หลินถิงถิงและลูกชายเดินขึ้นเขาไปได้สักระยะหนึ่งก็เจอกับกอไผ่ เพราะเป็่หน้าฝนหน่อไม้จึงเริ่มแตกหน่ออ่อนออกมาให้เห็นบ้างแล้ว
“อี้เฉินแม่จะขุดหน่อไม้อยู่ตรงนี้ ลูกเก็บผักป่าแถวๆ นี้รอแม่ก็ได้นะ”
“ผมจะขุดช่วยแม่ก็แล้วกัน”
“วันนี้แม่จะไปขอใช้ครัวบ้านป้าไฉ่ทำอาหารมื้อเย็นของครอบครัวเรา ส่วนผักป่าที่แม่ให้ลูกไปเก็บ แม่จะเอาไปทำอาหารให้คุณปู่คุณย่า”
“ไปขอใช้ครัวบ้านป้าไฉ่ทำไมหรือ”
“ต่อไปแม่จะทำของอร่อยให้ครอบครัวเรากิน อีกอย่างหนึ่งแม่อยากให้พ่อกับลูกๆ ได้กินอาหารเยอะขึ้น”
หลินถิงถิงขุดหน่อไม้มาได้สามหน่อก็เลิกขุด เพราะเธอคิดว่ามันเพียงพอสำหรับทำอาหารให้ครอบครัวเธอและครอบครัวพี่สะใภ้ไฉ่แล้ว หวังอี้เฉินยังคงเก็บผักป่าใส่ตะกร้าอยู่บริเวณนั้น เธอปล่อยให้เขาทำไป ส่วนเธอเดินเข้าป่าไปอีกเล็กน้อยก็พบกับเห็ดหูหนูดำขึ้นอยู่เต็มไปหมด
“อี้เฉิน มานี่เร็วๆ ลูก” เธอร้องเรียกลูกชายเสียงดัง
“แม่ แม่เป็อะไรไป” หวังอี้เฉินรีบวิ่งมาหาแม่ด้วยความใ
“ลูกดูนี่สิ” หลินถิงถิงชี้ไปที่ต้นเห็ดหูหนูดำอย่างตื่นเต้น
“มันคืออะไรหรือแม่”
“มันคือเห็ดหูหนูดำน่ะ เร็วเข้า เรารีบลงมือเก็บกันเถอะ เก็บได้เยอะเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าเรากินไม่หมดเรายังเอาไปตากแห้งไว้กินวันต่อไปได้”
หวังอี้เฉินไม่ได้แปลกใจอะไร หากแม่เขาบอกว่ากินได้เขาก็เชื่อ ในความคิดของเขา เวลานี้จะมีอะไรดีไปกว่าการหาอาหารได้อีกล่ะ เขาดูแม่เป็ตัวอย่าง หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บเห็ดหูหนูดำเ่าั้ใส่ตะกร้า เก็บจนได้เต็มตะกร้าพวกเขาจึงหยุดมือ
“อี้เฉินวันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ เรารีบกลับบ้านกัน แม่จะรีบเอาเห็ดกับหน่อไม้ไปบ้านป้าไฉ่”
“แม่ ยังมีเห็ดอยู่อีกเยอะเลยนะ แม่ไม่กลัวคนอื่นมาเก็บไปก่อนหรือ”
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ พรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บกลับไป เร็วๆ เข้ารีบไปหยิบตะกร้าผักป่ามา เราจะลงเขากันแล้ว”
“ผมรู้แล้วน่า” หวังอี้เฉินตอบรับทั้งที่ยังเสียดาย เขากลัวว่าจะมีคนมาเห็นเห็ดพวกนี้แล้วเก็บไปจนหมด
“แม่คะ แม่ได้อะไรกลับมาบ้างเหรอคะ” หวังอิงอิงดีใจเมื่อเห็นแม่กับพี่ชายเดินแบกของมาเต็มตะกร้า
“หน่อไม้กับเห็ดหูหนูดำจ้ะ อิงอิงเรารีบไปบ้านป้าไฉ่กัน”
“พวกคุณจะไปบ้านพี่ไฉ่ทำไมหรือ”
