เห็นสภาพที่น่าอดสูของหวังเชียนเต้าหลิงรีบลูบคลำผลึกหินทองแดงโลหิตอย่างอัศจรรย์ใจของสิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็แน่ถ้าไม่อย่างนั้นผู้คุ้มกันท่านนี้คงจะไม่ลงมือถึงเพียงนั้น
ผู้คนต่างก็อึ้งไปตามๆ กันต่างก็คิดไม่ถึงว่าเฉินต้าไห่จะกล้าลงไม้ลงมือกับนางพวกเขาแต่ละคนไม่รู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไรดี
หวังเชียนบันดาลโทสะออกมาในทันที ที่แก้มของนางมีเืไหลซึมออกมาเพลิงโกรธของนางพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด หมอกควันสีดำพุ่งขึ้นมาเหนือหัวร่างทั้งร่างสั่นเทา ใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูอัปลักษณ์
ขณะนั้นเองผู้าุโท่านหนึ่งก็เดินลงมาจากชั้นสองแม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นแต่ยังคงความน่าเกรงขามเอาไว้ เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามออกมา “ต้าไห่ เกิดเื่อันใดขึ้น?”
“ท่านลุงฝู เขาลงไม้ลงมือกับข้าอย่างไร้เหตุผล!”หวังเชียนพลันเปลี่ยนท่าที นางวิ่งมาหาท่านผู้าุโแล้วทำตัวน่าสงสารนิ้วเรียวชี้ไปยังเต้าหลิงพลางแผดเสียงคำรามดังลั่น “ยังมีเ้าคนนั้นที่นำหินผุพังมาขายโก่งราคา ข้าให้เฉินต้าไห่ไล่เ้านั่นออกไปเขาไม่ไล่เ้าบ้านั่นซ้ำยังหันมาตีข้า! ท่านลุงฝู ท่านต้องจัดการให้ข้านะ!”
ได้ยินหวังเชียนเอ่ยวาจาเช่นนั้น เฉินต้าไห่ก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจเป็เ้าเองนะที่รนหาที่ตาย อย่ามาโทษข้าทีหลังก็แล้วกัน!
“ต้าไห่ เกิดอะไรขึ้น?” เฉินฝูเอ่ยถามพลางเหลือบสายตามองไปทางเต้าหลิงเขารู้ดีว่าเฉินต้าไห่ไม่ใช่คนมุทะลุบุ่มบ่าม ต้าไห่ติดตามเขามานานร่วมสิบปีแล้วฉะนั้นเขาจะฟังแค่หวังเชียนไม่ได้
เฉินต้าไห่เดินเข้าหาเฉินฝูอย่างสุภาพ ก้มกระซิบข้างหูเมื่อเฉินฝูฟังจบเขาก็บันดาลโทสะออกมาผลึกหินทองแดงโลหิตเป็ของล้ำค่าที่ต้องไปขุดยังเหมืองโบราณที่อยู่ในเหวลึกเท่านั้นจึงจะได้มา!
แต่ทว่าของล้ำค่าเช่นนี้กลับถูกหญิงโง่เขลามองเป็หินผุๆ อย่างนั้นหรือ?!
หวังเชียนจิตใจเบิกบานขึ้นทันทียามเห็นสีหน้าของเฉินฝูนางคิดเข้าข้างตัวเองว่าท่านผู้าุโจะต้องจัดการเื่นี้ให้นางอย่างแน่นอน
ทว่าใครจะคาดคิดทันใดนั้นทั่วร่างของเฉินฝูก็เกิดคลื่นพลังที่รุนแรงขึ้น ทำเอาฟ้าดินสั่นไหวแรงกดดันเข้าปกคลุมร่างของหวังเชียนผู้คนที่ยืนดูอยู่ด้านหลังต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่นเพราะััได้ถึงความตายที่กำลังเข้ามาเยือน
“นางสารเลว รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ เ้าถูกไล่ออกไสหัวไป!” เฉินฝูกล่าวด้วยความเดือดดาลสีหน้าดูไม่ดีนักพลางสะบัดแขนเสื้อยาวออกไปอย่างรุนแรง จนบังเกิดปราณลมขึ้นและพัดร่างของหวังเชียนกระเด็นลอยออกไป
ผู้คนโดยรอบต่างก็ตกตะลึงสายตาจ้องไปยังเด็กหนุ่มสวมอาภรณ์ขาวอย่างไม่วางตาสิ่งที่เขาผู้นี้นำมาจะต้องเป็ของล้ำค่าที่หายากจนถึงขั้นที่ทำให้เฉินฝูตาร้อนหวังเชียนคงจะดูพลาดไปจริงๆ!
