เมืองลั่วหยาง (Luoyang)
หากกล่าวว่าฉางอันคือหัวใจแห่งอำนาจ ลั่วหยางก็เปรียบเสมือนดวงหน้าแห่งความงาม โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูเช่นนี้ ทั่วทั้งเมืองถูกย้อมไปด้วยสีสันตระการตาของ "ดอกโบตั๋น" (Peony) าาแห่งมวลบุปผาที่บานสะพรั่งแข่งกันอวดโฉม
กลิ่นหอมหวานละมุนลอยอบอวลไปตามสายลม รถนับร้อยม้านับพันหลั่งไหลเข้ามาชมความงามใน "เทศกาลชมบุปผา" ที่จัดขึ้นปีละครั้ง
รถม้าตระกูลไป๋เคลื่อนผ่านประตูเมืองเข้ามาอย่างเชื่องช้า เพราะผู้คนเนืองแน่นขนัด
"โอ้โฮ! นายน้อย! ดูนั่นสิ! ดอกไม้ใหญ่เท่าจานข้าวเลย!" อาเจาท์ชี้ชวนให้ดูดอกโบตั๋นสีแดงสดที่ประดับอยู่หน้าร้านขายยา "แถมสาวๆ เมืองนี้ก็... เอ่อ... งดงามเหมือนดอกไม้จริงๆ"
อาเจาท์รีบหุบปากเมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากด้านหลัง เสี่ยวเหมย (ในคราบสาวใช้) นั่งมองเขาด้วยสายตาเ็า พลางลูบมีดปอกผลไม้ในมือเล่น
"ดอกไม้สวยงามมักมีหนามแหลมคม และบางดอก... ก็กินคนได้นะเ้าคะ พี่อาเจาท์" นางกระซิบเสียงหวาน
ไป๋อวิ๋นหัวเราะในลำคอ เขาเลิกม่านมองดูบรรยากาศภายนอก "โบตั๋นลั่วหยางเป็หนึ่งในใต้หล้าจริงๆ... แต่ความงามที่มากเกินไป มักดึงดูดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาด้วย"
เขาััได้ถึงกระแสปราณบางอย่างที่แฝงมากับกลิ่นดอกไม้... มันไม่ใช่ไอปีศาจที่ชั่วร้ายเหมือนในเมืองหลวง แต่เป็ 'ไอปราณธรรมชาติ' (Nature Spirit) ที่บริสุทธิ์ ทว่ากลับเจือปนด้วยความเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาด
"ไปที่ 'วัดเซี่ยเหลียน' (Xialian Temple)" ไป๋อวิ๋นสั่ง "ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีดอกโบตั๋นสายพันธุ์หายาก และมีเื่เล่าที่น่าสนใจ"
วัดเซี่ยเหลียน (Xialian Temple)
วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่นอกตัวเมืองเล็กน้อย เงียบสงบกว่าในเมืองมากนัก บริเวณลานวัดเต็มไปด้วยแปลงดอกโบตั๋นหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งสีแดง สีชมพู สีเหลือง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือแปลงดอกไม้ด้านหลังวิหาร
ที่นั่นมีต้นโบตั๋นสีขาวบริสุทธิ์ต้นหนึ่ง สูงตระหง่านกว่าต้นอื่น ดอกของมันขาวราวกับหิมะ กลีบดอกซ้อนกันแน่นขนัดดูนุ่มนวลราวกับผิวสาวงาม มันส่งกลิ่นหอมเย็นๆ ที่ทำให้จิตใจสงบ
แต่ทว่า... หน้าต้นโบตั๋นขาวนั้น กลับมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น
ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตซอมซ่อคนหนึ่ง กำลังกางแขนปกป้องต้นโบตั๋นขาวนั้นไว้อย่างสุดชีวิต เบื้องหน้าเขาคือกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคนรับใช้ตระกูลขุนนาง สี่ห้าคน กำลังยืนล้อมกรอบด้วยท่าทางคุกคาม
"หลีกไปไอ้หนอนหนังสือ!" หัวหน้าคนรับใช้ตะคอก "คุณชายของข้า้าดอกไม้นี้ไปประดับงานเลี้ยงคืนนี้! เ้ากล้าขวางทางตระกูล 'ฉาง' รึ!?"
