บทที่ 4 การข่มขวัญ
"ถ้าไม่ให้งานก็ต้องให้เงิน" เธอพูดพลางยิ้มและจ้องตาหวังจื้ออย่างไม่ละสายตา
ในดวงตาของเธอมีเพียงการแจ้งให้ทราบ ไม่มีการเจรจาต่อรอง
"คุณหมายความว่ายังไง! " หวังจื้อเป็คนมีการศึกษา แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่เอ่ยคำหยาบออกมาสักคำ
ในตอนนั้น ซูจงจวินได้ก้าวมายืนอยู่ตรงหน้าพ่อลูกตระกูลหวัง คิดว่าหากพ่อแม่ไม่ยอมไปกับเขาจริง ๆ การหางานให้น้องชายที่เมืองหงซิงก็เป็ทางออกที่ดีที่สุด
เขาไม่้าเงินหรอก
"หวังจื้อ ตอนที่นายเรียนมัธยมปลายปีที่สาม นายไปสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่โรงเรียนมัธยมเมืองหงซิงใช่ไหม?"
หวังจื้อตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ ทำเหมือนไม่ได้สนใจซูจงจวินเลย ที่จริงแล้วเขาเห็นชุดทหารนั้นแล้วรู้สึกอิจฉา ชายตรงหน้าดูแก่กว่าเขาแค่ไม่กี่ปี แต่แค่ยศบนบ่าก็แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่เขาเอื้อมไม่ถึงแล้ว
เขาเต็มใจจะไปชนบทจริง ๆ หรือ? ไม่ใช่เลย แต่เพื่อหรันหรั่นเขายอมสละทุกอย่างที่มีอยู่ในตอนนี้ และหรันหรั่นก็เคยสัญญากับเขาว่า เธอจะตั้งใจเรียนให้เก่ง ไม่เกินห้าปีจะย้ายเขากลับมา
เขาเชื่อมั่นในตัวเธอ เพราะเธอเก่งกว่าเขาและมีความสามารถมากกว่า
"นั่นถูกต้องแล้ว" ซูจงจวินหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า "ตอนนั้นผมเป็ตัวแทนนักศึกษาของมหาวิทยาลัย มาเป็ผู้คุมสอบที่โรงเรียนมัธยมหงซิง"
ทุกคนในห้องไม่เคยรู้มาก่อนว่าซูจงจวินเคยเป็ผู้คุมสอบ ทันใดนั้นสายตาทุกคนก็จับจ้องมาที่เขา พ่อซ่งที่อยู่ข้าง ๆ แสดงสีหน้าภาคภูมิใจ รีบยืดอกโอ้อวดต่อหน้าพ่อหวัง
"คุณหมายความว่ายังไง?" หวังจื้อถาม
"ผมจำได้ว่าวิชาสุดท้ายคือคณิตศาสตร์ ตอนนั้นคุณนั่งอยู่แถวหลังสุด เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง คุณได้ลอกคำตอบของเพื่อนที่นั่งข้างหน้า"
"คุณพูดเหลวไหล! คุณมีหลักฐานอะไร!"
แม้แต่ซ่งเฉียวก็เพิ่งเคยเห็นหวังจื้อโกรธขนาดนี้เป็ครั้งแรก ในนิยายบรรยายว่าเขาเป็คนที่มีอุปนิสัยแบบสุภาพบุรุษ สงบเยือกเย็นดุจสายน้ำ แม้จะรังเกียจร่างเดิมก็ไม่เคยแสดงออกมาสักส่วน ไม่อย่างนั้นร่างเดิมจะยอมติดตามเขาอย่างหัวปักหัวปำได้อย่างไร
ตอนนี้เขามีเส้นเืปูดโปนที่หน้าผาก จ้องมองซูจงจวินด้วยสีหน้าดุดัน
"ทำไมฉันจะไม่มีหลักฐาน ตอนนั้นผู้คุมสอบหลายคนเห็นกันหมด คุณลองคิดให้ดี ๆ อีกที จำได้ไหมว่าตอนสุดท้าย อาจารย์คุมสอบเดินมาที่หน้าพวกคุณแล้วยืนมองอยู่นานมาก?"