“ฮ่าๆ สหายน้อย เ้าอย่าได้ไปถือสาเลยนะ” เฉินฝูระงับความฉุนเฉียวเอาไว้ ก่อนที่จะเดินไปหาเต้าหลิงพลางกล่าวหัวเราะ“สาวใช้เมื่อสักครู่มีตาหามีแววไม่ เ้าอย่าได้ใส่ใจเลยตาแก่อย่างข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะชดใช้ให้กับเ้าเอง”
“ใช่แล้ว ความรู้นางยังน้อยนักดีที่ข้าเข้ามาเห็นทันพอดี” เฉินต้าไห่พยักหน้าแกมหัวเราะแล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “พูดตามจริงแล้วนี่ไม่ใช่ของล้ำค่าทั่วๆ ไป มีเพียงคลังสมบัติเท่านั้นที่จะสามารถรับซื้อมันได้สำหรับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ พวกเราจะชดเชยให้แก่เ้าอย่างแน่นอน”
“ถูกต้อง จะต้องชดเชยให้อย่างแน่นอนสหายน้อยเชิญด้านใน!” เฉินฝูยิ้มออกมาดั่งดอกเบญจมาศที่บานสะพรั่งวัตถุล้ำค่าที่ถูกขุดขึ้นมาจากเหมืองโบราณในเหวลึก อย่างไรก็จะต้องเอามาให้ได้!
เต้าหลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงพยักหน้าตอบที่พวกเขากล่าวนั้นก็ไม่ผิด ของสิ่งนี้นอกจากคลังสมบัติแล้วคงจะไม่มีผู้ใดรับซื้อมันได้
ขณะเดียวกันนั้นที่ประตูปรากฏสายตาเคียดแค้นกำลังจ้องมองมาหวังเชียนกำหมัดแน่น พลางกล่าวออกมาด้วยใจกราดเกรี้ยว ‘เ้ารอก่อนเถอะข้ารับรองว่าชีวิตของเ้าอยู่ได้ไม่ถึงคืนนี้แน่!’
ที่ชั้นสองของคลังสมบัติ ไม่มีใครอยู่ข้างบนนี้เลยแต่ละห้องล้วนเป็ห้องที่ตกแต่งได้วิจิตรประณีตงามตาเดาว่าคงมีไว้ใช้รับรองแขกพิเศษ
เฉินฝูจ้องมองพินิจวิเคราะห์ผลึกหินทองแดงโลหิตอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะพยักหน้าอย่างสรุปได้ว่ามันคือของสิ่งนั้นไม่ผิดแน่แล้วจึงหันมากล่าวกับเต้าหลิงว่า “ไม่ทราบว่าท่าน้าแลกเปลี่ยนเป็ของล้ำค่า? หรือ้าจะขายมัน?”
“ให้ข้าก่อนห้าแสนเหรียญทองและข้าก็้าเืสัตว์อสูรยิ่งหายากยิ่งดีและจะต้องเป็ชนิดที่ต่างกัน ทั้งจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นไปเรื่อยๆถ้าให้ดีข้าอยากได้ขวดที่ล้ำค่ามากที่สุด” เต้าหลิงเอ่ยออกมาเรียบๆ
ได้ยินดังนั้น เฉินฝูสายตาเปล่งประกายยิ่ง รีบกล่าวถาม “ท่านเป็นักปรุงโอสถอย่างนั้นหรือ?”
