“ไอคุณพีชครับ..บอกมาเถอะครับ..ว่าคนในรถคือใคร..อย่าให้พวกกระผมต้องสืบเลย..” ทวิภาคนั่งกดดันเพื่อให้อีกคนกลัวจนต้องคายความลับออกมา
“ช่างเถอะ..”
“ช่างไม่ได้หรอกเพื่อน..บอกกูมาเถอะ..”
“นั่นดิ..ทำไมเป็ความลับว่ะ..ไม่จริงจังหรือไง..คบแล้วไม่เปิดเผย..” ณภัทรเองก็สงสัยว่าเหตุใดพีชญุตม์ไม่ยอมบอกกล่าวอะไรพวกเขาเลย ต่อให้โดยนิสัยจะเป็คนรักษาคำพูด แต่กับเพื่อนพีชญุตม์ไม่เคยปิดบังเลย
“ขอเวลาก่อน..เดี๋ยวบอก..”
“เฮ่อ..เอาเถอะ..เดี๋ยวมันพร้อมมันก็บอกเองแหละ..แต่เร็วหน่อยก็ดีนะเพื่อนไอภาคแม่งจะลงแดงเอา..” พูดจบทั้งโต๊ะก็หัวเราะลั่น ทวิภาคทำหน้างองำใส่คนที่ป้ายสีเขา แต่กลับถูกวิชญ์พลเอามือไปขยี้ศีรษะแทนด้วยความชอบใจ
“คืนนี้จัดไหม..กูเปรี้ยวปากว่ะ..” ทวิภาคไม่เคยคิดเื่อื่นได้เร็วเท่าเื่แบบนี้
“เอาอีกแล้วมึง..พักบ้างเหอะ..”
“โหพล..อย่าขัดดิว่ะ..ไปฉลองเพื่อนกำลังจะมีแฟนหน่อยโว้ย..”
“มึงก็ไปแซวมัน..” ณภัทรส่ายศีรษะกับความขี้เล่นของทวิภาค ที่พีชญุตม์ดูจะไม่ใส่ใจเอามาคิดให้เปลืองสมองเสียด้วยซ้ำ
“แล้วนี่..พลขับใกล้จะมารับแล้วยังว่ะ..อยากเห็นหน้าว่ะ..”
“เสือกมึงอ่ะ..” วิชญ์พลเหนื่อยใจกับความอยากรู้อยากเห็นของทวิภาคจริงๆ
ครืด.. ครืด.. ครืด..
“ครับ..” พีชญุตม์กดรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าเป็ใครโทรเข้ามา
“ใกล้จะถึงแล้ว..เสร็จหรือยัง..”
“เสร็จแล้ว..รออยู่ที่เดิมนะ..”
“อ่า..ได้ๆ..รอแป๊บนะกำลังเลี้ยวเข้ามหาลัยแล้ว..”
“ครับ..แค่นี้นะ..เดี๋ยวผมเดินไปรอที่เดิม..”
“โอเค..” พีชญุตม์กดวางสายให้คนที่ต้องขับรถ ก่อนจะลุกขึ้นเก็บของและเตรียมตัวออกเดินไปรอยังสถานที่นัดหมาย
“กูอยากเห็นจริงๆนะ..” ทวิภาคยังอ้อนวอนไม่เลิก
“กูกลับนะ..” โบกมือไปมาแล้วยิ้มอารมณ์ดี เขาไม่ใช่ไม่อยากจะบอกเพื่อน แต่ถ้าติณณภพรู้เดี๋ยวจะพาลไม่พอใจแล้วจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์มันแย่กว่าเดิมอีก การเข้าถึงใจคนคนนี้มันยากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะ กำแพงสูงที่เป็อุปสรรคเมื่อไหร่จะพังลงไปเสียทีนะ
“วันนี้กินอะไร..เดี๋ยวจะได้แวะซื้อ..” เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม จนพีชญุตม์ต้องหันกลับไปมอง
“เป็อะไร..”
