ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 มอบของขวัญแทน


            มู่อวิ๋นจิ่นพลันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ฉู่ลี่ได้ยื่นมือเข้าช่วยนางให้พ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเอาไว้จึงหยิบตะเกียบคีบกระดูกหมูใส่ชามของฉู่ลี่เป็นการตอบแทน

            ฉู่ลี่ปรายตามองกระดูกหมูชิ้นนั้นแล้วหันมองมู่อวิ๋นจิ่น “เปิ่นหวงจื่อไม่ทานกระดูกหมู”

            “เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแล้วกัน”มู่อวิ๋นจิ่นอมยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปคีบเนื้อไก่มาใส่ชาม “ทานอันนี้”

            “เปิ่นหวงจื่อไม่ทานเนื้อไก่”ฉู่ลี่ปฏิเสธอีกครั้ง

            มู่อวิ๋นจิ่นกัดฟันกรอดมองเห็นหูหลัวปัวจึงยื่นมือคีบมาวางให้ฉู่ลี่

            พอเห็นหูหลัวปัวในถ้วยฉู่ลี่ขมวดคิ้วก่อนจะแสดงสีหน้ารังเกียจ

            “เห้อพระชายา… องค์ชายเกลียดการทานหูหลัวปัวมากที่สุดขอรับ” ติงเสี่ยนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยให้นางฟัง

            มู่อวิ๋นจิ่นถึงกับวางตะเกียบด้วยความไม่พอใจก่อนจะปรายตามองด้วยความขัดเคือง “ในหูหลัวปัวประกอบด้วยวิตามินเอ ทานเข้าไปช่วยบำรุงสายตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยเรื่องสายตาพร่ามัวขององค์ชายได้ดี…”

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นก็หยุดพูดด้วยว่าขี้เกียจพูดต่อไปแล้ว

            ฉู่ลี่ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นมองมู่อวิ๋นจิ่นด้วยสายตาแปลกไปถึงแม้ไม่ค่อยเข้าใจว่าวิตามินคือสิ่งใด แต่พอเดาได้อยู่บ้าง

            เขาจึงยอมแหกกฎของตนเองหยิบตะเกียบขึ้นคีบหูหลัวปัวเข้าปาก และค่อย ๆ เคี้ยวไปอย่างเชื่องช้า ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลา

            ติงเสี่ยนและแม่นมเสิ่นหันมาสบตากันอย่างแปลกใจพลางมองไปยังมู่อวิ๋นจิ่นที่มักจะทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงในความสามารถของนางอยู่เสมอ

            “ไม่อร่อยเลยสักนิด”ฉู่ลี่โยนหูหลัวปัวอีกครึ่งที่อยู่ในมือลงถ้วย

            ติงเสี่ยนและแม่นมเสิ่นหันมาสบตากันอีกครั้งที่แท้องค์ชายก็ยังเป็นองค์ชายหกคนเดิม

            มู่อวิ๋นจิ่นมองด้วยแววตาดูแคลนที่ฉู่ลี่โยนหูหลัวปัวอีกครึ่งลงจึงแกล้งคีบหูหลัวปัวเข้าปากเคี้ยวไปสามชิ้น

            “อืม อร่อยเหลือเกิน”มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยขึ้น

            …

            หลังจากที่งานเลี้ยงเสร็จสิ้นและระหว่างที่กำลังจะเดินทางออกจากวังหลวง

            ติงเสี่ยนถือโคมไฟใหญ่เพื่อส่องสว่างทางเดินให้ฉู่ลี่อยู่ด้านข้าง

            มู่อวิ๋นจิ่นที่เดินอยู่ด้วยกันถึงกับมองตาขวางด้วยรู้สึกไม่อยากแยแส

            ในระหว่างที่เดินมาถึงมุมเลี้ยวตรงกำแพงมู่อวิ๋นจิ่นกลับหยุดฝีเท้าลง หันผายมือให้ฉู่ลี่พร้อมเอ่ยว่า “องค์ชายและบ่าวกลับไปจวนกันก่อนแล้วกัน”

