บทที่ 28 ท่านแม่จอมพลัง
“สาวน้อยคนนี้ไม่ใช่แค่แสบนะ แต่ยังฉลาดอีกด้วย ข้าชอบคนแบบเ้าจริง ๆ”
ชายชุดดำคนหนึ่งจ้องมองร่างกายของนางด้วยความหิวกระหาย ในใจคันยิบ ๆ แทบอดใจไม่ไหวที่จะกดนางลงกับพื้นเสียเดี๋ยวนี้
“ป่านี้เล็กนิดเดียว มองทีเดียวก็เห็นสุดป่าแล้ว หญิงคนนี้บอกว่าพวกเราเดินออกไปไม่ได้ ช่างน่าขันจริง นับเป็เื่ตลกที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมาเลย”
“พวกเ้าจะไปเข้าใจอะไร นี่เป็เพียงความสนุกของสาวน้อยเท่านั้น หมายความว่าหลังจากที่พวกเราสนุกกับนาง นางก็เหนื่อยจนเดินออกจากป่าไม่ไหว”
ทั้งสองคนต่างสลับกันพูดจาเยาะเย้ยถากถาง แต่ฉู่ชิงเฉินไม่ได้ใส่ใจ เพราะอีกเดี๋ยวคนพวกนี้ได้ร้องไห้แน่
นางหยิบยันต์หลงทางสี่ใบออกมาจากมิติ ร่ายเคล็ดวิชาไฟ เผายันต์ทั้งสี่ทิศจนมอดไหม้เป็เถ้าถ่าน ก่อนจะท่องคาถาเบา ๆ เพียงเท่านี้ค่ายกลลวงตาก็เป็อันเสร็จสมบูรณ์
จากนั้น นางก็ใช้ยันต์เคลื่อนย้ายพริบตา หายวับไปจากป่าแห่งนั้นทันที
“เฮ้ย! นังนั่นหายไปเฉยเลย หรือว่าข้าตาฝาดไปเอง”
ชายคลุมหน้าขยี้ตาตัวเองแรง ๆ
“เ้าไม่ได้ตาฝาด นางหายไปจริง ๆ บ้าเอ๊ย! หรือว่านางจะใช้คุณไสยได้?”
ชายชุดดำเริ่มใจคอไม่ดี ทั้งสามยิ่งคิดก็ยิ่งขนลุก รู้สึกว่าป่าแห่งนี้ดูวังเวงและเยือกเย็นเกินไป ไม่ควรอยู่นาน
หนึ่งเค่อผ่านไป พวกเขาเดินจนเหงื่อท่วมตัว แต่กลับพบว่ายังเดินไม่พ้นป่าเล็ก ๆ แห่งนี้เสียที
“แย่แล้ว ป่านี้มีสิ่งผิดปกติ พวกเราเดินมานานขนาดนี้แต่ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม บ้าเอ๊ย คงไม่ต้องติดอยู่ในนี้จนตายหรอกนะ”
“ต้องเป็ฝีมือนังนั่นแน่ ๆ คราวนี้พวกเราเจอของจริงเข้าให้แล้ว”
.....
ทางด้านฉู่ชิงเฉิน เมื่อกลับมาถึงนางก็ทำตัวนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอเกวียนลาเข้าสู่หมู่บ้านเถาฮวา ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ข้างนอกเห็นฉู่ชิงเฉินจูงลูกสองคนพร้อมของเต็มเกวียนลา ต่างก็มองกันจนตาค้าง
เดิมที พวกเขาคิดว่าฉู่ชิงเฉินเข้าเมืองไปลักลอบพบชู้รัก แต่วันนี้มาดูแล้ว การไปพบชายชู้ก็คงไม่อาจพาเด็กสองคนติดไปด้วย
ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ ไม่รู้ว่าสะใภ้เสิ่นผู้นี้ไปทำอะไรมาถึงร่ำรวยเช่นนี้
“สะใภ้เสิ่น เ้าเก็บเงินได้หรือยังไง ถึงได้ซื้อของมาเต็มรถขนาดนี้?”
หญิงชาวบ้านที่สอดรู้สอดเห็นเริ่มซักไซ้ พลางชะโงกหน้ามองบนเกวียนลา โอ้โฮ... มีครบทุกอย่างเลยจริง ๆ แค่เนื้อก็มีตั้งสองห่อใหญ่ ผ้าพับพวกนั้นก็ดูเป็เนื้อผ้าอย่างดี
น่าอิจฉาจนตาร้อนผ่าวจริง ๆ
“ท่านแม่ข้าจะเก็บเงินได้หรือเปล่า มันเกี่ยวอะไรกับท่านด้วย? เอาเวลาไปห่วงเื่ตัวเองเถอะ”
หยวนเป่าแม้จะตัวเล็ก แต่ฝีปากกล้าไม่ยอมคน
“นังหนูนี่ พูดจาแบบนี้ได้ยังไง สมแล้วที่เป็เด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน ไร้มารยาท!”
