ขณะนี้ริโอะอายุได้ 12 ปีและเป็นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6โรงเรียนเบลต์ลัมต์
เมื่อเข้าปีโตแล้ว ชั่วโมงส่วนใหญ่เป็วิชาที่เลือกเรียนเองได้ยกเว้นวิชาพื้นฐานบังคับ
ขอแค่ได้หน่วยกิตครบตามมาตรฐานก็สามารถสำเร็จการศึกษาได้
เื่ก็เกิดขึ้นเมื่อริโอะเลือกที่จะเรียนวิชาศาสตร์แห่งดาบของภาคเรียนนี้เอง
นักเรียนชั้นประถมตอนปลายรวมตัวกันอยู่ที่สนามกีฬาของโรงเรียน
“ก่อนจะเริ่ม อาจารย์ขอประกาศเื่การแข่งขันระหว่างนักเรียนโรงเรียนเบลต์ลัมต์และอัศวินแห่งนครหลวงประจำปีนี้อย่างที่รู้กันว่าเราจัดกันทุกปี”
เมื่อได้ยินประกาศ เด็กๆ ก็เริ่มส่งเสียงพูดคุยกันเสียงดัง
การแข่งขันนี้ ต้อนรับผู้คนจากทุกหนทุกแห่งให้เข้ามารับชม
เรียกได้ว่าเป็ประเพณีอย่างหนึ่งของโรงเรียนเลยก็ว่าได้
การแข่งขันกันระหว่างนักเรียนที่ได้รับเลือกในวิชาศาสตร์แห่งดาบกับอัศวินที่มีผลงานโดดเด่น
หากอัศวินคิดจะสู้สุดกำลังแล้วล่ะก็ทางฝั่งนักเรียนคงไม่มีทางชนะแน่
พวกเขาจึงอ่อนข้อให้มาโดยตลอด
ผลการแข่งขันจึงมักจะออกมาสูสีกัน
จุดประสงค์ของการประลองนี้ก็เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงและเก็บเกี่ยวประสบการณ์
เพียงแค่ถูกเสนอชื่อก็ถือว่าเป็เกียรติแก่นักเรียนผู้นั้นแล้ว
หากหน่วยก้านดีก็มีโอกาสถูกชักชวนให้เข้าร่วมรบกับกองทัพอีกด้วย
“ตัวแทนของชั้นประถม เราก็เลือกจากเด็กในชั้นเรียนนี้แหละอาจารย์จะเรียกชื่อ ขอให้นักเรียนต่อไปนี้ ขานรับแล้วออกมาข้างหน้าด้วยเริ่มจากนักเรียนชั้นป.6 อัลฟรอนส์ โลดัน, ดาเมียนบัสค์, จัง อารอน...”
อาจารย์เอ่ยชื่อเรื่อยๆ ตามลำดับ
นักเรียนที่ถูกเรียกตอบรับด้วยน้ำเสียงปรีดา
ในขณะเดียวกัน ริโอะกลับทำหน้าเหมือนอยู่คนละโลก
ทว่า...
“สุดท้ายก็ ... ริโอะ”
เมื่อริโอะรู้ตัวว่าถูกเรียก ก็ถลึงตาโตด้วยความใ
เด็กคนอื่นๆ เองก็มีสภาพเช่นเดียวกัน
“เด็กป.5 ได้แก่ สเตียร์ด ยุคโนมีเท่านี้”
อาจารย์เมินใส่เสียงเอะอะโวยวายทั้งหลายแล้วตัดบทจบ
ทว่า...
“เดี๋ยวก่อนครับ มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าครับอาจารย์?”
เ้าของเสียงเรียกก็เป็ใครไปไม่ได้ นอกจาก อัลฟรอนส์ โลดัน
“มีอะไรหรืออัลฟรอนส์? ไม่ดีใจที่ถูกเลือกหรือไงกัน?”
อาจารย์มองหน้าแล้วถามลูกขุนนางตระกูลใหญ่เ้าปัญหาอัลฟรอนส์
“เปล่าครับผมไม่คิดว่าคนชั้นต่ำที่ไม่ใช่ขุนนางจะสามารถเป็ตัวแทนได้นะครับ มันไม่น่าอายเหรอครับที่เราจะส่งคนไร้สกุลแบบนั้นไปแข่งกับอัศวินแทนคนอื่นๆ เ้านี่มันใช้เวทมนตร์ไม่เป็ด้วยซ้ำ!”
อัลฟรอนส์พูดจาเหยียดหยามริโอะ
“เกณฑ์ในการเลือกตัวแทนไม่เกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์เราคัดเลือกจากฝีมือการใช้ดาบ”
“ฝีมือการใช้ดาบ? อาจารย์คิดว่าคนอย่างมันใช้ดาบเป็เหรอครับ?”
