บทที่ 6
ภายในหอตำราสำนักเทียนซิน เด็กน้อยทั้งสี่คนกำลัง นั่งสุมหัวล้อมรอบโต๊ะไม้เก่าแก่ที่โยกไปโยกมาเนื่องจากขาหักไปข้างนึง เมื่อสามวันก่อน อาจารย์ส่งข่าวมาบอกว่าให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อม สำนักเต้าซินจะจัดการประลองขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความสามารถของศิษย์รุ่นเยาว์ในเวลาอันใกล้นี้ ด้วยเหตุประการนี้พวกเขาที่แค่ร่ายรำกระบี่ท่าพื้นฐานของสำนักยังไม่รอด เก่งสุดก็แค่ใช้ปราณทำความสะอาดเรือนพัก จะเอากำลังที่ไหนไปสู้ศิษย์สำนักอื่น
เพื่อไม่ให้อาจารย์ต้องขายหน้า พวกเขาจึงจัดประชุมด่วนที่ด่วนจนไม่หลับไม่นอนกันมาสามวันแล้ว โม่อวี้หรานในฐานะศิษย์พี่ใหญ่รับบทหนักที่สุดต้องคอยห้ามทัพพวกเขา โม่อวี้หรานดวงหน้างามซีดเซียวอย่างน่าสงสาร ใต้ตาดำช้ำปรากฏร่องรอยของการอดหลับอดนอนอย่างชัดเจน ผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการห้ามทัพของศิษย์น้องตัวดีทั้งหลาย มือซ้ายถือพู่กัน มือขวาหิ้วคอเสื้อหลินเซียว ขายันโหย่วจิ่งเอาไว้ มู่ไป๋ยืนกอดอกพยักหน้าขำเสียงดังลั่นหอตำรา
จากการสุมหัวกันอย่างดุดันได้ผลว่า ควรแยกไปหาวิธีใครวิธีมันดีที่สุด เพราะความเห็นไม่ตรงกัน ต้องแยกทางกันเป็ธรรมดา โม่อวี้หรานสั่งให้ทุกคนแยกย้ายก่อนจะหอบร่างน้อยๆกลับเรือนพักไป มือยังคงลากหลินเซียวกลับมาด้วย
''ศิษย์พี่ใหญ่ท่านเข้าสำนักก่อนใครเพื่อน อาจารย์ได้สอนสุดยอดวิชาให้ท่านบ้างหรือไม่ขอรับ" หลินเซียวเอ่ยถามหลังจากที่ตัวเองเข้าสำนักมานอกจากตำราหนึ่งเล่มอาจารย์ก็ไม่ได้สอนอะไรเขาเลย
โม่อวี้หรานได้แต่เงียบ แม้ว่าตัวเองจะเข้าสำนักมาั้แ่หกขวบแต่เขาก็จำไม่เห็นได้ว่าอาจารย์ได้สอนอะไรให้เขาบ้างหรือไม่ นอกจากตำราหนึ่งเล่มให้ทำความเข้าใจเองและความรู้ในหอตำราที่เขาฝักใฝ่ เขาพึ่งจะมาคิดได้ว่าเขามีอาจารย์ไปทำไมกันนะ ในเมื่อเขาศึกษาเองคนเดียวได้ โม่อวี้หรานคิดมาตลอดว่าสำนักตัวเองเป็สำนักเถื่อนหรือไม่ นอกจากพวกเขาแล้วยอดเขานี้ของสำนักไม่มีใครเลย สำนักอื่นยังมีศิษย์เป็ร้อยเป็พัน ยอดเขาตั้งกี่ยอดเขา วิชาแต่ล่ะสำนักชื่อเสียงเลื่องชื่อกันทั้งนั้น
"สำนักเรามีวิชาสืบทอดกับเขาบ้างหรือไม่นะ" โม่อวี้หรานพึมพำ เขาที่อ่านตำราแทบจะทั้งหมดของหอตำราแล้ว ก็ไม่พบว่ามีวิชาไหนที่เป็ของสำนักเราสักวิชา มีเพียงวิชาทั่วไปเท่านั้น