"ไม่ได้!" บัณฑิตหนุ่มะโตอบเสียงสั่น แต่แววตาแน่วแน่ "ดอกโบตั๋นต้นนี้มีจิติญญา! มันบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี หากพวกเ้าขุดมันไป หรือเด็ดดอกของมัน มันจะตาย! ข้า 'หวงเซิง' (Huang Sheng) ยอมตายแต่ไม่ยอมให้ใครทำร้ายนาง!"
"นาง?" หัวหน้าคนรับใช้หัวเราะลั่น "ไอ้บ้านี่! เรียกดอกไม้ว่านาง? สงสัยจะอ่านหนังสือจนเพี้ยน! เฮ้ย! สั่งสอนมันหน่อย แล้วขุดต้นไม้ไป!"
คนรับใช้สองคนพุ่งเข้ามาถีบหวงเซิงจนล้มกลิ้ง แล้วรุมกระทืบอย่างไม่ปรานี
"โอ๊ย! อย่า... อย่าแตะต้องนาง!" หวงเซิงกอดโคนต้นโบตั๋นไว้แน่น ใช้แผ่นหลังรับตีนแทนต้นไม้ เืเริ่มไหลซึมมุมปาก
ไป๋อวิ๋นยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ บนศาลาพักร้อน "ความรักทำให้คนตาบอด... หรือทำให้คนกล้าหาญกันแน่นะ?" เขาเปรยขึ้นมา
"นายน้อย จะให้ข้าไปจัดการไหมขอรับ?" อาเจาท์ถาม พลางหักนิ้วดังกร๊อบ
"ช้าก่อน... ดูนั่น" ไป๋อวิ๋นชี้พัดไปที่ต้นโบตั๋นขาว
ในจังหวะที่หวงเซิงกำลังจะถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ศีรษะ... กิ่งก้านของต้นโบตั๋นขาวก็สั่นไหวอย่างรุนแรงโดยไม่มีลมพัด! ใบไม้ร่วงกราวลงมาบดบังสายตาพวกคนรับใช้ และรากไม้ที่โผล่พ้นดินดูเหมือนจะขยับตัวเล็กน้อยเพื่อขัดขาชายฉกรรจ์คนหนึ่งจนหน้าทิ่ม
"เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!" พวกคนรับใช้ใ
แต่หัวหน้าของพวกมันไม่สน "แค่ลมพัด! จัดการมัน!"
ไม้หน้าสามเงื้อขึ้นสูงอีกครั้ง คราวนี้เล็งไปที่ก้านดอกโบตั๋นโดยตรง
ฟิ้ววว—!
วัตถุสีขาวชิ้นหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง กระแทกเข้าที่ข้อมือของคนถือไม้
ผัวะ! โอ๊ย!
ไม้หน้าสามหลุดมือร่วงลงพื้น ชายคนนั้นร้องลั่นกุมข้อมือที่บวมแดงทันตาเห็น
วัตถุที่พุ่งมานั้นตกลงสู่พื้น... มันคือ 'ก้อนเงินตำลึง'
"ใคร! ใครลอบกัด!" หัวหน้าคนรับใช้ะโมองซ้ายขวา
"ลอบกัด? ข้าปาซึ่งหน้าชัดๆ สายตาเ้าฝ้าฟางหรือ?"
เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ไป๋อวิ๋นเดินนวดนาดเข้ามาในวงล้อม มือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างโบกพัดจีบเบาๆ อาเจาท์เดินตามประกบหลังทำหน้าถมึงทึง ส่วนเสี่ยวเหมยเดินยิ้มหวานปิดท้ายขบวน
"เ้าเป็ใคร!?"
"ข้าเป็ใครไม่สำคัญ..." ไป๋อวิ๋นมองไปที่หวงเซิงที่นอนกอดต้นไม้อยู่ แล้วหันไปมองหัวหน้าคนรับใช้ "แต่ข้าไม่ชอบเห็นคนรังแกคนไม่มีทางสู้ และยิ่งไม่ชอบเห็นคนทำลายของสวยงาม"
"แกไม่รู้รึว่าข้าเป็คนของตระกูลฉาง! พ่อของคุณชายข้าเป็นายอำเภอเมืองลั่วหยาง!"
