ราเชนตอนนี้ไม่สนใจ รีบเอาดินที่มีกลิ่นของฉี่เสือ มาลูบไล้จนทั่วร่างกายอย่างเร่งรีบ
แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีฝูงเสือโคร่งตัวใหญ่กว่าคนถึงสามเท่า จำนวน 10 ตัว ปรากฏขึ้นมารอบๆ คนทั้ง 17 คน
“ อาจารย์...นี่มัน” ฉีเวยเข้ามายืนด้านข้างอาจารย์เฉากุ้ยด้วยความหวาดกลัว
“ ไม่ต้องกลัว เสือมันไม่โจมตีซึ่งๆ หน้า พวกเราจ้องที่ดวงตาของมันเอาไว้”
ปรามาจารย์เฉากุ้ย ะโเสียงดัง คนคุ้มกัน 15 คน มองไปที่ดวงตาเสือโคร่ง แล้ว ยกหน้าไม้เตรียมยิง หากมันบุก ต้องถูกรุมยิงใส่แน่ๆ
แต่ไม่ทันไร เสือโคร่งั์ทั้งสิบตัว ก็กระโจนเข้าหาเหยื่อของมันทันที ไม่ได้เกรงกลัวอย่างที่ปรมาจารย์เฉากุ้ยบอกว่ามันไม่กล้าจู่โจมซึ่งๆ หน้า
ธนูหน้าไม้ล้วนถูกยิงออกตามสัญชาตญาณของทุกคน แต่ว่า หาได้ระคายิัของเสือโคร่งั์เหล่านี้ไม่ ร่างของชายทั้งสิบคน ถูกกัดเข้าที่หัว กรงเล็บคู่หน้าทั้งสิบตรึงร่างเอาไว้ แล้วกระชากส่วนหัวจนหลุดเป็ชิ้นๆ เืไหลนองท่วมพื้นดิน แค่พริบตา ชายทั้งสิบห้าคนก็ถูกเสือโคร่งั์ฆ่าตายไปจนหมด
ส่วนปรมาจารย์เฉากุ้ย ก็จับร่างของฉีเวย แล้วลอยตัวขึ้นไปบนต้นไม้ เพื่อจะหลบหนี
ราเชนเองก็ได้แต่มองด้วยความตื่นเต้น แต่ทว่าระหว่างทั้งสองกำลังลอยตัวจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง ก็มีเสือโคร่งั์ที่ใหญ่กว่า เสือโคร่งสิบตัวแรก พุ่งออกมา อ้าปากกัดเข้าที่ร่างของ ปรมาจารย์เฉากุ้ยจนขาดเป็สองส่วน ร่างของฉีเวยก็ร่วงลงสู่พื้น ต่อหน้าราเชน เสือโคร่งจ่าฝูงตัวใหญ่ กระโจนเข้ามา แล้วใช้เท้าคู่หน้าตะปบเข้าที่หัวของฉีเวย จนะเิเละเทะคากรงเล็บของมัน
ดวงตาของมันประสานเข้ากับ ราเชนทั้งสองจ้องมองกันนิ่ง ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย
เ้าเสือโคร่งมันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ตัวของราเชนที่มีแต่กลิ่นฉี่ของมัน แล้วก็คำรามออกมาด้วยเสียงอันดัง แต่ราเชนก็ได้แต่นิ่งเฉย ในมือกำมีดนิรนามเอาไว้แน่น แต่เ้าเสือโคร่งั์จ่าฝูงกลับไม่ทำอะไร มันคิดว่าราเชนนั้นยอมศิโรราบต่อมัน เลยไม่คิดจะฆ่า แล้วมันก็คำรามประกาศศักดาคล้ายกับว่า อาณาเขตแห่งนี้่เป็มันที่ใหญ่สุดแล้ว จากนั้นมันก็หันหลังจากไป
ราเชนถึงกับต้องเป่าปากของตนออกมาด้วยความโล่งอก
“ เฮ้อ สงสัยฉี่เสือนี่คงเป็ของมัน”