"อาจารย์ไม่สอนอะไรให้ท่านเลยหรือขอรับ" หลินเซียวย้ำ
โม่อวี้หรานได้แต่มองหน้าหลินเซียวนิ่งหมดคำจะกล่าว ด้วยต้องรักษาชื่อเสียงอาจารย์จึงส่ายหัวไปส่งๆ
"เ้ากลับเรือนไปได้แล้ว"
"คืนนี้ให้ข้านอนด้วยได้หรือไม่ขอรับศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่มีแรงจะเดินกลับแล้ว" หลินเซียวเกาะแขนโม่อวี้หรานทำหน้าอ้อน
โม่อวี้หรานทำหน้าหนักใจก่อนจะพยักหน้าเชิงอนุญาติ ถึงอย่างไรศิษย์น้องเล็กก็มานอนกับเขาบ่อยครั้งั้แ่เข้าสำนักใหม่ๆแล้ว เขาเองก็เริ่มจะชินกับการใกล้ชิดกับคนอื่นขึ้นมาบ้างแล้ว
เช้าวันใหม่มาถึงเร็วกว่าที่คิดโม่อวี้หรานที่หลับไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ตื่นมาพบกับขาข้างหนึ่งที่พาดตัวเขาอยู่ วันนี้เป็ขาสินะ ครั้งก่อนยังเป็ตัวทั้วตัวทับเขาไว้แทบหายใจไม่ออก โม่อวี้หรานชินกับการนอนของหลินเซียวไปแล้ว เนื่องจากสถานการณ์บังคับ
หลังจากจัดการตัวเองเสร็จหลินเซียวจูงมือโม่อวี้หรานไปห้องสำรับเพื่อทานข้าวเช้า ก่อนจะเรียนตำราต่อจนถึงตอนบ่ายค่อยไปฝึกเดินลมปราณที่ห้องหินวนไปแบบนี้ จนวันหนึ่งอาจารย์ก็กลับมาพร้อมเด็กคนนึง ซึ่งอาจารย์แนะนำว่าเด็กคนนี้ชื่อ หลินหลี่ถิง เป็ศิษย์น้องหญิงของพวกเขา ศิษย์น้องหญิงคนใหม่หมาดๆคนนี้ดูแล้วจะตัวเตี้ยกว่าหลินเซียว่มาใหม่ๆเสียอีก ตัวอ้วนป้อมผิวขาวสีเหมือนซาลาเปานวลเนียนแก้มนุ่มฟูกลมน่าบีบ แขนขาสั้นป้อมกอดคออาจารย์แน่นหลับไม่รู้เื่รู้ราว ก่อนจะตื่นมาพบเด็กชายแปลกหน้าหลายคนรายล้อมข้างตัวจึงแหกปากร้องไห้จ้า ทำเอาสี่เด็กหนึ่งผู้ใหญ่ทำอะไรไม่ถูก
"ท่านอาจารย์ศิษย์น้องหญิงเป็อะไรไปขอรับ" โหย่วจิ่งยกมือปิดหูร้องถามอาจารย์ด้วยความใ
มู่ไป๋ร้องสวน "ศิษย์น้องหญิงใใบหน้าขี้เหร่ของเ้านั่นแหละ"
"ท่านสิขี้เหร่!" โหย่วจิ่งแหกปากร้องประสานกับเสียงร้องไห้ระงมของหลินลี่ถิง
"พวกเ้าจะแหกปากหาอะไรกันหา!" โม่อวี้หรานที่ทนเสียงดังไม่ไหวร้องขึ้นบ้าง หลินเซียวที่กำลังใช้มือปิดหูโม่อวี้หรานพยักหน้ารัวๆเห็นด้วยกับศิษย์พี่ใหญ่
แงงง หลินหลี่ถิงกอดคออาจารย์ร้องไห้เสียงจ้าล่ะหวั่น ด้วยความที่เดินทางมาที่นี่เพราะอาจารย์บอกว่าจะพาเธอมากินเสี่ยวหลงเปาเข่งใหญ่ที่บ้านเขามีเยอะแยะ แต่ตื่นมากลับพบแต่เด็กแปลกๆสี่คน หลินหลี่ถิงเข้าใจว่าตัวเองโดนหลอกเข้าแล้ว
