ผีนักเขียน Penulis Hantu ( Writer Ghost )
วาดาห์ เขียน
จิตรา สาวมั่นบุคลิกทะมัดทะแมงคล้ายผู้ชาย ตำแหน่งบรรณาธิการสำนักพิมพ์เปอนูลิสค่ายหนังสือนิยายชื่อดังของอินโดนีเซีย รวบผมยาวสลวยของเธอก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คบนโต๊ะทำงานเพื่อเข้าไปตอบคอมเมนต์ของแฟนเพจในสื่อโซเชียล
อ่านได้สักพักหล่อนก็ไปสะดุดตากับโพสของ Shania นักเขียนขาประจำที่ลงรูปงานศพนักอ่านหลายคนซึ่งเป็fc ของเธอ แทบจะเรียกได้ว่าศพละวัน มาอย่างต่อเนื่องเกือบเดือน
เมื่ออ่านดูสาเหตุของการตายก็มีแตกต่างกันไป เช่น นอนหลับแล้วไม่ตื่น(ไหลตาย) , รถชนตาย, จมน้ำตาย, ผูกคอตาย, โดดตึกตาย, กินยาตายและอีกสารพัดแรงจูงใจ
ข้อความในโพสหนึ่งกล่าวว่า
“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณโรสิตาแฟนเพจนักเขียนและนักอ่านของเปอนูลิสบุ้คที่เสียชีวิตด้วยการจุดไฟเผาบ้านโดยไม่ทราบมูลเหตุจูงใจขณะนี้ตั้งศพอยู่ที่บ้านในบาหลี และจะประกอบพิธีเผาแบบฮินดูในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ญาติผู้วายชนม์ขอเรียนเชิญและขออภัยที่ไม่ได้มาเชิญด้วยตนเองสถานที่ฌาปนกิจคือ.....”
ด้วยเหตุที่โรสิตาเป็แฟนพันธุ์แท้ แฟนตัวยงของเพจซึ่งมีทั้งงานเขียนและเป็นักอ่านนักวิจารณ์ที่เคยมีผลงานติดอับดับท็อป 1 ใน 5ของแพลตฟอร์มชื่อดังหลายแบรนด์มาแล้วจิตราจึงจำเป็ต้องไปร่วมแสดงความเสียใจในงานฌาปนกิจของแฟนเพจสาวคนนี้ด้วย
ในวันจัดงานศพ เมื่อไปถึงบาหลี บ.ก.สาวตรงดิ่งไปยังฌาปนสถานซึ่งกำลังจะมีการชำระล้างร่างผู้ตายตามประเพณีของฮินดูญาติของโรสิตาให้การต้อนรับแล้วกล่าวกับจิตราว่า
“ เรากำลังจะเริ่มขั้นตอนแรก เรียกว่าเมมูกูร์ เป็การชำระล้างร่างกายสำหรับพิธีเผาศพแบบฮินดูบาหลีนะคะ
สมาชิกในครอบครัวจะมารวมตัวกันเพื่อชำระล้างร่างกายของผู้เสียชีวิตด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์จากนั้นพวกเขาจะสวมเสื้อผ้าพิเศษและนำร่างผู้เสียชีวิตไปใส่ในโลงศพกระบวนการนี้จะช่วยให้ิญญาปลดปล่อยความยึดติดทางโลกและเตรียมิญญาให้พร้อมสำหรับการเดินทางทางจิติญญาที่รออยู่ข้างหน้าค่ะ
จากนั้นพวกเขาจะนำร่างของผู้วายชนม์ไปไว้ที่ศาลาพิเศษที่เรียกว่าบาเล เดโลด ญาติพี่น้องจะแสดงความเคารพและสวดภาวนาเพื่อเป็การเน้นย้ำถึงการสนับสนุนจากชุมชนระหว่างกระบวนการโศกเศร้า”
เมื่อบรรจุร่างของผู้ตายแล้วก่อนจะถึงพิธีเผาศพที่เรียกว่า “งาเบน”จะนำโลงศพไปตั้งบนเชิงตะกอนที่ปักเสาไม้ไผ่ไว้สี่ต้น ดาดเพดานด้วยผ้าขาวและมีหุ่นรูปโคสีดำตัวใหญ่ยืนคร่อมโลงศพไว้ คนบาหลีเรียกหุ่นที่คร่อมนี้ว่า วาดาห์น่าจะเป็คติเดียวกับการทำรูปนกหัสดีลิงค์ของคนสิบสองปันนา ล้านนาและอีสานบางจังหวัดในประเทศไทย
