ฉลามคลั่งรัก 14 : เพื่อนเก่าที่มาใหม่
#ฉลามคลั่งรัก
ผมถอนหายใจดวงตาจับจ้องมอนิเตอร์ที่ไม่มีสัญญาณเกี่ยวกับทีมกู้ภัยเลยสักนิดแนชลีย์พยายามทำทุกทางให้เราติดต่อกับทีมนั้นได้ทว่าไม่ว่ายังไงก็ไม่มีการรับสายหรือโต้กลับ แย่กว่านั้นคือตอนนี้เริ่มมืดค่ำถ้าเกิดพวกเขาโผล่มาตอนนี้จะลำบากกว่าตอนกลางวันเป็ล้านเท่า
เพราะเราจะไม่สามารถมองเห็นดายกับดีแลนได้ดีเท่าที่ควร
“ทางศูนย์ใหญ่บอกว่าพวกเขายังไม่กลับไป” จอร์แดนบอกมือถือโทรศัพท์ดาวเทียมที่เรามีไว้ใช้รับสัญญาณความช่วยเหลือจากคนบนฝั่ง “เห็นบอกว่าออกมาั้แ่ตอนกลางวัน พวกเขาเองก็ติดต่อไม่ได้”
“หวังว่าคงจะไม่มีเื่ไม่ดีอะไรเกิดขึ้นนะ”
“แนชลีย์”เ้าของชื่อรีบหลุบตาต่ำเมื่อเอริคปรามด้วยเสียงเข้มใส่ ผมส่ายหน้าเลียปากเล็กน้อยพลางครุ่นคิดว่าจะเอายังไง
การจะเสี่ยงออกไปตามหาคนที่อยู่กลางมหาสมุทรไม่ต่างจากการเดินเข้าปากเมกาโลดอน
“ไม่มีสัญญาณเรือล่ม และก็ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิต” สตีฟคีย์ข้อมูลลงคอม มันปรากฏภาพดาวเทียมที่เป็ผืนน้ำทั้งหมดทุกอย่างยังคงปกติ แตกต่างตรงที่ประจำผมจะเห็นแทร็กเกอร์ที่ติดตัวเ้าสองพี่น้องนั้นเคลื่อนไหวอยู่ด้วยกัน“เอ่อ...ผมบอกไปหรือยังว่าแทร็กเกอร์ติดตัวดีแลนกับดายพังผมว่ามันน่าจะกัดกันหรืออะไรสักอย่าง”
“แปลว่าเราจะต้องยิงแทร็กเกอร์อันใหม่ตามตัวมันใช่ไหม” ผมหันไปถาม เ้าตัวเลยยิ้มแหยใส่
“อยากให้ผมไปเตรียมของให้ไหม?”
“พูดเหมือนคุณจะลงไปยิงมันเอง”
“อ๊ะ!”
“เราทำกันวันนี้ไม่ได้มันดึกเกินไปและอันตราย คุณคงไม่อยากให้ใครตายเพิ่มใช่ไหมสตีฟ” ผมเลิกคิ้วใส่ ยียวนกวนประสาทให้เขาส่ายหน้าคอแทบหลุด
“ไม่แน่นอนครับคุณโซล ผมอยากเห็นทุกคนอยู่ด้วยกันนาน ๆ จนแก่เฒ่าเลยครับ !”เขาโพล่งเสียงดังรั้งให้ผมพยักหน้าตอบ “งั้นไว้พรุ่งนี้ผมจะจัดอุปกรณ์ให้นะครับแล้วค่อยมาคุยกันอีกทีว่าใครจะลงไปยิง”
“ผมว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าใครจะลงไป”
“แฮะ ๆ...”