“น่าจะไม่สบายนิดหน่อย..เดี๋ยวแวะซื้อแมสด้วยดีกว่า..”
“มาเดี๋ยวผมขับเอง..”
“ไม่เป็ไร..ขับไหวหรอกนา..”
“จอดข้างหน้าติณ..เดี๋ยวผมขับให้..” พีชญุตม์ไม่ได้ร้องขอแต่เขาจ้องสั่งจนติณณภพไม่มีทางเลือกเพราะไม่อยากจะทะเลาะด้วย
“นอนพักไปเถอะ..เดี๋ยวผมแวะซื้อข้าวเอง..” พีชญุตม์บอกเมื่อเห็นอีกคนดูเหนื่อยเพลียกว่าทุกวัน ติณณภพเมื่อเห็นว่าตอนนี้อาการาเ็ของคนข้างกายหายดีแล้วเหลือแค่รอตัดไหม ก็ยอมเอนตัวลงนอนเพราะเขาเองก็ไร้เรี่ยวแรงจะฝืนแล้วเหมือนกัน
“ติณ..ตื่นเถอะ..” พีชญุตม์เดินมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับแล้วปลุกให้อีกคนรู้สึกตัว
“อ้าว..ถึงแล้วเหรอ..”
“อืม..ป่ะ..” ในมือถือถุงกับข้าวพร้อมยาแล้วเดินนำทางอีกคนขึ้นห้องพักไป
“จะอาบน้ำหรือกินข้าวก่อน..” ติณณภพถามเมื่อเดินเข้ามาให้น้องพักแล้ว และเห็นว่าเ้าของห้องเดินไปวางข้าวของบนโต๊ะในห้องครัว
“กินข้าวก่อน..” พีชญุตม์เดินไปเดินมาในห้องครัวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินออกมาพร้อมข้าวต้มหมูร้อนๆหนึ่งถ้วย และข้าวผัดกุ้งอีกหนึ่งจาน วางลงตรงหน้าของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว
“ไม่อยากกินอ่ะ..” ติณณภพหน้างอในลำคอแห้งแสบขนาดนี้เขาไม่อยากจะฝืนทนกลืนอะไรลงไปเลย
“กินข้าวต้มก่อน..แล้วนี่ยา..” พีชญุตม์เดินเข้ามาพร้อมยาในมือสามเม็ด
“ขอนอนเฉยๆได้ไหม..เหนื่อย..”
“ได้..แต่ต้องกินข้าวกินยาก่อน..” พีชญุตม์นั่งลงข้างๆแล้วลากจานข้าวผัดกุ้งของตัวเองตักขึ้นมากินแล้วปลายตามองอีกคนที่ยังไม่ยอมแตะข้าวต้มตรงหน้า
“จะให้ป้อนเหรอ..” ถามด้วยคิดว่าอีกคนคงไม่มีแรงมากพอแม้จะตักข้าวกิน ส่วนคนฟังหันหน้ามามองแล้วรีบลากถ้วยข้าวต้มของตัวเองเข้ามาใกล้ๆ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้กินๆมันเข้าไปก็ได้เนอะ
“พอแล้วได้ไหม..เจ็บคอ..” หน้างอจมูกแดงหันไปบอกว่าทนกลืนลงไปไม่ไหวแล้ว
“เอามานี่มา..” แย่งถ้วยข้าวต้มมาจากอีกคน มือใหญ่กว่าตักข้าวต้มขึ้นมาป้อนจ่อปากของอีกคน ไม่ได้พูดบังคับแต่แค่มองติณณภพก็รู้แล้วว่าเขาต้องทำยังไง
“กินยา..แล้วนอนพัก..” ยื่นถ้วยยาส่งไปให้ พร้อมน้ำสะอาดอีกแก้ว คนป่วยรับมาก่อนจะกระดกจนหมดแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลีย
