่อยข้าออกไป !! > เสียงนี้ดังฟังชัดดั่งมีคนมายืนพูดกรอกหูอยู่ตรงหน้าตน
ชายหนุ่มจึงหันซ้ายมองขวากลับไม่พบคนสักผู้
' บ้านนี้ไม่เคยมีผีสิงนิ , หรือิญญาใครตามข้ามาเพื่อจะกลั่นแกล้งข้า ? ' ชายหนุ่มยังไม่หยุดมองหาต้นเสียงพยายามเงียบแล้วฟังหาต้นเสียง แต่เด็กหนุ่มก็ไม่พบใครสักคน
' หรือตาเฒ่านั้นจะรู้ความคิดข้า เลยส่งเสียงมาว่าข้าแต่ตาเฒ่านั้นจากที่เห็น ก็ไม่น่าจะเป็คนคิดเล็กคิดน้อยเช่นนั้น , ข้าคงจะหูแว่วไปเอง..แต่เสียงนั้นฟังชัดมาก ' ชายหนุ่มยิ่งคิดยิ่งสงสัย
' คิดมากไปก็ป่วยการ สงสัยข้าจะต้องนอนพักผ่อนสักหน่อย ' เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงเดินกลับไปที่เตียงของตน
< เ้าหนอนแมลง , เ้ากล้าเมินข้า..ปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้!! > ชายหนุ่มยังไม่ได้ล้มตัวลงนอนก็มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง < ถ้าข้าออกไปได้.. > เสียงที่ตนได้ยิน ยังไม่ได้พูดจบประโยคก็เหมือนมีบางอย่าง ดึงตนไปที่ที่หนึ่ง
โลกที่ปรากฏตรงหน้าชายหนุ่ม เป็โลกที่คุ้นเคยอย่างมาก ' สำนักภพจันทรา ? ' แต่แตกต่างตรงภายในไม่มีใครอยู่ ที่อยู่ตรงหน้ากับมีเพียงเด็กสาว อายุ 15 ย่าง 16 ที่หน้าตางดงามแฝงความดุดันนางตรงหน้าชายหนุ่มใส่ชุดเกราะออกศึกเต็มยศสีดำแดง ผมของนางผูกเป็หางม้าดวงตากลมโต แต่มีความมองเหยียดอยู่ภายในลูกตาคู่นั้นปากของนางถึงไม่ได้ทาสีสันอย่างสาวทั่วไปแต่มีความอวบอิ่มชายหนุ่มมองดูแล้วนึกสงสัย ' แม่นางผู้นี้คือผู้ใด ?'
“ ถ้าข้าออกไปได้ ฆ่าจะสังหารครอบครัวเ้าแล้วน้ำเนื้อพวกมันมาต้มให้เ้ากินเป็อาหาร ” หญิงสาวตรงหน้าตอนนี้อารมณ์ร้ายอย่างมากดวงตาดุดันคู่นั้นจ้องมาที่ชายหนุ่ม..ไม่มีความเป็มิตรแฝงอยู่ในตัวของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
" เ้าคือผู้ใด ? " ขณะที่ชายหนุ่มถามไปพลันนึกออกว่านางคือดวงจิตดวงนั้น บุตรสาวของนักพรตเฒ่า " หรือเ้าคือ หยางน่า ? " พอชายหนุ่มพูดจบหญิงสาวตรงหน้าพุ่งมาหมายจะเอาชีวิตชายหนุ่ม
" เ้าไม่มีสิทธิ์ เอ่ยชื่อข้า !! เ้าหนอนแมลง "พอนางพุ่งมาถึงตัวชายหนุ่มพลันมีโล่สีฟ้าอ่อน ขึ้นมาขวางกั้นไว้ทำให้แม่สาวน้อยไม่สามารถ ทำอะไรชายหนุ่มได้เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงแน่ใจแล้วว่านางคือ หยางซี อย่างที่ตนคิด
หญิงสาวจากที่โมโหโกรธาเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มได้พลันมีเพลิงโทสะ เพิ่มพูนมากขึ้นเป็เท่าตัวมือน้อย ๆ ของนางทุบโล่ฟ้าอ่อน ดัง ‘ ปัง ปัง ปัง ’ เสียทุบนั้นแฝงด้วยพลังมากมาย แต่ก็มิสามารถสร้างรอยขีดข่วนได้เลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นพลันโล่งอกโล่งใจไม่งั้นตนคงใช้ชีวิตที่สองไม่คุ้มเสียแล้ว
" ใจเย็น ๆ แล้วเรามาเดินชมสวนไป คุยกันไปดื่มด่ำบรรยากาศ ไม่ดีกว่าหรือแม่นาง " ชายหนุ่มเมื่อเห็นนางทำอะไรตนไม่ได้พลันพูดจาหยอกเย้าหญิงสาว " เริ่มเป็แนะนำตัวกันก่อนเป็อย่างไร ข้าชื่อ.."