ราเชนเอาฉี่เสือที่จ่าฝูงมันฉี่ทิ้งเอาไว้โคนต้นไม้มาทาตัว เพราะเขาถูกฝึกฝนให้เอาตัวรอดจากสัตว์ร้ายในป่า ที่มันมักจะฉี่เอาไว้เพื่อแสดงอาณาเขตของมัน และมันจะไม่ทำร้ายผู้ที่มีกลิ่นฉี่ของมัน คล้ายกับว่า การเอาฉี่ของมันมาทาตัวเหมือนกับยอมสยบต่ออำนาจของมัน และมันจะไม่ทำร้ายคนผู้นั้น
จากนั้นราเชนก็เข้าไปค้นตัวของ ฉีเวย และ ปรมาจารย์เฉากุ้ยเพื่อหาทรัพย์สินของมีค่า จนพบว่า ฉีเวยนั้นมีเหรียญทองติดตัว ถึง 1 แสนเหรียญทอง ส่วนปรมาจารย์เฉากุ้ยนั้น เขาเห็นแต่คัมภีร์หนังสัตว์เก่าๆ ไม่รู้ว่ามันอ่านว่าอะไร จึงเก็บมันเอาไว้ และหยิบพัดเหล็กที่หนักอึ้งมาเก็บเอาไว้ด้วย เขาคิดว่าหากนำไปขาย คงจะได้หลายเงินแน่ๆ จากนั้นราเชนก็รีบออกจากอาณาเขตของเสือโคร่งั์ กลัวว่ามันจะเปลี่ยนใจ
แต่ทว่า เขากลับหลงทางยืนมองไปรอบๆ
“ แย่แล้ว จะไปหาพวกเขาได้ยังไงกันนี่”
ราเชนยืนมองไปบนท้องฟ้า แล้ว เดินไปทางทิศเหนือ เพราะเขาสังเกตว่า ระหว่างทางที่มา ทุกๆ คนจะมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ดังนั้นน่าจะมีโอกาสได้เจอพวกเขาอย่างแน่นอน
ในระหว่างเดินทาง ราเชนกลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เขาจึงรีบหลบหลังต้นไม้ พบเห็นศิษย์ของสำนักฟ้าพิสุทธิ์คนหนึ่ง กำลังวิ่งหนีมาทางนี้ มีชายหนุ่มแต่งกายชุดดำ 2 คน ตรงกลางมีสัญลักษณ์รูปอินทรีสีเขียว เหมือนกับชุดของสำนักอินทรีมรกต กำลังไล่ตามศิษย์สตรีชุดขาวมาอย่างกระชั้นชิด
ราเชนไม่รู้ว่าพวกมันมีพลังปราณยุทธ์ระดับไหน แต่เท่าที่เห็นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะการเคลื่อนไหวของพวกมันสองคนนั้น แม้แต่วิชาก้าวเท้าวายุเหินของเขายังไม่อาจที่จะตามทัน ยิ่งหากปะทะพวกมันทั้งสองซึ่งๆ หน้าเขาเองไม่อาจทำอะไรพวกมันได้อย่างแน่นอน
“ เอาไงดีวะ จะช่วยหรือไม่ช่วยดี” ราเชนคิดในใจ แต่ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงพวกมันสองคน หัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดัง แล้วได้ยินเสียงเสื้อฉีกขาด
พอราเชนหันไปมอง สตรีชุดขาวศิษย์ของ สำนักฟ้าพิสุทธิ์ ถูกกระชากเสื้อจนขาดวิ่น เอามือปิดหน้าอกอันขาวผ่องของตนเอาไว้แทบไม่มิด