ในงานศพ จิตรานั่งคุยกับเพื่อนผู้ตายที่เป็ fcของเพจเปอนูลิสเช่นกัน
“ก่อนหน้านั้นไปทำอะไรกันมาบ้างคะ” บ.ก.ถาม
“ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็พิเศษแค่นั่งอ่านนิยายออนไลน์กัน แล้วเลื่อนไปเจอนิยายย้อนยุคเื่ใหม่จึงวิพากษ์วิจารณ์ไปว่า สมัยนี้คนเขานิยมอ่านแต่นิยายวาย นิยายจีนโบราณส่วนเื่ใหม่ที่ลงนั้นใครจะไปอ่าน แล้วก็พากันหัวเราะเยาะก่อนจะเลื่อนผ่านหลังจากหนูกลับบ้านก็ได้ข่าวว่าเพื่อนเผาบ้านตัวเองตายในกองเพลิงแล้วค่ะ”
“อ่อแล้วหนูคิดว่าอะไรเป็เหตุจูงใจให้โรสคิดสั้นแบบนี้ไหมคะ”
“ไม่เห็นมีนะคะ เขายังอารมณ์ดีและวางแผนชวนกันไปเที่ยวออสเตรเลียในเดือนหน้า หลังจากพ้นวิกฤติโควิดมีการเปิดประเทศให้ไปเที่ยวได้ ไม่นึกว่าจะมาเกิดเหตุร้ายแบบนี้ แปลกมากนะคะ”
“ใช่ค่ะ แล้วเพื่อนคนอื่น ๆ เป็ยังไงบ้างคะ”
“ก็มีอีกคนสำลักข้าวตายหลังจากเลื่อนผ่านนิยายเื่นั้นเช่นกันค่ะ”
“เอ้ะ พอจะบอกพี่ได้ไหมคะ ว่านิยายเื่อะไร”
“เื่ Putripemberontak yang penuh gairah (พิศวาสลูกสาวฏ) ค่ะเป็เื่ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปอ่าน ดูจากยอดวิวนะคะ”
“อืม คุ้น ๆ นะเื่นี้เหมือนพี่เคยปฏิเสธเ้าของงานเขียนนั้นไปเมื่อสองสามปีก่อนเพราะความยาวของเื่ไม่เพียงพอและไม่ตรงกับความนิยมของผู้อ่านที่ชื่นชอบนิยายวายและจีนโบราณแต่เื่นั้นเป็แนวย้อนยุคแฟนตาซีกำลังภายในน่ะ”
“พี่เชื่อเื่สายมูไหมคะ ไสยศาสตร์น่ะ”เพื่อนโรสถามบ.ก.สาว
“เชื่อ ทำไมเหรอ”
“หนูว่าพี่ลองติดต่อไปหาคนเขียนนิยายเื่นั้นดูนะบางทีเขาอาจจะทำของใส่เพื่อนหนูก็ได้ ไม่รู้หนูคิดไปเองหรือเปล่านะ”
“อืม เดี๋ยวกลับไปแล้วพี่จะลองติดต่อไปดูขอบใจนะ”
เมื่อกลับไปถึงจากาต้าร์จิตราก็ไปค้นหาข้อมูลชื่อที่อยู่ เบอร์โทร.ของนักเขียนเื่นั้นในฐานข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้
ชื่อผู้เขียน อแมนดา
บรรณาธิการสาวลองโทรไปตามหมายเลขโทรศัพท์แต่โทรไม่ติดเมื่อพิจารณาจากที่อยู่ ก็เป็ชานเมืองจากาตาร์เหมือนกันและอยู่ไม่ไกลจากบ้านของจิตรามากนัก เธอจึงคิดจะไปหาที่บ้านของนักเขียนคนนั้น
แต่ก่อนที่จิตราจะได้ทำอะไรต่อไปหล่อนก็ได้รับสายจากญาติที่โทรมา
“จิตรา ไอรีนประสบอุบัติเหตุรถชนต้องเข้าโรงพยาบาลตอนนี้อยู่ห้องไอซียู รพ.พรีมายานะ”
“ค่ะ หนูจะรีบไป น้าทำใจดีดีไว้ก่อนนะ”
บ.ก.สาวรักและเอ็นดูลูกพี่ลูกน้องคนนี้มากเธอขับรถด้วยความเร็วแบบไม่สนใจกับกฎจราจรจนไปถึงห้องผู้ป่วย