" หุบปาก !! " หญิงสาวตวาดออกมาเสียงดังทำให้ชายหนุ่มถอยหลังไปหลายก้าว ' แม่นางผู้นี้ล้อเล่นไม่ได้จริง ๆ เลย ' ชายหนุ่มพลันคิดในใจ
หลังจากหญิงสาวตวาดชายหนุ่มไป เวลาก็ทิ้ง่ผ่านไปเนิ่นนานหญิงสาวหยุดที่จะทุบตี โล่สีฟ้านั้น ก่อนที่จะจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ แล้วหันหลังเดินกลับไปนั่งตรงม้านั่ง ข้างต้นไม้ใหญ่
ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้น จึงค่อย ๆ เดินตามหญิงสาวไปแต่ไม่กล้าที่จะนั่งข้างนาง ได้แต่จ้องมองเพื่อที่จะสำรวจหญิงสาว พยายามคิดว่าจะหาอะไรพูดกับนางดีเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดไปมากกว่านี้
" เ้ามีนามว่าอย่างไร " หลังจากเงียบกันมาเนิ่นนานหญิงสาวจึงถามชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า แต่นางไม่แม้แต่จะหันไปมองชายหนุ่มแม้แต่หางตาก็ไม่ชายตามองตน
เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้กล่าวอะไรตอบไปพลังจ้องมองนางไปเรื่อย ๆ ' ถามชื่อผู้อื่น ไม่แม้แต่จะชายตามองเหตุใดข้าต้องตอบคำถามเ้าด้วย '
เมื่อไม่มีคำตอบหลุดมาจากปากชายหนุ่ม หญิงสาวอารมณ์ร้อนผู้นี้จึงทุบโต๊ะด้วยความโมโหแล้วจึงหันไปมองชายหนุ่มอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่เดือดประทุออกมาบรรยากาศที่เงียบสงบเมื่อครู่ พลันกลับมาวุ่นวายอีกครั้งโต๊ะที่อยู่ตรงหน้านางพลันแตกสลายหายไป ราวกับไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นมาก่อน
แต่แล้ว โต๊ะที่ควรที่จะสลายหายไป กลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเหมือนเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้นมาก่อนชายหนุ่มพลันจ้องมองโต๊ะตัวนั้นด้วยความตะลึง ' โอ้ที่นี่มันเป็โลกแบบไหนกันแน่ '
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเมินตนเองไม่สนใจสิ่งที่นางถามหรือเกรงกลัวต่อสิ่งที่นางทำ หญิงสาวพลันลุกขึ้นมาอยากเร็วกระทืบเท้าจนทำให้พื้นหินแตก ก่อนจะชี้นิ้วไปที่หน้าชายหนุ่มก่อนจะกล่าวว่า "เ้ายังกล้าเมินข้า , แม่ของเ้าผู้นี้..ถ้าสามารถถึงตัวเ้าได้เมื่อใดเมื่อนั้นเ้าเตรียมตัวพบกับความทรมาน เกินกว่าเ้าจะพรรณนาได้เลย ล้างคอรอไว้ซะ!!"