หญิงชาวบ้านโมโหจนสวนกลับไป ในสายตาพวกนาง บิดาของเด็ก ๆ ก็นอนไม่ได้สติ มารดาก็เป็แม่เลี้ยง เด็กสองคนนี้ก็ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครเอา
ฉู่ชิงเฉินเห็นสีหน้าของลูกทั้งสองเศร้าลงเมื่อได้ยินคำนั้น นางจึงถลึงตาใส่คนพูดทันที
“ยัยแก่นี่ตาบอดหรือไง ถึงบอกว่าลูกข้าไม่มีพ่อแม่? สามีข้าตายแล้วหรือ? หรือว่าข้าตายไปแล้ว? บอกพวกเ้าไว้เลยนะ ไม่เกินสามวัน สามีข้าจะฟื้นขึ้นมา ถึงตอนนั้นใครที่ยังรังแกพวกเราแม่ลูกที่ไร้ทางสู้ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
“สามีเ้าก็นอนเป็ผักมาตั้งนานแล้ว ถ้าจะฟื้นคงฟื้นไปนานแล้ว อีกสามวันจะฟื้น? พูดจาโอ้อวดไม่ละอายปาก ข้าว่าอีกสามปีก็ไม่ฟื้นหรอก”
หญิงชาวบ้านหัวเราะเยาะอย่างขบขัน
“กล้าเดิมพันกับข้าไหมล่ะ? ถ้าสามีข้าฟื้นภายในสามวัน ยัยปากเสียอย่างเ้าต้องวิ่งรอบหมู่บ้านพร้ะโกนว่า ‘ข้าปากร้าย ข้าไม่มียางอาย’ ติดต่อกันสามวัน เป็ไง กล้าเดิมพันกับข้าไหม?”
ฉู่ชิงเฉินดีดนิ้วคำนวณดูแล้ว เสิ่นโม่ชูจะฟื้นขึ้นมาภายในวันสองวันนี้แน่นอน
หญิงที่ด่าลูกสาวนางว่าเป็เด็กไม่มีใครเอา นางจะสั่งสอนให้เข็ด เพื่อให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่า ฉู่ชิงเฉินไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ง่าย ๆ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมารังแกแก้วตาดวงใจของนาง
หญิงชาวบ้านเห็นท่าทางขึงขังของฉู่ชิงเฉินก็เริ่มลังเล จนกระทั่งโดนหญิงข้าง ๆ เอาศอกสะกิดถึงได้สติกลับมา
เกือบโดนนางขู่จนกลัวเสียแล้ว
“เดิมพันก็เดิมพันสิ สามีเ้าไม่มีทางฟื้นหรอก แล้วถ้าเ้าแพ้ล่ะ จะลงโทษยังไง?”
“ใช่ จะลงโทษยังไง? สะใภ้เสิ่น เ้าพูดมาเลย”
ชาวบ้านหลายคนเริ่มมุงดู และส่งเสียงให้กำลังใจด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกคนคิดว่าฉู่ชิงเฉินไม่มีทางชนะแน่ ๆ ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้วางเดิมพันแบบนี้
“วางใจเถอะ คนที่แพ้ไม่มีทางเป็ข้าแน่นอน ส่วนบทลงโทษข้ายังไม่ได้คิดไว้”
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน!
“สะใภ้เสิ่น ถ้าเ้าแพ้ เ้าต้องแจกเนื้อให้คนที่มามุงดูที่นี่บ้านละหนึ่งชั่ง ส่วนแม่เฒ่าหวังที่เป็คู่เดิมพันต้องได้สองชั่ง เป็ไง กล้าเดิมพันไหม?”