จิตราเดินไปถึงหน้าห้องไอซียู ก็พบน้าสาวของหล่อนกับญาติคนอื่นๆ นั่งรอที่เก้าอี้
“หมอกำลังตรวจอาการน้องอยู่ข้างใน นั่งรอก่อนสิ” แม่คนเจ็บพูด
สักพักแพทย์กับพยาบาลเดินออกมาจากห้อง
“คนไข้อาการยังน่าเป็ห่วงนะครับถ้าพรุ่งนี้ยังไม่รู้สึกตัว จะต้องสแกนสมองอีกครั้ง่นี้ถ้าจะเยี่ยมก็เยี่ยมได้นะ”
“ขอบคุณค่ะหมอ”
จิตรากับน้าเข้าไปดูไอรีนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงมีเครื่องช่วยหายใจครอบจมูกและปากไว้
บ.ก.สาวมองด้วยความเวทนา
“ญาติคนป่วยเชิญมาทำระเบียนประวัติคนป่วยก่อนนะคะ”พยาบาลเวรมาเรียกน้าของจิตราออกไป ปล่อยให้เธออยู่กับน้องเพียงลำพัง
คนเจ็บก็ลืมตาเบิกโพลง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วหันมาพูดกับบ.ก.สาวว่า
“ฉันคืออแมนดาถ้าอยากให้น้องของแกหายก็รีบไปหาฉันที่บ้านตามที่อยู่ในการลงทะเบียนนักเขียนภายในสามวันไม่อย่างนั้นแกได้จัดงานศพน้องแน่” แล้วไอรีนก็นอนลงเหมือนคนหลับใหลตามปกติ
จิตราเข้าใจว่าอแมนดาใช้วิชาคุณไสยมนต์ดำทำร้ายน้องสาวของหล่อนจึงรีบผลุนผลันออกจากห้องผู้ป่วยแล้วกดลิฟต์ลงจากตึกอย่างรวดเร็ว เพื่อแข่งกับเวลาในการไปหาบ้านของผีนักเขียน
ครั้นไปถึงที่อยู่ตามที่ลงทะเบียนก็พบว่าเป็บ้านเดี่ยวอยู่ท้ายซอยเปลี่ยวมีสภาพร้างเต็มไปด้วยหญ้าขึ้นรกรอบบริเวณ จิตรากดออดเรียกแต่ไม่มีใครออกมาจากบ้านพอดีมีป้าแถวบ้านเดินมาถาม
“คุณมาหาคนในบ้านนี้เหรอ”
“ใช่คะ คุณอแมนดาเขาอยู่ไหมคะป้า”
“ไม่รู้นะ ปกติเขาไม่ค่อยออกมาสุงสิงกับใครหรอกแม่ลูกคู่นี้แปลก ๆ เราไม่เห็นมานานสองสามปีแล้ว ั้แ่ก่อนโควิดระบาดมันเป็บ้านเช่านะ เ้าของเขาไปทำธุรกิจที่อเมริกา นาน ๆ จะมาสักทีแถมตอนไวรัสระบาดมีการปิดประเทศไม่ให้เข้าออก ยิ่งมาลำบาก ยังไม่เห็นเขามาเลย”
“เอ ประตูรั้วไม่ได้ล็อกด้วยเราเข้าไปดูด้วยกันไหมคะ”
“เอาสิ เข้าไปด้วยกัน”
ทั้งสองคนเดินแหวกหญ้าที่รกเรื้อจนถึงตัวบ้านแล้วเปิดประตูเข้าไป ข้าวของเครื่องใช้ในห้องโถงยังอยู่ปกติไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ เมื่อถึงห้องนอนก็หมุนลูกบิดประตูเปิดออกทั้งสองคนก็ต้องผงะ
เป็ภาพของสองแม่ลูกที่เสียชีวิตนานแล้วท่ามกลางกลิ่นเหม็นของศพเน่าที่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง
บนเตียงมีศพเด็กอายุราวห้าหกขวบเน่าเปื่อยจนแห้งเหลือหนังหุ้มกระดูก
ที่ริมหน้าต่าง มีร่างของหญิงสาวผูกคอด้วยผ้ากับลูกกรงเหล็กดัดลิ้นจุกปาก ตาถลน สภาพศพแห้งกรังห้อยอยู่ในท่านั่งกับพื้น
