บทที่ 68 คู่จิ้นจอมปลอม
“พี่เอาเค้กช็อกโกแลตมาให้ผมด้วยหรอครับ ใจดีที่สุดเลย” เด็กน้อยร้องขึ้นมาเสียงใสเมื่อเห็นของโปรด ท่าทางน่ารักและขี้อ้อนแบบนี้ทำเอาคนในกองที่เกร็งตั้งแต่เช้ารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก
ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ที่ปลายฝนมาถึง เขาไม่ค่อยได้พูดจากับใคร รักษาภาพลักษณ์เหมือนกับเป็นผู้ชายเงียบๆที่ดูสง่างามเป็นที่สุด การแสดงออกนั้นไม่ได้ดูเหมือนกับการแสดงหรือตั้งใจจะทำมันออกมาเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยิ้มหรือพูดจาสุภาพ ไม่ใช่ว่าเขาเย่อหยิ่งแล้วทำตัวเหนือกว่าผู้อื่น สิ่งที่เขาทำนั้นมีเพียงการเดินมานั่งเงียบๆ อยู่ในมุมของตนเอง ใช้สายตาเหมือนหงส์นั้นกวาดตามองไปรอบๆอย่างสนใจ
การแสดงออกนั้นทำให้ผู้คนไม่กล้าเล่นกับอีกฝ่ายเลย แม้จะอายุน้อยกว่ามากๆ ทว่าในด้านความคิดที่ถึงกับสร้างบทละครที่ดีออกมาได้นั้น เขาไม่ถือว่าเป็นเด็กในวงการเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ชื่อเสียงของเขาในการเปิดเว็บชื่อดังที่ตอนนี้ทำรายได้มากกว่า 50 ล้านในแต่ละเดือนด้วยแล้ว ไม่มีใครกล้ามองว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กเลย
ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงยากทำให้มีเพียงไม่กี่คนที่เข้ามาพูดคุยด้วยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์นั้นเมื่อเจอกับท่าทางเช่นนี้ของปลายฝน มันทำให้คนในกองถ่ายก่อนหน้านี้ต้องเปลี่ยนความคิดไป จากที่พวกเขากลัวไม่กล้าเข้าหา กลายเป็นว่าที่จริงแล้วปลายฝนอาจจะแค่กำลังตื่นกลัวก็เป็นได้ ไอ้ออร่าสูงส่งที่ว่านั่น อาจจะเป็นเพราะน้องมีมันตั้งแต่เกิดเลยหรือเปล่า
แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่ปลายฝนต้องการให้ผู้คนได้เห็นเขาในลุคนี้ ต้องบอกว่าก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา อย่างที่เคยบอกไปว่าเขานั้นเป็นคนที่เอาแต่ใจมากเลยคนหนึ่ง เขาไม่ชอบทุกอย่างที่พี่ชายทำให้เพราะมันยิ่งเป็นการย้ำเตือนว่าเขาจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีพี่ชาย อีกทั้งเขายังเชื่อคนที่ไม่ควรจะเชื่อ การแสดงออกเหมือนเด็กเอาแต่ใจนั้นทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูแย่
หากว่าเขาไม่เปิดเผยบางส่วนไปตั้งแต่ตอนนี้ หากมีคนมารื้อฟื้น มันก็เท่ากับว่าทุกคนจะสงสัยเขาว่าที่เขาทำอยู่นี้คือการแสดงแล้วสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกลบเกลื่อนหรือเปล่า
ปลายฝนจึงเปลี่ยนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ว่า “หากไม่รู้จักจริงๆจะคิดว่าเขานั้นหยิ่งและเข้าถึงยาก ทั้งที่จริงๆแล้วตัวจริงนั้นเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น” ขึ้นมา
