หลังจากแยกย้ายกลับมายังที่พักของตนเองแล้ว ทั้งลี้เฟยและหลงชิงเอ๋อ ต่างออกมาหลังที่พักของตนเองบนเชิงเขา เพื่อฝึกััปราณธาตุอากาศ และปราณธาตุลม
ท่านาุโบอกว่า กายาดวงดาว เป็ท่าร่างการเคลื่อนไหว ข้าขี่กระบี่บินได้จากฐานกายาดวงดาว เพราะกระบี่ขี่บนธาตุอากาศ ดังนั้น ที่าุโบอกคือ ข้าต้องััธาตุอากาศให้ได้เอง จากนั้นข้าก็จะสามารถเหยียบย่างได้เอง โดยใม่ต้องใช้วัตถุใด ๆ ในการเคลื่อนที่ และเมื่อเข้าถึงเจตจำนง ข้าย่อมสามารถดึงธาตุรอบตัวเข้ามาและทำให้ข้าเคลื่อนไหวเหมือนนกบินได้จริง
ข้าเข้าใจแล้ว หลงชิงเอ๋อครุ่นคิด พร้อมรวมพลังกายาดวงดวงเพื่อเคลื่อนย้าย ขณะที่เคลื่อนย้าย หลงชิงเอ๋อ สังเกตการเคลื่อนไหวของมวลธาตุอากาศ ทว่ามองไม่ออก ข้าจะทำอย่างไรดี
ทันใดนั้น นางก็คิดถึงสภาะวะที่มีฝนฟ้าคะนอง มีลมพัด เราจะสามารถเห็นสิ่งต่าง ๆ ปลิวไปมา ลอยไปมาอยู่บนอากาศ ได้การละ จากนั้นจ้าวหยานเอ๋อจึงออกไปที่ลานดินหลังหุบเขา พร้อมส่งพลังกระแทกออกไปที่ดิน ต้นไม้ และหินผา ฝุ่นกระจัดกระจายไปทั่ว จากนั้นจึงเห็นการปลิวของสิ่งต่าง ๆ ผ่านฝุ่นที่กระจาย จึงพิจารณาระดับของพลังธาตุในแต่ละจุด ข้าเริ่มจากจุดนี้ก่อน หลงชิงเอ๋อคิดพร้อมสังเกตและทดสอบจิตััของตนเองผ่านกายาดวงดวง
ในส่วนของลี้เฟยเองก็เข้าไปในป่าอสูรที่เชิงผาอีกด้านหนึ่ง ข้าจะจับััอากาศธาตุ และธาตุลมได้อย่างไรกัน เมื่อนกบินในอากาศ นอกจากตัวมันเบาแล้วมันก็บินได้ ไม่ว่าจะฝนตก ฟ้าร้อง ลมพัด มันก็ยังบินได้ แสดงว่าร่างกายมันจะต้องรู้ว่า มันมีธาตุอากาศและธาตุลมที่เป็ตัวส่งให้มันบินได้เร็วและช้าเป็ตัวร่วมด้วย
แต่ว่าถ้าเป็สัตว์ขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมา เช่น ั หรือ กิเลนบิน หรือ ฉยงฉี ก็มีขนาดใหญ่ น้ำหนักตัวมาก และก็บินได้สูง บินได้เร็ว ช้าเช่นเดียวกับนก แสดงว่า สัตว์เหล่านี้ จะต้องรับรู้ถึงธาตุอากาศได้เช่นกัน ส่วนธาตุลมเป็สิ่งที่เราสามารถััได้อยู่แล้ว ไม่ยากเกินไป ดังนั้น ข้าต้องรู้ว่า ธาตุอากาศอยู่ที่ไหน ตรงไหนที่มีมาก มีน้อยก่อน ลี้เฟยนั่งคิดในใจ และมองดูฝูงนกที่บินกันเป็กลุ่ม ผ่านไปหลายกลุ่ม
เอ๊ะ ... อันที่จริง ข้ามีัลี้และัทะยานที่ฝึกมา ัลี้มุ่งเน้นความเร็ว ัทะยานมุ่งการขับเคลื่อน หรือว่าแท้จริงแล้ว เคล็ดที่ข้าฝึกัลี้และัทะยานสามารถนำมาเป็ฐานการฝึกปราณบินได้ ลี้เฟยคิดและส่งพลังปราณจักระัออก จากนั้นจึงออกพึ่งทะยาน โดยนำพลังทั้งสองส่วนมาประสานกันส่งไปใน้าศรีษะ เพื่อดูการเคลื่อนไหว พร้อมวิ่งทะยานขึ้นไปถีบที่หินผา และกระแทกพลังที่ขาส่งตัวเองด้วยัทะยานอีกครั้ง ทำให้ลี้เฟยอยู่กลางท้องฟ้า ระดับความสูงต้นไม้
ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้ ในการขับเคลื่อนพลังัทั้งสอง แม้จะต่างวิชา ต่างจุดประสงค์ ทว่า เมื่อนำมาใช้ ข้าสามารถพุ่งทะยาน และกระโจนในท้องฟ้าในระดับต่าง ๆ ได้ แต่ข้าไม่เคยสังเกตว่า ขณะที่เคลื่อนที่ในท้องฟ้า หากข้าใช้ััั ข้าจะรู้ว่าข้าควรจะไปทางไหน เพราะถ้าธาตุอากาศแน่น ข้าสามารถเหยียบย่างไต่ระดับขึ้นหรือลงได้ แต่หากความหนาแน่นของธาตุอากาศมีน้อย ข้าสามารถใช้ัลี้ผสมผสาน พุ่งทะยานตัวออกไปได้เร็วขึ้น เหมือนกับไม่มีอะไรขวางกั้นนั้นเอง