“คุณแค่เตรียมอุปกรณ์ไว้ ผมจะจัดการเอง”
“รับทราบครับ” เขาขานรับเหมือนพวกทหารก่อนจะกลับไปทำงานต่อไม่มีใครในที่นี้เข้าใกล้เ้าสองตัวนั้นได้มากเท่าผม บอกตามตรงแค่คิดว่าจะลงไปพวกเขาก็ตัวสั่นกันยิ่งกว่าเ้าเข้า เพราะงั้นผมจะไม่เอาพวกเขาไปเสี่ยงต่อให้ผมจะยังเคืองเื่ที่เกิดขึ้นอยู่ก็ตาม
แต่เวลานี้ผมใจเย็นลงมากคงมีผลมาจากผมกำลังคิดบางอย่างอยู่
ดวงตากวาดมองไปทั่วห้องควบคุมขณะยกแขนขึ้นมากอดอกเวลานี้ผมเงียบขรึมกว่าทุกทีมาก ทุกคนคงเข้าใจว่าผมยังโกรธอยู่จึงไม่มีใครกล้าล้อเล่นกับเ้าของศูนย์วิจัยทั้งที่ความจริงผมกำลังจะลืมเื่นั้นไปแล้วสนใจเื่ที่คิดอยู่แทน
ใครคือหนอนบ่อนไส้ในทีมเรา?
กึก
“กาแฟ” เอริคยื่นแก้วสีขาวมาให้ในนั้นมีหยาดเข้มที่ผมกินไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ มันจะถูกใช้เฉพาะตอนที่ผมทำงานดึก ๆหรือจำเป็ต้องโต้รุ่งเท่านั้น ผมเมินเขา มองจอมอนิเตอร์ขณะที่เขาถอนหายใจใส่ “คุณจะปัดแก้วผมทิ้งก็ได้ แต่ถ้าจะอยู่ทำงานด้วยกันผมว่าคุณควรกินสักอึก”
“...”
“หรือจะให้ผมไปเอานมมาให้แทน ?” เขาเลิกคิ้วนั่นทำให้ผมอยากจะทำตามที่เขาบอก ทว่าหากทำตอนนี้ผมคงจะดูร้ายกาจไม่ต่างจากตอนมาเท่าไหร่อีกอย่างไม่ใช่แค่ผมที่เขาเอามาให้ เขากับโอเว่นยังชงไปให้คนอื่นด้วย
เพียงแค่เอริคเป็คนเอามาให้ผมเองก็เท่านั้น
“ขอบคุณ” ผมกล่าวอย่างไม่เต็มใจรับแก้วกาแฟมาถือไว้พร้อมกับจิบมันนิดหน่อยให้กาเฟอีนไหลลงคอแม้ว่าเวลานี้ผมอยากจะได้บุหรี่สักมวนก็ตามได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ คาดว่าเขาคงพอใจที่เห็นผมลดทิฐิลงได้
มันก็แค่เพื่อให้งานเดินต่อไปเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้นตอนผมไม่อยู่” ผมเปิดประเด็นจำเป็ต้องทำลายความเงียบงัน “นอกจากเื่จุดกระจายสัญญาณและเรืออับปางมีเื่อะไรที่ผมต้องรู้อีก”
“เื่โลมาที่หลุดหนีไป”
“หา ?”
“ผมไม่แน่ใจว่าคุณสังเกตไหม แต่บ่อโลมามันว่างไปแล้ว”คิ้วผมขมวดกันมุ่ย จำได้ว่าตอนที่วิ่งเข้ามาผมรู้สึกว่าบ่อปลาของผมมีบางอย่างหายไปแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ มัวแต่นึกโกรธว่าใครเล่นงานศูนย์วิจัยผม วินาทีนั้นผมเบิกตาโตมองหน้าเอริคที่ถอนหายใจ “เหมือนมันจะะโหนีไป”
“ทั้งฝูงเลยเหรอ ?”