“ อย่านะ ไอ้พวกชั่ว” หญิงสาวมือซ้ายแม้จะพยายามปิดหน้าอกของตน แต่มือขวายังคงถือกระบี่ปัดป้องตัวเองไปมา แต่ไม่อาจทำอะไรพวกมันได้ ถูกชายคนหนึ่ง คีบเอาไว้ด้วยนิ้วมือเปล่า แล้วหักกระบี่เป็สองท่อน แล้วใช้หมัดต่อยเข้าที่ท้องน้อยของนางจนลงไปนอนตัวงอกับพื้น จุกจนไม่อาจพูดอะไรออกมาได้
“ เ้ารีบกลับไปที่ถ้ำ ข้าขอจัดการแม่นางคนนี้ด้วยตัวเอง ส่วนเ้ารีบกลับไปจัดการกับพวกนางที่เหลือเอาเอง”
“ ได้เลย โชคดีนะหมายเลข 14”
ชายหนุ่มอีกคนเห็นว่าจับตัวได้แล้วจึงพุ่งร่างกลับไปเหลือ หมายเลข 14 ที่กำลังถอดเสื้อของตนออก แต่พอถอดกางเกง มันก็สะดุ้งสุดตัว ลำคอของมันมีมีดสีเงินแวววับ ยื่นออกมา มันได้แต่อ้าปากเืทะลัก คุกเข่าลงไปกับพื้น ตายไปในลักษณะใสุดขีด ที่แท้คนที่ใช้มีดแทงจากหลังหัวทะลุปากของมันคือ ราเชนนั่นเอง
เขาคิดแล้วว่า นี่เป็โอกาสทองของเขาที่จะฆ่ามันในตอนนี้
“ หยาง..เฟยหลง” ศิษย์ของสำนักฟ้าพิสุทธิ์เอ่ยออกมาอย่างยากเย็น
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ จนถูกคนชั่วทำร้ายเช่นนี้”
“ พี่หยาง ช่วยหลบไปก่อนได้ไหม”
หญิงสาวใบหน้าแดงซ่าน เพราะตนเองไร้เสื้ออาภรณ์ติดกาย เผยให้เห็นความขาวผ่องของร่างกายอย่างชัดเจน แม้จะเอาแขนมาช่วยปิด ก็ไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นได้ ราเชนรีบหันหลัง เพื่อให้นางรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ จากนั้นก็ไปค้นตัวซากศพ เก็บทรัพย์สินของมันมาเก็บเอาไว้มีเพียงยาสองขวด และเหรียญทองอีก ไม่กี่ร้อยเหรียญ มีป้ายอักษรฟ้าดินหมายเลข 14 จึงได้แต่เก็บเอาไว้
พอศิษย์ของสำนักฟ้าพิสุทธิ์ เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ก็เอ่ยออกมาว่า
“ ขอบคุณศิษย์พี่หยาง ”
“ เกิดเื่อะไรกันแน่?”
“ ตอนนั้นพวกเราถูกเ้างูั์สองหัวไล่ทำร้ายจนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางข้ากับ ศิษย์พี่อีก 9 คน หลบหนีมาด้วยกัน ทำให้พลัดพรากจากพวกกลุ่มของอาจารย์ จนพวกเรามาพบกับศิษย์ของสำนักอินทรีมรกต พวกมันถามถึงองค์ชายรอง พวกเราก็บอกไปตามจริง แต่นึกไม่ถึง พวกมันกับคิดร้ายต่อพวกเรา
พวกมันมีเพียง 4 คน แต่ว่าฝีมือพวกมันร้ายกาจมาก พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน ศิษย์พี่ทั้ง 9 ต่างช่วยให้ข้าหนีรอดออกมาได้ แต่ว่าก็หนีไม่ทัน ถูกมันทำร้ายโชคดีที่เ้าช่วยเอาไว้ได้ ว่าแต่ศิษย์พี่หยางเห็นอาจารย์ของข้าบ้างไหม?”
