ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ที่ฉันฝึกงานอยู่ที่นี่ พอจะได้รู้จักแผนกต่างๆ มากขึ้น ส่วนบอสไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไร เพราะเขามักจะออกไปคุยงานนอกสถานที่บ่อยๆ โดยที่ยังไม่หิ้วฉันไปด้วย เพราะให้เหตุผลว่าฉันยังเป็มือใหม่ ให้ทำความรู้จักกับเอกสารในบริษัทไปก่อน
วันนี้พี่แอ้มลาหยุดเนื่องจากไปตรวจครรภ์ ฉันเลยนั่งทำตาปริบๆ ที่หน้าห้อง ....พี่แอ้มไม่อยู่ บอสไม่อยู่ ฉันจะทำอะไรดีล่ะเนี้ย
ติ้งงง~
เอ๊ะ สะ เสียงลิฟต์ในห้องบอสดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของบุคคลที่ฉันคิดว่าไปต่างประเทศอยู่
บอสคิมอินแจ!
..ติ๊ดดด
< เข้ามาในห้องหน่อยครับ >
เสียงเรียกผ่านโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันรีบหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปหาคุณบอสสุดโหดนั่น
“สวัสดีค่ะบอส มีงานอะไรให้ข้าวหอมทำหรอคะ”
“ต้องมีงานเท่านั้นหรอครับ ถึงจะเรียกได้”
“เอ่ออ เรียกได้ตลอดเวลาค่ะ”
“...”
บอสวางกระเป๋าหนังใบหนา แล้วถอดเสื้อสูทออกคลุมเบาะหนังไว้ ก่อนจะนั่งลงตอบฉัน โดยไม่หันมามองแม้แต่นิดเดียว
“บะ บอส ประชุมงานเป็ยังไงบ้างคะ”
“ก็ดีครับ แต่ยังต้องคุยเื่สัญญาอีกหลายข้อ”
“อ่อค่ะ …”
“...”
“...”
เข้าสู่่เดตแอร์ อึดอัดชะมัด เรียกมาทำไมเล่า จะสั่งงานอะไรก็สั่งเส้
“วันนี้มีงานค้างหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีค่ะ”
“งั้นผมจะให้คุณช่วยจัดห้องให้หน่อยนะครับ พอดี ..‘ไม่ได้จัด’ ..นานแล้ว”
บอสพูดย้ำ่ท้าย จนฉันเริ่มตะหงิดๆ กับคำพูดสองแง่สองง่ามนั้น
“ค่ะ บอสจะจัดตรงไหนก่อนคะ”
บอสหันมายิ้มแบบกรุ้มกริ่ม ทำเอาฉันใจเต้นแรงจนเกือบจะเป็ลม สีหน้าและแววตาที่เหมือน เสือจะได้ขย้ำเหยื่อนั่น มันอะไรกัน
“อยากจัดตรงไหนล่ะครับ”
“เอ่อ จัดตรงไหนก็ได้ค่ะ”
“อืมมม งั้นเริ่ม ..ที่ชั้นหนังสือก่อนละกัน”
“ได้ค่ะ”
ฉันที่พะอืดพะอมกับท่าทางของบอส ก็วิ่งมาหลบที่ตู้หนังสือก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง และเริ่มทำงานต่อ
ฉันค่อยๆ นำหนังสือปึกหนาออกมา เช็ดฝุ่นและจัดเข้าไปเหมือนเดิมทีละชั้น เพื่อป้องกันการสลับที่ จนถึงชั้นบนสุด ที่ฉันเอื้อมไม่ถึง เลยพยายามะโเพื่อคว้าขอบชั้นหนังสือเอาไว้
“อ้ะ…ว้ายยย”
ฉันะโเกาะขอบตู้จนเซลื่น แผ่นหลังฉันไปชนกับแผงอกแกร่งของใครบางคน ฉันค่อยๆ หันไปและพบกับคนตรงหน้า ที่ทำให้หัวใจฉันเต้นโครมครามกว่าเดิม
กลิ่นน้ำหอม ..คุ้นๆ
“เป็โรคจิตหรอครับ ถึงมาลักดมกลิ่นตัวคนอื่นน่ะ”
“ขะ ขอโทษค่ะ”
ฉันรีบเอาหนังสือในมือมากางปิดหน้าไว้ เพราะไม่กล้าจ้องหน้าตี๋ๆ คมๆ นั่น เสียงลมหายใจของบอสดังเป็ระยะ และเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ ประหนึ่งเขากำลังเคลื่อนใบหน้าเข้าหาฉันอย่างช้าๆ
“จำไม่ได้… จริงหรอ?”