“อาจารย์ของข้าเป็นักปรุงโอสถ” เต้าหลิงโกหกออกไปนักปรุงโอสถนั้นเป็อาชีพที่สูงส่งเป็อย่างมากมีเพียงนักปรุงโอสถเท่านั้นที่้าซื้อเืของสัตว์อสูรเพราะว่าเืของสัตว์อสูรนั้นนำไปปรุงเป็โอสถได้
“อย่างนี้นี่เอง” เฉินฝูพยักหน้าเขาเดาว่าอาจารย์ของเด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องเป็นักปรุงโอสถที่เก่งกาจอย่างมากเป็แน่เพราะผู้ที่สามารถเข้าไปยังเหมืองโบราณในเหวลึกได้ ย่อมต้องมิใช่คนธรรมดาสามัญเขารีบกล่าวออกมาว่า “ต้าไห่เ้ารีบไปนำเืสัตว์อสูรล้ำค่าในคลังออกมา อย่าลืมล่ะว่าต้องให้ตรงกับความ้าของคุณชายท่านนี้ด้วย”
“ขอรับ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เฉินต้าไห่ผงกหัวรับคำภายในใจรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งหากการค้าครั้งนี้เจรจาสำเร็จละก็เขาจะต้องได้ส่วนแบ่งไม่น้อยอย่างแน่นอน
“เชิญท่านตามข้ามานั่งรอที่ห้องนี้ก่อนเถิด”
เต้าหลิงตามเข้าไปยังห้องที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตดูโอ่อ่าหรูหราเฉินฝูชงชายื่นให้แก่เต้าหลิงพลางกล่าว “นี่คือชาหยกมรกตที่พึ่งเก็บเกี่ยวมา ท่านลองชิมดู”
เต้าหลิงพยักหน้ารับพลางดื่มไปหนึ่งอึก ทันทีที่น้ำชาไหลเข้าสู่ร่างเขาก็ััได้ถึงพลังอันอ่อนนุ่มแผ่กระจายไปทั่วร่าง ความอบอุ่นทำให้ความแข็งแกร่งในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยจนอดที่จะนึกชมขึ้นมาในใจไม่ได้ ‘ไม่คิดเลยว่ามันจะช่วยเสริมระดับความแข็งแกร่งได้ด้วย’
“ท่านผู้าุโ เืสัตว์อสูรในคลัง มีไม่มากพอขอรับ”
เฉินต้าไห่สาวเท้ายาวฉึบฉับเข้ามา สองมือประคองถาดเอาไว้ บนถาดมีขวดหยกอยู่สองขวดขวดแรกบรรจุโลหิตสีแดงประดุจทับทิม อีกขวดหนึ่งมีสีฟ้าครามสดใสนอกจากนี้ยังมีกระดาษสีทองอีกหนึ่งใบ
“ขวดนี้คือเืล้ำค่าของอสูรกิเลนโลหิตส่วนอีกขวดหนึ่งคือเืของอสูรผลึกฟ้า ถึงแม้พวกมันจะมีมูลค่าไม่สูงนักแต่ก็นับได้ว่าเป็สัตว์อสูรที่ยากจะหาพบส่วนกระดาษแผ่นนี้คือตั๋วเงินห้าแสนเหรียญทอง”
เต้าหลิงกวาดสายตาคร่าวๆ ภายในใจก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาสัตว์อสูรทั้งสองชนิดนี้เขาเคยได้ยินมาก่อนล้วนแล้วแต่มีระดับที่สูงกว่าอสูรกิเลนไฟอยู่หนึ่งขั้น
“แต่นี่มันจะไม่น้อยไปหรอกหรือ?” เขาแกล้งขมวดคิ้วขณะที่ภายในใจก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วผลึกหินที่ตนนำมามีมูลค่าเท่าใด
“ท่านอย่าได้รีบร้อนสิ่งเหล่านี้ถือเป็เพียงของกำนัลที่มอบให้ส่วนของที่ท่าน้าข้าจะรีบไปเอามาให้โดยเร็ว” เฉินฝูรีบกล่าวออกมา“เช่นนั้นข้าขอตัวไปเอาเืของสัตว์อสูรโบราณก่อน”
ได้ยินดังนั้นหัวใจของเต้าหลิงก็สั่นรัวอย่างตื่นเต้น สัตว์อสูรโบราณ!สัตว์อสูรที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้มันไม่ใช่สิ่งที่สัตว์อสูรทั่วไปจะเทียบเคียงได้ดังนั้นเืของสัตว์อสูรโบราณจึงเป็ของล้ำค่าที่หายากเป็อย่างยิ่ง
‘ข้าประเมินค่าผลึกหินทองแดงโลหิตต่ำไปเสียแล้วไม่คิดเลยว่ามูลค่ามันจะมากมายมหาศาลถึงขั้นแลกเปลี่ยนกับเืของสัตว์อสูรโบราณได้เช่นนี้!’เต้าหลิงขบคิดพลางถอนหายใจออกมาอย่างใจหายก่อนที่จะกล่าวด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นว่า “ต้องใช้เวลานานเท่าใด”