"เสี่ยวถิง เ้าไม่ต้องกลัว พวกเขาคือศิษย์พี่ของเ้า"หลินโม่กอดปลอบ ลูบหลังหลินหลี่ถิงอย่างนุ่มนวล
"เ้าร้องไห้หาอะไรหา เ้าก้อนซาลาเปา" หลินเซียวเอ่ยพูดอย่างรำคาญ
"แงงงง อาจาง อาจางงง" หลินหลี่ถิงแหกปากหนักกว่าเดิม
โม่อวี้หรานใช้หางตามองหลินเซียวอย่างดุๆ ก่อนจะปัดมือหลินเซียวที่อุดหูเขาออก แล้วสืบเท้าเข้าไปใกล้อาจารย์ที่อุ้มหลินหลี่ถิงอยู่
"เสี่ยวถิง ข้าชื่อโม่อวี้หราน เป็ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้า" โม่อวี้หรานเอ่ยเสียงนุ่ม ลูบหัวหลินหลี่ถิง หลินหลี่ถิงเหลือบตามองโม่อวี้หรานก่อนตากลมโตจะเบิกค้างหยุดร้องไห้ในทันใด ด้วยเหมือนมีเทพเซียนตัวน้อยมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเบี่ยงเบนความสนใจของหลินหลี่ถิงไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะหลบสายตาอย่างเอียงอาย
"สิกพี่หย่าย อาจางบอกจะพาเสี่ยวถิงมากินหลงเปา เข่งหย่าย" หลินหลี่ถิงมือปาดน้ำตา เช็ดน้ำมูกกับคอเสื้ออาจารย์ พูดจับใจความไม่ได้ เพราะลิ้นไก่สั้น
หลินเซียวมองหน้าอาจารย์คราวนี้เป็เสี่ยวหลงเปารึ ทีเขาทำไมถึงมีแค่หมั่นโถวแข็งๆกับถังหูลู่ไม่กี่ไม้กัน เขาคงง่ายเกินไปสินะหลินเซียวคิดในใจ นี่อาจารย์เป็โจรขโมยเด็กหรือไร ทำไมชอบใช้ของกินมาหลอกล่อหาศิษย์อีกแล้วล่ะ คราเขาก็ทีนึงแล้ว
หลินเซียวหันไปพูดเบาๆให้ได้ยินกันสองคนกับโหย่วจิ่งว่าโดนของกินหลอกล่อเข้าสำนักเหมือนกันหรือไม่ ได้คำตอบว่าเป็น้ำตาลปั้น ส่วนมู่ไป๋เป็ขนมกุ้ยฮวา หรูหราที่สุดในหมู่พวกเขาแล้ว ทั้งสามมองหน้ากันอย่างสมเพช พวกเห็นแก่กิน!
"ตอนนี้ข้ามีลูกอมเม็ดสนเ้าสนใจหรือไม่" โม่อวี้หรานส่งยิ้มให้หลินหลี่ถิงพร้อมยื่นลูกอมให้
หลินเซียวหันมองหน้าศิษย์พี่ใหญ่จนคอหัน นั่นมันที่เคยให้เขาเมื่อคราพบกันครั้งแรกหนิ ทำไมถึงจะให้เ้าเด็กนั่นด้วย เขาไม่ยอมหลินเซียวหน้างอจนโหย่วจิ่งมองออกจึงมากระซิบข้างหูหลินเซียวว่าศิษย์พี่ใหญ่ให้ทุกคน ข้าก็ได้เหมือนกัน ได้ยินดังนั้นหลินเซียวยิ่งหน้างอหนักมองโม่อวี้หรานแววตาตัดพ้อก่อนจะจ้องหลินหลี่ถิงเขม็ง ได้ทุกคนแล้วอย่างไรอย่างน้อยพวกศิษย์พี่ก็มาก่อน ยอมให้ได้ แต่เ้าเด็กนี่มาทีหลังข้า ข้าไม่ยอม!
