บทที่ 25 เงินทองสามารถทำให้ผีโม่แป้ง
ด้านนอกประตู สามคนแนบตัวติดประตูห้องแน่น แต่กลับไม่ได้ยินอะไรเลย
“เหล่าอู่ เ้าว่าพี่ใหญ่ส่งพวกเราออกมา จะไม่ใช่เพื่อสังหารคนแย่งชิงสมบัติหรอกนะ?” เหล่าซานคาดเดา
“อ๊ะ! เป็ไปไม่ได้ ถ้าเป็เช่นนั้นแล้วผลต้นกำเนิดิญญาของข้าจะทำอย่างไร?” เหล่าอู่แสดงสีหน้าใ
ผัวะ!
ชายชุดดำตบศีรษะของทั้งสองคนพร้อมกัน “เ้าโง่ พี่ใหญ่อย่างน้อยก็เป็ถึงผู้ฝึกตนขอบเขติญญาเทวะ จะลงมือกับเด็กสาวขอบเขตฝึกลมปราณได้อย่างไร นางไม่้าชื่อเสียงแล้วหรือ!?”
เหล่าซานและเหล่าอู่สบตากัน แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “ฆ่าปิดปากเสียก็จบ เื่นี้ก็จะมีเพียงฟ้าดิน เ้า และพวกข้าเท่านั้นที่รู้”
ชายชุดดำสูดหายใจลึก สะกดความอยากซัดคนไว้ “เฮอะ! ไม่น่าแปลกที่พวกเ้าสองคนทำภารกิจหนึ่ง แต่ใช้เวลาถึงสามสิบปี ที่แท้ไม่ใช่เพราะความสามารถไม่พอ แต่เป็เพราะขาดสมองต่างหาก!”
การฆ่าปิดปากดูเหมือนง่าย แต่ความจริงแล้วจะนำมาซึ่งปัญหานับไม่ถ้วน
อีกอย่าง เฟิ่งชิงหร่านอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้น แต่วรยุทธ์ก็ถึงขอบเขตฝึกลมปราณขั้นห้าแล้ว บรรดาคนรุ่นหลังที่มีพร์เช่นนี้ พวกเขายิ่งมิอาจแตะต้องได้
หากชายชุดดำรู้ว่าพลังฝึกฝนที่แท้จริงของเฟิ่งชิงหร่านมิใช่ขอบเขตฝึกลมปราณขั้นห้า แต่เป็ขั้นสิบ พวกเขาคงจะตกตะลึงจนกรามค้าง
ใบหน้าหล่อเหลาของเหล่าอู่ฉายแววเข้าใจ “ก็จริง หากฆ่าปิดปาก พวกข้าก็จะมิได้รับผลต้นกำเนิดิญญาเพิ่มอีก! อีกทั้งหากพี่ใหญ่้าฆ่าปิดปาก พวกข้าคงไม่รอดพ้นแน่ เพราะพวกข้าก็เป็ผู้เห็นเหตุการณ์เช่นกัน”
ชายชุดดำ “......”
สื่อสารกันไม่รู้เื่!
‘ข้าคิดถึงเหล่าซื่อแล้ว’
“ไปกันเถอะ พี่ใหญ่คงต้องคุยกันอีกนาน” ชายชุดดำคว้าปกเสื้อด้านหลังของทั้งสองคน กำลังจะพาออกไป
เอี๊ยด!
ประตูเปิดออกจากด้านใน
ทั้งสามคนไม่ทันระวังตัว ล้มเข้าไปข้างในทั้งหมด ต่างก็ใมาก
‘นี่มันยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ คุยกันเสร็จแล้วหรือ?’
ชายชุดดำมองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบเฟิ่งชิงหร่าน ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ‘หรือว่านางจะฆ่าคนและชิงสมบัติไปจริง ๆ?’
