เงาคนสองสายเหินมาราวกับดาวตกสองสาย พอเพ่งตามองค่อยเห็นว่าเป็ชายวัยกลางอายุสี่สิบสี่คนหนึ่งอายุสี่สิบคนหนึ่ง คนทั้งสองนี้แตกต่างกันอย่างยิ่ง เพราะคนที่มีเสียงหนักทุ้มกลับเป็คนร่างเล็ก คนที่มีเสียงแหลมเล็กกลับเป็คนร่างใหญ่ ที่น่าแปลกยิ่งกว่ากลับเป็อาวุธในมือของคนทั้งสอง คนร่างเล็กที่คล้ายจะปลิวตามสายลมกับถือขวานใหญ่ราวผืนธงชาติด้ามหนึ่ง
ขวานสีฟ้านี้คล้ายก้อนหินเป็ขวานที่ไร้ประกายไร้ความแวววาวไร้แสงเรืองรอง แต่ว่าไร้ประกายกลับน่ากลัวยิ่งกว่ามีประกาย เพราะเรามิอาจทราบว่าอานุภาพของขวานนี้สูงส่งเพียงใด หากมองผิวเผินขวานในมือของชายร่างเล็กยังใหญ่โตกว่าร่างกายของเขา เขาพอโถมมาก็ง้างขวานไปด้านหลัง เจี้ยนเว่ยพอเพ่งตามองค่อยเห็นชัดตา ว่าชายร่างเล็กนี้ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า คาดกำลังภายในหนาแน่นมิน้อย
เห็นชายร่างเล็กสวมใส่เสื้อผ้าหยาบกระด้างและขาดวิ่น สีเทาเป็สีเทาซีดที่คล้ายตากแดดตากฝนมาอย่างยาวนาน แต่เป็สีเทาที่ทั้งคล้ายเปื้อนน้ำมัน ลักษณะของคนผู้นี้มองดูขัดตาอย่างยิ่ง มันมีร่างที่เล็กกลับมีศีรษะที่ใหญ่ดั่งแตงโม แม้แต่อาวุธที่ใช้ยังมองดูขัดตายิ่ง คนนี้แม้นร่างจะเล็กแต่เวลาเดินเหิน ท่วงท่ากลับหนักหน่วงฝีเท้าประทับพื้น ลึกเกือบสองนิ้วคล้ายฝีเท้าหนักหน่วงดั่งหินผาย่ำเหยียบ
ที่ด้านหน้าของเจี้ยนเว่ยเป็ชายรูปกายใหญ่โตกำยำล่ำสันผู้หนึ่ง คนผู้นี้แม้ร่างจะใหญ่โต แต่พอเปรียบกับเจี้ยนเว่ยแล้วยังมิอาจเทียบติด แต่อย่างไรก็เป็คนที่สูงสองเมตรกำยำล่ำสันมิน้อย คนร่างใหญ่นี้ยังแปลกประหลาดพิกลยิ่งกว่า ชายร่างเล็กเสียอีกเพราะเขามีศีรษะที่ล้านเลี่ยน แต่เล็กดุจผลส้มโอเขามีดวงตาเล็กหรี่หยีเป็เส้นตรง แววตาหม่นหมองคล้ายคนตาบอดคิ้วหลุบหน้าผากนูน หว่างคิ้วคล้ายมีรอยบุบลงไป
ที่น่าแปลกตายิ่งกว่านั้นคือขาที่ใหญ่โตเทอะทะดั่งเสาเหล็กยาว มองไปไม่คล้ายขาคนแต่กลับเป็ขาคน ขานี้ประหลาดยิ่งเพราะขากลับสะท้อนแสงทึบไร้แววออกมา ขาที่ก่อจากเืเนืุ้์ไหนเลยมีสภาพเช่นนี้ได้ ที่น่าแปลกตากว่ากลับเป็เวลาที่เขาเดินเหินรูปกายใหญ่โตกลับรวดเร็วยิ่ง ปราดเปรียวดั่งกระต่ายป่าหิมะตัวหนึ่ง สองเท้าเวลาย่ำดินเดินเหินกลับไม่แตะพื้นดิน ใต้เท้ากลับลอยละลิ่วเหนือพื้นดั่งราวกับมีลมหนุนเนื่องใต้ฝ่าเท้า