ซึ่งมันเป็นภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับที่เขาแสดงในช่วงที่ผ่านมาเหมือนกันอีกอย่างหากพูดถึงนิสัยจริงๆของเขา ปลายฝนคิดว่าตัวเองนั้นค่อนข้างเงียบ เขาชอบที่จะอยู่กับความคิดของตัวเอง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ภาพลักษณ์เหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นกำแพงของเขาเอง เขาชอบคิดว่าจะต้องออกจากอกของพี่ชายให้ได้ ดังนั้นเขาจึงสร้างว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งและไม่ต้องการพี่ชาย
เอาเถอะ ก็ยอมรับจริงๆว่าตอนนั้นเขาไม่ค่อยฉลาดเท่าไร
แต่ในตอนนี้ความคิดพวกนั้นก็ไม่อยู่ในหัวอีกต่อไปแล้ว มาตอนนี้เขาอยากทำอะไรเขาก็ทำ อยากบอกว่ารักพี่เขาก็บอก ชีวิตใหม่นี้จึงบอกได้ว่าเขามีบุคลิกที่สดใสร่าเริงขึ้นจริงๆ
ใครจะบอกว่าเขาปลอม อันนี้เขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าบุคลิกไหนที่ว่าปลอม หรือที่จริงแล้วชีวิตของเขามันก็ปลอมทั้งหมดนี่แหละ
ส่วนตัวเขาเองไม่ได้คิดแบบนั้น เขาแค่เชื่อว่าเมื่อเราผ่านเหตุการณ์อะไรบางอย่าง มันก็จะเปลี่ยนนิสัยของเราเพื่อให้อยู่รอดกับความรู้สึกนั้น มันเป็นกลไกของความคิดที่เกิดขึ้นเองอัตโนมัติ ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็เป็นสิ่งที่ไม่ผิดใช่ไหม?
แน่นอนว่าบางส่วนที่เขากำลังปลอมอยู่นี้ก็เป็นการสร้างให้ใครบางคนต้องเดือดร้อนจริงๆอย่างไม่สามารถปฎิเสธได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากประสบการณ์ที่เขาได้รับ
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยคิดเหมือนกันว่าจะปล่อยให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นนั้นเป็นแค่ความทรงจำที่เลวร้าย แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยที่ไม่เอาความเลวร้ายที่เคยได้รับมา มาคิดวางแผนชีวิตจะดีไหม
แต่มันก็ขัดใจเขาเองอีกนั่นแหละ!
พอถามตัวเองว่ายังโกรธอยู่ไหม คำตอบก็คือ “ใช่ เขาโกรธ”
พอถามว่าอยากจะเอาคืนพวกมันไหม คำตอบก็คือ “ใช่ เขาอยากเอาคืนพวกมัน”
ดังนั้นชีวิตที่แสนสั้นของคนที่ชื่อว่าปลายฝน จึงได้มีปณิธานที่จะแก้แค้นเป็นการส่วนตัวเอาไว้ด้วย .... ใครจะปล่อยวางก็ช่าง เขาปล่อยไม่ได้จนกว่าพวกมันจะได้ใช้เวรกรรมที่ก่อต่อหน้าเขานี่แหละ!!
“อืม มีรสนมด้วย” ต้นหนาวไม่ได้ขัดน้องน้อยที่อยากจะกินขนม เขามาที่นี่เพื่อเอาใจน้องอยู่แล้ว และก็แสดงให้น้องเห็นด้วยว่าถ้าอยู่ข้างเขา อยากทำอะไรก็พร้อมที่จะได้รับการสนับสนุนจากเขาเสมอ นี่อาจจะเป็นข้อดีเพียงข้อเดียวของเขา แต่ต้นหนาวก็พร้อมที่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้น้องไม่สนใจคนอื่น
“ขอบคุณครับพี่” ปลายฝนรับเค้กที่น่ากินทั้งสองกล่องมา ต้นหนาวลูบผมเด็กน้อยที่กำลังเปิดกล่องด้วยความเอ็นดู
“ถ้าอยากขอบคุณ ก็ให้พี่จูบก่อนสิ” ความคิดที่อยากจะแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของคนอายุมากกว่าปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาได้เห็นสายตาของนักแสดงหนุ่มพีรพลที่มองมาด้วยความริษยา
ปลายฝนชะงักไปชั่วครู่ คนตัวเล็กตักเค้กเข้าปากก่อนจะยื่นหน้าไปจูบที่ปากของพี่ชายเบาๆ อันที่จริงมันไม่ควรเรียกว่าจูบด้วยซ้ำ ทว่าเมื่อเห็นน้องน้อยตั้งอกตั้งใจกินขนาดนั้น ต้นหนาวก็ไม่อยากจะขัดอีก
เพียงแต่.....