สองสาวกอดกันด้วยความใสยดสยองกับสิ่งที่พบป้าข้างบ้านรีบวิ่งไปแจ้งตำรวจ ปล่อยให้บ.ก.สาวอยู่เพียงลำพัง
จิตราพยายามตั้งสติไม่ให้เตลิดก็แลเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งพร้อมปากกาวางไว้บนโต๊ะข้างที่นอนเธอหยิบมันขึ้นมาอ่าน ในนั้นอแมนดาเล่าไว้ว่า
“ฉันชื่ออแมนด้าเดิมมีอาชีพเป็สาวเสิร์ฟในบาร์แห่งหนึ่ง ต่อมาฉันได้แต่งงานและมีลูกจึงลาออกจากงานมาเป็แม่บ้านเลี้ยงลูก โดยให้สามีเป็คนหาเงินเลี้ยงครอบครัว
เมื่อลูกสาวอายุได้ 4 ขวบ เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น ทิ้งให้เราแม่ลูกเผชิญชะตาชีวิตเพียงลำพังซึ่งเป็่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนัก โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าพากันปิดหมด ฉันไม่สามารถไปสมัครงานที่ไหนได้เลยจึงคิดจะเขียนนิยายออนไลน์เพื่อหารายได้เพราะเคยเห็นคนอื่นมีรายได้หลักหมื่นหลักแสนจากอาชีพเสริมนี้
แต่เมื่อฉันลงนิยายตามเว็บไซต์และแอปต่าง ๆก็มีแต่คนเข้ามาอ่านฟรี ส่วนตอนที่ติดเหรียญแม้ราคาแค่ 1 รูเปียห์ก็ไม่มีใครยอมจ่ายเงินซื้ออ่าน
ในที่สุด ฉันไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านลูกสาวก็ป่วยแต่ไม่มีเงินจะพาไปรักษา กระทั่งเธอเสียชีวิตอย่างอนาถ ฉันแค้นใจตรอมใจกับชะตาชีวิตยิ่งนักจึงสาบผู้อ่านทุกคนที่เลื่อนผ่านมาเห็นนิยายของฉันแล้วไม่เข้าไปอ่านหรือเลือกอ่านแต่ตอนฟรี แล้วหลีกเลี่ยงตอนติดเหรียญไม่ยอมจ่ายค่าอ่าน ไม่ยอมกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม ไม่ยอมมอบหัวใจจะต้องพบจุดจบอย่างสยดสยอง เช่นเดียวกับฉันและลูก
ลงชื่อ อแมนดา”
เมื่อจิตราอ่านจบก็เป็จังหวะที่ตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยเข้ามาชันสูตรพลิกศพ
เมื่อกลับมาบ้านบรรณาธิการสาวก็เปิดนิยายในเว็บที่อแมนดาลงไว้นำมาพิจารณาใหม่ ก่อนจะขัดเกลาเรียบเรียง แล้วนำไปสั่งพิมพ์เป็รูปเล่มพร้อมอีบุ้คโดยใช้ทุนส่วนตัวของหล่อนเองนำออกจำหน่ายตามสื่อโซเชียลแล้วรวบรวมเงินที่ขายได้ไปทำบุญอุทิศให้อแมนดากับลูกสาวและจัดโปรโมชั่นในเว็บนิยายสำหรับผู้อ่านที่เข้าไปอ่านแบบติดเหรียญมีสิทธิลุ้นโชคชิงสร้อยคอทองคำจึงทำให้นิยายของผีนักเขียนติดอันดับ1ใน10 ติดต่อกันหลายสัปดาห์
แล้วไอรีน น้องสาวของจิตราก็ฟื้นคืนสติก่อนที่หมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในสัปดาห์ต่อมา
นับแต่นั้น ก็ไม่มีนักอ่านคนใดที่ดับปริศนาอีกเลย
จบเื่
แต่งเสร็จเมื่อ 19 พ.ย. 67
นามปากกาวาดาห์ ใช้แต่งนิยายสยองขวัญ
ศรีวริญ ใช้แต่งนิยายแฟนตาซี ย้อนยุค ผจญภัย