เจี้ยนเว่ยมาตรแม้นพึ่งเข้าสู่โลกภายนอก แต่อาจารย์สั่งสอนบอกเล่าเื่ราวของโลกภายนอกทั้งอาณาจักรเก้าเซียนให้ฟังอยู่ตลอด ดังนั้นพอมองก็ทราบว่าหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กพิสดารสุดแสนสองคนนี้เป็ใคร มันร้องคำออกประโยคหนึ่งแต่ไม่แตกตื่นว่า" ท่านเป็หนึ่งในหน่วยสี่ดาบพิสดารของสำนักดาบปฐีหัวหน้าหน่วยที่สี่เท้าหลอมเป็ดาบและขวานผ่าเป็แขน? "
เท้าหลอมเป็ดาบหัวเราะเคี้ยกเคี้ยกฟังแล้วรู้สึกขัดหูกล่าวว่า" มิผิดเป็เราเองเด็กน้อย" มันพอกล่าวจบขวานผ่าเป็แขนพลันแค่นเสียงเ็ากล่าวเสียงขึงขังว่า" มิใช่ท่านนั้นเป็เราต่างหากตัวบัดซบน้อยอย่าได้มองข้ามหน้าเรา! " ขวานผ่าเป็แขนกล่าวคล้ายกำลังสบถด่า แต่เป็การสบถด่าที่ฟังแล้วไม่ถนัดคล้ายหญิงสาวที่กล่าวอย่างแง่งอนขัดเขินกับสามี เจี้ยนเว่ยพอฟังถึงกับหัวเราะฮาๆ ออกมา
คนทั้งสองนี้เป็ขุมกำลังยอดฝีมือของสำนักดาบปฐี เป็หัวหน้าหน่วยสี่ดาบพิสดารหน่วยที่สี่ นามเท้าหลอมเป็ดาบและขวานผ่าเป็แขน มีฝีมือสูงส่งแต่ที่น่าตะลึงกว่ากลับเป็ความพิสดารของวิชาฝีมือ พวกเขามาตรแม้นเป็สำนักดาบแต่สองคนนี้กลับมิได้ใช้ดาบ เพราะดาบของมันคือร่างกาย เจี้ยนเว่ยพอฟังก็ทราบว่าคนทั้งสองนี้ไม่เพียงวิชาพิสดาร แม้แต่นิสัยยังพิสดารอย่างยิ่ง
เขาพอหัวเราะออกมาเท้าหลอมเป็ดาบพลันโทสะคุกรุ่น ตวาดเสียงเกรี้ยวกราดคำหนึ่ง ขวานผ่าเป็แขนแค่นเสียงดังเฮอะขึงขังคำหนึ่ง เพียงไม่กี่วินาทีก็พุ่งปราดถึงด้านหน้าด้านหลังของเขา ความเร็วนี้ไม่ธรรมดายิ่ง ยอดฝีมือทั้งสองนี้สูงเยี่ยมไม่ว่าคนไหนก็น่ากลัวมิน้อย ยามนี้พอจู่โจมกลุ้มรุมสองคนย่อมเป็เื่น่าสะพรึงกลัว ยามนั้นปรากฏแรงกดดันหนักหน่วงะเิออกจากเรือนกายคนทั้งสอง เสียงแหลมเล็กและเสียงหนักทึบฝ่าอากาศพลันดังจากหน้าหลัง
รัศมีพลังสองสายกระจายออกดั่งสายฟ้าและพายุ ยามนั้นเห็นขวานสีฟ้าไร้ประกายแวววาวของขวานผ่าเป็แขนสั่นสะท้าน ตัวขวานที่ใหญ่เทอะทะดั่งขวานหินธงชาติกลับยิ่งรวดเร็ว พุ่งวาบออกไปลำแสงสีฟ้าสายหนึ่ง เสียงทึบดังกลางอากาศคล้ายเสียงฟ้าร้องดังสะท้านแก้วหู เห็นขวานสีฟ้าดั่งขวานหินผาปรากฏละอองสีฟ้าคล้ายหมอกควันพลุ่งพล่านออกจากตัวขวาน