"ขอบคุงสิกพี่หย่าย" หลินหลี่ถิงรับลูกอมเข้าปากยิ้มให้โม่อวี้หราน ส่วนหลินเซียวที่ยืนหน้างอเชิดคอจนแทบจะหักนั้นโม่อวี้หรานไม่รับรู้เลยสักนิด
หลินโม่ให้เหล่าศิษย์แยกย้ายกันไปก่อนจะฝากฝังให้โม่อวี้หรานเป็คนดูแลหลินหลี่ถิง ได้ยินดังนั้นหลินเซียวยิ่งหน้างอเข้าไปใหญ่
ในเช้าวันนี้มือของโม่อวี้หรานไม่ได้เป็ของหลินเซียวคนเดียวอีกต่อไป มืออีกข้างของโม่อวี้หรานมีหลินหลี่ถิงจับจูงอยู่ ทำให้หลินเซียวมีเื่ไม่พอใจศิษย์น้องหญิงคนนี้เพิ่มอีกเื่ เ้าก้อนซาลาเปานั่นกำลังจะแย่งศิษย์พี่ใหญ่ของข้า!
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จหลินเซียวก็ไม่สามารถเรียนตำราสองต่อสองกับโม่อวี้หรานได้เหมือนเดิม ด้วยความมีมารก้อนซาลาเปาที่ชอบขวางเขาอยู่ทุกครั้งที่เขาจะอ้อนโม่อวี้หราน เ้าเด็กนั่นก็เลียนแบบเขาทันทีทันใด หลินเซียวบวกเื่ไม่พอใจไว้ในอก
เย็นวันนั้นอาจารย์เรียกพวกเขาไปพบเพื่อบอกว่าจะสอนวิชากระบี่เทียนซินให้พวกเขาทุกคน เว้นแต่หลินหลี่ถิงที่ยังััลมปราณไม่ได้ให้ไปฝึกในห้องหินก่อน
โอ้ สำนักเราก็มีวิชาเลื่องชื่อกับเขาเหมือนกันสินะ แต่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนน่ะสิ โม่อวี้หรานกล่าวในใจ
ด้วยประการนี้การฝึกวิชากระบี่เทียนซินสุดโหดก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทุกเช้าพวกเขาต้องแบกถุงทรายหนักสิบกว่าชั่ง*วิ่งขึ้นลงยอดเขาสำนักในแต่ล่ะวันจะเพิ่มขึ้นทีล่ะถุง ตกเย็นต้องไปนั่งสมาธิควบคุมลมปราณใต้น้ำตกไห่ซานหวงน้ำตกใหญ่ที่กินพื้นที่ของสำนักเราไปกว่าหนึ่งในสาม จนถึงยามจื่อ*จึงสั่งให้กลับเรือนพักผ่อน กิจวัตรอย่างนี้ดำเนินไปเป็เดือนจนหลินหลี่ถิงััลมปราณได้ถึงให้มาร่วมชะตากรรมกับศิษย์พี่ทั้งหลาย
"ไหนอาจารย์บอกจะสอนวิชากระบี่ไง ทำไมข้าถึงไม่ได้ัักระบี่เลยสักครั้ง" โหย่วจิ่งที่ถุงทรายห้อยทั่วร่างเป็กระสอบทรายวิ่งได้ วิ่งอยู่ข้างหลังมู่ไป๋เปล่งเสียงอย่างยากลำบาก
"ข้าจะรู้ได้อย่างไร" มู่ไป๋หันมาตอบ
"ช่วย แฮ่ก ข้าล้วย แฮ่กๆ สิกพี่"หลินหลี่ถิงลากถุงทรายถุงเล็กวิ่งเหยาะๆตามพวกเขามาร้องให้ช่วยอย่างน่าสงสารใบหน้าอ้วนกลมแดงก่ำด้วยความเหนื่อยเสียงที่ส่งออกมาขาด่จนจับความแทบไม่ได้
"ศิษย์น้องหญิงมันคือชะตากรรมของเ้า พรุ่งนี้เ้าจะได้เพิ่มอีกถุงจนมีสภาพเหมือนพวกเรา สู้เข้านะ"หลินเซียวได้โอกาสปลดปล่อยความไม่พอใจในอกออกมาบ้างก็สีหน้าดีขึ้น ออกแรงวิ่งนำหน้าคนอื่นไป
