ราตรีนี้ท้องนภาเหนือเมืองเฟิงเซียนมืดมิดไร้แสงดาว... ราวกับ์จงใจปิดตาไม่รับรู้ความอัปยศที่กำลังจะเกิดขึ้น
มีเพียงจันทร์สามดวงลอยเด่นเป็พยาน ดวงหนึ่งสีน้ำเงินเย็นะเืดุจน้ำแข็งขั้วโลก อีกดวงม่วงช้ำคล้ายเืเสียที่จับตัวเป็ก้อน และดวงสุดท้ายสีเงินซีดจางราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคนใกล้ตาย แสงที่สาดส่องลงมาจึงบิดเบี้ยวและชวนให้อึดอัด
สายลมกรรโชกแรงหวีดหวิวผ่านเสาหิน บาดลึกถึงกระดูก ธงไว้อาลัยสีดำที่ปักเรียงรายบนกำแพงคุกสะบัดเสียงดัง พั่บๆ ราวกับแส้ที่ฟาดลงบนเนื้อสด เสียงโซ่ตรวนลากครูดไปกับพื้นหินดังระงมเสียดแทงแก้วหู
กลางลานปะาที่หนาวเหน็บ ลู่เสวียนผิง คุกเข่าอยู่ตรงนั้น... สภาพของเขาดูไม่ได้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน เสื้อผ้าฉีกขาด โลหิตสีสดไหลอาบใบหน้า หยดลงสู่พื้นหินเย็นเฉียบทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง...
"เสวียนผิง..."
สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง... นุ่มนวล ทรงภูมิ ทว่าแฝงความอำมหิตดุจใบมีดอาบยาพิษ เจียงเหวินฉี หุ้นส่วนผู้เป็ดั่งพี่น้องเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า รองเท้าหนังราคาแพงของมันเงาวับ ตัดกับสภาพมอมแมมของเขาอย่างสิ้นเชิง
"นายรู้ใช่ไหมว่าทำไมต้องจบแบบนี้?" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เหมือนกำลังเจรจาธุรกิจทั่วไป ไม่ใช่การสั่งตายเพื่อนรัก
ลู่เสวียนผิงแค่นหัวเราะในลำคอ เืพุ่งออกจากปาก "เพราะความโลภของแกมันไม่มีที่สิ้นสุดไง... ไอ้ชาติชั่ว"
"โลภ? ฉันเรียกว่า 'วิสัยทัศน์' ต่างหาก" เจียงเหวินฉียิ้มเย็น แววตาไร้ซึ่งความรู้สึกผิด "บัญชีควอนตัมของนายคุมเส้นทางการค้า 14 จักรวาล ตราบใดที่นายหายใจ มันเป็ของนาย แต่ถ้านายตาย... สิทธิ์ในการเข้าถึงระบบจะตกเป็ของฉันในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับสอง"
"แกคิดว่าจะคุมมันได้?" ลู่เสวียนผิงเงยหน้ามอง ั์ตาดำขลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้น "ระบบไม่ได้โง่ เจียง... มันเลือก 'คนคู่ควร' ไม่ใช่ 'คนระยำ' แบบแก!"
รอยยิ้มบนหน้าเจียงเหวินฉีเลือนหายไปทันที ความเ็าเข้ามาแทนที่ "ฆ่ามันซะ!"
เพชฌฆาตร่างั์เงื้อดาบขึ้น แสงจันทร์สะท้อนคมโลหะวาววับ
ฉับ!
ความเ็ปแล่นพล่านเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง...
...
เฮือก!
ลู่เสวียนผิงสะดุ้งสุดตัว ทะลึ่งพรวดขึ้นจากที่นอน ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ เขาหอบหายใจหนักหน่วง ั์ตาเบิกโพลองมองไปรอบๆ...
กลิ่นอับชื้นของไม้ผุและกลิ่นธูปจางๆ ลอยแตะจมูก ที่นี่ไม่ใช่ลานปะา แต่มันคือห้องนอนรูหนูซอมซ่อ แสงแดดแยงตาเข้ามาผ่านหน้าต่างผุพัง ฝุ่นละอองลอยคลุ้งในอากาศ
เขาก้มมองมือตัวเอง... มือเล็ก? ผอมแห้ง? ไร้รอยแผลเป็?
ร่างโปร่งรีบถลันไปส่องกระจกทองเหลืองเก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้อง ภาพที่สะท้อนกลับมาคือเด็กหนุ่มหน้าตอบวัย 16 ปี ผิวซีดเซียวเหมือนคนขาดสารอาหาร แววตาดูขี้ขลาดและอ่อนแอ
"นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย!?" เขาะโลั่นห้อง เสียงที่เปล่งออกมาก็ไม่ใช่เสียงเดิมของเขา
พลันเสียงสังเคราะห์เ็าก็ดังะเิขึ้นในสมอง ไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่มันดังก้องอยู่ในจิติญญา
[ ระบบรีบูตเสร็จสมบูรณ์... ]
[ ตรวจพบความผิดพลาด: โฮสต์เดิมเสียชีวิต ทำการย้ายจิตสำนึกฉุกเฉิน... ]
[ ยินดีต้อนรับโฮสต์ใหม่: ลู่ยู่ผิง ]
[ สถานะปัจจุบัน: บุตรชายคนเล็กตระกูลลู่ / ทรัพย์สิน: 0 / หนี้สิน: 47 เหรียญทอง ]
"หนี้สี่สิบเจ็ดเหรียญทอง!?" ลู่เสวียนผิงแทบทรุดเข่าอ่อน จากเ้าสัวจักรวาล ผู้มีทรัพย์สินล้นฟ้า กลับต้องมาอยู่ในร่างสวะที่มีหนี้ท่วมหัวเนี่ยนะ? ชะตาชีวิตช่างเล่นตลกได้เจ็บแสบนัก
ระบบยังคงแจ้งเตือนต่อไม่หยุดหย่อน ราวกับจะซ้ำเติมชะตากรรม
[ ภารกิจบังคับ: หาเงิน 10 เหรียญทองภายใน 7 วัน มิฉะนั้น... บทลงโทษคือการถูกขายเป็ทาส ]
เขากัดฟันกรอด แววตาที่เคยสับสนแปรเปลี่ยนเป็แข็งกร้าว ดุจราชสีห์ที่ตื่นจากการหลับใหล เขาอาจจะสูญเสียทุกอย่างไป แต่สิ่งหนึ่งที่เจียงเหวินฉีแย่งไปไม่ได้ คือมันสมองและประสบการณ์ของเขา
"ได้... ถ้า์เล่นตลกกับข้านัก ข้าก็จะเล่นด้วย คอยดูเถอะ ข้าจะปีนกลับไปจุดสูงสุด แล้วลากคอพวกที่หักหลังข้ามาลงนรกให้หมด!"