            สิ้นเสียงแล้วนางก็วิ่งไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

            ฉู่ลี่มองมู่อวิ๋นจิ่นวิ่งจากไปด้วยแววตาแน่นิ่งจนกระทั่งนางวิ่งห่างจนลับตา

            มู่อวิ๋นจิ่นวิ่งเสียงเงียบมาหยุดลงด้านหลังต้นไม้ใหญ่โดยเห็นฉู่ชิงเฉียงมองมู่อวิ๋นหานเบื้องหน้าด้วยความเขินอาย

            “ได้ยินมาว่าเจ้าชื่ออวิ๋นหาน”ฉู่ชิงเฉียงหันมาถามมู่อวิ๋นหานด้วยสายตาที่เป็นมิตรอย่างยิ่ง

            มู่อวิ๋นหานพยักหน้ารับอย่างมีมารยาท

            “เคยได้ยินเสด็จพ่อเล่าว่าเจ้าเก่งกาจการออกศึกในครั้งนี้สร้างผลงานได้ดีไม่น้อย” ฉู่ชิงเฉียงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            “องค์หญิงห้าชมเกินไปแล้วขอรับคุณชายฉินและคุณหนูฉินต่างหากที่สร้างผลงานไว้ อวิ๋นหานเป็นเพียงลูกมือช่วยเหลือเท่านั้นขอรับ”มู่อวิ๋นหานกล่าวอย่างถ่อมตัว

            ด้านฉู่ชิงเฉียงกลับส่ายหน้า“ท่านไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก จากที่เปิ่นกงรู้มา พวกท่านทั้งสามร่วมมือกันจนสามารถกำชัยได้หลายเมือง…อวิ๋นหาน ท่านช่างเก่งกาจเหลือเกิน!”

            มู่อวิ๋นหานรู้สึกประหม่าแต่กระนั้นเขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่อยากจะสนทนากับฉู่ชิงเฉียงต่อแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่า“เวลานี้ก็เย็นแล้ว องค์หญิงรีบกลับตำหนักพักผ่อนเถอะขอรับ”

            “อืม”ฉู่ชิงเฉียงเม้มปากแน่นก่อนตอบ จากนั้นชำเลืองมองมู่อวิ๋นหาน ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกรักใคร่เสน่หา“ได้ยินมาว่าท่านยังมิได้แต่งงานออกเรือนอย่างนั้นหรือ?”

            “เอ่อ…”มู่อวิ๋นหานปิดปากเงียบมิได้ตอบกลับ

            ฉู่ชิงเฉียงรู้ตัวว่าคำพูดของตนอาจทำให้มู่อวิ๋นหานตกใจจนไปต่อไม่ถูกจึงก้มหน้าก้มตาเอ่ยต่ออย่างเขินอาย “เปิ่นกงจู่ก็ยังไม่ได้ออกเรือนเช่นกัน”

            สิ้นเสียงแล้วฉู่ชิงเฉียงกลับอมยิ้มหันหลังเดินจากไปโดยที่มู่อวิ๋นหานยืนมองจากข้างหลัง

            เมื่อได้สติสัมปชัญญะกลับมาสายตามู่อวิ๋นหานจับจ้องไปตรงต้นไม้ใหญ่ที่มีคนแอบดักฟังอยู่ แล้วเอ่ยด้วยความขัดเคืองว่า“เจ้านี่ใจกล้าขึ้นเยอะ ช่างกล้ามาแอบดักฟังพี่คุยกับคนอื่น!”

            มู่อวิ๋นจิ่นพยายามฝืนไม่ให้ยิ้มก้าวเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ เลียนแบบท่าทางและคำพูดของฉู่ชิงเฉียงที่ส่งสายตาทอดมายังมู่อวิ๋นหาน“อวิ๋นหาน ท่านช่างเก่งเหลือเกิน”

            “เจ้าเด็กบ้าอยากตายหรืออย่างไร!” มู่อวิ๋นหานเขกไปที่หัวของมู่อวิ๋นจิ่นอย่างแรงไปทีหนึ่ง

            “พูดตามตรงองค์หญิงห้าดูเหมือนจริงจังกับพี่มากสงสัยอยากจะแต่งกับพี่กระมัง” มู่อวิ๋นจิ่นยืนกอดอกมองไปที่มู่อวิ๋นหาน

            มู่อวิ๋นหานสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาก่อนจะพูดอย่างไม่ค่อยสุขใจเสียเท่าไหร่“พี่ไม่มีทางแต่งกับองค์หญิงห้า!”