' นางคงโดนตาเฒ่านั้น โอ๋มาแต่อ้อนแต่ออก ถึงได้มีนิสัยเช่นนี้ ' ชายหนุ่มเริ่มกังวลใจต่อ ภารกิจที่ตนได้รับมา "เ้าเป็เด็กที่เอาแต่ใจ จริง ๆ เลยเชียว " ชายหนุ่มพูดพลันทำมือเหมือนช่วยไม่ได้
เมื่อเห็นกริยาของชายหนุ่ม เด็กสาวพลันพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด" เด็ก ? อายุข้าสามารถเป็บรรพบุรุษเ้าได้หลายชั่วโคตร "
เมื่อเด็กสาวตรงหน้าพูดจบชายหนุ่มจึงคิดกลับไป ' เป็บรรพบุรุษข้า ? บ้านบิดาเ้าสิดูอย่างไรก็เด็กสาวตัวเล็ก ที่อีกไม่กี่ปีก็ออกเรือนได้แล้ว ' ชายหนุ่มพลันคิดต่าง ๆ นานา ก็พลันพูดกลับไปว่า " แม่สาวน้อย ข้ารู้ว่าเ้าโดนตามใจมาแต่เด็กแต่เ้าไม่ควรที่จะพูดจาโกหกต่อ พี่ชายคนนี้..รู้ไหม "
" บังอาจ !! "เมื่อพูดจบหญิงสาวพลันะเิพลังปราณของตนเอง ทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวนางพลันอันตรธานหายไป " ข้า หยางซี บุตรี แห่ง ...........ผู้ดำรงตำแหน่ง..........แห่งอาณาจักร.......... ข้าสาบานว่าถ้า..."เมื่อหญิงสาวกล่าววาจาออกมา จะมีบาง่คำที่เสียงนางไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ทำให้หยางซีพลันเงียบลง พลังปราณที่ปล่อยออกมาพลันหายไป
' ทำไมนางไม่สามารถพูดบาง่บางคำออกมาได้ ?' เด็กหนุ่มพลันสงสัย ' หรือเป็ตาเฒ่านั้นไม่อยากให้นางบอกข้าว่าตนเองเป็ผู้ใด'
หญิงสาวพอรู้สึกตัวพลันะโออกมาเสียงดัง " เ้าพ่อไม่ได้เื่ เป็ท่านใช่หรือไม่ที่จัดการเื่ทั้งหมดนี่ "เสียงที่ตอบนางกลับมามีแต่ ความเงียบสงบ ไม่มีวาจาอันใดตอบนางกลับมา
นางพลันสงบจิตใจของตนเอง แล้วกลับมานั่งที่ม้านั่งหินที่เพิ่งจะกลับมาอีกครั้งหลังจากนางปล่อยพลังปราณเมื่อครู่ก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียง ที่ยังมีโทสะปนอยู่หน่อย ๆ "เ้าเล่าทุกอย่างให้ข้าฟัง " หญิงสาวจ้องมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาเหยียดตามเดิมแต่ แฝงด้วยความเหนื่อยใจ
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเดินไปนั่งม้านั่งฝั่งตรงข้ามนางโดยไม่สนใจสายตาที่นางมองตน ก่อนจะกล่าวว่า "ข้า ซี ว่าง ปัจจุบันคือ จี้ ว่าง
...... " ชายหนุ่มเล่าสรุปเื่ราวที่ตนพบตั่งแต่ได้พบกับพ่อนางทั้งหมด
เมื่อเด็กหนุ่มเล่าทุกอย่างจบ บรรยากาศต่าง ๆกลับมาเงียบตามเดิมอีกครั้ง ชายหนุ่มพยายามจ้องมองไปในตาของหญิงสาวเพื่อหวังว่าจะรู้อะไรบางอยากจากในตากลมโตคู่นั้นได้บ้าง
ผ่านไปเนิ่นนาน หญิงสาวพลันพูดออกมาเบา ๆ " เ้ากลับไปก่อน" หญิงสาวพูดเสียงอ่อนแรง ขณะใช้ความคิด
ชายหนุ่มพอได้ยินพลันพูดทวนคำพูดนาง " ให้ข้าออกไป ?.. เ้ากล้าไล่ข้า ? " ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงงุนงงก่อนจะไล่อารมณ์มาเป็ขุ่นเคือง
หญิงสาวพลันตวาด " ออกไป !! "ไม่มีโอกาสให้ชายหนุ่มพูดสวน จู่ ๆ ก็เหมือนมีอะไรมาเตะตนเองออกจากโลกแห่งิญญาของตน