“ข้าต้องไปนำมาจากเมืองชิงโจวไปกลับประมาณหนึ่งถึงสองชั่วยาม ต้องรบกวนท่านโปรดรอข้าสักครู่หนึ่ง” เฉินฝูกล่าวอย่างร้อนรน เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินยอมที่จะรอ
“เมืองชิงโจว” เต้าหลิงกำหมัดเบาๆที่เมืองชิงโจวเป็เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในแว่นแคว้นชิงอีกทั้งยังเป็เมืองเก่าแก่ที่มีอยู่มานานั้แ่โบราณกาลทั้งเจริญรุ่งเรืองและยังมีเหล่าจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจมากมายนับไม่ถ้วนเขาพยักหน้าแล้วจึงกล่าวออกมาว่า “ตกลงข้าจะได้พักผ่อนสักครู่หนึ่งด้วย”
ภายในห้องก็พลันเงียบสงบลงเต้าหลิงรออยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะหยิบเือสูรกิเลนโลหิตขึ้นมาดื่ม
เือสูรล้ำค่าถูกหลอมเข้าไปในร่างอย่างรวดเร็วพลังบ้าคลั่งไหลเวียนอยู่ภายในอย่างเชี่ยวกราก ทั่วร่างของเต้าหลิงสั่นสะท้านเขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายกำลังจะะเิออก
เขาตั้งสมาธิสงบจิตให้มั่น เมื่อวิชาสยบฟ้าถูกขับเคลื่อนพลังที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งก็สงบลงก่อนที่จะเริ่มขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนให้พลังแทรกซึมทะลุเข้าไปสู่ร่างกาย
กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาบิดตัวไปมาไม่หยุด หากลองสังเกตดีๆก็จะเห็นว่ากล้ามเนื้อของเขากำลังชำระเืของสัตว์อสูร จนทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆขึ้นมา
ซึ่งพื้นที่ว่างเ่าั้ก็ได้ถูกเข้าแทนที่ด้วยมวลพลังมหาศาล
จากความเร็วที่แปรเปลี่ยนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งเต้าหลิงััได้ว่าร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอย่างก้าวะโปราณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในร่างเดือดพล่านขึ้น เืลมพุ่งกระฉูดขึ้นไม่หยุด
กรอบแกรบ!
ปรากฏเสียงหนึ่งขึ้นภายในร่างของเขาคล้ายเสียงะเิยามที่เมล็ดพันธุ์พืชแตกหน่อออกมา ทุกๆส่วนของกล้ามเนื้อปลดปล่อยเืลมที่หนาแน่นออกมา จากนั้นจึงหลอมรวมกันเป็หนึ่งพลังที่กล้าแกร่ง ส่งกระจายออกไปทั่วทุกจุดของร่างกาย
ราวครึ่งชั่วยามผ่านไปเขาก็รู้สึกได้ว่าพลังที่อยู่ภายในร่างถูกซึมซับจนหมดสิ้น เต้าหลิงไม่รอช้าเขาดื่มเืขวดที่สองตามไปในทันที ลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่างทว่าผลลัพธ์ของขวดที่สองกลับไม่ชัดเจนเท่าใดนัก
“ที่แท้แล้ววิชาสยบฟ้าก็สามารถสับเปลี่ยนพลังอานุภาพของสัตว์อสูรมาไว้บนร่างของข้าได้นี่เอง”เต้าหลิงสูดลมหายใจลึก เขาจะต้องหาเืสัตว์อสูรระดับสูงมาให้จงได้ไม่รู้ว่าเืของสัตว์อสูรโบราณนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด?
ปัง!
เต้าหลิงปล่อยหมัดออกไปกลางอากาศ จนปรากฏเสียงะเิดังขึ้นมวลอากาศโดยรอบะเิออกเป็วงกว้างจนบิดเบี้ยว
“แข็งแกร่งมาก ร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นมากความเร็วในการฝึกระดับนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ!” สีหน้าละอ่อนของเต้าหลิงฉายแววยินดีออกมาภายในใจพลันสั่นไหว ใครกันนะที่เป็คนมอบวิชาสยบฟ้าให้แก่ข้า?