            “เห้อแต่ถ้าฝ่าบาทพระราชทานงานสมรส พี่ก็ไม่มีทางปฏิเสธได้แล้ว มิอย่างนั้นจะถือว่าขัดต่อราชโองการ”มู่อวิ๋นจิ่นพูดอย่างถอดใจ

            “ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน”มู่อวิ๋นหานไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับมู่อวิ๋นจิ่นแล้ว

            เมื่อมองว่ามู่อวิ๋นจิ่นมาที่นี่คนเดียวจึงบอกว่า“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่จวน”

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับ

            …

            หลังจากที่เดินออกจากวังหลวงรถม้าขององค์ชายหกยังคงจอดอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ติงเสี่ยน แม่นมเสิ่นรวมทั้งจื่อเซียงยังคงยืนอยู่ข้างรถม้า

            “พระชายาหกเชิญเจ้าค่ะ”แม่นมเสิ่นเอ่ยกับมู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นตอบรับและก้าวเดินไปยังรถม้าโดยปรายตามองติงเสี่ยน“ประคองข้าขึ้นไปที”

            ติงเสี่ยนชะงักอยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนที่มู่อวิ๋นจิ่นกระโดดลงจากรถม้าโดยที่ไม่ต้องให้เขาประคอง

            หลังจากขึ้นไปบนรถม้ามู่อวิ๋นจิ่นก็นั่งลงตรงมุมแล้วยกมือขึ้นกอดอก

            “เจ้าหนาวหรือ?” ฉู่ลี่ปรายตามองและเอ่ยถามขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นหัวเราะกลบเกลื่อน“เวลายามเย็นจะค่อนข้างหนาวอยู่แล้ว…”

            “อ่อ”ฉู่ลี่ถามจบและหันมองไปทางอื่น

            กระทั่งรถม้าเดินทางกลับมาถึงจวนมู่อวิ๋นจิ่นเตรียมตัวลงเดินกลับเรือนลี่เฉวียน แต่แม่นมเสิ่นกลับดึงชายเสื้อของนางเอาไว้“ช่วยองค์ชายถือโคมไฟนำทางเจ้าค่ะ”

            จากนั้นติงเสี่ยนก็ยัดโคมไฟใส่มือของมู่อวิ๋นจิ่น

            นางแอบบ่นที่โดนยัดโคมไฟอยู่ใส่มือแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ก้าวเดินนำส่องให้แสงสว่างนำทางฉู่ลี่กลับไปที่เรือนลี่เฉวียน

            ตลอดทางมู่อวิ๋นจิ่นไม่ได้สนใจมองฉู่ลี่ว่าจะเห็นทางข้างหน้าหรือไม่นางตั้งใจเดินนำหน้าเล็กน้อยพลางส่งเสียงพึมพำในลำคอที่ต้องมาถืออะไรเช่นนี้

            “หยกประจำตัวล่ะ?” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยปากถาม

            “ไม่ได้หยิบติดตัวมา”ฉู่ลี่ตอบกลับนาง

            มู่อวิ๋นจิ่นจึงเบ้ปากจ้องเขม็งไปที่ฉู่ลี่“สายตาของเจ้าพร่ามัวอย่างหนักในเวลากลางคืนอย่างนั้นเลยหรือ?”

            “อืม”ฉู่ลี่ตอบด้วยเสียงราบเรียบ

            “เช่นนั้นต้องกินตับหมูกับหูหลัวปัวมากหน่อยแล้ว!”

            ฉู่ลี่ได้ฟังพลันหรี่ตาลงก่อนจะกวาดสายตาไปที่มู่อวิ๋นจิ่น “เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตว่าเจ้าพูดมากความถึงเพียงนี้?”

            พูดมากความ…

            ตอนนี้มู่อวิ๋นจิ่นกลับความเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง

            นางหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินและนำโคมไฟในมือตนยัดใส่มือของฉู่ลี่แทน ก่อนจะพูดอย่างไม่พอใจ “เจ้าเดินกลับไปเองแล้วกัน!”