โม่อวี้หรานวิ่งอยู่รั้งท้ายคอยช่วยหลินหลี่ถิงที่จะล้มแหล่มิล้มแหล่ให้วิ่งไปจนถึงยอดเขาให้ได้ เพื่อที่จะไม่โดนอาจารย์ทำโทษ ศิษย์น้องหญิงยังเด็กนักอายุน่าจะประมาณสามขวบยังไม่เต็มดีแต่ต้องฝึกนรกเหมือนพวกเขาทุกประการ เห็นแล้วน่าสงสารยิ่ง
หลังจากทุกคนวิ่งจนถึงยอดเขาแล้ว วันนี้ไม่รู้อาจารย์ผีเข้าหรืออย่างไรถึงกับเข้าครัวลงมือทำอาหารให้พวกเขา ของโปรดของศิษย์ของเขาทุกคนหลินโม่ย่อมใส่ใจทำออกมาได้ เด็กน้อยที่ไม่รู้ชะตากรรมดีใจจนน้ำตาไหล ในใจพลันเคารพอาจารย์มากขึ้นไปอีก ความอัดอั้นใจใน่ที่ผ่านมามลายหายไปทันที เด็กน้อยทั้งหลายกินข้าวทั้งน้ำตาระคนซึ้งใจแล้วกลับเรือนนอนไม่ต้องไปฝึกต่อ่เย็น
แต่แล้วทุกคนก็ได้ทราบว่าเป็เพียงการสุขใจก่อนจะโดนทรมานกายเพียงเท่านั้น พวกเขาทั้งห้าได้รับกระบี่คนล่ะเล่มเป็เพียงกระบี่สำหรับฝึกซ้อมเท่านั้น หลินโม่ให้พวกเขาแกว่งกระบี่วันล่ะหนึ่งพันครั้งโดยมีถุงทรายห้อยแขนสองข้างจะเพิ่มขึ้นวันล่ะถุงทุกวันและแกว่งเพิ่มวันล่ะห้าร้อย ทุกคนสบตากัน หลินหลี่ถิงเผลอส่งเสียงความในใจออกมาให้อาจารย์รับรู้
"ปะ ปีสาก" หลินเซียวยกมือปิดปากหลินหลี่ถิงก่อนจะหิ้วตัวอ้วนป้อมที่ซูบลงนิดหน่อยจากการวิ่งนรกแตกหลายวันที่ผ่านมา สองร่างหายไปจากตรงนั้นทันที เห็นดังนั้นทุกคนจึงวิ่งตามไป
"เ้าเด็กปากมาก"หลินเซียวเอ็ดหลินหลี่ถิงหลังจากหอบหิ้วกันมาถึงลานฝึกกระบี่
"ข้าไม่ล่ายตั้งจาย"หลินหลี่ถิงตอบโดยไม่สบตานิ้วชี้สองข้างชี้เข้าหากัน
ทุกคนวิ่งมาถึงก็มองหน้ากันไปมาก่อนหลุดหัวเราะพร้อมกันจนหน้าดำหน้าแดงยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร ถุงทรายที่มาจากไหนไม่อาจทราบได้ถูกมัดเข้ากับแขนพวกเขาหลินหลี่ถิงหนักหน่อยได้ข้างล่ะสองถุงทั้งที่คนอื่นได้คนล่ะถุง
ผลของปีสากสำแลงริกแล้ว หลินหลี่ถิงคิดในใจทั้งน้ำตาก่อนจะพยายามแกว่งกระบี่หัวฟัดหัวเหวี่ยง
ตกค่ำทั้งห้าคนนอนแผ่ขยายกระจัดกระจายไปทั่วลานฝึกกระบี่ในสภาพหมดเรี่ยวแรง ตอนนี้แรงจะกระดิกนิ้วก็แทบจะไม่มีแล้ว พวกเขาแกว่งกระบี่กันจนครบหลินหลี่ถิงศิษย์น้องเล็กกัดฟันทั้งน้ำตาช้ำใจที่ตัวเองโดนหลอกให้เข้าสำนักเพราะของกิน จนต้องประสบชะตากรรมเยี่ยงนี้
"ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วย"หลินเซียวอ้อนโม่อวี้หรานจนเป็นิสัยเวลานี้กระดึ้บตัวเองเข้าไปหาโม่อวี้หรานทำท่าทางน่าสงสาร โม่อวี้หรานปรายตามองหลินเซียวแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้นหลินเซียวมาถึงข้างๆโม่อวี้หรานก็หลับไปบ้างเหมือนกัน
คืนนั้นทั้งห้าคนตัดสินใจจะนอนอยู่ที่ลานฝึกกระบี่แทนเพราะหมดแรงจะขยับตัว เหล่าฝูที่กำลังเดินจุดไฟในสำนักมาเจอเข้าจึงเรียกเด็กรับใช้มาแบกทุกคนส่งเรือนนอนหลนเซียวลืมตาขึ้นมาหลังจากรับรู้ว่าร่างกายโดนเคลื่อนย้ายแต่ก็เพียงเท่านั้น เขาในตอนนี้แค่ลืมตาขึ้นมาได้ยังถือว่ายากแล้วจึงได้ปล่อยเลยตามเลย
หลินเซียวโดนอุ้มให้มานอนที่เรือนของโม่อวี้หรานตรงกลางคั่นด้วยร่างอ้วนกลมของหลี่หลินถิงเด็กน้อยยกขาพอได้แตะตัวศิษย์พี่ทั้งสองนิดหนึ่งพอให้สบายใจแล้วหลับเป็ตาย
หลินเซียวตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ใต้เท้าสีขาวอ้วนกลมแขนชาหนึบเพราะโดนโม่อวี้หรานทับอยู่ หลินเซียวอยากจะขยับตัวแต่ก็กลัวโม่อวี้หรานตื่นจึงได้แต่นอนอยู่อย่างนั้นจ้องมองแขนน้อยๆของตัวเองที่โดนทับ แขนข้าเอ๋ยอดทนอีกนิดนะ อย่าพึ่งขาดเืตายเสียล่ะให้ศิษย์พี่ใหญ่ทับไปก่อน หลินเซียวกล่าวให้กำลังใจแขนที่แทบจะไม่มีความรู้สึกของเขาแล้วหลับต่อทั้งอย่างนั้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ทันใดนั้นหลินหลี่ถิงสะบัดขาฟาดหน้าหลินเซียวเต็มแรงหลินเซียวสะดุ้งตัวจะไปขว้าร่างหลินหลี่ถิงแต่แขนเ้ากรรมดันยกไม่ขึ้นซ่ะงั้น หลินเซียวมองหลินหลี่ถิงตาเขียว เด็กน้อยตัวกลมที่พึ่งตื่นหาวหวอดๆ มองหน้าศิษย์พี่เล็กของเขา ก่อนจะยิ้มหวาน
"สิกพี่เล็ก อารุนซาหวัก" หลินหลี่ถิเกาพุงแกรกๆ
"อารุนซาหวักกับผีน่ะสิ"หลินเซียวยกแขนข้างที่ว่างหมายจะเขกหัวหลินหลี่ถิง พอเห็นหลินเซียวยื่นแขนมาหลินหลี่ถิงจึงยื่นมือไปจับแขนข้างที่ชาของหลินเซียว เ้าตัวตาโตน้ำตาแทบไหล
"เสี่ยวถิง เ้าเด็กอ้วน ปล่อยแขนข้าาาา" หลินเซียวร้องเสียงหลงแขนเขาเหมือนมีแมลงเป็หมื่นเป็แสนกำลังวิ่งไปทั่วทั้งแขนอย่างไรอย่างงั้น
"ข้านึกว่าสิกพี่เล็กจาจับมือข้า" หลินหลี่ถิงสะบัดแขนรัวๆส่งเสียงหัวเราะคิกคัก
"ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วยย" หลินเซียวจะสะบัดก็สะบัดไม่ออกได้แต่ร้องหาคนช่วย โม่อวี้หรานที่ตื่นแล้วจึงจับทั้งคู่แยกก่อนจะเดินตามกันต้อยๆไปทานอาหารเช้าในสภาพร่อแร่
---
*1ชั่ง = 1.2 กิโลกรัม
*ยามจื่อ = 23.00-00.59