“กายาศักดิ์สิทธิ์? เป็กายศักดิ์สิทธิ์แบบใดกัน?”เต้าหลิงเม้มปาก ใบหน้าเรียวมีอาการตื่นตัวเล็กน้อยเขาเคยได้ยินแค่กาย์ กายา กายราชันซึ่งกายเหล่านี้ล้วนแต่มีคุณสมบัติที่พิเศษต่างกันออกไป กายศักดิ์สิทธิ์เขาเองก็เคยได้ยินมาบ้างแต่ว่ากายาศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะเคยได้ยินเป็ครั้งแรก
“ข้าคงต้องสืบหาข้อมูลหน่อยเสียแล้วไม่รู้ว่าคนที่มอบวิชานี้ให้กับข้าจะโผล่ออกมาหรือไม่?” เต้าหลิงกำหมัดเขารู้สึกขอบคุณคนผู้นั้นเป็อย่างมาก และหวังว่าจะมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ
เต้าหลิงยืนขึ้นขยับกายไปมา เขากวาดสายตาไปทั่วห้องจนสะดุดเข้ากับแผ่นหยกแผ่นหนึ่ง
แผ่นหยกนี้ดูเก่าแก่โบราณเป็อย่างมาก ้ามีรอยประทับรูปหมัดแสงดวงดาวเป็เส้นสาย ทอประกายออกมาระยิบระยับ เขาเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ “หมัดดาราไหลเวียน นี่เป็วิทยายุทธ์ระดับใดกัน?”
วิทยายุทธ์สามารถเพิ่มพลังความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้ของสิ่งนี้ในสำนักชิงซานนั้นมีอยู่น้อยมากไม่คิดเลยว่าเฉินฝูจะนำวิทยายุทธ์มาวางไว้บนโต๊ะเช่นนี้
เพียงมองไปแค่แวบเดียว เต้าหลิงก็เหมือนกับถูกดึงดูดเขาจ้องไปที่ตราประทับรูปหมัด จากนั้นเขาก็ััได้ถึงปราณพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งไหลเวียนอยู่ภายในนั้นคาดว่าจะมันจะต้องเป็แผ่นหยกที่จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งสร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน
ประตูถูกเปิดออก เฉินฝูเดินนำเข้ามา ตามด้วยเด็กสาวสวมอาภรณ์สีม่วงคิ้วของนางสวยดกดำโค้งรับกับใบหน้า ท่าทางดูอ่อนช้อยงดงาม แต่ละท่วงท่าล้วนแฝงไปด้วยความสง่าน่าหลงใหลเพียงแรกพบก็สลักตรึงใจให้แก่ผู้ที่พบเห็น จนยากที่จะลืมเลือน
“หืม?” เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงยืนจ้องวิทยายุทธ์หมัดดาราไหลเวียนอยู่เฉินฝูก็อึ้งไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเขาก็สนใจวิทยายุทธ์นี้ด้วย
ในขณะที่จะเอื้อนเอ่ยเสียงออกไป เด็กสาวสวมอาภรณ์สีม่วงก็ยกมือเรียวเกลี้ยงเกลาขึ้นห้ามดวงตาคู่โตสวยจ้องร่างของเต้าหลิงไม่กะพริบภายในั์ตาของนางแฝงไว้ด้วยความประหลาดใจ
“เ้า...” เฉินฝูกล่าวเสียงค่อยลงพลางเบะปากเขาไม่รู้ว่าคุณหนู้าที่จะทำอะไร?
ถึงแม้ว่าหมัดดาราไหลเวียนจะไม่ใช่วิทยายุทธ์ที่เก่งกาจมากเท่าใดนักแต่ถึงกระนั้นก็นับว่าเป็วิทยายุทธ์ระดับสูง
หากคิดจะสำเร็จวิทยายุทธ์นี้ในเวลาอันสั้นละก็คงทำได้แค่ฝันเอาเท่านั้น แม้แต่ตัวเขาเองที่ศึกษาอยู่นานครึ่งค่อนเดือนแล้วก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ขนาดอัจฉริยะที่น่ากลัวยังต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะศึกษาได้สำเร็จ