“ประมาณนั้น” เขาไหวไหล่สีหน้าบ่งบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้มาก “พอเดินไปที่บ่อก็เจอแค่คราบเืกับความว่างเปล่า”
“มันคงโดดเข้าปากฉลาม” จอร์แดนส่ายหน้าเขาทำหน้าสยองราวกับภาพนั้นยังติดตาเขาอยู่ “ดายกับดีแลนจ้องจะกินพวกมันอยู่นานนี่ไม่รู้ว่าวาฬที่เราเลี้ยงไว้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่”
“นานเท่าที่มันจะอยู่ได้”
“…”
“ส่วนเื่โลมา...ไม่ช้าก็เร็วก็คงต้องโดนอยู่ดี” ผมพ่นลมหายใจสัตว์น้ำที่นี่ย่อมกลายเป็เหยื่อของเมกาโลดอน ไม่ว่าจะสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ตราบใดที่ทะเลยังมีเ้าสองพี่น้องว่ายวนเวียนอยู่ยังไงพวกมันก็ต้องโดนกินอยู่วันยังค่ำ
ก็ไม่ต่างจากคนเรานั่นแหละ เวียนว่ายตายเกิดเป็เื่ธรรมดา
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้งทุกคนอาจจะกำลังไว้อาลัยให้เ้าโลมาพวกนั้นอยู่พลันพวกเราก็สะดุ้งเมื่อเรดาร์ตรวจสอบถึงสัญญาณของอะไรบางอย่าง
ติ๊ด ๆ !
“มีเรือกำลังแล่นเข้ามา” แนชลีย์ว่าพร้อมคีย์ข้อมูลลงไป“เป็เรือเร็วขนาดใหญ่ ใกล้ศูนย์วิจัยเข้ามาแล้วค่ะ”
“ติดต่อทางเรือบอกว่าให้ไปจากที่นี่ซะ”
“ต้นทางปิดการสื่อสาร อีกห้าสิบเมตรจะถึงพวกเรา !”
“บ้าจริง !” ผมสบถรีบกระชากประตูห้องควบคุมตรงไปที่ด้านหน้าสั่งคนให้เปิดไฟฉายแสงหาเรือที่แนชลีย์ว่าเพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าพวกเขาเข้ามาที่นี่ไม่ได้ผมเงียบ ฟังเสียงเครื่องยนต์ว่ามาจากไหนและกวาดตามองหาดายกับดีแลนที่เราหาตัวมันไม่ได้
ประจำระบุตำแหน่งได้ก็โคตรอันตรายทว่าตอนนี้แทร็กเกอร์ที่ติดตัวดันพังไป...
เราตรวจสอบไม่ได้เลยว่ามันโผล่มาจากตรงไหนกัน!
“สั่งคนงานกระจายกำลังให้ทั่วศูนย์วิจัยหาเรือลำนั้นก่อนเมกาโลดอนเจอพวกเขา !”
“ครับ !” จอร์แดนกับสตีฟที่วิ่งตามมาทีหลังขานรับรีบเรียกคนงานแถวนั้นส่องไฟหา ผมเลียปาก เสยผมขึ้นอย่างเครียดจัดอยากถามตัวเองวันละหลาย ๆ ครั้งว่ามีวันไหนไหมที่จะได้อยู่อย่างสงบโดยไม่ต้องมานั่งเครียด นั่งกังวลว่าฉลามจะฆ่าใครตาย ผมกลืนน้ำลายลงคอจับขอบรั้วขณะส่องไฟฉาย
ผมได้ยินเสียงเรือที่เข้ามาใกล้แต่เหมือนมันจะมีมากกว่าหนึ่งลำ
“บ้าเอ๊ย อยู่ตรงไหนนะ”
“โซล”
“อ๊ะ !”
“เรือนั่นปิดสัญญาณการติดต่อ แนชลีย์แฮคข้อมูลแล้วเขาก็ไม่รับสาย” เอริควิ่งมาหา ในมือถือไอแพดที่แนชลีย์ติดตั้งตัวสื่อสารเอาไว้มันปรากฏภาพวงกลมสามจุดแทนเรือที่เคลื่อนไหว มันกำลังเข้ามาใกล้ทั้งที่ไม่ควรทำ “เปิดไว้แค่เรดาร์หาตัวให้เราระบุตำแหน่งได้”
“แบบนี้ก็เหมือนพาตัวเองมาตายพวกเขาไม่รอดแน่ถ้าเข้ามาที่นี่”
“แล้วเราจะเอาไงขับเรือไปขวางพวกเขาดีไหม ?”
