???? วันต่อมา…
“คุณหนูเ้าคะนายท่านให้ข้าน้อยมาตามคุณหนูไปพบเ้าค่ะ”
เสียงสาวใช้ดังขึ้นเบา ๆ หน้าประตูเรือน
สวี่หว่านถิงหันไปมอง ก่อนพยักหน้าเบา ๆพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ
“ข้าเข้าใจแล้ว”ร่างเล็กรีบผุดลุกออกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปในทันที
ณ ห้องหนังสือของใต้เท้าไป๋
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดกลิ่นหมึกและกระดาษเก่าลอยอบอวลไปทั่ว ผนังเรียงรายด้วยตำราราชการอย่างเป็ระเบียบใต้เท้าไป๋นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สลัก ใบหน้าขรึมเคร่ง สายตาจับจ้องตำราเบื้องหนิอย่างไม่ไหวติง
สวี่หว่านถิงเดินเข้ามาอย่างสำรวมก่อนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
“ท่านพ่อเรียกข้ามา มีเื่อะไรหรือเ้าคะ”
ใต้เท้าไป๋เงยหน้าขึ้นช้า ๆแววตาคมกริบแต่มองไม่ออกว่าโกรธหรือเพียงกำลังครุ่นคิด
“ข้าอยากถาม…เหตุใดเ้าจึงหย่ากับแม่ทัพหม่า?”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักขึ้นเล็กน้อยสวี่หว่านถิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนนั่งลงตรงข้ามใต้เท้าไป๋ดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่
“ที่แท้ก็เื่นี้เอง…”
เธอว่าเสียงเรียบแต่ชัดเจนก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ท่านพ่อ ข้าเป็บุตรสาวของขุนนางใหญ่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่อดีตสามีของข้ากลับพาหญิงชาวบ้านเข้ามาเหยียบย่ำข้าถึงในจวนทั้งยังแต่งตั้งนางเป็ฮูหยินรอง ทำราวกับข้าเป็เพียงของเล่นระบายอารมณ์ มิหนำซ้ำยังตำหนิข้าในเื่เล็กน้อยต่อหน้าบ่าวไพร่ทำร้ายจิตใจข้าไม่เว้นวัน…”
น้ำเสียงของเธอสั่นแ่แต่แฝงแรงสะกด
“ท่านพ่อ แม้ข้าจะเป็หญิงแต่ข้าก็เป็บุตรสาวของท่าน มีศักดิ์ศรีในนามสกุลไป๋เหตุใดข้าจะต้องทนให้ผู้ชายเช่นนั้นเหยียบย่ำอยู่ฝ่ายเดียวเล่าเ้าคะ?”
ใต้เท้าไป๋นิ่งฟังอยู่ครู่ใหญ่แววตาที่เคยเ็าเริ่มอ่อนลงด้วยความเวทนา เขาวางพู่กันลง พลางพยักหน้าเบา ๆ
“เอาล่ะ…ในเมื่อเ้าตัดสินใจเช่นนี้แล้วพ่อก็จะไม่ขัดใจเ้า”
น้ำเสียงของท่านเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนพูดต่อด้วยท่าทีจริงจัง
“ซิ่วซิ่ว ที่พ่อเรียกเ้ามาวันนี้มิใช่เพื่อจะตำหนิ…แต่เพราะพ่อมีเื่สำคัญจะบอก”
เขาหยุดชั่วครู่แล้วกล่าวต่อ
“พ่อจะส่งเ้าเข้าวัง”
“เข้าวังหรือเ้าคะ?” สวี่หว่านถิงเงยหน้าขึ้นถามอย่างใเล็กน้อย
“ใช่” ใต้เท้าไป๋ตอบเสียงเรียบ
“จวนของท่านอ๋องจางฟู่หว่านโหรว้านางกำนัลเพิ่มและป้าของเ้าก็เป็นางกำนัลใหญ่ที่นั่นพ่อจึงเห็นว่าเ้าควรเข้าไปอยู่ที่นั่นจะได้มีอนาคตมั่นคง”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของสวี่หว่านถิงเต้นแรงขึ้น
“ให้ข้าไปเป็นางกำนัลในจวนของท่านอ๋องจางหรือเ้าคะ”
ใต้เท้าไป๋พยักหน้าเบาๆ
สวี่หว่านถิงคลี่ยิ้มจาง ๆความคิดบางอย่างวาบขึ้นในใจ
นี่แหละคือโอกาสที่ชีวิตของไป๋หลิงซิ่วจะโบยบินกลายเป็หงส์ในตำหนักอ๋อง
เธอมองหน้าของใต้เท้าไป๋ด้วยความยินดี
“เ้าค่ะ ข้าจะเข้าวัง”น้ำเสียงของเธอแน่วแน่และเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น นี่ไม่ใช่เพียงการหนีจากอดีต แต่คือก้าวแรกของบทนิยายเื่ใหม่…นิยายที่เธอตั้งใจจะเป็ผู้ดำเนินเื่ด้วยตนเอง
วันต่อมา
เสียงกลองยามเช้าดังขึ้นเหนือกำแพงวังเสียงระฆังปลุกก้องสะท้อนไปทั่วตำหนักใหญ่ แสงอาทิตย์ยามรุ่งสางสาดลอดช่องหน้าต่างไม้สลักอักษรมงคล
สวี่หว่านถิงในอาภรณ์นางกำนัลชุดใหม่ก้าวลงจากรถม้าของตระกูลไป๋ด้วยท่าทีสงบ แต่ในแววตากลับซ่อนประกายมุ่งมั่นเอาไว้อยู่เื้ั
“นี่นะเหรอวังหลวง…”
เธอพึมพำกับตนเองเบา ๆขณะเงยหน้ามองกำแพงสูงตระหง่าน สีแดงหม่นและลวดลายัทองที่สลักบนบานประตูไม้ใหญ่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับดูมีมนต์ขลัง