“พี่อี้ฉือ ฉันจะไปขอใช้ครัวที่บ้านพี่สะใภ้ไฉ่ค่ะ พี่ยังไม่ต้องถามอะไรตอนนี้นะคะ คืนนี้ฉันจะเล่าให้พี่ฟังเอง และระหว่างที่ฉันไปทำอาหาร พี่ทำงานในไร่กับอี้เฉินต่อไปก่อนนะคะ ทำอาหารเสร็จแล้วฉันจะกลับมาหาพี่ที่นี่ แล้วเราค่อยกลับบ้านพร้อมกัน”
หวังอี้ฉือมองตามภรรยาไปจนสุดทาง ่นี้ภรรยาเขาดูเปลี่ยนไป เธอพูดเยอะขึ้น มีความกระตือรือร้นมากขึ้น เอาใจใส่ครอบครัวมากกว่าแต่ก่อน และที่สำคัญเธอเริ่มที่จะปรึกษาปัญหาต่างๆ กับเขาโดยไม่เก็บเงียบไว้คนเดียวเหมือนที่ผ่านมา เขารู้สึกดีมาก แต่ก็ยังอยากจะรู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้
“พ่อ เรารีบลงเมล็ดข้าวโพดที่เหลือกันเถอะ พอแม่กับอิงอิงมาถึง เราจะได้กลับบ้านกัน” หวังอี้เฉินเร่งพ่อของเขา เขาอยากรีบทำงานให้เสร็จเพราะไม่อยากให้แม่ต้องอดข้าว และเขาก็ไม่อยากเห็นแม่ของเขาเป็ลมไปอย่างนั้นอีก
“ถิงถิง นี่มันอะไรกัน เยอะแยะไปหมดเลย” สะใภ้ไฉ่มองดูของในตะกร้าอย่างใ
“พี่สะใภ้คะ นี่คือหน่อไม้ค่ะ ส่วนในตะกร้านี้เรียกว่าเห็ดหูหนูดำ วันนี้ฉันจะทำผัดหน่อไม้ใส่เห็ดหูหนูดำนี่ล่ะค่ะ พี่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะลองผัดแบบไม่ใส่น้ำมันดูค่ะ” หลินถิงถิงรีบบอก เพราะเธอรู้ดีว่าน้ำมันเป็สิ่งที่หายากขนาดไหน ดูอย่างบ้านแม่สามีของเธอยังมีน้ำมันในกระป๋องแค่น้อยนิดเท่านั้น
“เธอพูดอะไรอย่างนั้นล่ะ” พี่สะใภ้ไฉ่พูดอย่างขัดเขิน
“จริงๆ ค่ะพี่สะใภ้ ฉันจะทำแบบไม่ใส่น้ำมัน พี่คอยดูนะคะว่ามันจะอร่อยอย่างที่ฉันพูดไหม”
“เธอมีอะไรให้พี่ช่วยทำไหม” สะใภ้ไฉ่ถามอย่างเกรงใจ
“หน่อไม้นี้ฉันจะจัดการเอง ส่วนเห็ดหูหนูตะกร้านี้ต้องรบกวนพี่สะใภ้ทำความสะอาดมันแล้วล่ะค่ะ”
“ได้สิ เดี๋ยวพี่เอาไปล้างให้เดี๋ยวนี้เลย”
หลินถิงถิงลงมือจัดการกับหน่อไม้ที่วางอยู่ด้วยความรวดเร็ว เธอทำอย่างชำนาญมาก ในอดีตนอกจากเธอจะเป็คนคอยติดตามคุณหนู เรียนเย็บปัก เรียนคัดอักษร เรียนวาดภาพ เรียนดนตรี และเรียนรู้งานด้านการค้าของครอบครัวท่านคหบดีแล้ว งานอีกอย่างหนึ่งก็คือเธอจะต้องเข้าครัวทำอาหารให้คุณหนูด้วยตัวเอง เพราะคุณหนูมีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่งคือหากไม่ใช่อาหารจากฝีมือของเธอ คุณหนูก็จะไม่ยอมกินอาหารของใครเลย
ด้วยความรักและตามใจบุตรสาว ท่านคหบดีถึงกับจ้างพ่อครัวจากเหลาอาหารชื่อดังมาสอนหลินถิงถิงทำอาหารโดยเฉพาะ ทำให้หลินถิงถิงได้เรียนรู้การทำอาหารและรู้จักวัตถุดิบต่างๆ มากมาย