“ทำแบบนั้นคนของเราจะตาย เสียงเครื่องยนต์จะยิ่งดึงดูดความสนใจเมกาโลดอน”
“แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น ทางไหนก็ต้องมีคนตายทั้งนั้น” ผมหลุบตาต่ำพยายามคิดหาทางว่าเราทำอะไรได้ จริง ๆ ผมชอบไอเดียของเอริคนะแต่มันก็เสี่ยงเกินไปไม่รู้ว่าถ้าเราขับเรือออกไปรับ ใครจะเป็ผู้โชคร้ายกันผมไม่อยากเอาคนของผมไปเดิมพันกับเ้าสัตว์ที่เอาแน่เอานอนทางอารมณ์ไม่ได้
ทว่าในตอนที่เรากำลังคิดหาทางออกอยู่นั้นจู่ ๆ หน้าจอไอแพดก็ปรากฏข้อความที่ทำเอาผมต้องย่นคิ้วใส่มันคือแมสเสจจากเรือที่เราติดต่อไป
หากแต่เนื้อความที่แสดงไว้กลับทำผมพยายามคิดว่าใคร...
‘มารับอาหน่อยไหม คนดี :)’
ใครกันที่ทักทายผมว่า‘คนดี’
“คุณโซลครับ มีเรืออยู่ทางนั้น !”
“..!!” ผมสะดุ้งสุดตัวตอนที่พนักงานคนหนึ่งวิ่งมาหาชี้นิ้วไปตรงจุดที่แสงไฟจากบนเครนั์สาดความสว่างให้ แรกเริ่มมันเป็เพียงเงารางๆ จากที่ไกล ๆ ทว่าพอมันเข้ามาใกล้ผมก็ต้องเบิกตากว้างใส่ดวงตาจับจ้องที่ครีบยาวของดาย
มันแหวกหยาดใสไปหาเรือแล้ว!
“บ้าจริง!” ผมสบถ ถ้ายังยืนอยู่อย่างนี้เราคงช่วยพวกเขาไว้ไม่ได้ซ้ำร้ายแสงจากไฟอีกดวงยังฉายให้เห็นครีบยาวอีกอันที่ว่ายไปหานาทีนั้นผมรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเรายังคงนิ่งเฉยไม่ยอมหาทางช่วยพวกเขา
พลันผมก็คิดออกว่าอะไรจะรั้งพวกมันไว้ได้
“เอริค คุณอยู่เฝ้าที่นี่ไว้”
“แล้วคุณจะไปไหน ?”
“ผมจะไปเปิดโซนาร์ล่อพวกมันไปห้องตัวเอง”
“เดี๋ยว...!” ไม่รอให้เขารั้งผมก็รีบวิ่งเข้าไปศูนย์วิจัยตรงดิ่งไปที่ห้องผม เผลอกดรหัสผิดถูกด้วยความลน ดีที่ยังมีสติดีอยู่เลยเข้ามาได้ผมเปิดไฟสว่างเปลี่ยนสีมันไปมาเป็การดึงดูดความสนใจ ใต้ทะเลผมมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกมันได้ต่อให้จะน้อยนิดเนื่องจากเวลานี้ดึกแล้วก็ตาม
ผมรีบเปิดลำโพงเร่งโซนาร์เสียงวาฬจนสุด มันดังพอที่จะทำให้คนบนบกหูทะลุแต่อยู่ในน้ำมันจะดึงดูดพวกนักล่า ผมเลียปากภาวนาขอให้พวกมันสองตัวว่ายกลับมาเสียงอันน่าสงสารของลูกวาฬที่ผมอัดไว้เป็ชนวนที่ล่อดายกับดีแลนมาติดกับอยู่หลายครั้งผมใช้เรียกเวลาพวกมันหายตัวไป และตอนนี้ผมก็ต้องใช้ล่อพวกมันเอาไว้
ห้องของผมอยู่ลึกพอที่จะไม่ทำให้พวกมันขึ้นไปฆ่าคนตายอย่างน้อยก็จนกว่าที่เรือพวกนั้นจะหายไป
“อยู่ไหน พวกแกอยู่ไหนกัน”
ปึง !
