“ให้ข้าไปนอนที่อื่น”ก้งเยว่หันไปเจรจากับเฟ่ยหรันไม่อยากบาดหมางกับนางั้แ่เริ่มรู้จักอีกอย่างไม่ว่าจะฟังเช่นไรก็ประหลาดที่จะให้บุรุษและสตรีนอนด้วยกันไม่รู้ว่าพี่หลิวไปพูดเช่นไรในสำนัก
“ใช่มันควรเป็เช่นนั้น เ้าควรไปอยู่รวมกับพวกศิษย์น้องคนอื่น ๆ” นางขึ้นเสียงและอธิบายด้วยอาการหัวเสียว่าศิษย์เข้าใหม่ล้วนแล้วแต่ต้องไปนอนรวมกันเมื่อลำดับขั้นภายในสูงขึ้นจึงจะมีสิทธิ์ขอห้องแยกได้เฟ่ยหรันถือเป็ศิษย์มีความชอบอยู่บ้างจึงได้นอนห้องสองคนกับเพื่อนเว้นเสียแต่มีศิษย์แค่สามคนเท่านั้นที่มีห้องเดี่ยวหนึ่งในนั้นคือหลิวเหว่ย
“ข้าจะไปนอนรวมกับคนอื่นๆ” ก้งเยว่ตอบอย่างมั่นคง ในใจนึกเคืองพี่หลิวอยู่เล็กน้อยที่ให้มานอนร่วมกับสตรีไม่ว่ามองยังไงก็ไม่ควรอย่างยิ่ง
“ไม่ได้ เฟ่ยหรันเ้าไปแทน” เสียงเ้าตัวต้นปัญหาดังมาจากทางหน้าต่าง ประตูดี ๆมีไม่เดินเข้ากลับลอยไปลอยมาเข้าทางนี้คล้ายชายสำราญลักลอบมาหาชู้
“ศิษย์พี่ว่าอะไรจะให้ข้าไปไหน” เฟ่ยหรันใคำพูดของอีกฝ่ายมากกว่าการปีนหน้าต่างเข้ามา
“แลกห้องกับข้า”น้ำเสียงเรียบนิ่งของหลิวเหว่ยไม่สะท้านกับท่าทีในั้นเลย
“ท่านบ้าไปแล้วหรือจะให้ข้าไปนอนห้องเดี่ยวได้ยังไง”
ก้งเยว่เองก็ใไม่แพ้เฟ่ยหรันแต่ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรมองหลิวเหว่ยสาวเท้าวนไปรอบ ๆห้องก่อนจะหยุดอยู่หน้าศิษย์น้องที่เขากำลังเอ่ยปากไล่
“จะให้บุรุษอยู่กับสตรีได้อย่างไร”หลิวเหว่ยกดเสียงต่ำ
“ในเมื่อศิษย์พี่รู้แล้วว่าอะไรควรไม่ควรก็ให้เขาไปอยู่รวมกับคนอื่นสิ” เฟ่ยหรันคงเป็คนเดียวทั้งในชาติก่อนและชาตินี้นอกจากก้งเยว่ที่กล้าเถียงท่าทางเ็านั้น
“เ้ามองเขาแล้วบอกว่าจะอยู่รวมกับเ้าพวกนั้นได้เหรอ”หลิวเหว่ยพูดจบทั้งคู่หันมองก้งเยว่อย่างเคลือบแคลงชวนให้เขาเผลอก้าวถอยหลังอย่างสงสัย
“...”
