ในโลกใบนี้เส้นทางสู่การสัตว์อสูรของผู้ฝึกสัตว์มีอยู่เพียงสองหนทางเท่านั้น
หนทางแรกคือการใช้วิชาประทับจิตทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรป่าตามธรรมชาติวิธีนี้ไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงดวง เพราะสัตว์ป่าเ่าั้มีศักยภาพไม่แน่นอนบางตัวอาจดูแข็งแกร่งแต่ภายในกลวงเปล่า พร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรือมีขีดจำกัดการเติบโตที่น่าผิดหวัง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสายตาและดวงล้วนๆซึ่งสัตว์อสูรตัวที่สองเป็ต้นไปของผู้ฝึกสัตว์ทุกคน ล้วนต้องได้มาด้วยวิธีนี้
ส่วนหนทางที่สองคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้...พิธีพันธสัญญา
เมื่ออายุครบสิบแปดปีและปลุกพร์ตื่นขึ้นทุกคนจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงแท่นบูชาิญญาเพื่อทำการสุ่มการ์ดฟรีหนึ่งครั้ง
เหตุที่เรียกว่าการสุ่มการ์ดเพราะสัตว์อสูรที่ถูกอัญเชิญออกมาจะปรากฏในรูปแบบของการ์ดิญญาชั่วคราวต่อเมื่อผู้ฝึกสัตว์ตัดสินใจเลือกทำสัญญาการ์ดใบนั้นจึงจะแตกสลายและก่อร่างสร้างกายเป็สัตว์อสูรที่มีเืเนื้อและจิติญญาจริงๆ
สัตว์อสูรที่ได้จากพิธีนี้ถูกเรียกว่าสัตว์อสูรคู่ชะตา
ความพิเศษของมันคือสิ่งที่สัตว์ป่าไม่อาจเทียบชั้นได้...นั่นคือความเป็ะหากสัตว์อสูรคู่ชะตาตายลงมันจะสามารถฟื้นคืนชีพได้ในห้วงมิติสัตว์เลี้ยงของผู้ฝึกสัตว์!
ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังถือกำเนิดมาพร้อมกับศักยภาพเต็มพิกัดตามสายพันธุ์
ยกตัวอย่างเช่น หากสุ่มได้สัตว์อสูรระดับ Rank E (ระดับทหาร) มันการันตีได้เลยว่ามันจะสามารถเติบโตไปจนถึงจุดสูงสุดของระดับE ได้อย่างแน่นอนต่างจากสัตว์ป่าที่แม้จะประเมินว่าเป็ระดับ E แต่เอาเข้าจริงอาจตันอยู่แค่ระดับกลางเพราะสายเืไม่บริสุทธิ์
ด้วยเหตุนี้สัตว์อสูรคู่ชะตาจึงเปรียบเสมือนรากฐานที่สำคัญที่สุดของชีวิตผู้ฝึกสัตว์!
ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!
เสียงของอาจารย์ผู้คุมแถวดังแทรกความเงียบขึ้นมาน้ำเสียงเจือไปด้วยความกดดันและความคาดหวัง
จงจำไว้ว่า พรจากแท่นบูชาิญญาในวันนี้คือวาสนาที่บริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเธอ!
ในพิธีนี้พวกเธอจะสุ่มได้เฉพาะการ์ดสัตว์อสูรเท่านั้น จะไม่มีการ์ดขยะอย่างพวกการ์ดอุปกรณ์การ์ดทรัพยากร หรือการ์ดทักษะโผล่มาปะปนเด็ดขาดนี่คือโอกาสทองที่มีเพียงครั้งเดียว!
ต่อให้ในอนาคตพวกเธอจะรวยล้นฟ้าหาซื้อหินิญญามาเปิดแท่นบูชาอีกครั้ง ก็ไม่มีทางสุ่มได้สัตว์อสูรอีกแล้วอย่าลืมว่าหินิญญาคือทรัพยากรระดับยุทธปัจจัยคนธรรมดาอย่างพวกเราแทบไม่มีสิทธิ์ได้เห็นมันด้วยซ้ำ
คำเตือนนั้นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งทวีความกดดันเหล่านักเรียนต่างกลั้นหายใจ จ้องมองไปที่ใจกลางแท่นบูชาตาไม่กระพริบ
ไม่มีใครอยากพลาดโอกาสการันตีเพียงครั้งเดียวในชีวิตนี้
ดูนั่น! ผลการสุ่มรอบแรกของเฉินเล่ยออกมาแล้ว!