ผมทุบมือกับกระจกพยายามมองหาว่าสองพี่น้องอยู่ไหนผมได้ยินเสียงความวุ่นวายแว่วมาแต่ไกล คาดว่าบนบกน่าจะเกิดอะไรสักอย่างผมหันขวับไปมองประตูที่เข้ามา พลางคิดว่าควรจะขึ้นไปดูด้วยดีไหมแต่ถ้าดีแลนกับดายมาที่ห้องผมแล้วไม่เจออะไร...
ห้องข้างใต้ทั้งหมดจะเต็มไปด้วยรอยฟันทันที
“ดาย ดีแลน” ผมกัดฟันเสยผมอย่างเครียดจัดเมื่อพบว่าพวกมันไม่มาสักทีเอาหูแนบกับกระจกเพื่อฟังว่าโซนาร์ที่เปิดไว้ทำงานไหม ซึ่งผมก็ได้ยินเสียงวาฬร้องแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกมันไม่มาหา
กระทั่งตอนที่ผมกำลังจะหมุนตัวกลับขึ้นไปช่วย้าหางตาผมก็แวบเห็นบางอย่าง
ผมรั้งตัวเองกลับมามองมัจจุราชั์ตาทั้งสองจับจ้องมาที่ผมราวกับมองดูเหยื่ออันโอชะ ผมเลียปากถอนหายใจที่ในที่สุดพวกมันก็ลงมาสักที ทว่าแทนที่ทะเลจะสงบนิ่งเมื่อแหงนหน้ามองผิวน้ำผมกลับเห็นเรือลำหนึ่งแหวกสายน้ำมาแต่ไกล
มันพุ่งเข้าไปหาศูนย์วิจัยนั่นเลยทำให้ผมรีบหยิบไวเลสมาต่อสัญญาณหาเอริคเพราะมันควรจะแล่นออกไปไกลสิ ไม่ใช่เข้ามาที่นี่
ผมสบตากับดายอีกทีประจวบเหมาะที่เอริคตอบกลับมาว่า
[เรือล่มไปสองลำโซล รอดแค่ลำเดียว]
ว่าไงนะ...
ผมแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินมันทำให้ผมรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนปล่อยให้เ้าสองตัววุ่นอยู่กับโซนาร์ที่ผมเปิดทิ้งไว้ไม่สนใจว่ามันจะพยายามพังห้องผมเข้ามาขนาดไหนผมจำเป็ต้องขึ้นมาดูว่ามันก่ออะไรไว้แสงไฟสาดไปทั่วเลยมองเห็นซากเรือที่พังอยู่ไม่ไกลไม่ต้องเดาว่าสูญเสียกันไปเท่าไหร่
เวลานี้คงไม่มีใครอยากประเมินค่าความเสียหายของมัน
“คุณโซล”
“จอร์แดน” ผมเอ่ยชื่อคนที่เดินมาแตะแขนผม เลยต้องรีบดึงสติเข้ามาในร่าง “รีบส่งเรือไปตรวจสอบหาผู้รอดชีวิต ตอนนี้ดายกับดีแลนถูกล่ออยู่ที่ห้องผมมันจะไม่ไปไหนจนกว่าเสียงวาฬจะหยุดลง”
“เราเองก็ไม่ต้องไปเหมือนกันครับคุณโซล”
“…”
“ไม่มีใครรอดครับ” ผมนิ่งงัน หัวใจวูบโหวงเวลาได้ยินคำนั้นผมนึกว่าเราจะช่วยพวกเขาทั้งหมดให้รอดตายได้ แต่มันกลับไม่เป็อย่างนั้นดายกับดีแลนเร็วกว่าผมหลายเท่า มันไปทำลายเรือก่อนที่ผมจะล่อพวกมันมา
โชคดีของเรือที่ไม่โดนโจมตีใส่ไม่งั้นผมคงปิดข่าวไม่ไหว
แค่นี้ก็ไม่รู้จะทำไงแล้ว
“แล้วเรือที่รอดอยู่ที่ไหน?”
“อยู่นี่ไง”
“อ๊ะ!”