"อ้อ... นายอำเภอ" ไป๋อวิ๋นพยักหน้าทำท่าเหมือนเข้าใจ "งั้นฝากบอกนายอำเภอด้วยว่า... ข้า 'ไป๋อวิ๋น' ผู้ถือป้ายอาญาสิทธิ์จากฮ่องเต้ อยากจะขอชมดอกไม้นี้สักหน่อย ถ้าใครกล้าแตะต้องมัน... ข้าจะสั่งปลดนายอำเภอข้อหา 'เลี้ยงดูบ่าวไพร่ให้เป็โจร' "
ไป๋อวิ๋นชูป้ายหยกทองคำรูปพยัคฆ์ขึ้นมาวูบหนึ่ง แสงแดดสะท้อนเข้าตาพวกมันจนแสบตา
แม้พวกคนรับใช้จะดูไม่ออกว่าเป็ป้ายอะไร แต่รัศมีอำนาจและคำว่า 'ฮ่องเต้' ก็ทำให้พวกมันขาสั่น
"ปะ... ไป๋อวิ๋น? ฝากไว้ก่อนเถอะ!" หัวหน้าคนรับใช้รีบสั่งลูกน้องให้ถอยทัพ "ไป! กลับไปฟ้องคุณชาย!"
พวกมันวิ่งหนีหางจุกตูดไปอย่างรวดเร็ว
หวงเซิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น สภาพสะบักสะบอม เขาหันไปมองต้นโบตั๋นก่อนเป็อันดับแรก เมื่อเห็นว่าดอกไม้ปลอดภัย เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วจึงหันมาคารวะไป๋อวิ๋น "ขอบคุณคุณชายที่ยื่นมือเข้าช่วย! ข้าน้อยหวงเซิง ซาบซึ้งในบุญคุณยิ่งนัก!"
ไป๋อวิ๋นรับการคารวะ แล้วเดินเข้าไปใกล้ต้นโบตั๋นขาว "เ้าชื่อหวงเซิงสินะ... เ้ารักดอกไม้นี้มากถึงขนาดยอมเจ็บตัวแทนเลยรึ?"
"นางไม่ใช่แค่ดอกไม้..." หวงเซิงตอบเสียงเบา แววตาอ่อนโยน "ทุกคืนวันเพ็ญ ข้าจะได้ยินนางร้องไห้... นางมีิญญา ข้ารู้สึกได้"
เสี่ยวเหมยเดินเข้ามาดมกลิ่นดอกโบตั๋น นางกระซิบข้างหูไป๋อวิ๋น "นายท่าน... กลิ่นอายรุนแรงมาก เป็ภูตบุปผาระดับสูง บำเพ็ญเพียรมาไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปี แต่นาง... าเ็สาหัสทางิญญา"
ไป๋อวิ๋นพยักหน้า เขายื่นมือออกไปแตะที่กลีบดอกสีขาวเบาๆ
วูบ!
ในห้วงจิตััของไป๋อวิ๋น... เขาเห็นภาพนิมิตเลือนราง หญิงสาวในชุดขาวใบหน้างดงามเศร้าสร้อย ถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นรัดรึงไว้กับรากไม้ นางกำลังมองมาที่หวงเซิงด้วยสายตาที่เป็ห่วงและรักใคร่
"ช่วยข้าด้วย... ช่วยเขาด้วย..." เสียงกระซิบแ่เบาดังเข้ามาในจิต
ไป๋อวิ๋นชักมือกลับ
"น่าสนใจ..." ไป๋อวิ๋นยิ้มมุมปาก "คุณชายหวง ดูเหมือนวาสนาของท่านกับแม่นางดอกไม้ผู้นี้จะลึกซึ้งกว่าที่คิด... แต่ข้าเกรงว่าศัตรูของพวกท่าน ไม่ได้มีแค่นักเลงหัวไม้พวกนั้นหรอกนะ"
หวงเซิงงุนงง "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
"คืนนี้..." ไป๋อวิ๋นเงยหน้ามองท้องฟ้า "พระจันทร์เต็มดวงพอดี... ข้าจะรออยู่ที่นี่ อยากจะเห็นกับตาว่า 'นาง' จะออกมาพบท่านหรือไม่"
ทันใดนั้น ลมเย็นะเืก็พัดวูบผ่านลานวัด ดอกโบตั๋นสีขาวสั่นไหวราวกับจะตอบรับคำท้าทายนั้น
และที่มุมมืดของกำแพงวัด... สายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองพวกเขากลับมา ดวงตาสีแดงฉานของ "ปีศาจเถาวัลย์" ที่ซ่อนตัวรอคอยเวลาขย้ำเหยื่อ!