ตอนที่ 7 เคียงหมอน (1)
“เอาสิ ข้าจะพักผ่อนเดี๋ยวนี้” ซ่งจื่อเฉินพยักหน้า เลิกคิ้วเล็กน้อย มองคนที่ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ทั้งยังเตรียมตัวทำความเคารพแล้วถอยออกไป จึงรีบคว้าข้อมือเขาไว้ “นี่ก็ดึกมากแล้ว นอนเสียที่นี่เถอะ”
“แต่ว่า...”
มู่ชิวอดรู้สึกตะลึงเล็กน้อยไม่ได้ หันมองสายตาที่เจือไปด้วยความคาดหวังของซ่งจื่อเฉิน สุดท้ายก็มิได้เอ่ยปฏิเสธ จำขานรับพร้อมรอยยิ้มบางๆ อย่างจนปัญญา ตบมือของซ่งจื่อเฉินที่จับข้อมือของเขาไว้แน่นเบาๆ คล้ายปลอบโยน “ท่านอ๋องรอสักครู่ กระหม่อมจะไปเรียกให้บ่าวรับใช้ยกน้ำร้อนเข้ามา สรงน้ำก่อนค่อยพัก”
ซ่งจื่อเฉินจ้องตามู่ชิวอยู่สักพัก เห็นเขาสีหน้าเป็ธรรมชาติไม่เหมือนจะฉวยโอกาสหนีถึงได้ปล่อยมือ หากแต่กระทั่งตัวเองก็ยังรู้สึกว่าไร้เดียงสาเสียจนน่าขัน จึงอดหัวเราะพลางส่ายหน้าไม่ได้ “ได้ๆ รีบไปเถอะ พวกเราอาบด้วยกันแล้วค่อยเข้านอน”
อย่างไรเสียมู่ชิวก็เป็คนสุขุมอ่อนโยน เมื่อถูกซ่งจื่อเฉินพูดตรงๆ เช่นนี้ก็ใบหน้าแดงระเรื่อ กระแอมด้วยความเคอะเขิน ขานรับเสียงเบาแล้วรีบสาวเท้าออกไป ซ่งจื่อเฉินราวกับค้นพบบางอย่างที่น่าสนใจก็มิปาน มองใบหูของมู่ชิวที่มีเืฝาดอย่างนึกสนุก แววตาแฝงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ในความทรงจำของเขา มู่ชิวเป็คนที่รู้จักวางตัวและเคารพนอบน้อมอยู่เสมอ น้อยครั้งที่จะแสดงความรู้สึกให้เห็น ไม่คิดเลยว่าจะชวนให้รู้สึก...น่ารักได้ขนาดนี้
มิรู้ว่าเป็เพราะคำพูดของซ่งจื่อเฉินเมื่อครู่หรืออย่างไร แม้แต่การปรนนิบัติสรงน้ำเช่นยามปกติมู่ชิวก็ทำได้ค่อนข้างช้า ซ่งจื่อเฉินมองแก้มของเขาที่แดงระเรื่อท่ามกลางไอน้ำ อดหวั่นไหวไม่ได้ จับข้อมือของคนตรงหน้าดึงเข้าหาตัวโดยที่ไม่สนว่าอีกฝ่ายยังสวมเสื้อตัวในอยู่ มืออีกข้างโอบหลังคอของเขาแล้วประทับรอยจูบ
มู่ชิวไม่ได้ตั้งตัว ทำได้เพียงรีบยันมือกับขอบอ่างไม้เอาไว้เพื่อพยุงร่างกายให้มั่นคง ซ่งจื่อเฉินบรรจงจูบอยู่สักพักจึงหยุด เห็นคนตรงหน้าทำท่าทางตื่นใแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทว่าก็มิได้จงใจก่อกวนอีก “เอาละๆ ซ้ายขวาอาบพอประมาณแล้ว เ้าเองก็รีบเรียกให้คนเอาน้ำมา อาบเสร็จแล้วจะได้พักผ่อน ไม่ต้องช่วยข้าแล้ว”
มู่ชิวขานรับ แต่กลับยังคงหยิบผ้าผืนใหญ่มาเช็ดร่างกายให้ซ่งจื่อเฉินตามความเคยชิน ซ่งจื่อเฉินมองมู่ชิวที่ยืนชะงักอย่างหาดูได้ยาก จึงอดรู้สึกอยากขำไม่ได้ เขารับผ้าเช็ดตัวแล้วก้าวออกจากอ่างไม้ ะโเรียกน้ำมาให้มู่ชิวแล้วฉวยโอกาสเอี้ยวตัวไปจูบริมฝีปากอีกฝ่าย “รีบหน่อย ข้ารออยู่”
จนกระทั่งเข้าไปแช่ในน้ำร้อน มู่ชิวก็ยังคงรู้สึกหน้าแดงหัวใจเต้นเร็ว ความรู้สึกที่อยู่ตรงหน้าอกทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่เป็อย่างมาก หัวใจเต้นเร็วกว่าครั้งนั้นมากทีเดียว การควบคุมลมปราณที่เมื่อก่อนเขาภาคภูมิใจราวกับใช้การอะไรไม่ได้อีกต่อไปอย่างสิ้นเชิง
ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกจูบ และไม่ใช่ครั้งแรกที่แตะเนื้อต้องตัวร่วมเตียงเคียงหมอน แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ครั้งนี้ถึงได้เกิดความรู้สึกลนลาน ใบหน้าร้อนผ่าวจนน่าใ อาจเป็เพราะท่าทีของคนผู้นี้แตกต่างจากทุกครั้ง หรืออาจเป็เพราะ...ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้แล้วว่า ท่านอ๋องของเขาเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ใบหน้าที่เจือด้วยความสุขุมพาให้รู้สึกน่าเชื่อถือ ยามดึงเขาเข้าไปกอด เพียงออกแรงก็มิอาจขัดขืนได้ เขาทำอะไรไม่ถูกต่อความเปลี่ยนแปลงของท่านอ๋อง ทว่าก็มิอาจปฏิเสธความพอใจที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ
มุมปากของมู่ชิวยกขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกตเห็น ก่อนลดต่ำลงในทันที มู่ชิวยกมือปิดปาก รู้สึกถึงความหวานที่อยู่ในลำคอ ฝ่ามือแดง แววตาที่แต่เดิมอมยิ้มพลันหยุดชะงัก แปรเปลี่ยนเป็ความขื่นขมและหมองหม่น
เขาเกือบลืมไปแล้วเชียว เขาไม่อาจ และไม่ควรมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับท่านอ๋องของเขา
คำพูดบางอย่างสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้บอกท่านอ๋องของเขา ก็เหมือนกับที่เขาไม่เคยบอกใครว่าท่านอ๋องสามเคยใช้เื่ยาถอนพิษมาข่มขู่ให้เขาทรยศผู้เป็นาย และเขาก็ไม่มีทางบอกท่านอ๋องว่า ยาถอนพิษที่ช่วยระงับอาการได้ชั่วคราวเ่าั้ แท้จริงแล้วถูกลดปริมาณยาไปกว่าครึ่งนานแล้ว ถึงขนาดที่ภายนอกมีเพียงรูปลักษณ์เป็ยาเม็ดเท่านั้น เขาฝึกกำลังภายในเพื่อระงับพิษพวกนั้นมาตลอด แต่กลับยังคงรู้สึกได้ว่าพิษรุนแรงที่อยู่ในร่างกายได้กัดกร่อนทำให้อ่อนแอลงทุกวัน บางทีไม่รู้ว่าวันไหนเขาจะล้มลง ไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นมาได้อีก แม้จะไม่ตาย ทว่าช้าเร็วก็จะกลายเป็หมากที่ท่านอ๋องสามใช้ข่มขู่ท่านอ๋อง
เขาอยู่ข้างกายท่านอ๋องเพื่อปกป้องท่านอ๋อง ไม่ว่าซ่งจื่อเฉินจะคิดอย่างไร เขาก็ไม่มีทางยอมรับตัวเองที่ไร้ความสามารถเช่นนั้น
ดังนั้นเขาก็แค่คิดว่าในขณะที่ตัวเองยังมีแรงยืนได้อย่างมั่นคง ยังหวดกระบี่ได้ ก็จะขออยู่กับท่านอ๋องให้นานอีกหน่อย ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีดึงคนที่ต้องปกป้องคนนั้นไปอยู่ข้างหลัง ก่อนจุดจบของชีวิตจะมาถึง เขาจะเป็ฝ่ายหายไปเอง ไปจากที่นี่ ไปยังที่ที่ไม่มีใครรู้ ในเมื่อการแยกจากเป็สิ่งที่ถูกกำหนดไว้อยู่ก่อนแล้ว เดิมทีเขาก็ไม่ควรถลำลึกไปพร้อมกับท่านอ๋อง เพื่อที่จะได้ไม่เพิ่มความโศกเศร้าเมื่อวันนั้นมาถึง
ทว่า...สุดท้ายก็ทำไม่ลง
มู่ชิวยิ้มอย่างขมขื่นอยู่เงียบๆ เอามือปิดปากพยายามไอให้เสียงเบาที่สุด อวัยวะภายในราวกับถูกแผดเผากองรวมกัน มีของเหลวอุ่นๆ ที่ผสมกลิ่นคาวทะลักขึ้นมาตรงลำคอ ทะลุการสกัดกั้นของซี่ฟัน หว่างนิ้วเลอะของเหลวสีแดงสด เขาจับขอบอ่างแน่น พยายามประคองตัวให้นิ่ง ร่างกายกลับรู้สึกหนาวเป็ระลอกอย่างมิอาจควบคุม ยาถอนพิษครั้งก่อนเป็ของปลอม เขารู้ได้ั้แ่นำเข้าปาก เพียงแต่อดทนไว้ไม่อยากให้คนผู้นั้นเป็ห่วง พยายามใช้ลมปราณกดการพลุ่งพล่านของโลหิตในกายลงไป ยามนี้กลับเอาไม่อยู่อีกต่อไป