“อายังไม่ตายนะโซล:)” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นทำผมสะดุ้งหันขวับไปมองด้านหลังั์ตาสบกับเ้าของดวงตาสีเทา เขากำลังยกยิ้มแม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีใครยิ้มออกทั้งนั้น“ไม่เจอกันตั้งนานโตขึ้นเยอะจนอาแทบจำไม่ได้”
“นี่คุณ...เป็ใคร?”
“อาริชาร์ดไง”
“…”
“เพื่อนของพ่อเธอ” ผมนิ่งชะงักกวาดตามองใบหน้าคนที่อ้างแบบนั้นพยายามประมวลผลว่ามีเพื่อนพ่อคนไหนบ้างที่ผมยังติดต่ออยู่ส่วนใหญ่พวกเขาก็ล้มหายตายจากกันไปเยอะ ยิ่งผมไม่ขึ้นบกอยู่แต่กลางทะเลและตัดการติดต่อต่าง ๆ พวกเขาก็ไม่รู้ถึงการมีชีวิตของผม
แต่ผู้ชายคนนี้กลับถ่อสังขารมาหาผมและผมก็นึกออกว่าเมื่อก่อนตอนผมยังเด็ก ๆ มีเพื่อนคนหนึ่งที่พ่อไว้ใจ
ถ้าผมจำไม่ผิดชื่อของเขาน่าจะเป็...
“ริชาร์ดไวฟ์ เพื่อนที่ทีมวิจัยของคุณพ่อน่ะเหรอ ?”
“ใช่เธอจำได้แล้ว” เขายิ้ม หัวเราะเบา ๆ ขณะที่ผมขมวดคิ้วใส่เท่าที่ผมจำได้คืออาริชาร์ดเป็เพื่อนสมัยเรียนของคุณพ่อแล้วก็มาทำงานในศูนย์วิจัยเดียวกันก่อนที่พ่อจะลาออกมาสร้างEDS และตัดขาดทุกอย่างที่พี่น้องหรือเพื่อนจะตามหาตัวเจอได้
แต่เวลาขึ้นฝั่งผมก็จะเจอกับเขาเป็ประจำเว้นตอนที่พ่อตาย...
ไม่มีเค้าลางว่าเขาจะมางานศพพ่อกับแม่เลย
“ฉันอยากเจอเธอมาตลอดเลยนะให้คนสืบหาตั้งนานว่าเธอหายตัวไปอยู่ที่ไหน”
“...”
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาอยู่ที่ศูนย์วิจัยอานึกว่ามันถูกทำลายไปแล้วซะอีก” เขาทาบมือลงกับแขนผม บีบเบาๆ คล้ายกับคนเห็นใจ ผมหลุบมองมือเขา ความอบอุ่นแลดูจะไม่แผ่มาถึงจิตใจคนที่สามารถยิ้มได้ทั้งที่คนของตัวเองตาย ผมว่าไม่ใช่คนที่ดีเท่าไหร่
ต่อให้จิตใจจะเข้มแข็งแค่ไหนมันก็ไม่น่าจะเก็บอารมณ์ได้
นี่มันเหมือนกับเขารู้ว่าที่นี่มีอะไรเลยเตรียมใจมาแล้ว
“แต่อาดีใจนะที่รู้ว่ามันยังอยู่นั่นแปลว่าสิ่งที่พ่อเราสร้างไว้ไม่ได้สูญหาย”
“อาพูดเหมือนมีจุดประสงค์อะไร”
“…”
“อาตามหาตัวผมเพราะอะไรครับ” ผมสบตากับเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาอย่างไม่อ้อมค้อมดึงมือเขาออกประจวบเหมาะกับที่เขากระตุกยิ้มใส่ “การที่อาถ่อสังขารมาหาผมถึงที่นี่ผมว่าอาคงไม่ได้คิดถึงผมอย่างเดียวหรอกใช่ไหม”
“คนดีเธอช่างฉลาดเหมือนพ่อเธอไม่มีผิด”
“อะ...”
“แต่อาคิดถึงเธอจริงๆ เลยดิ้นรนมาหา” เขาตบบ่าผมลูบเรือนผมราวกับว่าเราสนิทกันมาก “ไม่งั้นอาคงไม่ยอมเสียลูกเรือที่พามาไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง”
“อาหมายความว่าไง?”