“คุณชายเนื้อตัวสะอาดเช่นนี้อยู่ไม่ได้หรอก”หลิวเหว่ยพูดเสียดสีทำให้ก้งเยว่เกิดอาการโมโห
“ดูถูกข้าเกินไปแล้ว”ก้งเยว่กำลังจะหันหนีสายตาดูถูกทั้งสองออกจากห้องนี้แต่ถูกเกี่ยวรั้งแขนไว้เสียก่อน
“ข้าไม่ได้หมายถึงเช่นนั้นเ้าเข้าใจผิด” หลิวเหว่ยเสียงอ่อนรีบขอโทษขอโพยภายใต้สีหน้าตกตะลึงของเฟ่ยหรันที่เห็นศิษย์พี่ของตนคล้ายผีเข้า
“ข้าเข้าใจผิดเช่นไร”ก้งเยว่เงยหน้ามองอีกฝ่าย
“คนพวกนั้นเกลียดเ้าเ้าจะเป็อันตราย”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยทำไมถึงเกลียดข้า?” ก้งเยว่คิ้วขมวด
“เ้าโง่คุณชายอย่างเ้าโง่ที่สุด” เฟ่ยหรันกระทืบเท้าตึงตังเดินไปเก็บของใช้ส่วนตัวของเธอทันที
“ข้าไม่เข้าใจ”ก้งเยว่มองพฤติกรรมของทั้งคู่แล้วยิ่งขมวดคิ้วแน่นกว่าเก่าหันไปมองพี่หลิวอย่างคาดคั้น
“สักวันเ้าจะเข้าใจ”สายตาอ่อนโยนของหลิวเหว่ยทำให้ก้งเยว่นึกบางสิ่งในอดีตขึ้นมาได้
“พี่หลิว”
“?”
“ทำไมท่านเข้าพรรคมารั้แ่เด็ก”
“เด็กกำพร้าที่หิวโหยจะทำอะไรได้นอกจากหาที่พึ่งน้องเยว่ข้ารู้ว่าเ้าไม่เหมือนคนพวกนั้นแต่พรรคที่อ้างว่าตนคุณธรรมกลับรังเกียจขอทานสกปรกพรรคเ้าก็รับแต่เพียงลูกผู้ดีมีเงินเท่านั้น”
“...” ก้งเยว่ซึมอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าทำหน้าเศร้าเช่นนี้”หลิวเหว่ยลูบไล้ใบหน้าขาวแ่เบา
“แม้จะชื่อว่าพรรคมารแต่ดูมีคุณธรรมมากกว่าพรรคข้าเสียอีก”ก้งเยว่ยกมือตัวเองขึ้นจับมือสากเพื่อรับความอุ่น
“เหตุที่ชื่อว่ามารก็เพราะวิชาที่พวกเราสอนกันเป็ศาสตร์ไม่ดีล้วนเป็อันตรายต่อร่างกาย” นี่คงเป็เหตุผลที่ผู้ดีมีเงินคุณชายหรือคนธรรมดาทั่วไปไม่คิดจะเรียนและคิดว่ามันผิดบาปทำให้คนที่เรียนมีแต่พวกไม่มีทางเลือกในชีวิตเพียงแค่้าดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการถูกข่มเหง
“ไม่จริงกระบี่ที่ข้าเรียนถ้าเอาไปทำร้ายผู้อื่นก็เป็มารไม่ต่างกันหรอก” ก้งเยว่แย้งคนในพรรคมารก็ใช่ว่าจะมีแต่คนชั่วการจะเอาวิชาอะไรไปทำเื่ชั่วมันขึ้นอยู่กับคนเสียมากกว่า
“ฮ่าๆ ประมุขหูว่าร้ายพรรค ข้าจะแจ้งผู้าุโ” หลิวเหว่ยบีบแก้มนุ่มเบา ๆ
“ข้าพูดจริง”ก้งเยว่ไม่ยอมเป็ฝ่ายถูกแกล้งรีบเขย่งปลายเท้าขึ้นหวังจะหยิกแก้มอีกฝ่ายกลับ
“แต่ว่า”
“?”
“เพราะคนส่วนมากในพรรคมาจากกำพร้าและขอทานหรือแม้แต่โสเภณีทำให้พวกเขามีอคติต่อโลกที่แย่นักพวกเขาไม่ใช่คนเลวหรอกเพียงแค่สิ่งที่พวกเขาพบเจอมามันทำให้เกลียดชังคนที่เพียบพร้อมเพราะคิดว่า์ลำเอียงเ้าต้องระวังตัว”
“ข้าไม่เข้าใจ”
“สักวันเ้าจะเข้าใจ”
“...” ก้งเยว่ดวงตาเบิกกว้างมองดวงตาเศร้าของพี่หลิวเบื้องหน้าการที่คุณชายอย่างเขาอยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ไม่ใช่เพราะเขาหัวสูงหรือเ้ารังเกียจแต่เป็เพราะพี่หลิวเป็ห่วงว่าคนพวกนั้นจะรังแกและทำร้ายคนอย่างเขา
“ศิษย์พี่หลิวท่านต้องเลี้ยงเนื้อตุ๋นข้าตอบแทน”เฟ่ยหรันหอบสัมภาระที่ดูจะน้อยเกินสำหรับของหญิงสาวนางปีนหน้าต่างออกไปทางเดียวกับที่ศิษย์พี่เขาเข้ามา
“...”