ขวานที่ไร้ประกายพลันเรืองรองขมุกขมัวจากนั้นลอยลิ่วขึ้นฟ้าเป็แหปากหนึ่ง ลอยลิ่วเหนือศีรษะฟาดฟันลงพร้อมขวานที่ใหญ่โตเทอะทะะเิออก เป็ท่าพิฆาตที่หนักหน่วงยิ่งกว่าฟ้าผ่า พุ่งวาบเป็ลำแสงสีฟ้าสองขุมดังครืนครั่น เจี้ยนเว่ยเห็นว่ารัศมีพลังของขวานผ่าเป็แขนพอจู่โจมออก ก็หนักหน่วงอย่างยิ่งแต่กลับบรรลุถึงก่อนก็อดลอบชมเชยในใจมิได้
นี้เป็พลังฝึกฝนเพลงขวานที่สูงล้ำอย่างยอดเยี่ยมสูงล้ำจนแทบผสานรวมแขนกับอาวุธให้เป็หนึ่งเดียวกัน ความจริงเขามิได้มีพลังวัตรที่หนาแน่น แต่เพราะมีเพลงขวานที่สูงส่งจึงสามารถชดเชยพลังที่ขาดไปได้อย่างเหมาะเจาะ
เขาพอเห็นรัศมีพลังจู่โจมมาถึงจึงตัดสินใจเฉียบขาด ที่เขากระทำเป็เื่สะท้านขวัญผู้คนอย่างยิ่ง เขาเอี้ยวกายไปด้านขวามองดูท่วงท่าเหมือนเชื่องช้าธรรมดา แต่กลับรวดเร็วดั่งเงามืดเขาตวัดเท้าออกดังคว้าก คล้ายดั่งอากาศถูกฉีกนั้นเป็เท้าที่สะท้อนแสงมันวาวขาวนวล ดั่งเสากระจกแท่งหนึ่งเสียงวิ้งดังขึ้น ปลายเท้ากวัดแกว่งฟาดกราดออกทีเดียวสี่เท้า แปรเปลี่ยนเป็แสงสว่างระยิบระยับกลางอากาศ เท้าตวัดเตะกราดใส่ด้วยกำลังที่มหาศาลพร้อมปลดปล่อยพลังวัตรและลมปราณบริสุทธิ์ออกจู่โจม
แสงสีขาวระยิบระยับพร่างพรายขึ้นกลางอากาศสี่สาย ดั่งลำแสงอาวุธพุ่งวาบลงดุจดาวตก พอผสานเข้าใกล้กับแสงสีฟ้าของขวานคล้ายแหฟ้าปากหนึ่งก็ยิ่งส่องแสงแพรวพราว เขาถ่ายเทพลังกระจกไปที่เท้าจากนั้นพลิกแพลงใช้ท่าพิฆาตสังหารปะทะกับขวานใหญ่เทอะทะอย่างหักโหม หากเป็คนปกติการกระทำเช่นนี้ย่อมเป็ที่น่าตะลึงและน่าหัวเราะ เพราะเป็การฆ่าตัวตายชนิดหนึ่งเพราะขวานฟ้าผ่าของขวานผ่าเป็แขนนี้ทั้งแหลมคมทั้งหนักหน่วงแฝงกำลังมหาศาล
แม้แต่เหล็กยังมิอาจต้านทานเท้าที่เป็เืเนืุ้์ไหนเลยต้านทานได้ เสียงอุทานอาดังสับสนพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ขณะนี้ผู้คนมองบุรุษที่น่าสะพรึงกลัวคนนี้เป็ตัวโง่งมมิใช่อสูรแล้ว แต่เื่พลิกผันสะท้านขวัญกลับบังเกิดขึ้นสร้างความตะลึงแก่ผู้พบเห็นอย่างใหญ่หลวง เจี้ยนเว่ยพอจู่โจมออกด้วยท่าพิฆาตสังหาร ลำแสงพร่าพรายตาสี่สายก็ปะทะเข้ากับรัศมีพลังขวานฟ้าผ่าและแหฟ้าปากนั้นอย่างหนักหน่วง เสียงกัมปนาทดังสะท้านแก้วหูเป็เสียงที่ดังยิ่งกว่าฟ้าผ่า
