ตอนที่ 6 ผงนิทรา
ตอนนี้ร่างกายเอี้ยก้วยไม่มีการเปรียบแปลงมากนัก โดยที่ร่างกายยังมีหนามของเม่นขนยาวโผล่ออกมาเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือพลังะโที่เพิ่มขึ้นของกระต่ายแคระ จนตอนนี้เอี้ยก้วยสามารถไล่ตามความเร็วของเสือลมกรดได้ทันในระดับนึงแล้ว
เอี้ยก้วยพยายามไล่ตามเสือลมกรด ที่กำลังล่าถอยไปต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ
ในเวลาเดียวกันเสือลมกรดก็ยังไม่มีกล้าจู่โจมเอี้ยก้วยเหมือนเดิม ตราบใดที่ยังมีหนามแหลมบนตัวเอี้ยก้วยอยู่
หลังจากวิ่งไล่ล่ากันมาสักพักภายในถ้ำ ระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่า เสือลมกรดเริ่มตระหนักว่าความเร็วของตนเริ่มช้าลงเรื่อยๆ จนระยะห่างของเสือลมกรดกับเอี้ยก้วยเหลือเพียงไม่กี่ก้าว
"หึหึ เริ่มสิ้นฤทธิ์แล้วสินะ"
เอี้ยก้วยเห็นปฏิกิริยาของเสือลมกรดที่เปลี่ยนไปก็เริ่มเผยรอยยิ้มออกมาตรงมุมปากเล็กน้อย
ตุบ
ในเวลานี้เสือลมกรดที่เดินซวนเซไปมาสักพักต้องล้มลงนอนกองกับพื้น
"สำเร็จ"
เอี้ยก้วยที่เห็นว่าแผนที่วางไว้ประสบความสำเร็จก็ะโดีใจออกมาเสียงดัง
เอี้ยก้วยไม่รอช้าเข้าไปจัดการลาหเสือลมกรดออกมาข้างนอกถ้ำในทันที
"นี้ถ้าไม่ได้ผงดอกไม้นินทรา ป่านนี้คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะจัดการมันได้"
เอี้ยก้วยมองดูเสือลมกรดที่นอนแน่นิ่งกับพื้นอย่างพึงพอใจ
วิธีการของเอี้ยก้วยที่ใช้จัดการเสือลมกรด คือนำดอกไม้นินทราที่พบเจอตอนเดินในป่าแอบโปรยผงนินทราออกมาระหว่างการไล่ล่าเสือลมกรดภายในถ้ำจนผงนินทรากระจายเต็มทั่วถ้ำ
ทำให้เสือลมกรดที่มีจมูกไวเป็พิเศษที่สูดดมเข้าไปต่อเนื่อง ท้ายสุดเสือลมกรดที่สูดผงนินทราเข้าไปปริมาณมากโดยไม่รู้ตัวต้องสิ้นฤทธิ์
ส่วนเอี้ยก้วยที่ปิดกั้นประสาทรับกลิ่นไว้แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบของผงนินทราแต่อย่างใด ซึ่งต่อให้ไล่จับนานกว่านี้อีกหน่อย เอี้ยก้วยก็มีโอกาสประสบความสำเร็จอยู่ดี เพราะยังไงประสาทรับกลิ่นของสัตว์อสูรย่อมดีกว่ามนุษย์อยู่หลายเท่า โดยเฉพาะเสือลมกรดที่มีประสาทรับกลิ่นไวพิเศษ ทำให้เสือลมกรดเสียเปรียบั้แ่แรก
"ทีนี้ดวงจิตเ้าก็ตกเป็ของข้า"
เอี้ยก้วยไม่ชักช้าและใช้หนามแหลมของเม่นขนยาวเริ่มทำการผ่าสมองเสือลมกรดเพื่อค้นหาแกนอสูร
เมื่อได้รับแกนอสูรเสือลมกรดเรียบร้อย เอี้ยก้วยจัดการถอดจิตอสูรเม่นขนยาวกับกระต่ายแคระ แล้วจัดการลองผสานจิตอสูรดวงใหม่ทันที
"คิดต่อต้านงั้นรึ! "
จิตอสูรระดับสูงบางประเภทอย่างเสือลมกรดจะมีการต่อต้านเ้านาย เมื่อเห็นว่าเ้านายตัวเองมีระดับลมปราณที่ต่ำต้อยกว่ามันมากนัก ต่อให้ได้รับชัยชนะในการฆ่ามันแล้วก็ตาม
แต่สำหรับเอี้ยก้วยที่มีวิชาผสานสัตว์อสูรหลากหลาย ก็มีวิธีการบางอย่างที่ทำให้การผสานร่างของสัตว์อสูรระดับสูงกว่ามาใช้ผสานร่างได้โดยไม่มีการต่อต้าน
หนึ่งในวิธีการที่ว่านั้นคือการลบจิตสำนึกของสัตว์อสูร แม้ว่าวิธีนี้อาจดึงความสามารถของสัตว์อสูรที่แฝงอยู่ออกมาใช้ได้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็น แต่สำหรับเอี้ยก้วยที่เคยทดลองผสานสัตว์อสูรมากมายหลากหลายชนิด จึงได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องที่ว่านั้นลงไปเรียบร้อย
ในขณะที่เอี้ยก้วยเตรียมลบจิตสำนึกของเสือลมกรด ทันใดนั้นสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงของเสือลมกรดขึ้นมากะทันหัน ท่าทางหของเสือลมกรดสั่นเทาอย่างรุนแรงเหมือนกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่ตอนนี้
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงกลัวจนตัวสั่นเป็เ้าเข้าแบนั้นกัน"
เอี้ยก้วยที่พยายามคิดหาเหตุผล จึงลอบสังเกตเห็นสายตาของเสือลมกรดที่มองไปที่ดวงจิตของไป๋หู (พยัคฆ์ขาว) ที่ตอนนี้กำลังจำศีลอยู่ ทำให้เอี้ยก้วยเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเสือลมกรดกำลังกลัวอสูรในตำนาน ซึ่งเสือลมกรดเป็สายพันธุ์ในตระกูลเดียวกับไป๋หู จึงไม่แปลกใจที่จะกลัวมากขนาดนั้น
"ถ้ามันกลัวแบบนี้ก็ง่ายน่ะสิ จะได้ไม่ต้องลบจิตสำนึกมันออก"
เอี้ยก้วยที่ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการฉับพลัน เมื่อเห็นเสือลมกรดมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเรียบร้อย ทำให้ตอนนี้เอี้ยก้วยไม่จำเป็ต้องลบจิตสำนึกของเสือลมกรดอีกต่อไป
ซึ่งสัตว์อสูรบางตนที่มีจิตสำนึกในตัวเองจะมีประโยชน์มากกว่าสัตว์อสูรที่สูญเสียจิตสำนึกของตนเองไปแล้ว
กล่าวอีกนัยนึงคือสัตว์อสูรที่มีจิตสำนึกจะกลายเป็คู่หูที่มีประโยชน์และทรงคุณค่าในการต่อสู้ดีกว่าสัตว์อสูรที่สูญเสียจิตสำนึก แล้วยังสามารถให้เสือลมกรดที่ยังคงมีจิตสำนึกกลายมาเป็ตาหลังให้ตนเองคอยสอดส่องอันตรายจากห้วงิญญาได้อีกด้วย