“ก็ฉลามพวกนั้นไง”
“!!!”
“อามาทวงมันคืน” สีหน้าของริชาร์ดไม่มีการล้อเล่นเลยสักนิดต่อให้เขาจะยิ้มอยู่ก็ตามกลับกันมันเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ระคนจริงจังที่พาให้ผมต้องขมวดคิ้วใส่ทวนคำนั้นพลางคิดว่าเขาหมายความว่าไงที่บอกว่ามาทวงมันคืนในเมื่อเมกาโลดอนพวกนั้นเป็ของผมมาตลอด และไม่เคยเป็ของคนอื่น
ขนาดพ่อผมพวกมันก็ยังไม่เคยเป็ของท่านโดยสมบูรณ์
“อาหมายความว่าไงบอกว่ามาทวงมันคืน” ผมถามท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาด้วยความไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน “อามีสิทธิ์อะไรที่จะมาเอาฉลามของผมไป”
“สิทธิ์ของเพื่อนพ่อเธอไง”
“ว่าไงนะ”
“และสิทธิ์ของครอบครัวพวกมัน”รอยยิ้มของอาเต็มไปด้วยความไม่น่าไว้ใจโดยไม่เฉลยหรืออธิบายอะไรเพิ่มเติม ปล่อยให้ผมประมวลผลว่า ‘สิทธิ์ของครอบครัวพวกมัน’ที่ว่ามีนัยแฝงว่าอะไร
เท่าที่ผมรู้ั้แ่เกิดมาดายกับดีแลนไม่เคยมีครอบครัวที่ไหน พ่อแม่มันตายไปนานมากถึงผมจะไม่มีข้อมูลในส่วนนั้นก็บอกได้ว่ามันไม่มีญาติที่ไหนอีกอย่างเขาจะมาอ้างว่าเป็สิทธิ์ครอบครัวได้ไงในเมื่อเขาเป็มนุษย์
และเขาไม่เคยเลี้ยงดูพวกมัน
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะศึกษามันเพื่อเอาไปพัฒนาต่อ”
“นี่อาจะเอาพวกมันไปฆ่างั้นเหรอ !”
“เปล่าคนดี อาบอกว่าจะเอาไปศึกษา อีธานคงไม่ได้บอกอะไรเธอเลยสินะว่าพวกมันมีค่ามากกว่ามนุษย์แค่ไหน ถ้าเราทำการวิจัยมันได้เราก็จะพบกับขุมทรัพย์ชิ้นใหม่ของท้องทะเล” เขาหัวเราะขณะที่ผมเบิกตากว้างใส่การเอาไปวิจัยแล้วพูดแบบนั้นแปลว่าเขาจะเผยแพร่เื่ที่มันมีชีวิตอยู่ให้คนทั่วโลกรับรู้ว่าพวกมันยังไม่ตาย
และถ้ามีคนรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหนหรือว่าเป็ของใครผมสาบานได้ว่าทะเลจะคลั่ง และพวกมันจะสูญพันธุ์ของจริง
“อาเชื่อว่าเื่นี้จะทำเงินได้มหาศาล”
“อาคิดจะหากินกับพวกมันงั้นเหรอ ทั้งที่พ่อผมพยายามปกป้องมันมาตลอด”
“สิ่งที่อาทำก็คือการปกป้อง แค่เรามองคนละมุมก็เท่านั้น” ริชาร์ดทอนรอยยิ้มลงแล้วถอนหายใจใส่ทำท่าเหมือนรำคาญที่จะต้องเสวนากับผมเต็มทน “ถ้าเรายอมให้อาพาตัวมันไปอาจะแบ่งกำไรให้ อามั่นใจว่ามันเยอะกว่ามรดกที่พ่อแม่เธอทิ้งไว้ให้ซะอีก”
“นี่อาคิดว่าผมหน้าเงินเหมือนอางั้นสิ”
“โซล”
“กรุณาเอาความคิดแย่ ๆ พวกนั้นออกไปจากบ้านผมด้วยครับ” ผมตอบกลับ ดึงมือเขาออกแล้วดันให้พ้นตัวไปจอร์แดนกับเอริคเลยรีบมาขนาบข้างผมไว้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาจะอยู่ข้างผมต่อให้คนตรงหน้าจะมีอิทธิพลมากมายก็ตาม