รอยยิ้มเย้ายวนบนใบหน้าของลี่เหนียงหายไป แทนที่ด้วยความจริงจัง “น้องชายเหล่าเอ้อร์ เื่นี้ข้าจะจัดการเอง ่นี้ให้เ้าดูแลหอสื่อศิลป์แทนข้า”
“พี่ใหญ่เหตุใดไม่ส่งร่างแยกไปแทนเล่า?” ชายชุดดำรู้สึกประหลาดใจ
‘คนตายไปแล้ว ยังจะทำภารกิจอีกหรือ! ท่านเป็ผู้รักษาคำพูดเช่นนั้นหรือ?’
ลี่เหนียงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “เฮ้อ! เหล่าเอ้อร์หนอเหล่าเอ้อร์ ในที่สุดข้าก็เข้าใจความหมายของคำพูดที่ว่า ‘เงินทองสามารถทำให้ผีโม่แป้งได้’*[1] แล้ว สาวน้อยผู้นั้นให้มากเกินไป ข้าไม่มีทางปฏิเสธคำขอของนางได้”
เหล่าซานและเหล่าอู่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากถาม “พี่ใหญ่ แล้วแม่นางน้อยผู้นั้นเล่า?”
“ข้าให้นางสัญจรผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายในห้องไปแล้ว ในชั่วขณะที่ผลต้นกำเนิดิญญาเปิดออก มันไม่ได้ดึงดูดแค่พวกเราเท่านั้น...” ลี่เหนียงยิ้มเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าไม่เพียงแค่ตลาดมืดที่จะเปลี่ยนไป แต่ทั้งแคว้นเมฆาครามก็จะเปลี่ยนไปด้วย
“แล้วนางจะกลับมาอีกเมื่อใด?” เหล่าอู่แสดงสีหน้าเสียดาย
ลี่เหนียงหัวเราะเบา ๆ อย่างเย้ายวน “เื่ผลวิญญาญ์นี้ ห้ามผู้ใดเปิดเผยออกไปเด็ดขาด” พวกเขาทั้งสามพยักหน้าพร้อมกัน หากข่าวนี้รั่วไหลออกไป เกรงว่าหอสื่อศิลป์จะกลายเป็เป้าหมายของการโจมตีจากทุกฝ่าย
จนถึงยามนี้ ยังไม่มีผู้ฝึกตนที่บรรลุขอบเขตบูรณาการปรากฏในแคว้นเมฆาคราม ผู้ที่พยายามฝ่าด่านล้วนสิ้นชีพในทัณฑ์อัสนีิญญาครั้งสุดท้าย ส่วนผลวิญญาญ์นั้นใช้สำหรับการฝ่าฟันอสนีบาตครั้งสุดท้ายพอดี
ผลวิญญาญ์หนึ่งลูก หมายถึงมีความหวังที่จะบ่มเพาะผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการได้หนึ่งคน
การปรากฏตัวของผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ หมายถึงการจัดระเบียบอำนาจใหม่ และจะมีกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็ฝ่ายใดก็ตาม ย่อมมิอาจยอมให้อีกฝ่ายสร้างผู้แข็งแกร่งขอบเขตบูรณาการขึ้นมาได้
ชายชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “พี่ใหญ่ ผลวิญญาญ์ที่ไม่ปรากฏให้เห็นมานับหมื่นปี จู่ๆ ก็ถูกเด็กสาวคนหนึ่งนำออกมา ข้ากังวลว่าอาจมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าซานและเหล่าอู่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที มีเพียงลี่เหนียงเท่านั้นที่ยังคงหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน
ลี่เหนียงส่งกล่องสองใบให้ชายชุดดำ “นำไปส่งที่หอประมูลซูมั่ว บอกจิ้งจอกตนนั้นว่า ครั้งนี้ข้า้าผลกำไรเก้าต่อหนึ่งส่วน”
“แต่ก่อนหน้านี้พวกข้าและหอประมูลซูมั่วได้แบ่งกำไรกันในอัตราส่วนแปดต่อสอง นั่นถือเป็ข้อเสนอที่ดีที่สุดแล้ว” ชายชุดดำรับของมา และพบว่ามีการป้องกันพิเศษอยู่บนนั้น ด้วยพลังของเขาไม่สามารถเปิดมันได้
ชายชุดดำคาดเดาในใจว่า สิ่งที่อยู่ข้างในนี้จะต้องเป็ผลต้นกำเนิดิญญาอย่างแน่นอน
ชายชุดดำมองไปที่ลี่เหนียงแล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ข้าขอเสนอหนึ่งล้านศิลาิญญาชั้นสูง เพื่อซื้อผลต้นกำเนิดิญญาหนึ่งผล”
“เ้าคิดจะเอาเปรียบข้าหรือ?” ลี่เหนียงแผ่รัศมีอำนาจออกมารอบกาย
“ไม่กล้าหรอก” ชายชุดดำรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย หากนำสิ่งนี้ไปประมูล เขาก็ไม่มีทางซื้อได้อยู่ดี
หากก่อนหน้านี้เขาสุภาพกับเฟิ่งชิงหร่านสักหน่อย ก็คงไม่ต้องมาถึงจุดนี้ เหล่าซานและเหล่าอู่เห็นเขาพูดไม่ออก ก็ไม่กล้ากล่าวอะไรอีก
ลี่เหนียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ใครบอกพวกเ้าว่าข้ามีผลต้นกำเนิดิญญาแค่สองลูกเล่า?”