ขนมเค้กที่ติดอยู่ริมฝีปากของต้นหนาวเนื่องจากน้องกินเลอะที่ปากนี้ ต้นหนาวไม่คิดจะเช็ดมันออกแต่อย่างใด ปล่อยให้ครีมขาวๆนี้ติดที่ปาก แสดงออกว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
ดูเหมือนพีรพลจะรู้ว่ากำลังถูกตอกย้ำอยู่เช่นกัน เขากำหมัดแน่น ขบกรามด้วยความโกรธ
เรื่องที่ไม่พอใจท่าทางคู่รักของทั้งคู่ก็ส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกมากกว่าแค่อยากจะทำลายไอ้ความรักจอมปลอมเหล่านั้น
ดูเหมือนปลายฝนจะคิดถูกเรื่องนิสัยของพีรพลจริงๆ จากตอนแรกที่คิดจะเอาชนะแล้วก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง พอได้เจอกับสิ่งที่ได้มายากๆก็จะหลงมัวเมาไปกับเกมนี้ ท้ายที่สุดแล้วด้วยลูกเล่นของปลายฝน เขาก็ดูเหมือนจะตกหลุมมันไปทีละเล็กทีละน้อย กระทั่งว่าตนเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขากำลังขุดหลุมนี้เพื่อฝังตนเอง
“พี่? มองอะไรหรอ” ปลายฝนเอียงคอถามคนอายุมากกว่าด้วยความประหลาดใจ เขายังมองตามสายตาของต้นหนาวไปด้วย เห็นเพียงพีรพลที่ยืนยิ้มหวานส่งมาให้
ยังไม่ทันจะมองได้เกิน 3 วินาทีด้วยซ้ำ ดวงตาของเขาก็ถูกปิดโดยมือหนาเสียแล้ว
“มองอะไร” ต้นหนาวเอ่ยถามเสียงเข้ม มองดูคนตัวเล็กที่ขยันหว่านเสน่ห์ไปทั่วเหลือเกินด้วยความรู้สึกหวงแหน
เขาเองไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าทำไมดาวิกาจึงไม่สามารถทำให้ผู้ชายอย่างพีรพลชอบได้ ถ้ามองปลายฝนเทียบกับดาวิกา ไม่สิ! หากมองปลายฝนเทียบกับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เขาเคยเห็นมา ต้นหนาวยังรู้เลยว่าไม่มีใครเทียบเด็กน้อยของเขาได้
ต่อให้เขาใช้ดาวิกาที่เก่งกาจเรื่องนี้เสียเหลือเกิน ก็ไม่มีทางที่จะดึงความสนใจได้เลย
หากให้เขาสังเกตจากสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายตอนนี้ ต้นหนาวรู้ดีว่าสายตาที่มองมาแบบนั้นมันมีความรู้สึกแบบไหนซ่อนอยู่ เพราะก่อนหน้านี้ ตัวเขาเองก็เป็นเหมือนกัน
ทุกครั้งที่มองรูปที่คนของเขาถ่ายมาให้ รูปที่ปลายฝนไปร้องขอความรักจากคนที่ชื่อคีย์อะไรนั่น เขาเชื่อว่าสายตาของเขาก็คงไม่ต่างกับที่พีรพลเป็นอยู่ในตอนนี้
ท่านประธานของเชษคิดเล็กน้อยว่าควรจะเก็บดาวิกากลับมาดีหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วเพื่อความปลอดภัยของน้อง เขาเองก็จำเป็นต้องให้เจ้าตัวทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆอีกสักระยะ เมื่อไรที่น้องอยากเลิกเล่นแล้ว เขาก็ค่อยเก็บดาวิกากลับมาเท่านั้น