แต่อำนาจของริชาร์ดไม่ได้ถูกบัญญัติในสถานที่ที่พ่อผมเป็คนสร้างนั่นเท่ากับว่าเขามีค่าไม่ต่างจากคนงานที่นี่เลย
“ระหว่างเดินทางอาคงได้อิ่มน้ำทะเลไปมากเลยไม่รู้ว่าตัวเองพ่นอะไรออกมาจากปาก”
“นี่”
“ถ้าอามาที่นี่เพื่อเอาพวกมันไปล่ะก็ อากลับไปดีกว่า เพราะนอกจากอาจะไม่ได้พวกมันไปแล้วอายังจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปหาลูกเมียอีก”
“คิดจะขู่กันงั้นเหรอโซล อากำลังเสนอทางรวยให้เธออยู่นะ”
“เผอิญผมไม่ค่อยได้ใช้เงินน่ะครับ”
“…”
“และผมก็รักครอบครัวตัวเองมากกว่า” ผมเหยียดยิ้มมาดร้ายส่งผลให้อีกฝ่ายถลึงตาใส่“อีกอย่างไม่ว่าอาจะอ้างเหตุผลหรืออ้างสิทธิ์อะไรอาก็จะไม่มีวันได้พวกมันไป เพราะมันเป็ของผม”
“ของเธอทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิ์น่ะเหรอ ?”
“แล้วอามีสิทธิ์มากน้อยต่างจากผมยังไง”
“โซล...!”
“ผมเลี้ยงพวกมันมาตลอดระยะเวลาที่พ่อตาย แต่อาไม่เคยโผล่มาด้วยซ้ำขนาดงานศพพ่อผมอายังไม่มา แล้วจู่ ๆ จะมาทวงมันคืนได้ไงมันไม่ถูกต้องและไร้ยางอายที่สุด” คำพูดของผมทำริชาร์ดแทบจะเข้ามาตบปากผมให้ตายดีที่คนของเขาห้ามไว้เช่นเดียวกับสองหนุ่มที่เอาตัวมากันผม
บอกตามตรงว่าผมไม่กลัวเขาเลยต่อให้เขาประทุษร้ายผม ผมก็ไม่ว่าแต่ถ้าเขาคิดว่าทำผมแล้วสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยก็คงต้องคิดใหม่
ดีแลนกับดายจะฆ่าเขาให้ตายร่างของเขาจะถูกฉีกกระชากจนเส้นเอ็นทุกส่วนฉีกขาดหยาดเืจะย้อมทะเลให้กลายเป็สีแดงฉานเขาจะไม่ได้แม้แต่นึกถึงใบหน้าคนรักก่อนจะตายด้วยซ้ำผมยกยิ้มฉายชัดถึงความหยิ่งทระนงที่ทำเขาเืขึ้นหน้า
“อามาที่นี่เพราะรู้ว่าพวกมันมีชีวิตอยู่ผมไม่รู้หรอกนะว่าอารู้เื่พวกมันแค่ไหน แต่ผมจะไม่มีวันยกมันให้ใคร”
“งั้นเรามาต่อรองกันไหม”
“หา ?”
“ถ้าเธอให้อาศึกษามันภายในสามวันแค่สามวันเท่านั้น แล้วอาจะเล่าความลับทุกอย่างของมันให้ฟังหมดเลย”ราวกับหมาจนตรอกที่ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ริชาร์ดดันลูกน้องออกไปเพื่อคุยกับผมที่เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า “อารู้ว่าเธอมีหลายเื่ที่สงสัยมากมายแต่เธอหาคำตอบไม่ได้เพราะข้อมูลที่พ่อเธอเก็บไว้หายไปในวันที่พ่อเธอตาย”
“อารู้ได้ไงว่าข้อมูลมันหายไปในวันที่พ่อผมตาย”
“อะ...”
“ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังนะเื่นี้”