“ฉันชื่อกรองแก้วเรียกว่าแก้วก็ได้..แล้วคุณล่ะ”
ร่างบางพยักหน้าทั้งส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายอย่างเป็มิตรไม่พอแค่นั้นเธอยังค่อยๆขยับไปนั่งใกล้ๆคนที่ถอยหนีเธอออกไปเพื่อให้เขาได้รู้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจและเลิกกลัวเขาแล้วเนื่องจากรู้แล้วว่าเขาไม่ได้คิดจะทำอันตรายเธอ
“ข้านามว่าปักษา..ต่อไปข้าจะเรียกเ้าว่าเ้าแก้ว”
“ค่ะ...เมื่อครู่นี้ขอโทษด้วยที่เสียมารยาทแล้วก็ขอบคุณมากๆที่ช่วยแก้วเอาไว้”
“ข้าเห็นใครเป็อันใดไปต่อหน้าต่อตามิได้ดอกแม้นข้าจะดูเป็เดรัจฉานแต่ข้าก็มิเคยคิดทำร้ายใคร...แล้วเ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใดเล่ามิรู้หรือว่าที่ป่าแห่งนี้อันตรายมากเพียงใด”
ปักษาเอื้อนเอ่ยถือโอกาสนี้เตือนหญิงสาวให้เธอได้รับรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ใครก็จะคิดเข้ามาได้ง่ายๆ
“แก้วมาตามสัญญาที่ผู้มีพระคุณของแก้วได้ให้ไว้กับคนไร่สุเรนทรชิต...แก้วมาที่นี่เพื่อที่จะต้องมาแต่งงานกับคนในไร่”
กรองแก้วบอกอีกฝ่ายไปตามความจริงเผื่อว่าปักษานั้นจะรู้ว่าไร่สุเรนทรชิตนั้นไปทางไหนหากเขารู้เธอจะได้เดินทางไปได้ถูก
“เ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่เ้าจักต้องแต่งงานออกเรือนด้วยนั้นคือผู้ใด”
ปักษาเอียงคอถามหญิงสาวด้วยสีหน้าแววตาที่ค่อนข้างสงสัย
“แก้วก็ไม่เคยเห็นหน้าหรอกค่ะ...แต่ยังไงแก้วก็จะทำหน้าที่ของแก้วให้ดีที่สุดคุณรู้หรือป่าวคะว่าจะต้องไปที่ไร่นั้นทางไหน”
“ข้ามิเคยได้ยินชื่อไร่แห่งนี้มาก่อนแต่ป่าระแวกนี้ขึ้นชื่อเื่อันตรายเ้าเป็หญิงตัวคนเดียวเ้าจะเดินทางไปที่ที่เ้าอยากไปได้อย่างไร”
“ยังไงแก้วก็ต้องไปค่ะ...”
