ลูกบัววางโทรศัพท์สายนั้นไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับอีกฝ่าย โทรศัพท์ยังดังอีกหลายครั้งแต่เธอก็ทำเพียงปิดเสียงเอาไว้ และที่หน้าบ้านก็มี BMW สีเหลืองแล่นมาจอด เ้าของโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเธอเดินลงมาจากรถ พอเห็นว่าเธอถือของของเขาไว้ก็พุ่งตรงเข้ามาแย่ง
"บัว! บอกแล้วไม่ให้มาแตะข้าวของไง"
เธอเป็เมีย... แต่เหมือนไม่ใช่ ดูยังไงก็เป็แค่คนใช้มากกว่า
โทรศัพท์มีสายเรียกเข้าจนทิมหันเหความสนใจไป เขาผละไปรับสาย เธอไม่ได้คิดจะตามไป ไม่นานเขาก็เดินกลับมาหาเธอพร้อมเสียงตวาด
"ยุ่งอะไรเนี่ยบัว ไปรับสายทำไม!!!"
"คุณทิมคะ..." เธอเรียกเขาขณะที่พยายามสะกดกลั้นตัวเองไม่ให้น้ำตาไหลลงมา
"เป็อะไรอีก จะร้องไห้เหรอ อย่าร้องเลยบัว น่ารำคาญ..."
"คุณเห็นบัวเป็ภรรยาหรือเปล่าคะ คุณไปสู่ขอบัวมาทำไม" เสียงสั่นเครือจนเธอยังรู้สึกสงสารตัวเอง แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับมองด้วยสายตาเฉยชา เขาได้แต่นึกตอบในใจว่าสภาพแบบผู้หญิงตรงหน้านี้น่ะเหรอที่จะให้เชิดหน้าชูตาว่าเป็ภรรยา ตัวเขาสมัยนี้กับสมัยก่อนต่างกันขนาดไหน เขาเป็ถึงทิม ธารา พระเอกของสถานีโทรทัศน์ช่องดังระดับประเทศ จะให้มีเมียที่สภาพเหมือนคนใช้เนี่ยนะ...
"อย่ามาบีบน้ำตาน่าบัว ฉันเลี้ยงบัวดีขนาดนี้ บัวจะร้องไห้ทำไม บัวไม่ต้องออกไปทำงานก็ดูแลบ้านให้ฉันไง จะเอาอะไรอีก"
เขาช่างกล้าพูดว่าเลี้ยงเธอให้ไม่ต้องทำงาน ทั้งที่ครั้งสุดท้ายที่เธอได้ใช้จ่ายเพื่อตัวเองนอกเหนือจากอาหารสามมื้อและค่าใช้จ่ายในบ้านคือเมื่อห้าปีที่แล้ว
ลูกบัว... เธอแค่โชคร้ายหรือว่าเป็คนโง่กันแน่นะ เธอไม่มีทั้งงานเลี้ยงตัวเอง เงินเก็บก็ไม่มี และยังมาจับได้อีกว่าสามีที่ทิ้งๆ ขว้างๆ เธอตลอดมานอกใจเธอ เคยคิดว่าเขาคงงานยุ่งและเธอก็ควรอดทนในฐานะภรรยาที่ดี แต่กลับไม่ใช่เลย เขาไม่ได้เห็นเธอเป็ภรรยา เขาเห็นเธอเป็แค่ผู้หญิงโง่ ไม่สิ น่าจะเห็นเป็คนใช้โง่ๆ มากกว่า...
โชคดีแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้มีลูกกับผู้ชายคนนี้ ถึงแม้ว่าจะเคยอยากมีมากก็ตาม แต่ตอนที่ฐานะของเขายังไม่มั่นคง เขาก็ขอผลัดมาเรื่อยๆ พอมารู้ความจริงแบบก็เพิ่งเข้าใจ ทิมแค่อยากมีคนใช้ราคาถูกไว้ดูแลเขาเท่านั้นเอง
เธออายุ 35 ปีแล้วนะลูกบัว ทั้งที่อายุวัยกลางคนแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่มีอะไรเป็ของตัวเองสักอย่างเดียว นี่ถ้าสามารถย้อนอดีตกลับไปแก้ไขอะไรๆ ได้ก็คงดีไม่น้อยเลย ถ้าได้โอกาสกลับไปใช้ชีวิตวัยยี่สิบต้นๆ อีกครั้งล่ะก็...
หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปหรือเปล่าตอนที่เดินออกมาจากบ้านเดี่ยวหลังนั้น เพราะมัวแต่คิดนู่นคิดนี่ในหัว เธอเดินออกมาเท้าเปล่า ไม่รู้สึกถึงความร้อนที่ข้างใต้เท้าเลยทั้งที่แดดจัดเพราะเป็เวลาบ่ายโมงกว่าๆ มาได้สติอีกครั้งจากการที่เธอรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วทั้งร่างกาย ลูกบัวพบว่าตัวเองล้มนอนหงายอยู่บนพื้นคอนกรีตกลางถนน มีรถยนต์คันหนึ่งอยู่ใกล้กับเธอมาก ผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จักเดินมามองเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาย่อตัวลงมาใกล้ ขณะที่เธอพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแต่กลับไม่มีแรงเลย พอเลื่อนสายตาไปมองมือที่ไม่มีแรงก็พบว่าร่างกายของเธอเปรอะไปด้วยเื ซึ่งน่าจะเป็เืของตัวเธอเอง
ความคิดแวบแรกหลังจากที่ได้เห็นรอยเืคือเธอ... กำลังจะตายหรอ?
"คะคุณ... ผะผมกำลังเรียกรถพยาบาลนะ"
"ขอบคุณค่ะ"
เธอขอบคุณเขาทำไมนะ ดูจากสถานการณ์แล้วเขาน่าจะเป็คนขับรถชนเธอ
"คุณเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ผมก็ยิ่งรีบๆ อยู่ แต่ยังไงก็ขอโทษด้วยนะ"
"อ๋อ ค่ะ ไม่เป็ไรค่ะ"
อีกแล้วนะ คำว่าไม่เป็ไรอีกแล้ว นี่มันใช่สถานการณ์ที่เธอควรจะพูดคำว่าไม่เป็ไรหรอ ทั้งที่ตัวเธอก็จมอยู่กับกองเืเพราะอาการาเ็จากอุบัติเหตุรถชนซึ่งผู้ชายคนที่เธอบอกเขาว่าไม่เป็ไรนี้เป็คนขับ
นี่เธอจะเอาแต่พูดคำว่า 'ไม่เป็ไร' ไปจนตายเลยหรือไงกันนะลูกบัว