เสียงอุทานดังขึ้นจากในแถวเรียกทุกสายตาให้หันไปมอง
เหนือแท่นบูชาอากาศที่เคยว่างเปล่าพลันเกิดระลอกคลื่น ละอองแสงนับล้านถูกดูดมารวมกันก่อนจะควบแน่นกลายเป็แผ่นการ์ดโปร่งแสงขนาดเท่าฝ่ามือ ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
บนหน้าการ์ดปรากฏรูปของหนอนตัวอ้วนป้อมสีเขียวสดกำลังแทะเล็มใบไม้อย่างตะกละตะกลาม พร้อมกับข้อมูลที่เด้งขึ้นมาในสายตาของทุกคน
[เผ่าพันธุ์:หนอนใบไม้เขียว]
[ระดับ:Rank F ขั้น 1 (วัยทารก)]
[ธาตุ:พืช]
[พละกำลัง:1]
[ความว่องไว:2]
[สติปัญญา:4]
[ความอึด:3]
[ทักษะ:พ่นใย, พรางสี]
สีหน้าของเฉินเล่ยบนแท่นบูชาซีดเผือดลงทันตาเห็น
หนอนใบไม้เขียว... Rank F (ระดับทาส) ศักยภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลยแฮะ
อย่าเรียกว่าต่ำเลย เรียกว่ากากสุดในรุ่นดีกว่าถึงเราจะเป็แค่ผู้ฝึกสัตว์ฝึกหัด แต่ตามทฤษฎีแล้วมีโอกาสสุ่มได้ถึง Rank E (ระดับทหาร) เลยนะ
ได้ Rank F แถมยังเป็หนอนจะเอาอะไรไปสู้ชาวบ้านเขา?
นักเรียนชายผมทรงหัวรังนกเบ้ปากวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนแต่เด็กสาวสวมแว่นท่าทางเรียบร้อยที่ยืนข้างๆ กลับแย้งขึ้นมา
พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวหนอนใบไม้เขียวแม้เริ่มต้นจะเป็ Rank F แต่ข้อดีคือเติบโตไวมากแถมเส้นทางวิวัฒนาการก็หลากหลาย ถ้าหาวัสดุวิวัฒนาการเฉพาะเจาะจงมาได้อาจกลายร่างเป็ผีเสื้อหยกหรือถ้าดวงดีสุดๆก็อาจเป็ผีเสื้อราตรีพิษซึ่งเก่งพอตัวเลยนะ
เหอะ ฝันไปเถอะ การ์ด Rank E มันไม่ได้ออกง่ายขนาดนั้น
ใช่ โรงเรียนชิงหยวนของเราปีๆนึงมีคนจบตั้งเท่าไหร่ คนที่สุ่มได้ Rank E นับนิ้วได้เลยมั้ง
...ใจเย็นน่ากติกาบอกว่าทุกคนสุ่มได้สองครั้ง แล้วเลือกตัวที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ? เฉินเล่ยยังมีโอกาสอีกรอบเผื่อพลิกล็อคก็ได้!
ใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาไม่รู้ว่าปลอบใจเฉินเล่ยหรือปลอบใจตัวเองกันแน่
บนแท่นบูชาเฉินเล่ยกัดฟันตัดสินใจเริ่มการสุ่มครั้งที่สอง
ไม่นานนัก การ์ดใบที่สองก็ก่อตัวขึ้นลอยเคียงคู่กับการ์ดหนอนใบไม้
ภาพบนการ์ดปรากฏเป็สุนัขล่าเนื้อขนมันขลาบรูปร่างปราดเปรียว กำลังย่อตัวเตรียมกระโจนเข้าใส่เหยื่อ
[เผ่าพันธุ์:สุนัขเขี้ยวศาสตรา]
[ระดับ:Rank F ขั้น 1 (วัยทารก)]
[ธาตุ:ต่อสู้]
[พละกำลัง:3]
[ความว่องไว:3]
[สติปัญญา:2]
[ความอึด:2]
[ทักษะ:กัดกระชาก, ไล่ล่า]
ครั้งนี้เฉินเล่ยแทบไม่ต้องคิดเขาเลือกทำสัญญากับสุนัขเขี้ยวศาสตราทันทีอย่างน้อยมันก็ดูเป็สัตว์อสูรสายต่อสู้มากกว่าหนอนอ้วนๆ นั่น
โม่หยิงเฉินละสายตาจากการ์ดที่สลายไปแล้วจดจ่ออยู่กับแท่นหินโบราณตรงหน้า