ริมฝีปากบางเม้มปากเล็กน้อยแม้เธอจะไม่รู้ทางไปแต่ยังไงเธอก็จะต้องหาสถานที่นั้นให้เจอยังไงเธอก็จะต้องทำตามคำสัญญาที่คุณปู่ของเธอให้ไว้กับคนที่ไร่ให้ได้
“หากเ้าอยากไปวันพรุ่งค่อยออกเดินทางเถิดวันนี้ข้าจะหาเสบียงเอาไว้ให้”
ปักษาหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาที่ค่อนข้างทึ่งนับว่าหญิงสาวใจเด็ดไม่น้อยแม้นรู้ว่าในป่าแห่งนี้อันตรายแถมยังไม่รู้ด้วยว่าสถานที่ที่จะไปอยู่แห่งไหนแต่ก็ไม่เคยที่จะถอดใจตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณเลย
“ขอบใจมากนะปักษา...แล้วแถวนี้มีคุณอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นหรือคะมีคนอื่นที่เป็แบบคุณอีกหรือป่าว”
กรองแก้วไม่คิดว่าคนป่าอย่างปักษาจะมีน้ำใจกับเธอขนาดนี้เมื่อรู้สึกสนิทใจที่จะคุยกับอีกฝ่ายแล้วกรองแก้วก็ถือโอกาสนี้ถามอีกเื่ที่ยังคาใจกับปักษาด้วยเขาดูแปลกเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่คนละยุคกับโลกในตอนนี้ที่เธอรู้จักและเธอก็อยากจะรู้ว่าครึ่งคนแบบเขาที่นี่มีอีกหรือไม่
“ที่นี่มีข้าอยู่ตนเดียวเท่านั้นป่าแถบนี้เป็ป่าที่น้อยครั้งนักที่มนุษย์ธรรมดาจะหลงเข้ามาหากถามว่ามีคนแบบข้าอยู่หรือไม่ข้าตอบได้ว่าไม่มีแต่สิงสาลาสัตว์ที่นี่ล้วนพูดได้เหมือนกับข้า...ส่วนหมู่บ้านของมนุษย์ปกติทั่วไปอยู่ทางตะวันออกห่างออกไปหลายสิบโยชน์อยู่เหมือนกัน”
ป่าแถบนี้ปักษาอยู่มาหลายร้อยปีแล้วที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มนุษย์ทั่วไปจะอยู่หรือเข้ามาง่ายๆแถมสัตว์ที่นี่ก็ยังพูดคุยกันได้ต่างจากสัตว์ทั่วไป
“ที่นี่มีสัตว์ที่พูดได้ด้วยหรอคะ”
ร่างบางนั่งนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งนับว่านิทานที่คุณปู่ของเธอเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆตอนเด็กๆเท่ากับว่าเป็เื่จริงทั้งหมด
“ที่นี่มีอะไรที่เ้าคาดไม่ถึงเสมอ...นี่ก็ย่ำเข้าเพลาเย็นแล้วเ้าน่าจะหิวเดี๋ยวข้าจะออกไปหาผลไม้มาให้เ้าอยู่ที่นี่หากไม่จำเป็ก็อย่าออกไปไกลจากกระท่อมนี้นัก”
ปักษารู้ดีว่ามนุษย์อย่างหญิงสาวนั้นคงจะต้องตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ที่สถานที่นี้อีกมากหากเธอนั้นได้มีโอกาสอยู่ที่นี่
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ข้าจะรีบไปรีบกลับ”
เมื่อว่าจบร่างใหญ่ก็ลุกขึ้นยืนเดินลงจากชานกระท่อมแล้วเดินลับหายไปในป่าส่วนกรองแก้วเองก็รีบกลับเข้ามาภายในกระท่อมตามคำสั่งของปักษาหลังจากที่เขานั้นเดินหายเข้าไปในป่าแล้ว
กรองแก้วเดินกลับเข้ามาด้านในกระท่อมเธอนั่งฟุบอยู่ที่มุมหน้าต่างสายตากวาดมองธรรมชาติด้านนอกด้วยความเหม่อลอยและมีบางอย่างที่เธอเคยสงสัยผุดขึ้นมาในใจ
“ถ้าสัตว์พูดได้มีจริงอย่างที่คุณปู่เล่ามีจริงแล้วพญาครุฑกับพญานาคจะมีจริงอย่างที่คุณปู่ว่าหรือเปล่านะ”
หากที่นี่มีสัตว์ที่พูดได้จริงอย่างที่ปักษาบอกเท่ากับว่าเื่เล่าที่คุณปู่ของเธอเล่าเป็เื่จริงและมีอีกเื่ที่คุณปู่ของเธอเล่าก็คือในป่าทึบจะมีครุฑอาศัยอยู่และน่านน้ำก็จะมีพญานาคอยู่เช่นกันตอนนี้เธอชักอยากจะเห็นสัตว์ในตำนานกับตาตัวเองเสียแล้ว