“ติณครับ..” พีชญุตม์เขย่าไล่ของคนที่นอนหลับอยู่บนโซฟาเบาๆ หลังอาหารมื้อค่ำเขาเจ็บจานและทำความสะอาดจนเสร็จก็เดินถือกะละมังใบเล็กพร้อมผ้าขนหนูเข้ามาหาอีกคน เขย่าเรียกเพื่อให้อีกคนรู้สึกตัว อุณหภูมิในร่างกายของติณณภพตอนนี้ค่อนข้างสูงเหงื่อเริ่มไหลออกมา พีชญุตม์ต้องช่วยเช็ดตัวให้เพื่อลดความร้อนลงก่อน เขากลัวอีกคนจะเป็หนักกว่าเดิมหากไม่ทำอะไรเลย
“ติณ..พีชถอดเสื้อนะ..” เหมือนจะเป็การเอ่ยขออนุญาตทั้งที่อีกคนแทบไม่ขานรับอะไรกลับมา พีชญุตม์ถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของติณณภพออกและค่อยๆปลดมันออกจากร่างบางด้วยความทุลักทุเล
“ข้างล่างเอาไงดีว่ะ..” นั่งจ้องมองชิ้นส่วนด้านล่างด้วยความชั่งใจ ก่อนมือหนาจะตัดสินใจเอื้อมไปปลดเข็มขัดแล้วตะข้อกางเกงออก หายใจทิ้งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาคลุมกายท่อนล่างเอาไว้ สิ้งที่ทำไม่ได้กลัวว่าอีกคนจะอับอายแต่กลัวใจตัวเองต่างหากว่าจะฝืนทนภาพปติมากรรมตรงหน้าไหว แล้วเผลอรังแกคนป่วยเอาได้
“ทำไมตัวเล็กจังว่ะ..กินไรบ้างเนี่ยวันๆ..” ผ้าขนหนูผืนเล็กลูกลากผ่านเนื้อตัวร้อนผ่าว ั้แ่ใบหน้าหวานลงมาตามลำคอระหง ไหปลาร่า และหน้าอกที่ดูเหมือนจะแข็งแรงแต่ก็ผอมบางมาก คิดว่าสายลมหากพัดมาแรงๆสักคราบุคคลคนคนนี้อาจจะปลิวได้
“อืม..หนาว..” คนที่นอนไร้ซึ่งเสื้อผ้าเริ่มหอตัวเมื่อร่างกายเริ่มรู้สึกหนาวสั่น พีชญุตม์รีบทำการเช็ดเนื้อตัวโดยไว ก่อนจะเดินไปหาเสื้อผ้าของตัวเองออกมาสวมใส่ให้อีกคน ภาพคนร่างผอมบางเมื่อใส่เสื้อผ้าของเขาแล้วแลดูน่ารักไม่ใช่เล่น ร่างสูงรีบอุ้มนำพาคนป่วยไปที่เตียงนอนของเขาก่อนจะห่มผ้าให้
“ฝันดีครับ..” ลูบผมคนป่วยด้วยความรักใคร่ พีชญุตม์บอกไม่ได้ว่าตอนนี้เขามีความสุขมากเพียงใด ที่ได้ดูแลคนที่อยากดูแล ได้มีอีกคนมานอนแนบข้างตามที่เคยวาดฝันไว้ ร่างสูงเดินออกไปจัดการธุระตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับเข้ามาสอดตัวลงนอนอีกฝั่งของเตียงนอน หันไปมองคนข้างกายอีกครั้งก่อนจะกดปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า
“ขอบใจนะ..” ติณณภพตื่นเช้ามาด้วยความงุนงง เขากระพริบตาอยู่พักใหญ่ก่อนจะระลึกไว้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน ภาพแรกคือแผงอกอุ่นของใครบางคนที่เขานอนแอบซุกอยู่ เงยหน้าขึ้นไปมองถึงรู้ว่าเ้าของคือใคร วูบแรกใรีบสำรวจตัวเองและร่างกายของอีกคน ก่อนจะผ่อนลมหายใจลงและเงยมองใบหน้าหลับใหลของอีกคนอยู่นาน