พอชายหนุ่มออกมาก็ล้มกลิ้งลงบนพื้น ดังโครมก่อนจะลุกขึ้นแล้วพูดไปในโลกิญญา < เ้ากล้าไล่ข้าออกจากโลกิญญาของข้า !! ผู้อื่นอุส่าใจดีให้เ้าอาศัยอยู่ แต่เ้ากลับไล่ข้า !!> ชายหนุ่มพูดด้วยอารมณ์โกรธจัด แต่อย่างไรก็ไร้การตอบกลับจากหญิงสาว
ชายหนุ่มยังไม่ทันพูดต่อ กลับก็มีเสียงเรียกตน " คุณชายว่างได้เวลาอาหารเย็นแล้วเ้าคะ "
ชายหนุ่มจึงหยุดตนเอง แล้วเดินไปตามทางที่ตนเอง เหมือนจะคุ้นเคยขณะเดินไปก็พลันก่นด่าหญิงสาวอยู่ในใจ
พอออกมาก็พบว่าเวลาค่ำแล้ว พอไปถึงโต๊ะอาหาร ก็เห็นครอบครัวของตนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว
บ้านของตนในภพนี้ ประกอบไปด้วย บิดา มารดา น้องชายของตนและข้ารับใช้อีก 6 คน
ทุก ๆ คนทำให้ ตนเองรู้สึกคุ้นเคยแบบแปลก ๆตัวเด็กหนุ่มยังไม่ชินกลับความทรงจำต่าง ๆ ในภพนี้เท่าไหร่ เลยมีความรู้สึกแปลก ๆปนอยู่เล็กน้อย
เมื่อมารดาเห็นบุตรชายตนเอง จึงรีบถามขึ้นมา " ได้พักผ่อนแล้วรู้สึกดีขึ้นไหมว่างเอ๋อร์ " น้ำเสียงของมารดาตนเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนเป็ห่วงเป็ใย
ชายหนุ่มรีบนั่งลงที่โต๊ะแล้วกล่าวตอบมารดาตนเองแล้วพอทุกคนมากันครบ เหล่าข้ารับใช้ต่าง รีบนำอาหารออกมาจัดวาง ทุก ๆอย่างที่อยู่บนโต๊ะ ต่างเป็ของโปรดของตนเอง ' น่าแปลกไม่ว่าจะ ซีว่าง หรือ จี้ว่าง ต่างชอบอาหารแบบเดียวกัน ' ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ
ในระหว่างรับประทานอาหาร น้องชายของตน จี้เฟิง ก็ได้เล่าเหตุการณ์ภายในวันนั้นให้ทุกคนทุกผู้ฟังเื่การไปตกปลาของตนเอง พ่อของตนก็ได้เล่าเื่งานของตน ให้คนในครอบครัวฟังบรรยากาศเหมือนครอบครัวแสนสุขทั่วไป แต่ทันใดนั้น ซีว่าง ก็มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาตนเอง
' ท่านอาจารย์ ข้ามีครอบครัวแล้ว แถมยังเป็ครอบครัวที่ทั้งรักและเป็ห่วงข้าด้วย... , ถ้าท่านเห็นข้าในตอนนี้ท่านคงจะยิ้มยินดีไปกับข้าเป็แน่แท้ ' ในภพก่อนเด็กหนุ่มเป็เด็กกำพร้าที่อาจารย์เก็บตนมาเลี้ยงแต่อ้อนแต่ออก ถึงแม้อาจารย์ของตนจะรักและเอ็นดูตนปรานบุตรของตนเองและตนเองก็รักและเคารพอาจารย์ดั่งพ่อ ผู้ให้กำเนิดแต่ภายในใจของตนก็ยังถวิลหาที่จะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ดั่งคนทั่วไป ซึ่งตอนนี้ตัวมันก็สามารถมีอย่างใครเขาเสียที
" ว่าเอ๋อร์ ลูกเป็อย่างไร เหตุใดลูกถึงมีน้ำตา "เมื่อเห็นบุตรตนมีน้ำตาไหลอาบแก้มผู้เป็มารดาจึงรู้สึกเป็ห่วง จึงกล่าวถามต่อบุตรชายของตนเอง
พอทุกคนได้ยินที่จี้ฮว่ากล่าวจึงหันไปมองเด็กหนุ่ม พอทุกคนหันมามองเด็กหนุ่มจึงกล่าวว่า " ลูกไม่ได้เสียใจอันใดข้าเพียงแต่ซึ้งใจในโชคชะตาตัวเองที่ ได้เกิดมามีพ่อแม่ที่เป็ห่วงข้าและมีน้องชายที่น่ารักน่าเอ็นดูคนนี้ , รวมถึงพวกท่านด้วยนะ" ชายหนุ่มกล่าว พร้อมมองไปทั่วห้องที่เต็มไปด้วยข้ารับใช้ของตนเอง
พอเห็นพี่ชายตนเองตอบแบบนั้น เด็กน้อยพลันสำลักและตอบกลับไปว่า" ท่านแม่ข้าว่า ท่านพี่ป่วย , ปกติชอบบ่นว่าข้าทั้งซนและพูดมาก .. ข้าว่าตามท่านหมอฮว่างมาตรวจดูให้แน่ใจดีหรือไม่ "พอพูดจบบิดาของเด็กน้อยพลันเอามือขยี้หัวตนเอง แล้วกล่าวต่อซีว่างว่า "เดือนหน้าก็วันเกิดอายุครบ 18 ของพี่เ้าแล้าข้าว่าพี่เ้าอยากจะอ้อนของบางอย่างมากกว่า "