“อื้อ ผมแค่มองตามพี่เท่านั้นเอง” ปลายฝนย่นจมูกใส่คนขี้หึง ก่อนจะเลิกสนใจพีรพลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างตัวเขากับพี่ชายขี้หวงคนนี้ ทั้งๆที่ตัวเองมองก่อนแท้ๆ แต่พอเขามองบ้างก็เหมือนจะถูกดุเสียนี่
เห็นท่าทางกระเง้ากระงอดที่น่าจับตีก้นของเจ้าตัวเล็ก ต้นหนาวก็ยิ่งรู้สึกหวงมากขึ้นไปอีก ตัวเขานั้นชอบที่น้องเป็นแบบนี้จริงๆ ทั้งยังมีความสุขมากๆที่ได้หยอกล้อกับน้องชาย ทว่าเขาไม่ได้ต้องการให้หัวข้อสนทนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นเสียหน่อย
ในใจได้แต่หวังว่า เมื่อจบเรื่องของพีรพล หลังจากที่จัดการผู้ชายที่ไม่รู้ว่าทำอะไรให้น้องโกรธเคืองถึงขนาดนี้ลงได้ ปลายฝนจะไม่เล่นสนุกอะไรแบบนี้อีก
“ค่อยๆกิน” คนตัวโตปรามเจ้าหนูตัวเล็กที่กินของหวานประชดประชันตนเองคำโต ปลายฝนชะงักเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้ราวกับเจ้าแมวน้อยที่ถูกจับได้ว่าการเรียกร้องความสนใจนี้ก็ยังเป็นประโยชน์ให้ตนเองอยู่
เด็กน้อยกินช้าลงอีกเล็กน้อย รักษามารยาทขึ้น ทว่าท่าทางที่กินอย่างมีความสุขนั้นก็ยังดูเข้าถึงได้ง่ายอยู่ดี จนคนในกองถ่ายที่เห็นแบบนั้นก็เข้าใจแล้วว่าพวกเขาต้องเซ่นผู้มีอิทธิพลของซีรีย์เรื่องนี้อย่างไรดี แน่นอนว่าหลังจากนั้นปลายฝนก็จะมีขนมมากมายจากเหล่าทีมงานในกองละครมากิน กลายเป็นอีกคนที่ผู้คนมากมายต่างก็รุมล้อมเพื่อเอาใจได้ด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่ายเหมือนกับการล่อลวงเด็กน้อยสามขวบ
โชคร้ายของคนเป็นพี่ที่อยู่เฝ้าน้องน้อยได้ไม่นาน เนื่องจากเขามีงานอีกกองที่ต้องไปเก็บกวาด เป็นงานที่ถูกติดต่อมาอย่างกระทันหันและอยู่นอกแผนการตั้งแต่แรก หากไม่ใช่ว่าเป็นงานด่วนซึ่งเป็นโครงการใหญ่ซึ่งต้องร่วมมือกับผู้คนจากต่างประเทศเอง เขาคงใช้งานเชษหรือไม่ก็ลูกน้องคนอื่นไปแล้ว ไม่มีทางที่จะปล่อยให้น้องอยู่กับเสือและจระเข้อยู่คนเดียวเช่นนี้แน่
ทว่านี่กลับเป็นความโชคดีของคนในกองถ่ายแทน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหายใจได้โล่งคอขึ้นเมื่อคนเป็นประธานใหญ่อย่างเหมันต์ไม่ได้นั่งอยู่ด้วย แถมสายตาที่มองปลายฝนก็เปลี่ยนไปแล้วเหมือนกัน ความเกร็งที่มีในตอนแรกเริ่มหายไป เหลือเพียงสายตาที่ใช้มองเด็กคนหนึ่งเท่านั้น
