ยามเช้าตรู่ ณ ยอดเขาเขียวขจีของสำนักวิถีเมฆา สายหมอกสีขาวบางลอยอ้อยอิ่งท่ามกลางแนวสนโบราณ อากาศบริสุทธิ์เย็นสบายพัดผ่านลานหินกว้างที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้ง เงาของหลังคาอารามทอดยาวลงบนพื้นอย่างสงบนิ่ง ราวกับโลกทั้งใบยังไม่ตื่นจากนิทรา
เสียงไม้กวาดครูดไปกับพื้นหินดังสม่ำเสมอ
แกรก... แกรก...
หลินเทียน ชายหนุ่มในชุดศิษย์สายนอกสีเทาหม่น กำลังกวาดลานอย่างเชื่องช้า สีหน้าของเขาดูเฉื่อยชาไร้พิษภัย ราวกับคนธรรมดาที่ไร้ความทะเยอทะยาน
หากมองผิวเผิน เขาเป็เพียงศิษย์ชั้นต่ำคนหนึ่งที่ไร้พร์ ไร้พลัง และไม่มีใครให้ความสนใจ
แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ทุกก้าวที่เขาเดิน ทุกจังหวะที่ปลายไม้กวาดััพื้น ล้วนผ่านการควบคุมอย่างละเอียดถึงขีดสุด ราวกับคนที่กำลังแบกูเาทั้งลูกไว้บนร่างกาย
ตื๊ด...
เสียงใสราวกระดิ่งแก้วดังขึ้นภายในจิตสำนึก
เบื้องหน้าของเขาปรากฏหน้าต่างแสงโปร่งใสที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากตัวเขาเอง
[ระบบกายาอนันต์: ทำงาน]
[สถานะปัจจุบัน: ปลดล็อกพลังขั้นที่ 1]
[สมรรถนะร่างกาย: 2 เท่าของมนุษย์ทั่วไป]
[คำเตือน: ห้ามยกเลิกม่านพลังพยุงกายโดยเด็ดขาด]
[หมายเหตุ: มวลกล้ามเนื้อและกระดูกของท่านมีความหนาแน่นเกินมาตรฐานโลกนี้ หากไร้ม่านพลังควบคุม พื้นดินบริเวณโดยรอบจะยุบตัวทันที]
หลินเทียนถอนหายใจเบาๆ
“เฮ้อ...”
สายตาของเขาเลื่อนมองฝ่ามือตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนกลับไปกวาดพื้นต่ออย่างเงียบงัน
เขาไม่ใช่คนของโลกใบนี้
อดีตของเขาคืุ์จากอีกโลกหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี การทดลอง และาที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างกายของเขาถูกปรับแต่งจนเกินขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดา กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และเซลล์ทุกส่วนถูกเสริมประสิทธิภาพอย่างบ้าคลั่ง
ผลลัพธ์คือ “ร่างกายสมบูรณ์แบบ”
แต่ในโลกแห่งนี้ ร่างเช่นนั้นกลับอันตรายเกินไป
ต่อให้ยืนนิ่งเฉยๆ น้ำหนักของเขาก็มากพอจะทำให้พื้นแตกร้าว หากปลดผนึกพลังทั้งหมด เขาอาจกลายเป็ภัยพิบัติเดินได้ที่บดขยี้ทุกสิ่งรอบตัวโดยไม่ตั้งใจ
ดังนั้น ระบบกายาอนันต์จึงสร้าง “ม่านพลังพยุงกาย” เพื่อกดทับน้ำหนักและจำกัดพลังของเขาเอาไว้
แม้แต่การหายใจแรงเกินไป เขายังต้องระวัง
หลินเทียนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามอ่อน นกกระจอกตัวเล็กบินลงมาเกาะบนด้ามไม้กวาดของเขาอย่างไม่หวาดกลัว
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ชีวิตแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ต้องฆ่าใคร ไม่ต้องหนีตาย ไม่ต้องต่อสู้จนเืสาด แค่กวาดพื้น กินข้าว แล้วนอนหลับอย่างสงบ... ข้าชอบมันมากทีเดียว”
สายลมพัดผ่านชายแขนเสื้อ เสียงระฆังเช้าของสำนักดังแว่วมาจากยอดเขาไกลๆ บรรยากาศสงบนิ่งจนทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง
นี่คือชีวิตที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด
ชีวิตธรรมดา
ชีวิตที่ไม่ต้องแบกรับาหรือความคาดหวังของใคร
แต่เห็นได้ชัดว่า... โลกนี้ไม่คิดจะปล่อยให้เขาสงบง่ายๆ
“เฮ้ย! เ้าขยะหลินเทียน!”
เสียงตะคอกดังลั่นขึ้นกลางลานหิน ทำลายความเงียบในทันที
นกกระจอกบนด้ามไม้กวาดสะดุ้งบินหนีขึ้นฟ้า
หลินเทียนหันไปมองอย่างเอื่อยเฉื่อย
ชายร่างสูงในชุดศิษย์สายนอกสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าเย่อหยิ่ง มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัน ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
ศิษย์พี่หวัง
หนึ่งในพวกชอบใช้อำนาจรังแกศิษย์ใหม่เป็ประจำ
เขาเดินกร่างเข้ามาใกล้ ก่อนมองกองใบไม้ที่ยังกวาดไม่เสร็จ แล้วแค่นหัวเราะ
“มัวแต่อู้รึไง? กวาดลานแค่นี้ยังชักช้า เ้าคิดจะเป็ตัวถ่วงสำนักไปถึงไหน!”