ราเชนได้แต่ส่ายหัว เพราะเขาไม่เห็นจริงๆ
“ เส้นทางในป่าข้าก็ไม่รู้จะไปตามหาพวกเขาที่ไหน พลุสัญญาณขอความช่วยเหลือข้าก็ไม่มี เ้ามีหรือไม่”
ราเชนสำรวจที่เอวของเขาก็ไม่มีเช่นกัน สงสัยคงหล่นหายไประหว่างทางที่หนีเ้างูสองหัวนั้นเช่นกัน
“ ป่านนี้ ไม่รู้พวกมันทำอะไรศิษย์พี่ของข้าหรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาอย่างร้อนรน ราเชนเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ลำพังการสังหารคนเพียงคนเดียวก็ยังพอได้ แต่ว่าพวกมันยังเหลืออีก สามคน คงสังหารมันยาก
“ ศิษย์พี่หยาง ได้โปรดหาทางช่วยศิษย์พี่ของข้าด้วยเถอะนะ”
จู่ๆ หญิงสาวก็คุกเข่าร่ำไห้ต่อหน้าเขา
“ เฮ้ ข้าไร้พลังปราณยุทธ์เ้าก็รู้ ส่วนเ้ามีพลังปราณยุทธ์แท้ๆ ยังสู้มันไม่ได้เลย จะให้ข้าช่วยยังไง”
“ ศิษย์พี่เฟยหลง ข้าได้สอบถามเื่ราวของท่านแล้ว ท่านเป็ถึงลูกหลานของแม่ทัพหยางผู้ยิ่งใหญ่ เชี่ยวชาญการต่อสู้ในสนามรบ ต้องมียุทธวิธีจัดการกับคนชั่วพวกนั้นแน่ หากว่าท่านช่วยศิษย์พี่ของอี้หลินได้ ข้าจะขอตอบแทนท่านทุกๆ อย่างที่ท่าน้า”
อี้หลินมองหน้าราเชนคล้ายกับว่าหมดหนทางอื่นแล้ว ราเชนในร่างหยางเฟยหลงที่อ้วน ได้แต่ลูบท้องของตน เพราะมันเริ่มส่งเสียงร้องออกมาแม้จิตใจของเขายังไม่หิว แต่ร่างกายมันคง้าอาหาร
อี้หลินได้ยิน ก็รีบนำเนื้อแห้งออกมามอบให้ราเชนกินในทันที
หลังจากราเชนกินจนอิ่มท้องแล้ว ก็เอ่ยว่า
“ พาข้าไปดูลาดเลาก่อน”
อี้หลินพาราเชนมาถึง หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง พบว่า มีชายสามคนกำลังยืนอยู่ด้านหน้า กำลังพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี
“ ยาร่านราคะ ใกล้จะออกฤทธิ์แล้ว พวกเราแบ่งสาวๆ กันไปคนละสาม แล้วหาความสุขจากพวกนางให้เต็มที่ เสร็จแล้วฆ่าพวกนางทิ้งซะ จากนั้นค่อยออกไปสืบข่าวของ องค์ชายรองต่อ ส่วนเ้าหมายเลข 14 กว่ามันจะกลับ พวกเราก็คงจะเสร็จพอดี”
“ ดี งั้นพวกเราเข้าไปเลือกพวกนางกันก่อนเถอะ”
สามคนไม่มีใครเฝ้าหน้าถ้ำ เดินเข้าไปในถ้ำทันที
“ แย่แล้ว พวกมันกำลังจะเข้าไปทำร้ายศิษย์พี่ของข้า”
“ พวกมันมีพลังยุทธ์ระดับไหน?”