อีกทั้งปลายฝนก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้พวกเขา เด็กหนุ่มเพียงนั่งสังเกตการณ์ บางครั้งก็ถ่ายรูปหรือไม่ก็พิมพ์อะไรในมือถือของเขาอย่างจริงจังเท่านั้นเอง การทำงานในกองก็เลยราบรื่นมากขึ้นอีกมาก
โดยไม่รู้ตัว .... ไม่สิ ด้วยการแสดงว่าไม่รู้ตัวของปลายฝนนั้น กันต์เองก็เลยได้รูปคู่ของปลายฝนและพีรพลไปอีกมาก เขาเองนั้นอยู่วงการมาแล้วระยะหนึ่ง ย่อมต้องรู้จักคนมีฝีมือในการสร้างข่าวอยู่แล้ว ดังนั้นเพจ “บี-ฝน” จึงได้ถูกสร้างขึ้น พร้อมกับมีรูปประกอบชนิดที่ว่าสามารถผลักดันให้กระแสคู่จิ้นนี้กลายเป็นเรื่องง่ายที่จะโด่งดัง
ด้วยการโฆษณาและยิงสแปมที่เชี่ยวชาญ เพจคู่จิ้นของพระเอกหนุ่มหน้าใสกับเด็กน้อยที่มากด้วยพรสวรรค์ในการแต่งบทละครก็กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเพจแอนตี้คู่รักพี่น้อง “ปลายฝนและต้นหนาว” อยู่ก่อนแล้ว ทว่าก็รับรู้ได้เลยว่าคนทำนั้นไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในวงการหรือเชี่ยวชาญมากนัก เพราะไม่ทันไร กระแสคู่จิ้นใหม่นี้ก็โด่งดังมากกว่าเป็น 10 เท่า
อาจจะเพราะว่ากระแสคู่จิ้นนี้มี “พีรพล” ที่เป็นดาราดังอยู่ด้วย ทำให้ผู้คนมากมายสนใจได้ง่าย กอปรกับยุคสมัยนี้ความรักระหว่างชายกับชายนั้นไม่ได้นับว่าถูกกีดกัน อาจจะยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ทว่าพวกเขาก็เป็นแค่กลุ่มหัวโบราณเท่านั้น มีจำนวนน้อยเสียยิ่งกว่าอะไร
ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของเพจแอนตี้คู่รักพี่น้อง ก็ยังเห็นโอกาสของกระแสคู่จิ้นนี้ เจ้าตัวถึงกับแชร์รูปจากเพจคู่จิ้นเพื่อดึงให้คนในกลุ่มนั้นไปเป็นแรงสนับสนุนอีกเพจหนึ่งด้วย แน่นอนว่าหลายคนเห็นด้วยกับการเป็นคนรักครั้งนี้ของพวกเขา อย่างน้อยๆก็ผิดศีลธรรมน้อยกว่ากันมากในสายตาของพวกเขา
ถึงแม้ว่าเพจจะถูกสร้างได้ไม่นาน และมีเพียง 3 รูปเท่านั้นที่ถูกลงไป ทว่ากระแสหวีดคู่จิ้นนี้กลับมาแรงมาก อาจจะเพราะว่าออร่าของทั้งคู่นั้นดูเข้ากันดี ไม่ว่าจะเป็นรูปที่ปลายฝนเดินตามพีรพลเหมือนเด็กน้อย ทว่าพีรพลที่เดินนำก็ไม่เหมือนกับต้นหนาวที่จะมีออร่าไม่น่าเข้าใกล้ ตัวเขานั้นมีเพียงบรรยากาศของความอบอุ่นอบอวลไปทั่ว ทำให้ดูเหมือนจะเป็นคู่รักกันมากกว่าคู่จริงของสองพี่น้องเสียอีก