“พี่ใหญ่!” เหล่าอู่ตื่นเต้นอย่างมาก
ริมฝีปากแดงของลี่เหนียงงดงาม “ข้าใช้ตราผู้าุโสูงสุดของหอสื่อศิลป์เพื่อร่วมมือกับแม่นางน้อยผู้นั้น แลกเปลี่ยนผลต้นกำเนิดิญญามาหลายลูกเชียวนะ” แน่นอนว่านางไม่ได้กล่้าวถึงเื่ที่นางได้รับผลวิญญาญ์มาสองลูก
นางตัดสินใจส่งหนึ่งลูกไปประมูลเพื่อดึงดูดความสนใจ และเก็บอีกหนึ่งลูกไว้เป็รางวัลสำหรับตนเอง
เสียงของเหล่าซานดังห้าวและหยาบกร้าน สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “พี่ใหญ่ ถึงแม้ว่าผลต้นกำเนิดิญญาจะมีค่ามากเพียงใด แต่ก็ไม่คุ้มค่าที่จะแลกกับตราผู้าุโสูงสุดใช่ไหม?” ตราผู้าุโสูงสุดมีเพียงหนึ่งตำแหน่งเท่านั้น และได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับเ้าสำนัก
หากนำไปประมูล มูลค่าย่อมไม่ใช่แค่เพียงผลลิงอวนไม่กี่ผล
“เื่นี้ข้ามีวิจารณญาณของตนเอง” แววตาของนางลี่เหนียงวาบขึ้นด้วยประกายลึกลับ “ส่วนผลลิงอวนที่เหลือ ข้าจะนำออกมาเป็รางวัลสำหรับผู้ที่มีผลงานสูงสุดสามอันดับแรกบนกระดาน์ พวกเ้าแต่ละคนจงใช้ความสามารถของตนให้เต็มที่” หลังจากพูดจบ นางลี่เหนียงโบกมือให้ทั้งสามคนออกไป
ไม่นานเงาดำปรากฏขึ้นข้างกายนาง
บรรยากาศรอบตัวลี่เหนียงเปลี่ยนเป็เย็นะเืน่าสะพรึงกลัว “บอกทุกคนในหอสื่อศิลป์ว่า คำสั่งแขกผู้มีเกียรติระดับสูงสุดได้ปรากฏขึ้นแล้ว ผู้ถือคำสั่งมีตำแหน่งเทียบเท่าประมุขหอ นอกจากนี้ให้กำชับทุกคนในหอสื่อศิลป์ว่า ให้ทำตัวเงียบ ๆ ห้ามก่อเื่วุ่นวายผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งปะา!”
[1] เงินทองสามารถทำให้ผีโม่แป้ง เป็สำนวนที่ใช้แสดงว่าเงินมีอำนาจมาก สามารถซื้อหรือจูงใจให้คนทำอะไรได้แม้กระทั่งสิ่งที่ดูเหมือนเป็ไปไม่ได้