            สิ้นเสียงแล้วนางก็รีบสาวเท้าวิ่งกลับเรือนลี่เฉวียนไป ด้วยกลัวฉู่ลี่จะหันมาจัดการนางแทน

            หลังจากที่กลับไปเรือนของนางแล้วมู่อวิ๋นจิ่นจงใจไม่จุดโคมไฟในห้องขึ้น กลับแอบอยู่หลังประตูสังเกตสถานการณ์ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเพียงครู่ฉู่ลี่ค่อย ๆ เดินถือโคมไฟนำทาง เดินเข้าไปในห้องที่เยื้องติดกัน

            ไม่นานนักแสงสว่างในห้องก็ถูกจุดขึ้นมาจนสว่างไสว

            …

            ในเช้าวันต่อมามู่อวิ๋นจิ่นถูกเสียงประทัดปลุกขึ้นจากภวังค์แห่งความฝัน

            เมื่อได้สติตื่นขึ้นมามู่อวิ๋นจิ่นงัวเงียรำคาญใจกับเสียงประทัดที่จุดอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงนั้นมาอยู่ข้างหูนางก็มิปาน

            มู่อวิ๋นจิ่นเกิดรำคาญจนทนไม่ไหวเลยลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่ประตู

            ระหว่างที่ตัดสินใจเปิดประตูออกควันกลุ่มใหญ่ได้พุ่งเข้ามาในห้องมู่อวิ๋นจิ่น โดยที่พื้นด้านนอกมีเศษประทัดกระจัดกระจายไปทั่ว

            จากนั้นไม่นานเสียงประทัดจึงหยุดลง

            กลุ่มควันขาวคละคลุ้งตลบมู่อวิ๋นจิ่นจึงมองไปยังห้องที่เยื้องกัน ก็เห็นฉู่ลี่และติงเสี่ยนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าสาแก่ใจ

            “เช้าตรู่ขนาดนี้ทำไมต้องจุดประทัดที่นี่ด้วย?” มู่อวิ๋นจิ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์

            ฉู่ลี่เหมือนได้ยินจึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ข้ามอบของขวัญตอบแทนให้กับเจ้ายังไงเล่า!”

            มอบของขวัญตอบแทน?

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจกวาดสายตามองประทัดที่อยู่เบื้องหน้า ทันใดนั้นนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่ปล่อยให้ฉู่ลี่เดินกลับห้องเพียงลำพัง

            โธ่เอ้ย!ช่างเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรขนาดนี้?

            ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะโดนเอาคืนโดยการจุดประทัดตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้

            พอเห็นมู่อวิ๋นจิ่นปะติดปะต่อเรื่องราวจนทราบที่มาที่ไปแล้วติงเสี่ยนที่ยืนข้างฉู่ลี่จึงค่อยถอนหายใจอย่างจนปัญญาที่องค์ชายของตนดูเหมือนจะทำเกินไปหน่อย

            องค์ชายหกของเขามาเอาคืนกับคุณหนูสามด้วยวิธีการที่ดูจะเหมือนเด็กน้อยเช่นนี้ แม้กระทั่งองครักษ์ที่ติดตามอารักขาเขามานานยังมิอาจทนดูได้

            หลังจากนั้นไม่นานสำรับอาหารเช้าถูกจัดวางจนเต็มโต๊ะ

            มู่อวิ๋นจิ่นที่หลับยังไม่เต็มอิ่มมีรอยดำรอบดวงตาต้องมานั่งทานอาหารเช้าไปด้วยหาวไปด้วย ด้วยความง่วงที่มิอาจประมาณได้

            ด้านฉู่ลี่กลับนั่งทานโจ๊กอย่างสบายอารมณ์ในขณะที่มู่อวิ๋นจิ่นทานอาหารไปด้วยความอยากนอน

            แม่นมเสิ่นที่ยืนคอยรับใช้อยู่ด้านข้างเห็นท่าทางของเจ้านายทั้งสองกลับอมยิ้มคิกคักขึ้นมา ก่อนจะมองไปยังฉู่ลี่และพูดว่า“ถึงองค์ชายจะไม่ได้เห็นหน้าพระชายามานานนับเดือน ทว่าก็ต้องให้อภัยพระชายาด้วย เพราะพระชายาเพิ่งผ่านพิธีปักปิ่นก้าวข้ามจากเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเมื่อไม่นานมานี้เองคงต้องให้เวลาหน่อยเพคะ”

            “หือ…”มู่อวิ๋นจิ่นพ่นโจ๊กที่อยู่ในปากพุ่งออกมา จากนั้นมองไปยังแม่นมเสิ่นทันที “แม่นมอย่าพูดจาไปเรื่อยแบบนั้น!”