“...” ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบอยู่พักใหญ่ก่อนที่ก้งเยว่จะเป็ฝ่ายเปิดประเด็น
“เช่นนั้นข้าจะไร้เพื่อนเลยหรือ”
“...” หลิวเว่ยถอนหายใจ
“?” ก้งเยว่เดินไปประจันหน้าอีกฝ่ายไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้คำตอบ
“ศิษย์คนอื่น ๆไม่ได้อันตรายหรอก เ้าแค่ต้องค่อย ๆ เข้าไปใกล้ชิดทีละนิดเมื่อถึงวันนั้นเ้าจะรู้ว่าพรรคมารดีกว่าที่เ้าคิด”หลิวเหว่ยก้าวถอยหลังไม่กล้าสบตาก้งเยว่โดยตรงเพราะกลัวว่าคนตัวเล็กกว่าจะได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังบ้าคลั่งภายใน
“แน่นอนข้ารู้ว่าพรรคมารไม่ได้ชั่วร้าย ไม่เช่นนั้นข้าไม่มาเรียนหรอก”ก้งเยว่ยิ้มกว้างส่งให้ว่าที่เ้าของพรรคอย่างลืมตัว
“...” หลิวเหว่ยกำมือแน่นอดกลั้นต่อบางสิ่งในใจเขาพลาดที่คิดจะอยู่ห้องเดียวกับก้งเยว่เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองจะอดทนไว้ได้นานแค่ไหน
[ชาติก่อน]
“หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีก”หนึ่งในผู้าุโของพรรคชิวหลิงลู่โผงขึ้นกลางวงพบปะผู้นำพรรค
“ใช่ประมุขหลิวนี่กระไร ยังอ้างนั่นนี่ไปเรื่อยเพื่อปกป้องคนเลว”
“ขึ้นชื่อว่ามารก็คงเป็มารวันยังค่ำ”เสียงด่าทอจำเลยในเหตุการณ์สังหารหมู่ตระกูลเหมยดังผสมกันไปมาและแม้เ้าตัวจะไม่ได้ยินแต่ผู้ที่วิตกในวงสนทนากลับเป็เป็ประมุขหู
“หากทางการไม่ทำอะไรต่อจะเป็การเสียโอกาสถอนรากถอนโคนพวกมัน”ประมุขพรรคจือหลิงรีบเปิดประเด็นการรวมตัวพรรคต่าง ๆ ที่อ้างตนว่าเป็ฝ่ายคุณธรรม
“แม้พรรคจะใหญ่และมีกำลังพลมากแต่อย่างไรเสียพรรคมารก็เป็พวกโดดเดี่ยวไร้ผู้คบค้าสมาคม”
“...” ก้งเยว่ไร้คำพูดที่จะร่วมสนทนากับผู้นำคนอื่นๆ ท่าทางนิ่งเงียบดูสง่านั้นกำลังกังวลอย่างหนักเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าค้านกับอากาศที่หนาวเย็น
ก้งเยว่ไม่รู้ว่าพี่หลิวเตรียมรับมือไว้เช่นไรแต่หากถูกรุมจากรอบทิศทางแม้จะเป็หลิวเหว่ยก็ใช่ว่าจะหาทางเอาชนะได้ง่าย
ฟังจากที่ผู้าุโถกถียงกันแล้วพวกเขามีแผนการเริ่มต้นเพียงแค่การใช้วาจาบีบบังคับให้พรรคมารละอายจนอยู่ไม่ได้เนื่องจากหลักฐานมีเพียงวิชามารจากศพแต่ยังหาตัวคนทำไม่ได้
“ประมุขหูเื่นี้ท่านน่าจะยินดีกว่าพวกเรา”
“?” เสียงของประมุขพรรคจือหลิงทำให้ก้งเยว่หลุดออกจากภวังค์ความกังวลแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
“ความสัมพันธ์ของท่านกับประมุขหลิว”