จำอะไรของบอสวะ
ฉันค่อยๆ ลดระดับหนังสือที่ปิดหน้าอยู่ลง จนสายตาผสานกับคนตรงหน้า เขาเอื้อมมือมาหยิบหนังสือนั้น ก่อนจะไปทาบไว้ที่ใบหน้าส่วนบนของเขาเอง จนเหลือให้เห็นแค่จมูกเป็สันลงมา
“ให้นึกดีๆ”
ฉันที่ยังงงกับการกระทำของบอส ก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนเ้าตัวทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความหงุดหงิด
“ชุดวอร์มกุชชี่ที่ขโมยไป …”
เฮือกกกก~
“ยะ อย่าบอกนะว่า คุณคือ…”
“ปิ้งป๋องงงง จำได้สักทีนะ”
“กรี๊ดดด อุ๊ปส์..”
ฉันเผลอกรี๊ดออกมาด้วยความใ บอสเอามือหนานั้นมาปิดปากฉันไว้แน่น ก่อนจะทำเสียงจุ๊ๆ เป็เชิงว่าให้เงียบลงก่อน
ฉันพยักหน้าช้าๆ เขาจึงค่อยๆ คลายมือออก และเท้าแขนคล่อมตัวฉันไว้
“ ไม่เจอกันนานเลยนะ สาวน้อย…”
“คะ คุณ ้าอะไรคะ?”
“ถ้าบอกแล้วจะให้ได้หรอ”
ตาหมอนั่นถาม (แทบไม่เหลือความเคารพแล้ว) ก่อนจะลดสายตาลงมามองหน้าอก ฉันรีบเอามือน้อยๆ มาปิดไว้ ใบหน้าแดงกล่ำด้วยความอาย
“มะ มันเป็เื่เข้าใจผิดนะคะ”
ฉันพูดอย่างตะกุกตะกัก แล้วเบือนหน้าหนี
“อื้มมม ก็อาจจะใช่ แต่ว่า.. ผมน่ะ ‘ตั้งใจแตก’ จริงๆ นะ”
เขาเน้นคำอย่างว่า ก่อนจะเอามือมาวางบนสะโพกฉันและลูบไปมาเบาๆ เล่นเอาฉันขนลุก แล้วพยายามเบี่ยงตัวหลบ
“ยะ อย่านะ นี่ที่ทำงานนะคะ”
“เอ้า ก็เห็นว่า ‘จัดตรงไหน’ ก็ได้”
เขายิ้มกรุ้มกริ่ม มองฉันด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
ดูยังไงก็รู้ ว่าตาบ้านี่ กำลังเสี้ยน !!
“ช่วยหลบหน่อยนะคะ”
ฉันพยายามดันมือเขาออก เพื่อให้ตัวเองเป็อิสระ แต่ต้องผิดหวัง
เพราะบอสคว้าเอวฉันไว้ จนหน้าอกหน้าใจฉันเบียดกับแผงอก กล้ามเป็มัดๆ ของเขา
“จะรีบไปไหน ไม่อยากลื้อฟื้นหน่อยหรอ…ผมยังติดใจสระน้ำอยู่เลย”
เสียงกระซิบที่แ่เบาดังขึ้นข้างใบหู ก่อนเขาจะขบเม้มเบาๆ จนสาวในอ้อมกอดสะดุ้งขนลุก
“มะ ไม่ ..ไม่ได้นะคะ “
ฉันพยายามปฏิเสธเสียงแข็ง แต่มีหรือที่เขาจะยอมง่ายๆ เขากอดเอวฉันไว้แน่น ก่อนจะเชยคางฉันขึ้น และมอบจูบที่เร่าร้อนให้ เพื่อทวนความจำเกี่ยวกับเื่ในคืนนั้น