"ไม่มี!" หวังจื้อหน้าแดง ปฏิเสธสุดชีวิต
"คุณหมายความว่ายังไงกันแน่?" พ่อของหวังจื้อสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกชาย รีบเข้ามาถามแทรกทันที
"ปีแรกลูกชายคุณสอบไม่ติดหรอก เราถึงได้ปล่อยเขาไป แต่ตอนนี้ถ้าฉันขอตรวจสอบเอกสารการสอบอีกครั้ง มันก็จะเป็อีกเื่แล้ว" ซูจงจวินพูดพลางจ้องหวังจื้อด้วยสายตามั่นใจ "นายรู้ไหมว่าการโกงข้อสอบมีโทษแค่ไหน"
พอเขาพูดจบ หวังจื้อก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกเจาะ เซถอยหลังโงนเงน จนพ่อของเขาต้องรีบเข้าไปประคอง
"รีบพาพวกเราไปหาเซี่ยหรันหรั่น ความอดทนของฉันมีจำกัดนะ" ซูจงจวินจ้องเขาด้วยสายตาเ็า แววตาที่มองดูเหมือนชมละครฉากสุดท้ายทำให้หวังจื้อแทบทรุด
หวังจื้อหายใจหอบด้วยความตื่นตระหนก ลูกตาก็กลอกขึ้นไปมาเป็พัก ๆ
"หวังจื้อ นายคงไม่ได้โกงข้อสอบในปีที่สองด้วยใช่ไหม?" ซ่งเฉียวแกล้งถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
หากสิ่งที่ซูจงจวินพูดเป็ความจริง หวังจื้อที่ได้ลิ้มรสความหวานในปีแรก ปีที่สองก็คงจะเสี่ยงอีกครั้ง และในปีที่สองเมื่อเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ เื่นี้จึงร้ายแรงกว่าเดิม
ซ่งเฉียวแสดงสีหน้าประหลาดใจ แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทำเอาซูจงจวินที่อยู่ข้าง ๆ งุนงง เธอไม่ได้ชอบหวังจื้อหรอกหรือ? ทำไมถึงได้ดูสะใจกับความเดือดร้อนของคนอื่นแบบนี้
เพียงคำไม่กี่คำก็ทำลายกำแพงทางจิตใจของหวังจื้อลงได้ ตอนนี้เขาเหมือนคนกำลังจมน้ำที่พยายามเกาะพ่อของตัวเองไว้แน่น จนอีกฝ่ายร้องะโอย่างใ "รีบไปตามหาเซี่ยหรันหรั่นเร็วเข้า ฉันบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี ได้งานแล้วยังไม่มาขอบคุณที่บ้านเลย"
ซ่งเฉียวสีหน้าบึ้งตึง ตอบกลับอย่างไม่พอใจ "คุณลุง งานนั้นฉันเป็คนให้นะ พวกคุณเคยมาขอบคุณฉันบ้างไหม?"
"ใช่ ๆ ซ่งเฉียว งานนั้นพวกเราไม่เอาแล้ว ให้หวังจื้อใจเย็นลงหน่อย เดี๋ยวจะพาพวกคุณไปหาเซี่ยหรันหรั่นเอง"
ระหว่างทาง ซูจงจวินผลักหวังจื้อที่ไร้เรี่ยวแรงให้เดินไปข้างหน้า ตอนแรกหมอนี่ยังเดินลากเท้าบ้าง แต่การจัดการอีกฝ่ายง่ายกว่าจัดการทหารใหม่เยอะ
ซ่งเฉียวเดินตามหลังซูจงจวินไป เงาร่างสูงตระหง่านของเขาช่วยบังแดดยามบ่ายให้เธอ ดังนั้นซูจงจวินไปทางไหน เธอก็ไปทางนั้น
"เธอเป็ลูกไก่หรือไง ถึงได้เดินตามหลังฉันแบบนี้" ซูจงจวินหันมามองซ่งเฉียวแวบหนึ่ง มือยังผลักหวังจื้อให้เดินต่อไปไม่หยุด
"งั้นวันนี้คุณก็เป็แม่ไก่ที่ช่วยฉันระบายความแค้นไง!" เธอดีใจจนลืมตัวไปหน่อย
พ่อซ่งที่อยู่ข้าง ๆ รีบดึงตัวเธอไว้ แล้วดุด้วยเสียงเบาว่า "แกนี่ปากไม่มีหูรูด จะพูดว่าจงจวินเป็แม่ไก่ได้ยังไง?"
"พ่อคะ ถ้าไม่ใช่แม่ไก่ก็ต้องเป็พ่อไก่สิคะ?" ซ่งเฉียวพูดอย่างร่าเริง ดูเหมือนว่าความแค้นของร่างเดิมจะลดน้อยลงไปมาก
หวังจื้อที่อยู่ข้างหน้าตอนนี้ได้สติกลับมาเกือบหมดแล้ว ตลอดทางที่เดินมาเขาได้ยินเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กของทั้งสามคน ทำให้รู้สึกรำคาญ แต่ตอนนี้กลับได้ยินอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป
"ซ่งเฉียว เธอมีความสัมพันธ์อะไรกับเขา?" เขามองซ่งเฉียวด้วยความโกรธเหมือนกำลังมองคนทรยศ
"ก็เป็สามีภรรยากันไงคะ" ซ่งเฉียวชอบดูท่าทางอึดอัดของหวังจื้อ เธอแกล้งเอียงหัวพลางยิ้มจนตาโค้งเป็เสี้ยวพระจันทร์ ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็พิเศษ