พอได้ยินที่บิดาของตนกล่าว ซีว่างจึงเช็ดน้ำตาและตอบกลับไปว่า" ท่านพ่อนี่รู้ทันข้าตลอดเลย "
เมื่อมารดาเห็นบุตรตนเองตอบพลันยิ้ม และเฝ้ามองเด็กหนุ่มแต่ในดวงตคู่งามนั้นก็ยังมีสายตาของความเป็ห่วงแฝงอยู่
พอทานข้าวกันเรียบร้อย ทุกคนต่างแยกย้ายเข้าห้องของตนเมื่อชายหนุ่มถึงห้องของตน ก็ยังไม่ได้นอน พลันนั่งคิด เื่ราวต่าง ๆที่เกิดขึ้น ' ท่านอาจารย์..ข้าทำถูกหรือไม่ที่มาแย่งชีวิตแสนสุขของคนผู้หนึ่งไปจากมัน... ' จริงอยู่ที่ภพนี้ตนเป็ดั่งคนพิการ ไม่สามารถฝึกวรยุทธได้แต่นอกเหนือจากนั้นทุกอย่างเป็ดั่งที่ตนเคยวาดฝันไว้
เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนซีว่างจึงได้เข้านอน...ระหว่างที่นอนซีว่างก็ได้ฝันถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นตอนที่ตนถูกไต่สวนความผิดรอบ ๆ ตัวชายหนุ่มมีแต่ผู้คนกล่าวหาว่าตนผิด ชายหนุ่มได้แต่พูดคำเดิมซ้ำ ๆ ' ไม่ใช่ข้า ' ซ้ำไปวนมาหลาย ๆรอบจนทำให้ตนเองตื่นขึ้น พร้อมกับหยาดเหงื่อที่ไหลลิน
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง พลันสังเกตที่หน้าต่าง ก็ทราบว่ายังไม่เช้าแต่ตนนั้นไม่ได้อยากจะนอนต่อ จึงเข้าไปในโลกิญญาของตนเอง
พอเข้าไปถึงโลกิญญาชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่า ในโลกิญญาของตน ่เวลาจะเหมือนกับโลกด้านนอกจึงยังไม่เช้าเช่นกัน ชายหนุ่มได้มองหาสาวน้อย ก็พบสาวน้อยนอนอยู่บนเชื่อเส้นเดียว เชือกเส้นนั้นสูงจากพื้น 1 เมตร ผูกระหว่าง ต้นไม้ 2 ต้น ' เหตุใดนางจึงมิเข้าไปในตำหนักใหญ่มีห้องนอนมากมายให้นางได้เลือกสรร '
ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ ๆ หญิงสาวพลันคิดในใจ ' ตอนหลับก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่พอตื่นมาน่ากลัวเป็บ้าเลย ' ชายหนุ่มสำรวจร่างของหญิงสาว ซึ่งตอนนี้เป็ดังลูกแมวตัวน้อย ๆไม่มีพิษภัย นางยังใส่ชุดเกราะเต็มตัวอยู่ ' สงสัยข้าต้องหาเสื้อผ้าให้นางเปลี่ยนสักชุด สองชุด '
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เบนสายตามาที่เรือนร่างของหญิงสาว ' น่าเสียดายชุดเกราะนี้ไม่สามารถมองเห็นเรือนร่างของเ้าได้เด่นชัดนัก ' ชายหนุ่ม เบนสายตาขึ้นมาถึงใบหน้าของหญิงสาว ' ต้องหาเครื่องอาบน้ำมาให้นางบ้างแล้ว มอมแมมยิ่งนัก เสียดายใบหน้าที่งามนี้เสียจริง '
จู่ ๆ หญิงสาวพลังลืมตาแลมองมาที่ตน ซีว่างด้วยความเป็บุรุษที่มีความกล้าหาญดั่งชายชาตรี องอาจเหนือผู้ใด..พลันหวีดร้องเหมือนหญิงสาวที่โดนแอบดูใต้กระโปรง “ ว๊ายยยยยย ” หลังจากโชว์ความเป็ชายชาตรีของตนนั้น ก็พลันถอยหลังไปหลายก้าว
หญิงสาวพลันลุกขึ้นจากเปลเชือกพูดจาด้วยโทสะ “ เ้า...ทำ...อะ...ไร ” เน้นย้ำทุกคำที่กล่าวออกมาพลันค่อย ๆ เดินปรี่เข้าหาชายหนุ่ม