ชายชราคนหนึ่งเสนอความคิดขึ้นมา
“ความคิดดี! สะใภ้เสิ่นกล้าไหม? หรือว่ากลัวจะพลาดตอนสุดท้าย”
พอกลุ่มคนได้ยินว่าจะได้เนื้อกิน ต่างก็พากันหัวเราะเยาะเย้ย อยากให้ฉู่ชิงเฉินตอบตกลงไว ๆ จะได้ลิ้มรสเนื้อ
“จะเล่นอะไรก็ตามใจพวกเ้า ข้าตกลงตามนี้”
ฉู่ชิงเฉินยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ สำหรับนางแล้ว นางไม่มีวันแพ้ บทลงโทษอะไรนั่นจึงไม่มีความหมาย
“พวกเราที่อยู่ที่นี่ทุกคนคือพยานนะ สะใภ้เสิ่น ถึงตอนนั้นเ้าอย่ามาตลบตะแลงไม่ยอมรับล่ะ”
“คำพูดนั้นข้าควรเป็คนพูดกับเ้ามากกว่านะ”
ฉู่ชิงเฉินตอบกลับเรียบ ๆ ทำเอาแม่เฒ่าหวังแทบจะอกแตกตายด้วยความโมโห
ฉู่ชิงเฉินไม่อยู่ตรงนั้นนาน นางสั่งคนขับรถให้ไปต่อ คนขับรถสะบัดแส้พาลาวิ่งจากไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควัน
“นังตัวดี คอยดูท่าทางอวดดีของนางเถอะ อีกสามวันข้าจะคอยดูนางร้องไห้ไม่ออก”
“แยกย้าย ๆ เ้าตัวไปแล้วก็กลับไปทำงานเถอะ อีกสามวันมารอกินเนื้อกัน!”
กลุ่มคนมุงค่อย ๆ แยกย้ายกันไป
เมื่อเกวียนลาเข้าในรั้วบ้าน ฉู่ชิงเฉินหยิบเงินสิบสามอีแปะส่งให้คนขับรถ
คนขับเห็นนางใจกว้าง จึงช่วยขนของลงจากรถให้เสร็จสรรพก่อนจะขับรถออกไป
“ท่านแม่ ชาวบ้านพวกนั้นอยากกินเนื้อจนบ้าไปแล้ว ท่านแม่ไปยุ่งกับคนบ้าพวกนั้นทำไม ถ้าท่านพ่อไม่ฟื้นขึ้นมา ท่านแม่ต้องเสียเนื้อให้พวกเขาจริง ๆ นะ”
หยวนเป่าทำหน้ามุ่ยด้วยความโมโห
“หยวนเป่าพูดแบบนี้ แสดงว่าไม่เชื่อว่าท่านพ่อของเ้าจะฟื้น หรือไม่เชื่อว่าแม่จะรักษาท่านพ่อของเ้าได้ล่ะ?”
ฉู่ชิงเฉินเห็นลูกสาวแก้มป่องด้วยความโกรธก็นึกเอ็นดู
“ท่านแม่หมายความว่า ท่านพ่อจะฟื้นภายในสามวันแน่นอนหรือ? ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีที่สุดเลย!”
หยวนเป่าเพิ่งคิดได้จึงมีท่าทีตื่นเต้นมาก
“ดีก็ดีอยู่หรอก แต่ว่า... ถึงตอนนั้นก็จะมีคนมาเรียกแม่ว่า ‘ท่านแม่’ เพิ่มอีกคนน่ะสิ”
ฉู่ชิงเฉินพูดพลางชำเลืองมองลูกชายที่อยู่ข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว
“ถ้าท่านพ่อฟื้น ข้าจะยอมเรียกท่านด้วยคำ ๆ นั้นเองแหละ”
ถวนเป่าพยายามจะเรียกแต่คำว่า ‘ท่านแม่’ มันยังจุกอยู่ที่คอ
“พี่ชาย ท่านไม่ลองเรียกท่านแม่ดูตอนนี้หน่อยล่ะ จะได้ชินไง”
หยวนเป่าวิ่งไปหาพี่ชายแล้วแกล้งเย้า
“กินเข้าไป จะได้หุบปากซะที มาช่วยยกของเข้าบ้านดีกว่า”
ถวนเป่าพูดพลางแกะเกาลัดอย่างรวดเร็วแล้วยัดใส่ปากน้องสาว
ฉู่ชิงเฉินอุ้มผ้าสามพับ มือซ้ายหิ้วเนื้อ มือขวาหิ้วน้ำมันถังสิบชั่ง เดินดุ่ม ๆ เข้าบ้านไป
เด็กน้อยสองคนทำได้เพียงหิ้วเครื่องปรุงและขนมห่อเล็ก ๆ ที่ไม่หนัก เดินตามหลังแม่เลี้ยงเข้าไป
“ท่านแม่หิ้วของเยอะขนาดนั้นคนเดียว... ท่านแม่เป็จอมพลังหรือเปล่า?”
หยวนเป่าอดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