หวังจื้อที่อยู่ตรงข้ามชะงักฝีเท้า เดินสะดุดไปหลายก้าว
เขาไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวไร้การศึกษาคนหนึ่งจะได้แต่งงานกับทหารที่จบมหาวิทยาลัย ความริษยาที่ไม่มีที่มาที่ไปกลับเผาไหม้หัวใจของเขา
ซ่งเฉียวไม่เคยคิดเลยว่า พระเอกในนิยายจะมาอิจฉาเธอ
ทางด้านซูจงจวินที่ได้ยินเสียงหวาน ๆ ของซ่งเฉียว ในใจกลับรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงกลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อทั้งสี่คนมาถึงบ้านตระกูลเซี่ย นางเอกในนิยายเซี่ยหรันหรั่นกำลังอ่านหนังสือบัญชีอยู่ในห้อง
บุคลิกของเธอคือไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เธอจะมั่นใจในตัวเอง มีความพยายาม และมุ่งมั่นเสมอ ซึ่งเป็เื่น่านับถือจริง ๆ แต่พลังบวกเหล่านี้ทำให้เธอคิดว่าทุกอย่างที่ได้มานั้นเป็เื่ที่สมควรแล้ว
อย่างเช่นเื่งาน เธอรู้ว่าเป็งานที่ซ่งเฉียวยกให้หวังจื้อ แล้วหวังจื้อก็ให้เธออีกที ทำให้ทั้งสองคนต้องไปชนบทด้วยกัน ถามว่าเธอรู้สึกผิดไหม? ไม่เลย เธอสามารถหาเหตุผลที่ทำให้ตัวเองสบายใจได้
หวังจื้อหล่อและฉลาด ทำให้ซ่งเฉียวตกหลุมรักและเต็มใจให้งานกับเขาเอง เธอกับหวังจื้อก็เป็คู่รักกัน การที่หวังจื้อจะยกงานให้เธอก็ไม่ใช่เื่แปลก ด้วยเหตุผลแบบนี้ การที่เธอไม่ไปขอบคุณถึงบ้านจึงเป็เื่ปกติสำหรับเธอ
พ่อแม่ตระกูลเซี่ยเห็นหวังจื้อก็คิดว่าเขามาเรียกร้องเื่งาน จึงทำหน้าบึ้งทันที ขณะที่กำลังจะไล่เขาไป แต่ทหารที่เดินตามหลังมากลับทำให้พวกเขาใ
"พวกเรามาหาเซี่ยหรันหรั่น" ซูจงจวินพูดเสียงเ็า
สองสามีภรรยาหดคอด้วยความหวาดกลัว แล้วะโเรียกให้เซี่ยหรันหรั่นรีบออกมา
"พวกคุณกำลังจะ..." เธอเห็นซ่งเฉียวและหวังจื้อ ก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที แต่เมื่อเหลือบไปเห็นซูจงจวินที่อยู่ตรงข้าม ลมหายใจก็สะดุด หัวใจเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ชายคนนี้ทั้งตัวสูงใหญ่และดูน่าเกรงขาม ใบหน้าก็หล่อเหลา เมื่อเทียบกับหวังจื้อแล้วดูเหนือชั้นกว่ามาก
"เซี่ยหรันหรั่น พวกเรามาพูดกันตรง ๆ ดีกว่า ฉันอยากให้เธอคืนงานบัญชีของฉันมา" ซ่งเฉียวเห็นท่าทางเคลิ้มฝันของเธอ จึงก้าวเท้ามายืนบังซูจงจวินไว้ทันที
"งานนี้หวังจื้อเป็คนให้ฉัน ฉันต้องถามหวังจื้อก่อน" เซี่ยหรันหรั่นได้สติกลับมา แล้วตอบโดยใช้ตรรกะของตัวเอง
"หวังจื้อ พวกเขารังแกคุณหรือเปล่า?" เธอชี้ไปที่ซ่งเฉียวอย่างใจเย็น
"หรันหรั่น คุณคืนงานให้ตระกูลซ่งเถอะ เื่งานไม่ต้องรีบร้อน อีกอย่าง ตอนแรกเราก็ตกลงกันแล้วว่าจะไปชนบทด้วยกันไม่ใช่หรือ?"
พอได้ยินว่าต้องยกงานให้ พ่อแม่ตระกูลเซี่ยที่แต่แรกกลัว ๆ อยู่ก็เริ่มตื่นตระหนก งานบัญชีนี้เป็งานชั้นเยี่ยม อาจารย์ผู้สอนก็มีชื่อเสียง เงินเดือนก็ให้มากถึงสิบแปดหยวน ตอนนี้คนหนุ่มสาวในเมืองหงซิงได้เงินเดือนแค่แปดถึงสิบหยวนก็ถือว่าดีมากแล้ว ลูกสาวของพวกเขากลับได้มากกว่าเป็สองเท่า ไม่นานเงินเดือนของเธอก็คงจะเอามาทดแทนในส่วนที่เสียไปกับการหางานให้ลูกชายได้
ทั้งสองคนะโใส่หวังจื้อพร้อมกันทันที "ทำไมต้องคืนด้วย?"
"เพราะนี่เป็งานที่ฉันหามา ไอ้พวกที่ลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาว ยังมาทำตัวหน้าไม่อายให้ขายขี้หน้าคนอื่นอีก รีบกลับเข้าบ้านไปเลย!" พ่อซ่งที่เงียบมาตลอดเอ่ยปากขึ้น ร่างกำยำก้าวออกมาข้างหน้า ทำเอาสองสามีภรรยาตระกูลเซี่ยกลัวจนต้องก้าวถอยหลัง