            แม่นมเสิ่นคิดว่ามู่อวิ๋นจิ่นเกิดเขินอายขึ้นมาจึงพยักหน้าอมยิ้ม “เจ้าค่ะ บ่าวไม่พูดไปเรื่อยแล้ว แต่ก็ดีเพราะอีกไม่นานในจวนนี้คงมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น”

            มู่อวิ๋นจิ่นเบะปากออกมาจ้องเขม็งไปทางแม่นมเสิ่นที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

            ในระหว่างที่ทั้งสองต่อปากต่อคำกันอยู่ฉู่ลี่กลับทานอาหารอย่างเชื่องช้าโดยไม่ได้สนใจราวกับไม่ได้ยินได้ฟังบทสนทนาของทั้งคู่จู่ ๆ เขาได้เอ่ยขึ้นว่า “สกปรกเหลือเกิน ครั้งหน้าไม่อนุญาตให้พ่นอาหารกระจัดกระจายเช่นนี้อีก”

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบหันกลับมามองค้อนฉู่ลี่ทันที

            หลังจากทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อยมู่อวิ๋นจิ่นเตรียมตัวกลับไปเรือนลี่เฉวียนเพื่อหลับเอาแรงเสียหน่อย ทว่าแม่นมเสิ่นกลับรั้งนางไว้ก่อนจะกระซิบกระซาบกับนางว่า “พระชายา ใกล้วันเกิดองค์ชายหกแล้วนะเจ้าคะ”

            “วันที่เจ็ดเดือนหน้าเป็นวันเกิดขององค์ชายปีนี้เป็นปีแรกที่พระชายากับองค์ชายหกแต่งงานด้วยกัน ควรตระเตรียมของขวัญแสดงความยินดีล่วงหน้าเจ้าค่ะ”แม่นมเสิ่นยิ้มอย่างสุขใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นที่ได้ฟังเกิดนึกสนุกอะไรขึ้นมาได้…ตระเตรียมของขวัญวันเกิดอย่างนั้นหรือ?

            ถ้ารู้อย่างนี้ก็น่าคืนหยกประจำตัวชิ้นนั้นให้ช้ากว่านี้ก็คงดี…

            ระหว่างที่เดินกลับมาเรือนลี่เฉวียนในหัวของมู่อวิ๋นจิ่นเอาแต่คิดเกี่ยวกับเรื่องของขวัญอยู่ตลอดเวลา และเมื่อย้อนคิดขึ้นมาได้ว่าฉู่ลี่มอบเงินให้นางสามหมื่นตำลึงทองเช่นนั้นนางจึงอยากไปเดินเล่นข้างนอกเสียหน่อย เผื่อจะได้ของดีกลับมา

            “จื่อเซียงพวกเราออกไปเดินเล่นนอกจวนกันเถอะ!” พูดจบมู่อวิ๋นจิ่นจึงหมุนตัวกลับไป เพื่อหมายจะวิ่งไปหน้าจวนแทน

            จื่อเซียงพยักหน้ารับ“คุณหนู เมื่อครู่นี้แม่นมเสิ่นแอบกระซิบอะไรกับคุณหนูเจ้าคะ?”

            “ไม่มีอะไรมากหรอกแค่ใกล้ถึงวันเกิดฉู่ลี่แล้ว แม่นมให้ข้าตระเตรียมของขวัญ เจ้ามีความคิดอะไรดี ๆ แนะนำข้าบ้างหรือไม่?” มู่อวิ๋นจิ่นถามขึ้น

            จื่อเซียงส่ายหน้าไปมา“บ่าวเป็นคนฐานะต่ำต้อย ไม่เคยได้พบได้เห็นของดี ๆ จึงไม่กล้าบอกว่าของสิ่งใดเหมาะเป็นของขวัญให้องค์ชายหกเจ้าค่ะ”

             

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828