“อ่า..บ้าจริง..นอนอยู่ได้..” เมื่อเพิ่มจะละอายใจว่าการกระทำของตัวเองไม่สมควรมากนัก จึงได้ผละร่างออกมาแล้วเตรียมจะลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้คงต้องลางานสักครึ่งวัน ถึงจะป่วยแต่งานเร่งด่วนที่ต้องรีบส่งบอร์ดบริหารก็ไม่สามารถทำให้คนมีความรับผิดชอบสูงคิดแอบเหลวไหลได้เลย
“จะกลับแล้วเหรอ..” คนที่เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวในห้องน้ำเดินกลับออกมาถึงกับสะดุ้งตัวโยด้วยความใเสียงทุ่มต่ำที่เอ่ยทักออกมา
“นะ..นาย..ตื่นแล้วเหรอ..” เมื่อคิดว่าอีกคนยังนอนหลับอยู่ที่ถูกทักในเวลาเงียบๆก็ทำให้ติณณภพผวาได้เช่นกัน
“อืม..ใส่ชุดเดิมเหรอ..”
“ใช่..เดี๋ยวจะกลับห้องก่อน..แล้วค่อยออกไปทำงาน..”
“ลาไปสิป่วยอยู่..”
“ไม่ได้หรอก..มีงานด่วน..”
“ฟ้องเถอะ..บริษัทกดขี่ขนาดนี้..”
“สัญญางานตกลงกันแต่แรกแล้ว..จะเอาอะไรไปฟ้องเขา..”
“เฮ่อ..”
“พีช..ั้แ่วันนี้ไม่ต้องไปหาพี่แล้วนะ..นายกำลังทำให้พี่หนักใจรู้ตัวไหม..” คนฟังไม่พูดอะไรตอบกลับ มองเลื่อยออกไปสีหน้าไม่บอกอาการจนติณณภพตามความคิดไม่ทัน
“เรา..เป็ไปไม่ได้..มันยากเกินไป..”
“....”
“พีช..พี่ให้ได้แค่ความเป็พี่น้อง..นายโอเคไหม..” เสนอทางเลือกที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้วในตอนนี้ออกไป ตอนแรกตั้งใจจะตัดขาดความสัมพันธ์ไปเสียเลย แต่การกระทำของอีกคนที่ผ่านมาทำให้ติณณภพไม่อาจใจร้ายได้ลงคอ เขาก็อยากมีเด็กคนนี้ไว้ข้างกาย ความอบอุ่นและการดูแลที่ได้รับมาเมื่อคืน ช่างตัดสินใจลำบากจริงๆ
“....”
“เฮ่อ..ถ้ารับมิตรภาพพี่น้องไม่ได้..งั้นก็ไม่ต้องเจอกันอีก..ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ..พี่ไปล่ะ..” กำมือตัวเองแน่นข่มความรู้สึกทั้งหมดที่มี ติณณภพไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตน้าอะไรกันแน่ แต่ที่รู้คือการตัดสินใจทำแบบนี้มันเ็ปมากจริงๆ
“คุณรับไม่ได้ก็เื่ของคุณ..แต่ผมจะทำในสิ่งที่ผมอยากทำ..” เสียงประตูปิดลงพร้อมกับประโยคบอกกล่าวเช่นกัน ร่างสูงทิ้งกายลงบนโซฟาตัวยาวอีกครั้ง ทำไมความพยายามครั้งนี้ยากเหลือเกินว่ะ..กูยังทำลงไปไม่มากพอเกรอ..ต้องตายแทนก่อนไหมถึงจะเข้าใจความรู้สึกกัน
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