“ พวกมันไม่น่าถึงขั้นปรมาจารย์ แต่คงจะระดับปราณยุทธ์ไม่ต่ำกว่า 60 ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันสักคน”
ราเชนได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ แล้วบอกให้อี้หลินรออยู่หน้าปากถ้ำ ตนเองค่อยๆ ย่องเงียบเข้าไป ในมือตอนนี้ นำกระบอกฟ้าพิฆาต ออกมาเตรียมเอาไว้
ข้างในมีศิษย์สำนักฟ้าพิสุทธิ์ ถูกมัดมือมัดเท้า หน้าแดงกล่ำ พยายามทำสมาธิ เพื่ออดกลั้นสติอารมณ์ของตน
“ ได้เวลาแล้ว ข้าเอาสามคนนี้”
“ ข้าเลือกสามคนนี้”
“ งั้นที่เหลือข้าจัดการเองก็แล้วกัน”
ทั้งสามคนเอ่ยออกมาด้วยความหื่นกระหาย แล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกทันที
คนแรกยังไม่ทันเอาเสื้อออกจากแขน จู่ๆ ร่างก็ร่วงลงไปนอนตาค้างกับพื้น
อีกคนหันมามองกำลังจะเข้าไปดู ก็ได้แต่ก้าวเท้าไปแค่ สามก้าว ก็ต้องจับที่คอหอยของตน แล้วก็ลงไปนอนฟุบตามเพื่อนๆ ไป
“ เฮ้ย ใครวะ” คนที่สามชักดาบออกมา ตั้งท่าป้องกัน มองไปรอบๆ เห็นเงาดำอ้วนๆ โผล่ขึ้นมาห่างประมาณเจ็ดเมตร ขณะจะฟันดาบเข้าใส่ เข็มฟ้าพิฆาตพุ่งเข้าที่ใบหน้าของมันแต่มันใช้ดาบปัดทิ้งออกไปจนหมด แต่สุดท้าย ก็มีเข็มพุ่งเข้าเจาะที่ต้นขาของมัน ทำให้มันถึงกับต้องทรุดตัวลงคุกเข่า เพราะมันมียาพิษ
จนเข็มเงินอีกชุดพุ่งเข้าเจาะลำตัว ใบหน้าของมันจนพรุน นอนหงายท้องตายไปอย่างน่าสยดสยอง
ราเชนเก็บอาวุธเข้าไปในแหวนมิติ แล้วเรียกอี้หลินให้เขามาช่วยศิษย์พี่ของพวกนาง
“ ศิษย์พี่เฟยหลง นี่สุดยอดจริงๆ” อี้หลินเริ่มคุ้นเคยกับราเชนแล้ว จึงเรียกชื่อของเขาได้อย่างสนิทใจ
“ ไปช่วยแก้มัดศิษย์พี่ของพวกเ้าก่อนไป”
ทั้งสองคนไปช่วยแก้มัดศิษย์พี่ของอี้หลิน แต่ราเชนกลับสังเกตใบหน้าของแต่ละคนนั้นดูแปลกๆ ไป
“ ศิษย์พี่ เป็อะไรไป?” อี้หลินเอ่ยขึ้นเพราะเห็นเหล่าศิษย์พี่ของพวกนางมีอาการผิดปกติ
“ พวกเราถูกพิษร่านราคะ หากไม่ได้ยาแก้พิษ พวกเราคงต้องเืออกทวารทั้งเจ็ด ไม่รอดแน่ๆ เ้าค้นหายาถอนพิษจากศพของพวกมันเร็ว”
อี้หลินรีบเข้าไปค้นตัว พบขวดยาอยู่สองขวดเท่านั้น
“ ผงยาสลบ กับ ผงร่านราคะ ไม่เห็นมียาแก้พิษเลย”
ราเชนก็ไปค้นตัวพวกมันที่เหลือ ก็พบแต่ยาสลบ กับ ยาร่านราคะ เช่นกัน แต่ว่ามีป้ายฟ้าดินหมายเลข 17 18 19 แล้วเขาก็เก็บของพวกนี้ใส่ในแหวนมิติเอาไว้
“ ข้าก็ไม่เจอ ยาแก้พิษเหมือนกัน”
“ ศิษย์พี่ไม่เจอ แล้วจะทำอย่างไรดี”
“ รีบไปหาอาจารย์ แล้วให้มาช่วยพวกเรา”
“ ข้าไม่รู้จะไปหาที่ไหน ข้ากลัวไปแล้วจะหาทางกลับมาไม่ถูก” อี้หลินเอ่ยอย่างใสซื่อ
“ ถ้าเช่นนั้น ก็คงต้องหาผู้ชายมาช่วยขจัดพิษในร่างของพวกเรา” ศิษย์ที่ดูมีอายุกว่าใครเอ่ยขึ้น แล้วทั้งหมดก็หันไปทางชายหนุ่มร่างอ้วนที่ยืนอยู่ติดผนังถ้ำ ด้วยสายตาที่มองราเชนเปลี่ยนไป........