ลี้เฟยทำความเข้าใจในทักษะที่ทดลอง แต่เมื่อใดที่ธาตุอากาศมีน้อย ข้าจะไม่สามารถเหยียบย่างได้ ข้าจึงตกลงมาเช่นนี้ ดีที่ไม่สูงเกินไป ข้าต้องลองใหม่ ลี้เฟยทดลองทำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง พบว่า เมื่อไม่มีธาตุอากาศมากพอ จะต้องใช้ัลี้และัทะยานสลับกัน เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว และหากมีธาตุลมมาเสริมมากหรือน้อย ก็จะทำให้การเคลื่อนที่ได้ผลลัพ์ที่แตกต่างกันออกไป
แล้วหากข้าใช้จิตมายามาช่วยจะได้หรือไม่กันหนอ ปกติการใช้จิตมายาจะต้องใช้พลังปราณโดยการเข้าฌาณสมาธิให้ได้ ระดับ อากาสานัญจายตนะ ซึ่งจะช่วยทำจิตให้มีความว่างเปล่าคืออากาศไม่มีที่สิ้นสุดเป็อารมณ์ หรือสภาวะว่างเปล่า จิตจะแข็งแกร่ง ประโยชน์คือ จิตััจะยิ่งบริสุทธิ์และรวดเร็วดั่งใจนึก
ในเวลานี้ ข้าสามารถใช้ัลี้และัทะยานเพื่อไต่ระดับการเคลื่อนที่ของข้าขึ้นไปยังท้องฟ้าได้ ข้าสามารถใช้จิตัััของข้าร่วมกับัทะยาน ทำให้ข้ารู้แล้วว่า ธาตุอากาศอยู่ที่ใด ธาตุลมอยู่ตรงไหน เคลื่อนที่ในทิศทางใดได้แล้ว ความจริงแล้ว ข้าน่าจะสังเกตได้ั้แ่ข้าฝึกัลี้และัทะยานแล้ว จากนี้ไป ข้าจำเป็ต้องละเอียดให้มากกว่านี้แล้ว
แต่ว่า หากข้า้าใช้จิตมายาเข้ามาช่วย ข้าจำเป็ต้องเข้าฌาณระดับอากาสานัญจายตนะให้ได้ในพริบตา หรือถ้ายังไม่ได้ ข้าต้องทำให้เร็วที่สุด ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องทดลองก่อน จากนั้นจึงเข้าฌาณทันที ไม่นานจิตนิ่งเป็สมาธิชั้นสูงไต่ระดับจนถึงระดับอากาสานัญจายตนะ ลี้เฟยจึงคงฌาณสมาธิไว้ และพิจารณาสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และเมื่อพิจารณาลึกและนานขึ้น ทำให้เห็นธาตุอากาศและธาตุลมอย่างชัดเจน มองเห็นการเคลื่อนที่ของธาตุทั้งสอง และความแ่าของธาตุทั้งสองอย่างแม่นยำ
ลี้เฟยคงฌาณอากาสานัญจายตนะไว้ หากแต่คราวนี้ใช้พลังขับเคลื่อนของัทะยานและความเร็วของัลี้ เคลื่อนไปยังจุดต่าง ๆ ที่มีอากาศธาตุ พร้อมปล่อยพลังปราณออกจากตัวใต้เท้า ก็พบว่า ตัวเองสามารถยืนได้ ลี้เฟยใช้เวลาฝึกฝนยาวนานค่อนคืน โดยไม่สนใจความมืดมิด ไม่สนใจความเหนื่อยล้า ทำให้ในที่สุด ลี้เฟยก็สามารถเหยียบย่าง และััธาตุทั้งสองได้อย่างแม่นยำ
ทั้งลี้เฟยและจ้าวหยานเอ๋อ ต่างมีฐานวิชาวสำคัญมาช่วยขับเคลื่อน ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นเร็วและได้ผลอย่างแท้จริง นี่อาจเป็เพราะาุโ เข้าใจตัวตนและความสามารถของทั้งสองคนได้เป็อย่างดี จึงกำหนดให้ทั้งสองคน ต้องทำให้ได้ภายในวันเดียว หรือจริง ๆ แล้วคือครึ่งวันเท่านั้น และในเช้าวันนี้ ทั้งสองคนจะต้องออกไปหุบเขาอสูรด้านในกับาุโ เพื่อฝึกฝนต่อ
แม้สองคนจะสำเร็จในครึ่งคืน หากแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนทำสำเร็จ ในอดีตมีน้อยคนที่ทำได้ เรียกได้ว่าขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายส่วนเหมือนกัน เหมือนเช่นที่าุโกล่าวไว้นั้นเอง
เนื่องจากลี้เฟยใช้พลังปราณไปมากสำหรับการฝึกในครั้งนี้ ่แรกใช้พลังมากเพื่อให้คงอยู่บนธาตุต่าง ๆ ได้ แต่ต่อเมื่อรับรู้ััธาตุทั้งสองได้ ทำให้ใช้พลังปราณน้อยลง และใช้ัััในการดูจุดที่เหมาะสมนั่นเอง
ตอนนี้ ข้าต้องเข้าฌาณอีกครั้ง มันจะช่วยให้ข้ามีสติ และฟื้นฟูพลังปราณได้เร็วขึ้น ...
ไม่ช้า ตะวันก็เริ่มขับเคลื่อนขึ้นสู่ขอบฟ้า แสงรำไรสีทองเริ่มออกมาให้เห็น ลี้เฟยถอนออกจากฌาณเข้าสู่สภาวะปกติ และมุ่งกลับถ้ำของตนเอง เพื่อเตรียมตัวไปหาผู้าุโรองเ้าสำนักและหลงชิงเอ๋ออีกครั้ง