แรงรัศมีพลังะเิออกแตกทำลายพื้นดินและก้อนหินรอบด้านจนแตกกระจาย ฝุ่นลอยตลบอบอวลเสียงขวานผ่าเป็แขนอุทานอาใตะลึงคำหนึ่งไม่ว่าผู้ใดก็คล้ายคาดไม่ถึงว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกคว่ำเช่นนี้ ท่าพิฆาตสังหารพอปะทะกันก็กระแทกขวานผ่าเป็แขนถอยร่นไปหกก้าว ขวานที่ใหญ่โตมันแทบถ่วงร่างมันละลิ่วไปด้านหลังดั่งว่าวขาดป่านปะทะพายุ
มันไหนเลยไม่ตกตะลึงพรึงเพริดได้ แม้แต่มันยามต่อสู้กับเท้าหลอมเป็ดาบยังมิเคยพบพานท่าจู่โจมที่หนักหน่วงเช่นนี้มาก่อน
มันคาดไม่ถึงไม่ว่าผู้ใดก็คาดไม่ถึง บุรุษหนุ่มผู้นี้แม้ร่างกายสูงใหญ่ล่ำสันแต่มองดูแล้วอายุเพียงแค่สิบหกสิบเจ็ด ไม่ว่าผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะมีกำลังภายในและพลังวัตรที่มหาศาลและบริสุทธิ์ขนาดนี้ เจี้ยนเว่ยมีพลังของผู้วิเศษาอยู่ในร่าง เืที่ไหลเวียนอยู่ในร่างมิใช่เืธรรมดา แต่เป็เืวิเศษสีทองแม้แต่กล้ามเนื้ออวัยวะและองคาพยพทั้งร่างก็ไม่ใช่ธรรมดา
ดังนั้นเขาในตอนนี้ไม่คล้ายมนุษย์เพราะมีพลังมหาศาลยิ่งกว่ามนุษย์ เนื่องเพราะพลังของผู้วิเศษาทำให้เขาสามารถบ่มเพาะพลังวิเศษได้ ทำให้เขามีพลังวัตรบริสุทธิ์และมหาศาลอย่างยิ่ง ดังนั้นความสูงส่งของพลังฝีมือของเขายังเหนือล้ำกว่าผู้เป็อาจารย์ แม้แต่ตัวเขาเองยังมิทราบว่าตนเองมีพลังสูงล้ำเพียงใด เขาในตอนนี้อยู่ในระดับขอบเขตมนุษย์วิเศษแล้ว
เขาพอรวมกับพลังที่ร่างกายถูกเปลี่ยนแปลง บังเกิดฤทธิ์เดชสูงล้ำจากวิชาปรับเปลี่ยนสัดส่วนมนุษย์ที่ทำให้เขากลายเป็ั์ที่อยู่ในร่างมนุษย์เล็กๆ เขามาตรแม้นเป็มนุษย์ร่างเล็กแต่มีพละกำลังมหาศาลอย่างยิ่ง แขนขาแต่ละข้างมีกำลังมหาศาลยิ่งกว่าคชสีห์ หนักเกินหลายหมื่นชั่งพอผสานรวมกับเคล็ดวิชาที่จู่โจมออก พร้อมพลังลมปราณที่บริสุทธิ์ดั่งปราณเทวะ จึงกลายเป็ท่าพิฆาตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งแม้แต่เขาก็ตะลึงไม่น้อย
การจู่โจมสังหารเมื่อครู่ความจริงรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที เสียงอุทานตกตะลึงพอดังสับสน เสียงกัมปนาทพลันดังกังวานขึ้นด้านหลัง นั้นเป็เท้าหลอมเป็ดาบจู่โจมเข้าหา ยามนี้แลเห็นเท้าใหญ่ยาวสองข้างของเขาสะท้อนแสงสีดำทะมึน คล้ายถูกหมึกชโลมถาโถมเข้าหาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า แ่เบาดั่งปุยนุ่นแต่ท่าจู่โจมกลับหนักหน่วงดั่งอุกกาบาต