“...” ก้งเยว่นิ่งค้างเพราะตกตะลึงไม่คิดว่าจะมีผู้ใดล่วงรู้ความลับนี้
“ท่านน่าจะบาดหมางและเคียดแค้นกว่าใครทั้งสิ้น”
“เป็เช่นนั้นท่านประมุขชวน”ก้งเยว่ถอนหายใจโล่งอกเบา ๆ จากคำพูดคงหมายถึงเหมย ถิงถิงศิษย์ของพรรคชิวหลิงลู่ที่ถูกฆ่าตายเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในตระกูล
“ประมุขหูต้องหาความยุติธรรมแกศิษย์เป็แน่”
“ความตายของศิษย์เป็อาจารย์ที่ต้องหาความจริง”ก้งเยว่มั่นคงในคำตอบส่งกลับไปยังผู้าุโและผู้นำพรรคคนอื่น ๆ แต่ภายในใจกลับหน่วงอย่างบอกไม่ถูก
ตลอดการประชุมและสนทนามีเพียงก้งเยว่ที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแต่ก็ไม่ได้เผยพิรุธใดๆ ออกไปจนผิดสังเกต สุดท้ายของการสนทนาจบลงที่ความคาดหวังของทุกคนมายังก้งเยว่ทั้งเื่การหาความจริงและเื่การทำลายพรรคมารให้สิ้น
คืนวันนี้ก้งเยว่ไปยืนรอในที่นัดหมายตามเดิมเพียงแต่ไร้ร่างของพี่หลิวที่ควรจะรออยู่ริมแม่น้ำเขาไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ประมุขพรรคมารมีงานเข้าล้นมือ
ก้งเยว่นั่งมองสายน้ำที่ไหลผ่านเบื้องหน้าคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนตะวันตกดินแล้วก็ยังไม่พบร่างของหลิวเหว่ยอากาศรอบข้างเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับความมืดเข้ามาปกคลุม
มือสองข้างของก้งเยว่ขยับเข้าไปแอบอยู่ในชายเสื้อเพราะความเย็นและลมที่ปะทะใส่สายตาที่เหม่อลอยของเขาเริ่มสั่นไหว ไม่ใช่เพราะความรู้สึกโกรธเสียใจหรือน้อยใจแต่มันคือความเป็ห่วงอีกฝ่ายจนลนลาน
ก้งเยว่หันไปมองป่ารอบตัวที่เลือนรางลงเพราะความมืดเขาเป็คนแข็งแกร่งและเป็ที่พึ่งของทุกคนในพรรคชิวหลิงลู่แต่ยามนี้ความเก่งกล้ากลับไม่มีประโยชน์ต่อการควบคุมอารมณ์ในตอนนี้เลยสักนิด
หลายชั่วยามแล้วที่เขารอมาเมื่อคิดบางสิ่งได้ก้งเยว่เลือกที่จะลุกขึ้นหันหลังให้กับสถานที่นัดเจอและรีบพุ่งตัวกลับทันทีแต่เส้นทางไปนั้นไม่ใช่พรรคชิวหลิงลู่แต่เป็บ้านตระกูลเหมย
เขาไม่หันกลับไปเอาม้าที่พรรคเพราะกลัวจะเสียเวลาวิชาตัวเบาของประมุขหูกับระยะทางไม่กี่สิบลี้ก็เกินพอสำหรับการเดินทางการไม่หลับนอนเพียงหนึ่งคืนสำหรับก้งเยว่ไม่ใช่เื่ใหญ่
เขารีบเร่งฝีเท้าเพื่อที่การแอบเข้าไปในบ้านตระกูลเหมยได้ง่ายขึ้นหากเป็เวลากลางคืนและเป็ไปตามคาดก้งเยว่ถึงก่อนตะวันจะขึ้น