รูปที่ 2 นั้นเป็นรูปที่พีรพลกำลังหยอกล้อปลายฝนเรื่องเค้กที่กองอยู่ ภาพที่ออกมามันเหมือนกับว่าปลายฝนนั้นเป็นเจ้าชายตัวน้อยที่ถูกล้อมด้วยเค้กชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีสีสันน่ากิน ส่วนพีรพลก็คือบอดี้การ์ดที่เอ่ยเตือนอีกฝ่ายด้วยความหวังดี กระนั้นก็ไม่ได้ห้ามปรามให้เด็กน้อยหยุดกินแต่อย่างใด รูปนี้เรียกรอยยิ้มให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี เพราะมันยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของพีรพลนั้นโดดเด่นขึ้นด้วยการเป็นคนคลั่งรักอย่างสมบูรณ์
แม้ว่าเค้กเหล่านั้นจะถูกซื้อมาจากประธานบริษัทที่เป็นคนรักตัวจริงของปลายฝนก็ตาม....
ภาพสุดท้ายนี้เองที่ทำให้กระแสคู่จิ้นนี้โด่งดังมากขึ้นไปอีก มันเป็นภาพของพีรพลที่มองปลายฝนอยู่ไกลๆด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ขณะที่ปลายฝนนั้นกำลังถ่ายภาพการแสดงของคนอื่นๆอยู่ สายตาของพีรพลนั้นแทบจะถ่ายทอดทุกอย่างออกมาหมดแล้ว อย่างไรก็ตามมันกลับทำให้ชายหนุ่มดูน่าสงสารมากขึ้น
ผู้คนมากมายต่างก็คิดว่าพีรพลนั้นอาจจะชอบปลายฝนจริงๆ ทว่าตัวเขานั้นจะไปเป็นตัวจริงได้อย่างไร ทุกคนรู้ว่าปลายฝนนั้นเป็นคนรักของ “เหมันต์” ผู้เป็นประธานบริษัท TIMEs Tula ที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พีรพลนั้นเทียบอีกฝ่ายไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มคนนี้นั้นกลับมีฐานแฟนคลับอยู่มาก แม้ว่าพวกเขาจะรู้ดีแก่ใจว่าต่อให้เป็นพวกเขา ก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนใจมารักกับพีรพลได้ เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน คนที่ปลายฝนคบอยู่ตอนนี้ก็ดีกว่าไปทุกๆด้าน ทว่าเพราะพวกเขามองในมุมของแฟนคลับ ดังนั้นแรงสนับสนุนพีรพลเพื่อให้เขาได้กลายเป็นตัวจริงนี้จึงเป็นเสียงสำคัญอย่างมาก
กลายเป็นว่าแฟนคลับของพวกเขาที่รู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ได้สนับสนุนความรักครั้งนี้ของพีรพลเสียเอง ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนแต่แอนตี้ผู้หญิงหรือผู้ชายทุกคนที่เข้าหาพีรพล เรื่องนี้ทำให้เพจคู่จิ้นนี้มีฐานคนติดตามและสนับสนุนเพิ่มขึ้นมาก
ภายในคืนเดียว เพจนี้ก็มีผู้ติดตามเป็นหมื่นคนแล้ว!!
ด้วยความเร็วระดับนี้ ทำให้ผู้คนมากมายในวงการต่างก็พากันจับตามอง กระนั้นก็มีหลายคนที่เริ่มหวาดกลัวว่าเงาหัวของตัวเองจะไม่ได้อยู่ที่เดิม
โดยเฉพาะผู้กำกับ ผู้ช่วยผู้กำกับ และเหล่าทีมงานที่เห็นข่าวนี้น่ะนะ
......................................