เท้าพอเตะออกกลับกลายเป็ดาบที่ฟาดฟันลงมา ลำแสงดาบสีดำทะมึนสายหนึ่งแผ่ขยายพุ่งวาบลงใส่แผ่นหลังของเจี้ยนเว่ย อย่างหนักหน่วงแต่น่าแปลกที่เจี้ยนเว่ยไม่หันกลับ เขากระทำเื่น่าตะลึงอีกครั้งเขาไม่หันหน้ากลับมามอง แต่คล้ายมีดวงตาติดที่แผ่นหลังขณะนั้นพลันปรากฏเปลวตะวันสีส้มทองสว่างไสวเจิดจ้า แผดเผารอบด้านจนมืดมิดเขาเพียงตวัดปลายนิ้วไปด้านหลัง
ปรากฏรอยประทับสีส้มทองพุ่งย้อนกลับหลังเข้าปะทะกับลำแสงดาบที่แปลงจากเท้า ของเท้าหลอมเป็ดาบอย่างรุนแรง เสียงตึงตังดังสนั่นออกมาพร้อมกับแสงที่เฉิดฉาย หนึ่งแสงสีดำทะมึนหนึ่งแสงสีส้มทองเจิดจ้าปะทะใส่กันจัง เสียงกู่ร้องโอยแหลมเล็กคำหนึ่งดังจากปากเท้าหลอมเป็ดาบขณะนี้ไม่ว่าผู้ใดก็สะท้านจิตใจอย่างยิ่ง
บุรุษหนุ่มผู้นี้แท้จริงเป็ผู้ใดเหตุใดถึงมีพลังฝีมือที่สูงส่งขนาดนี้ เหตุใดเขาถึงมีรูปกายที่ทั้งสูงใหญ่ทั้งแปลกประหลาดเช่นนี้ บุรุษหนุ่มอายุน้อยผู้นี้ั้แ่จู่โจมท่าพิฆาตออกไม่แม้แต่ขยับตัวเกินสองก้าว แต่กลับกระแทกทำลายสภาวะจู่โจมของยอดฝีมือหัวหน้าหน่วยของสำนักดาบปฐีได้อย่างง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ
เท้าหลอมเป็ดาบยืนขากะเผลกยามนี้ขาที่สะท้อนแสงสีดำทะมึน ดั่งเสาเหล็กของเขาปรากฏรอยปริแตกนับร้อยจุด โลหิตพุ่งฉีดออกดั่งสายน้ำนองพื้นจนแดงฉาน เท้าที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเสาเหล็กและคมกริบยิ่งกว่าดาบ ที่เขาภาคภูมิใจกลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย สิ่งนี้ทำลายความมั่นใจของเขาจนแทบสูญสิ้น จนกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือสะท้านใจว่า" เ้า..เ้า..เป็ใครเหตุใดถึงมีพลังฝีมือสูงล้ำขนาดนี้"
เขาพอกล่าวจบได้ยินเสียงหนักทุ้มของขวานผ่าเป็แขนร่ำร้องดังเพ้ยกล่าวออกว่า" บัดซบเท้าดาบบัดซบมันเป็ใครท่านไฉนไม่บอกเราท่านมันโง่งมบัดซบจริงๆ " เสียงะโดังระงม คนหนึ่งกล่าวอีกคนหนึ่งสบถด่า ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าสองคนนี้ผิดแผกพิสดารระคายหูอย่างยิ่ง