น่าเสียดายที่รอบ ๆตระกูลมีทหารยามของทางการเฝ้าดูแลไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนมันดูจะมากเกินไปหน่อยสำหรับการเฝ้าบ้านร้างที่ทุกคนตายหมดแล้ว
ก้งเยว่บุกฝ่าเข้าไปได้อยู่แล้วด้วยกำลังเพียงแต่มันจะเป็เื่ใหญ่หากมีคนจับได้ว่าเขาแอบมาในยามวิกาลไร้ผู้ติดตามแถมยังไร้เอกสารขอเข้าดูจากทางการ
ก้งเยว่แอบตามมุมหลังคาพยายามเบี่ยงแสงโคมไฟเข้าไปภายในให้ได้ลึกที่สุดจากมุมสูง
ศพของคนงานประจำตระกูลยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายสันนิษฐานได้ว่าทางการยังเคลือบแคลงในการตายและหาสาเหตุอยู่ด้วยความที่เป็ตระกูลใหญ่ลานกลางบ้านค่อนข้างกว้างขวางแต่กลับวางจำนวนศพไม่พอในบรรดาศพทั้งหมดไม่พบผู้นำตระกูล ฮูหยินหรือแม้แต่เหมย ถิงถิง ศิษย์ของเขา
ก้งเยว่พินิจมองศพบางคนที่คลุมร่างไว้ไม่มิดพบเืสีดำไหลออกจากจมูกวิชาแบบนี้ไม่ต้องตรวจลึกยังรู้เลยว่าไม่ได้เกิดจากการฟันแทงแต่เป็พิษและพรรคที่สอนเกี่ยวกับมันมีเพียงพรรคมารเท่านั้น
ที่สำคัญคือคนงานที่ตายล้วนมีอาการเดียวกันหมดอาจเป็ไปได้ว่าพิษชนิดนี้กระจายตัวและติดกันง่ายราวกับโรคติดต่อเพียงแต่เป็แค่คนในบ้านหลังนี้เท่านั้นที่ได้รับเชื้อ
การไต่ไปตามหลังคาของประมุขหูยังคงดำเนินต่อไปด้วยความเงียบไม่เป็ที่สังเกตของทหารเฝ้าเบื้องล่าง จนกระทั่งพบห้องใหญ่
ก้งเยว่นึกเอะใจที่ห้องใต้หลังคาตรงนี้มีทหารเฝ้ามากกว่าจุดอื่นจึงหยุดลงและยกแผ่นหลังคาออกช้า ๆ หวังมองเข้าไปภายใน
“!” เป็ไปตามที่้าร่างของผู้นำตระกูลเหมย ฮูหยิน อนุภรรยาสามคน บุตรชายและบุตรสาวรวมกันได้เจ็ดคนหนึ่งในนั้นคือเหมย ถิงถิง
ข้างกายของเหมยถิงถิงมีเด็กสาวอีกหนึ่งที่ใบหน้าเสียโฉมเพ่งเช่นไรก็เดาไม่ได้ว่าเป็ใครทำให้ก้งเยว่เลิกสนใจแต่ไปให้ความสำคัญกับการตายของทุกคนแทน
ไม่ใช่แค่จมูกออกเืเท่านั้นทุกคนในห้องนี้ล้วนถูกตัดหูและลิ้นล้วนถูกหั่นยิ่งมองยิ่งชวนสยองก้งเยว่สำรวจรอบ ๆ ไม่พบการรื้อข้าวของ การขโมยของมีค่าจึงสันนิษฐานได้ว่าการฆ่านี้เกิดจากความแค้นเห็นจะได้
ตระกูลค้าขายร่ำรวยเช่นนี้ต้องมีคู่แข่งและผู้เสียผลประโยชน์ไม่ผิดแน่แต่การเอาคืนโดยการฆ่าทั้งตระกูลเช่นนี้มันดูจะเกินไปหน่อยสำหรับการค้าขาย
ทางการคงจับตามองคนที่จะได้ผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้รวมถึงใครในพรรคมารที่รู้วิชาพิษถึงขั้นทำได้ขนาดนี้ไม่ว่าเื่ไหนล้วนทิ้งไม่ได้
‘พี่หลิวจะหาทางแก้เช่นไรกัน’ก้งเยว่เป็ห่วงจำเลยสังคมเป็ที่สุด