สำหรับคนอื่น นี่คือลานปะาวัดดวงแต่สำหรับเขา... นี่คือเวทีที่ถูกจัดฉากไว้แล้ว
พร์ [โชคชะตาสัมบูรณ์] จะทำให้ค่าโชคของเขาพุ่งทะลุหลอดเป็เวลาสิบนาทีบวกกับโอกาสสุ่มสองครั้ง นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้แค่มีโอกาสได้ของดีแต่เขาสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในบรรดาสิ่งที่ดีที่สุดได้อีกต่างหาก
Rank E (ระดับทหาร)? นั่นมันแค่ของตายที่ต้องได้อยู่แล้ว
ประเด็นคือเขาจะได้ตัวท็อปขนาดไหนต่างหาก
นี่ไม่ใช่แค่โอกาสแต่มันคือการวางรากฐานเพื่อทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น การได้สัตว์อสูรระดับ E ชั้นยอดมาั้แ่เริ่มต้นจะทำให้สปีดการเติบโตของเขาก้าวะโจนประเมินค่าไม่ได้
มิน่าล่ะ คนอื่นถึงเหงื่อแตกพลั่กมีแค่เขาที่ยืนล้วงกระเป๋าชิลๆ ราวกับรู้เฉลยข้อสอบล่วงหน้า
เวลาผ่านไปนักเรียนคนแล้วคนเล่าก้าวขึ้นไปและเดินลงมาด้วยอารมณ์ที่แตกต่าง
โธ่เว้ย! Rank F สองตัวรวดแมวเล็บเหล็กกับดอกไฮยาซินธ์... เด็กสาวคนหนึ่งเดินคอตกน้ำตาซึม
ได้ Rank F ก็บุญแล้วเพื่อนข้าปีที่แล้วสุ่มได้นกสายรุ้ง สวยอย่างเดียว สู้ใครไม่ได้เลย
ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำ จู่ๆก็เกิดเสียงฮือฮาดังลั่นสนาม
เฮ้ย! ดูนั่น! ซูหลี!
แสงนั่นมันอะไรกัน? สว่างวาบเลย!
ทุกสายตาพุ่งไปที่แท่นบูชาเบื้องหน้าของซูหลีเด็กสาวอัจฉริยะประจำรุ่นการ์ดใบหนึ่งกำลังเปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้า รัศมีรุนแรงกว่าใครๆ ที่ผ่านมา
Rank E! นั่นมันระดับE แน่นอน!
พระเ้าช่วย! ซูหลีสุ่มได้ ตั๊กแตนเงาทมิฬ! ดวงจะดีเกินไปแล้ว!
อิจฉาโว้ยยย ซูหลีนี่มันลูกรักพระเ้าชัดๆบ้านรวย เรียนเก่ง แถมยังดวงดีอีก!
โม่หยิงเฉินหรี่ตามองข้อมูลของสัตว์อสูรตนนั้นปรากฏขึ้นในหัวทันที
[เผ่าพันธุ์:ตั๊กแตนเงาทมิฬ]
[ระดับ:Rank E ขั้น 1 (วัยทารก)]
[ธาตุ:ความมืด]
[พละกำลัง:30]
[ความว่องไว:40]
[สติปัญญา:17]
[ความอึด:13]
[ทักษะ:ลอบเร้น, ผ่าสังหาร, กวาดล้าง]
[ลอบเร้น: แฝงกายเข้ากับเงาหลุดพ้นจากสายตาและความรับรู้ของศัตรู เพื่อเตรียมลอบโจมตี]
[ผ่าสังหาร: ใช้ขาหน้าฟาดฟันสร้างความเสียหาย120% คูลดาวน์30 วินาที]
[กวาดล้าง: โจมตีเป็วงกว้างรูปพัดใส่ศัตรูสูงสุด5 เป้าหมายสร้างความเสียหาย 40%คูลดาวน์ 20 วินาที]
โม่หยิงเฉินวิเคราะห์ค่าสถานะในใจอย่างรวดเร็ว
ไม่เลวเลย... มีสกิลโจมตีถึงสองสกิลทั้งเป้าหมายเดี่ยวและหมู่ แถมยังมีความเร็วและความรุนแรง เป็สายนักฆ่าโดยกำเนิดถ้าปั้นดีๆ อนาคตไกลแน่
ในขณะที่เขากำลังประเมินสัตว์อสูรของเพื่อนร่วมรุ่นเสียงประกาศเรียกชื่อก็ดังก้องขัดจังหวะความคิด
โม่หยิงเฉิน! ขึ้นมา!