อัลฟรอนส์ตั้งคำถามพร้อมหัวเราะเย้ยหยันริโอะอีกครั้ง
“ก็ใช่น่ะสิ”
อาจารย์ตอบอย่างไม่ลังเล
ไม่ใช่แค่อัลฟอรนส์เท่านั้น นักเรียนคนอื่นๆก็มีสีหน้าไม่พอใจด้วยเหมือนกัน
“ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ...เ้านี่ มันมีดีตรงไหน!”
“คนที่จะตัดสินว่าเขาเก่งหรือไม่นั้นไม่ใช่เธอ อาจารย์เลือกแล้วและจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น”
“...เข้าใจแล้วครับ”
อาจารย์ไม่อ่อนข้อให้แม้แต่น้อยอัลฟรอนส์จึงทำได้เพียงแต่กัดฟันยอมรับการตัดสินใจของอาจารย์
หัวใจสำคัญของศาสตร์แห่งดาบ คือ คำสั่งของผู้เป็อาจารย์ถือเป็คำขาด
ที่จริงแล้วริโอะก็อยากจะคัดค้านที่ตนเองถูกเลือกเหมือนกัน
แต่เด็กกำพร้ารู้ดีกว่าใครว่าความเห็นของเขานั้นไร้ความหมาย
“เรามาเริ่มฝึกกันเลยดีกว่าก่อนอื่นหยิบอาวุธขึ้นแล้วจัดแถวเดินขบวนเป็ระยะทาง 5 กิโลเมตร ปฏิบัติ!”
อาจารย์ออกคำสั่งเสียงเข้ม
ชั่วโมงเรียนฟันดาบจึงเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น
...
“ได้ยินว่าได้รับเลือกเป็ตัวแทนในการแข่งขันประลองฝีมือเหรอจ๊ะ?”
หลังเลิกเรียนวันนั้นเอง
เซเรียเริ่มบทสนทนาขึ้นด้วยสีหน้าปีติยินดีใน่เวลาน้ำชา
“ครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเลือกผม”
ริโอะตอบอย่างขุ่นเคือง
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ตั้งใจหน่อยสิถ้าผลออกมาดีอาจจะโดนทาบทามให้เข้าร่วมกองทัพก็ได้นะ!”
“อืม...ผมไม่สนใจอยากเป็อัศวินหรอกครับ”
ริโอะตอบแบบแค่นยิ้ม
“งั้นเหรอจ๊ะ? ได้ยินมาว่างานอัศวินหนักแต่ค่าตอบแทนดีเธอจะได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทองเลยนะ”
“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะพอดีผมมีเื่ที่อยากจะทำหลังเรียนจบน่ะครับ”
พูดเช่นนั้นแล้วริโอะก็จิบชาด้วยท่วงท่าเปี่ยมมารยาท
ท่าทางของเด็กชายกำพร้านั้นสง่างามมากเสียจนเซเรียเห็นจนชินแล้วยังอดประทับใจไม่ได้
“หืม...งั้นเหรอจ๊ะ?”
อาจารย์สาวมีท่าทางสนอกสนใจ
เธอจึงลังเลเล็กน้อยว่าจะถามต่อดีหรือไม่
แต่สุดท้ายก็เอ่ยปากถามออกไปจนได้
“อีกไม่ถึงปีก็จะเรียนจบแล้วเนอะ ต่อไปอยากทำอะไรเหรอ?”
“ผมจะออกเดินทางหลังจากเรียนจบครับ มีที่ที่หนึ่งที่ผมอยากไป”
“จะออกจากประเทศนี้เหรอจ๊ะ?”
เซเรียใกับคำตอบของริโอะ
เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าริโอะอยากจะเดินทางออกนอกประเทศ
“ก็...ประเทศนี้มันอยู่ยากสำหรับผมนี่ครับ”
“ก็จริงอยู่นะ แต่...”
ถ้าริโอะเข้าร่วมกลุ่มอัศวิน ปัญหานั้นก็คงจะหมดไป
อ๊ะ! จริงสิ!
“นี่ๆ ...ไม่อยากลองทำงานที่ห้องวิจัยของอาจารย์เหรอ? ถ้าริโอะไม่อยู่ละก็แย่แน่เลย”
เซเรียพูดพร้อมมองไปรอบๆ ห้อง
ั้แ่ที่เธอได้พบกับริโอะครั้งแรกก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว
แรกๆ ห้องของเซเรียรกอย่างกับรังหนูจนริโอะพูดไม่ออก
แต่ทุกครั้งที่มาที่นี่ริโอะก็จะช่วยทำความสะอาดให้เธอเสมอ
จึงทำให้เซเรียได้เห็นความสามารถด้านอื่นๆ ของเขาอีก
นอกจากจะจัดระเบียบห้องแล้ว ริโอะยังช่วยดูแลเื่ต่างๆของเซเรียด้วย
สำหรับอาจารย์สาวแล้วริโอะไม่ต่างอะไรจากคู่หูที่รู้ใจเลย
“อาจารย์เซเรียก็เป็ขุนนาง ด้วยอายุขนาดนี้ก็ต้องมีดูเื่แต่งงานไว้บ้างใช่ไหมครับ? ถ้าจะให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาอยู่ในห้องเดียวกันแบบนี้มันจะดูไม่ดีนะครับ”
“ตอนนี้อาจารย์ยังไม่อยากคิดเื่นั้นหรอกจ้ะที่บ้านก็เข้มงวดอยู่นะ แต่อาจารย์ใช้เื่งานวิจัยมาอ้างแล้วปฏิเสธตลอดแหละ”
พอได้ยินคำว่าแต่งงานแล้วเซเรียพลันคอตก
ริโอะเห็นแบบนั้นแล้วจึงลอบยิ้ม
“จะแต่งตอนไหนก็ได้นี่เนอะ”
“กำลังล้อว่าอาจารย์จะขึ้นคานเหรอ?!!”