หลินเทียนก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าดูอ่อนแอและยอมจำนน
“ขออภัยศิษย์พี่ ข้าจะรีบทำเดี๋ยวนี้”
ท่าทีเช่นนั้นกลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายฮึกเหิม
ศิษย์พี่หวังแสยะยิ้ม ก่อนเงื้อประบ่าผลักไหล่ของหลินเทียนเต็มแรง
“ขยะอย่างเ้าควรขยันให้มากกว่านี้!”
ปึก!
วินาทีที่ฝ่ามือกระแทกลงบนไหล่หลินเทียน สีหน้าของศิษย์พี่หวังก็เปลี่ยนไปทันที
ความรู้สึกที่ส่งกลับมาจากฝ่ามือ ไม่ต่างอะไรจากการชกใส่กำแพงเหล็กที่ฝังลึกอยู่ใตู้เา
แข็ง...
หนัก...
และนิ่งจนชวนหวาดหวั่น
กระดูกแขนของเขาชาไปทั้งแถบ
“อึก...!”
ศิษย์พี่หวังเบิกตากว้าง ความเจ็บแล่นขึ้นมาถึงหัวไหล่จนแทบร้องออกมา
แต่ก่อนที่ใครจะทันสังเกต—
หลินเทียนกลับแสดงละครได้อย่างแเี
ร่างของเขาโอนเอนไปด้านหลัง ก่อนทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
ตุบ!
ชายหนุ่มทำหน้าเ็ปพลางร้องออกมาเบาๆ
“โอ๊ย...”
เขากุมไหล่ตัวเองแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างหวาดกลัว
“ศิษย์พี่หวัง... ข้าขออภัย ข้าอ่อนแอเกินไปจริงๆ เพียงโดนผลักนิดเดียวก็ยืนไม่ไหวแล้ว...”
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบ
ศิษย์พี่หวังยืนนิ่ง สีหน้าแข็งค้าง
ฝ่ามือของเขายังปวดตุบๆ ราวกับกระดูกแทบร้าว แต่จะให้พูดออกไปก็เสียหน้าเกินไป
เขาทำได้เพียงกัดฟันแน่น แล้วแค่นเสียงเ็า
“หึ! รู้ตัวก็ดี!”
พูดจบก็รีบซ่อนมือที่สั่นเล็กน้อยไว้ด้านหลัง
“จำเอาไว้! หากก่อนเที่ยงเ้ายังกวาดไม่เสร็จ ข้าจะสั่งงดข้าวเย็นของเ้า!”
สิ้นเสียง เขาก็รีบหันหลังเดินจากไปทันที
ทว่าเพียงก้าวพ้นมุมอาราม สีหน้าหยิ่งผยองของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ
“บัดซบ... ไหล่ของเ้าหมอนั่นทำจากเหล็กรึไงกัน...!”
อีกด้านหนึ่ง หลินเทียนมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายหายลับไป ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสงบ
เขาปัดฝุ่นบนชุดเบาๆ สีหน้าไร้อารมณ์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตื๊ด...
[ระบบแจ้งเตือน]
[ภารกิจ: ความอดทนต้านทานฟ้า]
[รายละเอียด: ถูกศิษย์พี่รังแกโดยไม่สวนกลับ]
[ความคืบหน้า: 1/100 ครั้ง]
[รางวัลเมื่อสำเร็จ: ปลดล็อกพลังขั้นที่ 2]
หลินเทียนมองข้อความนั้นก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ
“ถูกคนรังแกครบหนึ่งร้อยครั้งเพื่อเพิ่มพลัง... ระบบนี่ช่างมีรสนิยมประหลาดจริงๆ”
ถึงจะบ่นเช่นนั้น แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย
สำหรับเขา การถูกหาเื่เล็กน้อยเช่นนี้ถือว่าเบาสบายเกินไป เมื่อเทียบกับอดีตที่ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดท่ามกลางสนามรบและกองเื
อย่างน้อยตอนนี้ เขายังมีเวลาสูดอากาศดีๆ และมองท้องฟ้าอย่างสงบ
หลินเทียนเงยหน้ามองเงาของต้นสนที่ทอดยาวบนลานหิน ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ
การใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นนี้... ไม่เลวเลยจริงๆ
เขาหยิบไม้กวาดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนสูดกลิ่นไอดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนเข้าปอดลึกๆ
สายลมเย็นพัดผ่านลานกว้าง ใบไม้สีเหลืองปลิวหมุนอยู่กลางอากาศ
จากนั้น ชายหนุ่มผู้ร่างกายที่แม้แตู่เายังต้องหวาดกลัว ก็เริ่มกวาดพื้นต่อไปอย่างอารมณ์ดี ราวกับเขาเป็เพียงศิษย์สายนอกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น…