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ”
วัยแต่งงานของขุนนางหญิงในโลกใบนี้อยู่ที่่ 15 - 20 ปี
ขณะนี้เซเรียอายุได้ 17 ปีแล้ว
สำหรับริโอะที่ยังมีความคิดเป็คนญี่ปุ่นอยู่เขาจึงมองว่ามันเร็วเกินไปที่จะแต่งงาน
หากเป็สตรีที่ฉลาดและมากความสามารถอย่างเซเรียแล้วล่ะก็ต่อให้อายุเกิน 20 ปีไปแล้วก็คงจะหาคู่ชีวิตได้ไม่ยาก
“ฮึ! ผู้ชายประเทศนี้ก็คิดว่าผู้หญิงที่อายุเกิน 20แก่เกินไปที่จะแต่งงานน่ะสิ อยากได้ภรรยาเอ๊าะๆ ขนาดนั้นเลยหรือไงนะ?!”
เซเรียทำท่าโมโห
ดูเหมือนว่าอาจารย์สาวจะคาใจเื่การแต่งงานในวัย 10 ปลายๆ เอามากๆ
“อืม... ผมก็คิดว่ามันเร็วไปนะครับอาจารย์เซเรียยังดูเด็กและน่ารักอยู่เลยครับ รออีกหน่อยก็คงจะไม่เป็ไร”
“จะบอกว่าอาจารย์เหมือนเด็ก?”
เซเรียมีขนาดตัวไม่สูงมากนัก จึงมีรูปร่างราวกับเด็กแม้กระทั่งในตอนนี้เธอก็ดูไม่ต่างกับเด็กสาววัย 10 ต้นๆเธอยังเหมือนเดิมกับตอนที่เจอกับริโอะแรกๆ
ดูเหมือนเซเรียเองก็กังวลเื่นี้อยู่เหมือนกัน
“อาจารย์เป็สาวแล้วนะครับ”
ริโอะพูดกลั้วหัวเราะ
เซเรียหน้าแดงขึ้นมา
“ฮึ่มมม! บ้า! อย่ามาล้อเลียนนะ!”
ริโอะมองเซเรียที่หน้าแดงแจ๋ก่อนปากของเขาจะยิ้มออกมา
เมื่อเห็นว่าในกาน้ำชาว่างเปล่า เด็กชายจึงเตรียมชงชาชุดใหม่
โดยเลือกชาที่เซเรียชอบ
เพราะอยู่กับเธอมานาน เขาจึงรู้ว่าเซเรียชอบชาแบบไหน
สำหรับเซเรียที่จู้จี้เื่ชาแล้วหากไม่ใช่ริโอะชงให้เธอจะไม่ยอมดื่มเด็ดขาด
หากให้ริโอะชงชาให้ล่ะก็ไม่ว่าคุณหนูตระกูลไหนได้ลิ้มลองเป็ต้องอ่อนระทวยแน่ๆ
กาต่อไปชงชาอะไรดีน้า
ในขณะที่ริโอะกำลังคิดอยู่
“จ...จะว่าไปแล้ว ที่ที่ริโอะอยากไปคือที่ไหนเหรอจ๊ะ?”
เซเรียเอ่ยถามเพราะ้ากลบเกลื่อนความอาย
“เขตยากุโมะ บ้านเกิดพ่อแม่ของผมครับ”
“เอ๊ะ? เขตยากุโมะ? ระหว่างทางมันไม่มีเมืองอยู่เลยไม่ใช่เหรอจ๊ะ?”
เซเรียใกับคำตอบของริโอะ
“เคยได้ยินมาเหมือนกันครับ”
“อาจารย์เคยอ่านเจอในหนังสืออยู่นะว่าเป็สถานที่ที่ไม่มีแม้กระทั่งความสัมพันธ์กับประเทศใดๆเลย ไกลก็ไกล ทั้งถนนเชื่อมต่อและแผนที่ก็ไม่มีมีสัตว์อันตรายอยู่ระหว่างทางเต็มไปหมดด้วย มันเสี่ยงถึงชีวิตเลยนะ”